นับยังไงว่า ประจําเดือนขาด
นับยังไงว่า ประจําเดือนขาด? ระยะเวลารอบเดือนปกติ
การนับยังไงว่า ประจําเดือนขาดเป็นเรื่องที่หลายคนมักสับสนระหว่างภาวะปกติกับภาวะผิดปกติที่ควรระวัง. การทำความเข้าใจวิธีการนับรอบเดือนที่ถูกต้องช่วยให้สังเกตความผิดปกติของร่างกายได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที.
นับยังไงว่าประจำเดือนขาดและควรเริ่มสังเกตเมื่อไหร่
การนับว่าประจำเดือนขาดเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนมักสับสนระหว่างภาวะมาช้าปกติกับภาวะผิดปกติที่ต้องระวัง โดยทั่วไปรอบเดือนปกติจะมีความยาวประมาณ 21 ถึง 35 วัน[1] การเริ่มต้นนับรอบเดือนให้ยึดวันแรกที่มีเลือดประจำเดือนของรอบที่แล้วเป็นวันที่ 1 แล้วนับต่อไปจนถึงวันแรกของรอบเดือนถัดไป
หากเลยกำหนดที่ควรจะมาไปเล็กน้อยราว 1 ถึง 7 วัน ยังถือว่าเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป ซึ่งมักเกิดจากความเครียดสะสม ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงชั่วคราว หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเกินกำหนด 7 ถึง 14 วันขึ้นไปแล้วประจำเดือนยังไม่มา ยังไม่ถือว่าเป็นภาวะประจำเดือนขาด (ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงขาดติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน) แต่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง(c[3] ite: 1)
เกณฑ์ระยะเวลาในการตัดสินภาวะประจำเดือนขาด
เพื่อความชัดเจนในการสังเกตอาการ สามารถแบ่งช่วงเวลาความล่าช้าออกได้ดังนี้: มาช้า 1-7 วัน: ยังอยู่ในเกณฑ์คลาดเคลื่อนจากปัจจัยภายนอก เช่น ความเครียดหรือการเดินทาง ขาด 7-14 วัน: เข้าข่ายประจำเดือนขาด ควรจัดหาชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจสอบ ขาดเกิน 3 รอบเดือนขึ้นไป: ถือเป็นประจําเดือนไม่มานานแค่ไหนเรียกว่าขาด (Amenorrhea) ที่ต้องพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด
สาเหตุหลักที่ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือขาดหายไป
ประจำเดือนที่ขาดหายไปไม่ได้เกิดจากการตั้งครรภ์เพียงอย่างเดียว แม้ว่าการตั้งครรภ์จะเป็นสาเหตุแรกๆ ที่นึกถึงเมื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่ปัจจัยด้านวิถีชีวิตและสุขภาพภายในก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อฮอร์โมนเพศหญิงเช่นกัน
ความเครียดทางจิตใจ การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวที่ลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป รวมถึงการออกกำลังกายอย่างหักโหม ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฮอร์โมนในร่างกายรวนและหยุดการตกไข่ชั่วคราว นอกจากนี้ ปัญหาสุขภาพบางประการ เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ก็ทำให้ประจำเดือนขาดหายไปได้เช่นกัน
แนวทางปฏิบัติเบื้องต้นเมื่อประจำเดือนไม่มา
เมื่อพบว่าประจำเดือนขาดเกิน 1 สัปดาห์และมีประวัติมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเองเพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจนในเบื้องต้น หากผลเป็นลบแต่ประจำเดือนยังคงเงียบหาย หรือถ้าหากประจำเดือนขาดหายไปนานติดต่อกันเกิน 3 เดือน ควรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่ตรงจุด
การเปรียบเทียบระดับความล่าช้าของประจำเดือนและแนวทางรับมือ
การทำความเข้าใจระยะเวลาที่ประจำเดือนเคลื่อนจากกำหนดช่วยให้คุณประเมินสถานการณ์และเลือกวิธีจัดการได้อย่างเหมาะสมมาช้า 1 - 7 วัน
- พักผ่อนให้เพียงพอและรอดูอาการอีกสักระยะ
- ความเครียด การนอนดึก หรือฮอร์โมนเปลี่ยนชั่วคราว
- ยังไม่จำเป็นต้องรีบตรวจการตั้งครรภ์ในทันที
ขาด 7 - 14 วัน (เริ่มเข้าข่าย)
- จัดหาชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจเพื่อความมั่นใจ
- การตั้งครรภ์ ความเครียดสะสม หรือน้ำหนักเปลี่ยนแปลงเร็ว
- ควรเริ่มตรวจ เพราะให้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้มากขึ้น
ขาดติดต่อกันเกิน 3 เดือน
- ไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในและตรวจระดับฮอร์โมน
- ภาวะประจำเดือนขาด (Amenorrhea) หรือความผิดปกติของฮอร์โมน
- จำเป็นต้องพบแพทย์โดยเร็วเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน
ประสบการณ์ของเมย์กับการรับมือเมื่อประจำเดือนขาด
เมย์ พนักงานออฟฟิศวัย 26 ปีในกรุงเทพฯ เกิดอาการกังวลใจอย่างมากเมื่อประจำเดือนเลยกำหนดมา 10 วัน โดยปกติเธอมีรอบเดือนค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมาเธอโหมงานหนักและเครียดเรื่องโปรเจกต์ใหญ่จนนอนไม่หลับ
เธอพยายามค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและเริ่มกังวลว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ แม้จะระมัดระวังตัวแล้วก็ตาม ความเครียดเรื่องประจำเดือนที่ไม่มากลับยิ่งทำให้ร่างกายรวนหนักขึ้นไปอีก
หลังจากปรึกษาเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ เมย์ตัดสินใจซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจในตอนเช้า ผลปรากฏว่าขึ้นขีดเดียว (ไม่ตั้งครรภ์) เธอจึงเริ่มคลายความกังวลลง และลองปรับพฤติกรรมโดยการนอนหลับให้เต็มอิ่มและลดการทำงานล่วงเวลา
ผ่านไปอีกสัปดาห์หลังจากผ่อนคลายความเครียด ประจำเดือนของเมย์ก็มาตามปกติ บทเรียนครั้งนั้นทำให้เธอรู้ว่าความเครียดส่งผลต่อรอบเดือนโดยตรง และการตรวจเช็กเบื้องต้นช่วยลดความวิตกกังวลได้มาก
สรุปกลยุทธ์
วิธีนับรอบเดือนที่ถูกต้องให้นับวันแรกที่มีประจำเดือนของรอบที่แล้วเป็นวันที่ 1 ไปจนถึงวันแรกของรอบถัดไป โดยรอบเดือนปกติมักยาว 21 ถึง 35 วัน
เกณฑ์การตรวจการตั้งครรภ์หากเลยกำหนดมา 7 ถึง 14 วัน ควรเริ่มใช้ชุดตรวจครรภ์ด้วยตนเองเพื่อตรวจสอบเบื้องต้น
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หากประจำเดือนขาดหายไปติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่ถูกต้อง
หัวข้อเดียวกัน
ประจำเดือนมาช้ากี่วันถึงเรียกว่าขาด?
หากเลยกำหนดรอบเดือนปกติไป 7 ถึง 14 วัน จะเริ่มเรียกว่าภาวะประจำเดือนขาด และเป็นช่วงเวลาที่ควรเริ่มตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง
ความเครียดทำให้ประจำเดือนไม่มาได้จริงหรือ?
ความเครียดส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสมองส่วนไฮโพทาลามัส ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตกไข่ ทำให้รอบเดือนเคลื่อนหรือขาดหายไปชั่วคราว
ถ้าประจำเดือนไม่มานานแค่ไหนควรไปพบแพทย์?
หากประจำเดือนขาดหายไปนานติดต่อกันเกิน 3 รอบเดือนขึ้นไป ถือว่าเข้าข่ายภาวะประจำเดือนขาดที่ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ชัดเจน
ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัย การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพทางนรีเวช ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง
- [1] Siphhospital - โดยทั่วไปรอบเดือนปกติจะมีความยาวประมาณ 21 ถึง 35 วัน
- [3] My - แต่ถ้าหากเกินกำหนด 7 ถึง 14 วันขึ้นไปแล้วประจำเดือนยังไม่มา ยังไม่ถือว่าเป็นภาวะประจำเดือนขาด (ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงขาดติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน) แต่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเอง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต