นับยังไงว่า ประจําเดือนขาด

0 ครั้งเข้าชม
การนับยังไงว่า ประจําเดือนขาดเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบระยะเวลาปกติของรอบเดือนซึ่งยาวประมาณ 21 ถึง 35 วัน. วิธีการนับรอบเดือนให้ยึดวันแรกที่มีเลือดประจำเดือนของรอบที่แล้วเป็นวันที่ 1 แล้วนับต่อไปจนถึงวันแรกของรอบเดือนถัดไป.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

นับยังไงว่า ประจําเดือนขาด? ระยะเวลารอบเดือนปกติ

การนับยังไงว่า ประจําเดือนขาดเป็นเรื่องที่หลายคนมักสับสนระหว่างภาวะปกติกับภาวะผิดปกติที่ควรระวัง. การทำความเข้าใจวิธีการนับรอบเดือนที่ถูกต้องช่วยให้สังเกตความผิดปกติของร่างกายได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที.

นับยังไงว่าประจำเดือนขาดและควรเริ่มสังเกตเมื่อไหร่

การนับว่าประจำเดือนขาดเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนมักสับสนระหว่างภาวะมาช้าปกติกับภาวะผิดปกติที่ต้องระวัง โดยทั่วไปรอบเดือนปกติจะมีความยาวประมาณ 21 ถึง 35 วัน[1] การเริ่มต้นนับรอบเดือนให้ยึดวันแรกที่มีเลือดประจำเดือนของรอบที่แล้วเป็นวันที่ 1 แล้วนับต่อไปจนถึงวันแรกของรอบเดือนถัดไป

หากเลยกำหนดที่ควรจะมาไปเล็กน้อยราว 1 ถึง 7 วัน ยังถือว่าเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป ซึ่งมักเกิดจากความเครียดสะสม ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงชั่วคราว หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเกินกำหนด 7 ถึง 14 วันขึ้นไปแล้วประจำเดือนยังไม่มา ยังไม่ถือว่าเป็นภาวะประจำเดือนขาด (ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงขาดติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน) แต่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง(c[3] ite: 1)

เกณฑ์ระยะเวลาในการตัดสินภาวะประจำเดือนขาด

เพื่อความชัดเจนในการสังเกตอาการ สามารถแบ่งช่วงเวลาความล่าช้าออกได้ดังนี้: มาช้า 1-7 วัน: ยังอยู่ในเกณฑ์คลาดเคลื่อนจากปัจจัยภายนอก เช่น ความเครียดหรือการเดินทาง ขาด 7-14 วัน: เข้าข่ายประจำเดือนขาด ควรจัดหาชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจสอบ ขาดเกิน 3 รอบเดือนขึ้นไป: ถือเป็นประจําเดือนไม่มานานแค่ไหนเรียกว่าขาด (Amenorrhea) ที่ต้องพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด

สาเหตุหลักที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือขาดหายไป

ประจำเดือนที่ขาดหายไปไม่ได้เกิดจากการตั้งครรภ์เพียงอย่างเดียว แม้ว่าการตั้งครรภ์จะเป็นสาเหตุแรกๆ ที่นึกถึงเมื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่ปัจจัยด้านวิถีชีวิตและสุขภาพภายในก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อฮอร์โมนเพศหญิงเช่นกัน

ความเครียดทางจิตใจ การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป รวมถึงการออกกำลังกายอย่างหักโหม ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายรวนและหยุดการตกไข่ชั่วคราว นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพบางประการ เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ก็ทำให้ประจำเดือนขาดหายไปได้เช่นกัน

แนวทางปฏิบัติเบื้องต้นเมื่อประจำเดือนไม่มา

เมื่อพบว่าประจำเดือนขาดเกิน 1 สัปดาห์และมีประวัติมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเองเพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจนในเบื้องต้น หากผลเป็นลบแต่ประจำเดือนยังคงเงียบหาย หรือถ้าหากประจำเดือนขาดหายไปนานติดต่อกันเกิน 3 เดือน ควรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่ตรงจุด

การเปรียบเทียบระดับความล่าช้าของประจำเดือนและแนวทางรับมือ

การทำความเข้าใจระยะเวลาที่ประจำเดือนเคลื่อนจากกำหนดช่วยให้คุณประเมินสถานการณ์และเลือกวิธีจัดการได้อย่างเหมาะสม

มาช้า 1 - 7 วัน

  • พักผ่อนให้เพียงพอและรอดูอาการอีกสักระยะ
  • ความเครียด การนอนดึก หรือฮอร์โมนเปลี่ยนชั่วคราว
  • ยังไม่จำเป็นต้องรีบตรวจการตั้งครรภ์ในทันที

ขาด 7 - 14 วัน (เริ่มเข้าข่าย)

  • จัดหาชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจเพื่อความมั่นใจ
  • การตั้งครรภ์ ความเครียดสะสม หรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลงเร็ว
  • ควรเริ่มตรวจ เพราะให้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้มากขึ้น

ขาดติดต่อกันเกิน 3 เดือน

  • ไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในและตรวจระดับฮอร์โมน
  • ภาวะประจำเดือนขาด (Amenorrhea) หรือความผิดปกติของฮอร์โมน
  • จำเป็นต้องพบแพทย์โดยเร็วเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน
ระยะเวลาการมาช้าของประจำเดือนเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าเกิดจากปัจจัยชั่วคราวหรือปัญหาสุขภาพ หากเลยกำหนดเพียงไม่กี่วันสามารถสังเกตอาการต่อได้ แต่ถ้าเกิน 1 สัปดาห์ขึ้นไปควรเริ่มตรวจครรภ์ และหากนานเกิน 3 เดือนต้องให้แพทย์วินิจฉัย

ประสบการณ์ของเมย์กับการรับมือเมื่อประจำเดือนขาด

เมย์ พนักงานออฟฟิศวัย 26 ปีในกรุงเทพฯ เกิดอาการกังวลใจอย่างมากเมื่อประจำเดือนเลยกำหนดมา 10 วัน โดยปกติเธอมีรอบเดือนค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมาเธอโหมงานหนักและเครียดเรื่องโปรเจกต์ใหญ่จนนอนไม่หลับ

เธอพยายามค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและเริ่มกังวลว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ แม้จะระมัดระวังตัวแล้วก็ตาม ความเครียดเรื่องประจำเดือนที่ไม่มากลับยิ่งทำให้ร่างกายรวนหนักขึ้นไปอีก

หลังจากปรึกษาเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ เมย์ตัดสินใจซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจในตอนเช้า ผลปรากฏว่าขึ้นขีดเดียว (ไม่ตั้งครรภ์) เธอจึงเริ่มคลายความกังวลลง และลองปรับพฤติกรรมโดยการนอนหลับให้เต็มอิ่มและลดการทำงานล่วงเวลา

ผ่านไปอีกสัปดาห์หลังจากผ่อนคลายความเครียด ประจำเดือนของเมย์ก็มาตามปกติ บทเรียนครั้งนั้นทำให้เธอรู้ว่าความเครียดส่งผลต่อรอบเดือนโดยตรง และการตรวจเช็กเบื้องต้นช่วยลดความวิตกกังวลได้มาก

สรุปกลยุทธ์

วิธีนับรอบเดือนที่ถูกต้อง

ให้นับวันแรกที่มีประจำเดือนของรอบที่แล้วเป็นวันที่ 1 ไปจนถึงวันแรกของรอบถัดไป โดยรอบเดือนปกติมักยาว 21 ถึง 35 วัน

เกณฑ์การตรวจการตั้งครรภ์

หากเลยกำหนดมา 7 ถึง 14 วัน ควรเริ่มใช้ชุดตรวจครรภ์ด้วยตนเองเพื่อตรวจสอบเบื้องต้น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

หากประจำเดือนขาดหายไปติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่ถูกต้อง

หัวข้อเดียวกัน

ประจำเดือนมาช้ากี่วันถึงเรียกว่าขาด?

หากเลยกำหนดรอบเดือนปกติไป 7 ถึง 14 วัน จะเริ่มเรียกว่าภาวะประจำเดือนขาด และเป็นช่วงเวลาที่ควรเริ่มตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง

หากคุณสงสัยว่าต้องรออีกนานแค่ไหน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก ประจําเดือนขาดกี่วัน เพื่อความมั่นใจ

ความเครียดทำให้ประจำเดือนไม่มาได้จริงหรือ?

ความเครียดส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสมองส่วนไฮโพทาลามัส ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่ ทำให้รอบเดือนเคลื่อนหรือขาดหายไปชั่วคราว

ถ้าประจำเดือนไม่มานานแค่ไหนควรไปพบแพทย์?

หากประจำเดือนขาดหายไปนานติดต่อกันเกิน 3 รอบเดือนขึ้นไป ถือว่าเข้าข่ายภาวะประจำเดือนขาดที่ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ชัดเจน

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัย การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพทางนรีเวช ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม

แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง

  • [1] Siphhospital - โดยทั่วไปรอบเดือนปกติจะมีความยาวประมาณ 21 ถึง 35 วัน
  • [3] My - แต่ถ้าหากเกินกำหนด 7 ถึง 14 วันขึ้นไปแล้วประจำเดือนยังไม่มา ยังไม่ถือว่าเป็นภาวะประจำเดือนขาด (ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงขาดติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน) แต่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง