เลือดจาง ค่าเลือดเท่าไร

0 ครั้งเข้าชม
เลือดจาง ค่าเลือดเท่าไร ตามเกณฑ์ WHO กำหนดว่าภาวะโลหิตจางเกิดขึ้นเมื่อค่าฮีโมโกลบินต่ำกว่า 13 g/dL ในผู้ชาย และต่ำกว่า 12 g/dL ในผู้หญิง. สำหรับหญิงตั้งครรภ์เกณฑ์คือต่ำกว่า 11 g/dL ส่วนเด็กมีค่าตั้งแต่ 11-12 g/dL ขึ้นกับช่วงอายุ.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เลือดจาง ค่าเลือดเท่าไร: เกณฑ์วินิจฉัยตามเพศและวัยของ WHO

เลือดจาง ค่าเลือดเท่าไร เป็นคำถามสำคัญเพราะค่าเลือดที่ผิดปกติบ่งบอกถึงภาวะโลหิตจางซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม. การทราบเกณฑ์วินิจฉัยที่ถูกต้องช่วยให้คุณสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์ได้ทันท่วงที. เรียนรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อดูแลสุขภาพของคุณให้ห่างไกลภาวะโลหิตจาง.

เลือดจาง ค่าเลือดเท่าไร? สรุปเกณฑ์ที่ต้องรู้ก่อนตกใจผลตรวจ

คำตอบของคำถามนี้ขึ้นอยู่กับเพศ วัย และสภาวะร่างกายของคุณ โดยทั่วไปทางการแพทย์จะใช้เกณฑ์วินิจฉัยโลหิตจาง WHO เป็นมาตรฐานหลัก ซึ่งระบุว่าภาวะโลหิตจางเกิดขึ้นเมื่อค่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin - Hb) ต่ำกว่า 13 g/dL ในผู้ชาย และต่ำกว่า 12 g/dL ในผู้หญิง [1]

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเพียงตัวเดียวอาจไม่ได้บอกทุกอย่าง ค่าเลือดที่ ปริ่ม ขอบล่างอาจเป็นเรื่องปกติสำหรับบางคน หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบที่ต้องรีบแก้ไข บทความนี้จะพาคุณไปวิธีดูผลเลือดจางด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องงงกับศัพท์แพทย์อีกต่อไป

ทำความเข้าใจ 2 ตัวเลขสำคัญ: Hb และ Hct ต่างกันอย่างไร?

เวลาดูใบตรวจสุขภาพ (CBC) คนส่วนใหญ่มักสับสนระหว่างสองค่านี้ จนบางทีเอาตัวเลขมาปนกันแล้วตกใจว่าทำไมค่าเราต่ำจัง นี่คือวิธีแยกแยะ:

1. Hb (Hemoglobin) - พระเอกตัวจริง

คือโปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่มีหน้าที่ขนส่งออกซิเจน นี่คือค่าที่แม่นยำที่สุดในการวินิจฉัยภาวะซีดหรือเลือดจาง หน่วยวัดเป็น กรัมต่อเดซิลิตร (g/dL)

2. Hct (Hematocrit) - ความเข้มข้นของเลือด

คือเปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดแดงเทียบกับปริมาตรเลือดทั้งหมด มักจะเรียกว่า ค่าความเข้มข้นเลือดจาง หน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) โดยปกติค่า Hct จะมีค่าประมาณ 3 เท่าของ Hb เสมอ [2]

สูตรจำง่ายๆ: ถ้า Hb ของคุณคือ 12 ค่า Hct ควรจะอยู่ที่ประมาณ 36% ถ้าน้อยกว่านี้เริ่มเข้าข่ายซีดแล้วครับ

ตารางเกณฑ์วินิจฉัย: คุณเข้าข่าย "เลือดจาง" หรือไม่?

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดเกณฑ์ตัวเลขฮีโมโกลบิน (Hb) เพื่อตัดเกรดว่าใครเป็นโลหิตจางไว้ดังนี้ ข้อมูลนี้อ้างอิงมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก:

ผู้ชาย (อายุ 15 ปีขึ้นไป): ต่ำกว่า 13.0 g/dL ผู้หญิง (อายุ 15 ปีขึ้นไป และไม่ตั้งครรภ์) ที่มักต้องเช็กค่าฮีโมโกลบินปกติ ผู้หญิง: ต่ำกว่า 12.0 g/dL หญิงตั้งครรภ์: ต่ำกว่า 11.0 g/dL เด็ก ([3] 6-59 เดือน): ต่ำกว่า 11.0 g/dL เด็ก (5-11 ปี): ต่ำกว่า 11.5 g/dL เด็ก (12-14 ปี): ต่ำกว่า 12.0 g/dL

จะสังเกตเห็นว่า คนท้องและเด็กมีเกณฑ์ที่ต่ำกว่าคนทั่วไป เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรน้ำเลือด ทำให้เลือดจางลงได้ตามธรรมชาติ (Physiological Anemia) ซึ่งไม่ได้แปลว่าป่วยเสมอไป

ระดับความรุนแรง: ค่าเท่าไรถึงขั้น "วิกฤต" ต้องให้เลือด?

ไม่ใช่ว่าเลือดจางทุกคนต้องกินยาหรือนอนโรงพยาบาล แพทย์จะแบ่งความรุนแรงออกเป็น 3 ระดับเพื่อวางแผนรักษา:

1. เลือดจางเล็กน้อย (Mild Anemia)

ค่า Hb: 10.0 – 12.0 g/dL (หญิง) หรือ 10.0 – 13.0 g/dL (ชาย) ในระดับนี้คุณอาจไม่มีอาการเลย หรือแค่อ่อนเพลียนิดหน่อยเวลาทำงานหนัก มักรักษาด้วยการกินยาบำรุงเลือดและปรับอาหาร

2. เลือดจางปานกลาง (Moderate Anemia)

ค่า Hb: 7.0 – 9.9 g/dL เริ่มมีอาการชัดเจน เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น หน้ามืดเวลาลุกเร็วๆ หากพบค่า Hct ต่ำกว่าปกติ ผิวซีดชัดเจน แพทย์ต้องหาสาเหตุจริงจังแล้วว่าเลือดหายไปไหน หรือร่างกายสร้างไม่พอ

3. เลือดจางรุนแรง (Severe Anemia)

ค่า Hb: ต่ำกว่า 7.0 g/dL นี่คือจุดอันตราย ตัวเลขนี้มักเป็นจุดตัด (Cut-off) ที่แพทย์จะพิจารณาโลหิตจาง ต้องให้เลือดเมื่อไหร่ โดยเฉพาะ [7] ถ้าผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยหอบ หรือมีโรคหัวใจร่วมด้วย เพราะออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและหัวใจไม่พออาจถึงแก่ชีวิตได้

อ่านผลเลือด CBC ให้ลึกกว่าแค่ "ซีดหรือไม่ซีด"

นอกจากค่า Hb แล้ว ในใบผลเลือดยังมีตัวเลขภาษาอังกฤษยุบยับไปหมด แต่มีตัวหนึ่งที่สำคัญมากในการบอก สาเหตุ ของเลือดจาง ค่าเลือดเท่าไร นั่นคือ MCV

MCV (Mean Corpuscular Volume) คือขนาดของเม็ดเลือดแดง ค่าปกติอยู่ที่ 80-100 fL [8] ถ้า MCV ต่ำกว่า 80 (เม็ดเลือดตัวเล็ก): สาเหตุยอดฮิตในคนไทยคือ ขาดธาตุเหล็ก หรือเป็นพาหะ ธาลัสซีเมีย ถ้า MCV สูงกว่า 100 (เม็ดเลือดตัวโต): อาจเกิดจากการขาดวิตามิน B12, โฟเลต, หรือโรคตับ

ดังนั้น ถ้าคุณพบสภาวะเลือดจาง ค่าเลือดเท่าไร (Hb ต่ำ) และเม็ดเลือดตัวเล็ก (MCV ต่ำ) อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าแค่กินธาตุเหล็กก็หาย เพราะถ้าเป็นธาลัสซีเมีย การกินธาตุเหล็กมากเกินไปอาจเป็นโทษต่อตับได้ นี่คือกับดักที่คนส่วนใหญ่พลาด

ผมเคยเจอเคสที่คนไข้ซื้อยาบำรุงเลือดกินเองเป็นปีๆ เพราะเห็นว่าซีด แต่ค่าเลือดไม่ขึ้นเลย สุดท้ายตรวจละเอียดถึงรู้ว่าเป็นธาลัสซีเมียแฝง เสียเงินฟรีแถมตับทำงานหนักเปล่าๆ

แยกให้ออก: เลือดจางจากการขาดเหล็ก vs ธาลัสซีเมีย

ในประเทศไทย สองสาเหตุนี้พบบ่อยที่สุดและอาการคล้ายกันมาก แต่การรักษาต่างกันคนละขั้ว

โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

  • ต่ำกว่าปกติ
  • กินไม่พอ (มังสวิรัติ), เสียเลือดเรื้อรัง (ประจำเดือนมามาก, ริดสีดวง), ท้อง
  • ตัวเล็ก (Microcytic) และสีซีดจาง
  • กินยาเสริมธาตุเหล็ก อาการดีขึ้นชัดเจนใน 1-2 เดือน

โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย (Thalassemia)

  • ปกติ หรือ สูงเกินเกณฑ์
  • พันธุกรรม (ถ่ายทอดจากพ่อแม่) เป็นตั้งแต่เกิด
  • ตัวเล็ก (Microcytic) รูปร่างผิดปกติ อาจมีรูปเป้า (Target cell)
  • ให้เลือดเมื่อจำเป็น ห้ามกินยาเสริมเหล็กมั่วซั่ว
จุดตายคือ 'การกินธาตุเหล็ก' ถ้าขาดเหล็กต้องกินถึงจะหาย แต่ถ้าเป็นธาลัสซีเมีย การกินเหล็กเพิ่มอาจทำให้เหล็กเกินสะสมในตับและหัวใจได้ จึงจำเป็นต้องเจาะเลือดดูค่า Ferritin ก่อนเริ่มยาเสมอ
หากคุณยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับระดับความเข้มข้นของตนเอง สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ค่าเลือดเท่าไร เป็นโลหิตจาง เพื่อการเฝ้าระวังที่เหมาะสมครับ

เมื่อตัวเลขหลอกตา: ประสบการณ์ของกานดา

กานดา พนักงานบัญชีวัย 28 ปี ในกรุงเทพฯ ไปตรวจสุขภาพประจำปีและพบว่าค่า Hb ของเธอคือ 11.5 g/dL ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 12.0 g/dL เล็กน้อย หมอทักว่า 'เลือดจางนิดหน่อยนะ' ทำให้เธอกังวลมากเพราะกลัวจะเป็นโรคร้ายแรง หรือมะเร็งเม็ดเลือด

เธอรีบไปซื้อวิตามินบำรุงเลือดราคาแพงมากินเอง ผลคือท้องผูกหนักมากจนต้องหยุดยา แล้วก็วนกลับมาเครียดเรื่องค่าเลือดใหม่

จุดเปลี่ยนคือเธอตัดสินใจไปพบอายุรแพทย์โรคเลือดโดยเฉพาะ หมอซักประวัติพบว่าเธอเป็นคนประจำเดือนมามาก (ใช้ผ้าอนามัยวันละ 5-6 แผ่น) และเมื่อดูค่า MCV พบว่าต่ำ (75 fL) หมอจึงสั่งตรวจเฟอร์ริติน (Ferritin) เพื่อดูธาตุเหล็กสะสม

ผลออกมาคือเธอแค่ 'ขาดธาตุเหล็ก' จากประจำเดือน ไม่ใช่โรคร้าย หมอปรับยาเป็นตัวที่ระคายเคืองกระเพาะน้อยลงและให้กินวันเว้นวันเพื่อลดอาการท้องผูก 3 เดือนต่อมา ค่า Hb ของเธอกลับมาที่ 12.8 g/dL เป็นปกติ กานดาเรียนรู้ว่าตัวเลขสีแดงในใบตรวจสุขภาพไม่ได้น่ากลัวเสมอไป ถ้าเรารู้สาเหตุที่แท้จริง

แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

ถ้าเลือดจาง กินตับหรือผักโขมอย่างเดียวพอไหม?

พูดตรงๆ คือ 'ไม่พอ' ครับ ถ้าคุณได้รับการวินิจฉัยว่าโลหิตจางแล้ว การกินอาหารอย่างเดียวช่วยได้น้อยมาก เพราะธาตุเหล็กในอาหารดูดซึมได้จำกัด การกินยาตามหมอสั่งจะเพิ่มระดับเลือดได้เร็วกว่าการกินตับเป็นกิโลๆ หลายเท่า อาหารมีไว้เพื่อ 'ป้องกัน' มากกว่า 'รักษา' ครับ

เลือดจางเท่าไรถึงเสี่ยงหัวใจวาย?

โดยทั่วไปถ้าค่า Hb ต่ำกว่า 5-7 g/dL หัวใจจะต้องทำงานหนักมากเพื่อสูบฉีดเลือดชดเชยออกซิเจนที่ขาดไป เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) ได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ความเสี่ยงนี้อาจมาเร็วกว่าคนหนุ่มสาว

เป็นพาหะธาลัสซีเมีย ถือว่าเป็นโรคเลือดจางไหม?

พาหะ (Trait) คือคนที่มียีนผิดปกติแต่ไม่มีอาการป่วย ส่วนใหญ่ค่าเลือดจะปกติดีหรือจางเพียงเล็กน้อยมาก (Mild Anemia) สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนคนทั่วไป ไม่ถือว่าเป็น 'ผู้ป่วย' และไม่ต้องกินยารักษาตลอดชีวิตครับ

ข้อความหลัก

จำเลข 13 (ชาย) และ 12 (หญิง) ให้แม่น

ถ้าค่า Hb ต่ำกว่านี้คือสัญญาณเตือนของภาวะโลหิตจางตามเกณฑ์ WHO แต่อย่าเพิ่งตกใจถ้ามันต่ำกว่าแค่นิดเดียว

MCV คือกุญแจไขปริศนา

อย่าดูแค่ความเข้มข้นเลือด ให้ดูขนาดเม็ดเลือด (MCV) ด้วย ถ้าตัวเล็ก (<80 fL) มักเกิดจากการขาดเหล็กหรือธาลัสซีเมีย

อย่าซื้อยาธาตุเหล็กกินเองถ้ายังไม่ตรวจละเอียด

ถ้าคุณเป็นธาลัสซีเมีย การกินเหล็กเสริมอาจเป็นพิษต่อตับและหัวใจ การเจาะเลือดตรวจเฟอร์ริติน (Ferritin) คือวิธีที่ชัวร์ที่สุดก่อนเริ่มยา

ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับค่าเลือดเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาโดยแพทย์ หากคุณมีอาการผิดปกติ เช่น หน้ามืด วูบบ่อย หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง ค่าเลือดแต่ละบุคคลอาจมีความแตกต่างกันตามปัจจัยทางสุขภาพ

แหล่งอ้างอิง

  • [1] Apps - โดยทั่วไปทางการแพทย์จะใช้เกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นมาตรฐานหลัก ซึ่งระบุว่าภาวะโลหิตจางเกิดขึ้นเมื่อค่าฮีโมโกลบิน (Hemoglobin - Hb) ต่ำกว่า 13 g/dL ในผู้ชาย และต่ำกว่า 12 g/dL ในผู้หญิง
  • [2] Pubmed - โดยปกติค่า Hct จะมีค่าประมาณ 3 เท่าของ Hb เสมอ
  • [3] Apps - หญิงตั้งครรภ์: ต่ำกว่า 11.0 g/dL
  • [7] Jamanetwork - ค่า Hb: ต่ำกว่า 7.0 g/dL นี่คือจุดอันตราย ตัวเลขนี้มักเป็นจุดตัด (Cut-off) ที่แพทย์จะพิจารณา การให้เลือด (Blood Transfusion)
  • [8] Ncbi - MCV (Mean Corpuscular Volume) คือขนาดของเม็ดเลือดแดง ค่าปกติอยู่ที่ 80-100 fL