กันแดด SPF 30 PA พอไหม

0 ครั้งเข้าชม
กันแดด spf 30 pa พอไหม สำหรับการใช้งานทั่วไป เพราะกันแดด SPF 30 กรองรังสี UVB ได้ 97%. ในขณะที่ SPF 50 กรองได้ 98%.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กันแดด SPF 30 PA พอไหม: กรองรังสีได้ 97%

กันแดด spf 30 pa พอไหม เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยเมื่อต้องเลือกผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวในชีวิตประจำวันเพื่อความมั่นใจ การทำความเข้าใจประสิทธิภาพการกรองรังสีที่แท้จริงช่วยให้ตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้อย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับค่าตัวเลขที่สูงเกินความจำเป็น

เข้าใจพื้นฐาน: กันแดด SPF 30 PA พอไหม สำหรับชีวิตประจำวัน?

กันแดด SPF 30 (กรอง UVB ได้ประมาณ 97%) ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันในร่มหรือทำงานในออฟฟิศที่ไม่ได้เจอแดดจัด ส่วนค่า PA ควรมีอย่างน้อย PA+++ ขึ้นไปเพื่อกันริ้วรอย

แต่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงหนึ่งอย่างที่คน 90% มักทำพลาดเมื่อใช้ระดับนี้ - ซึ่งผมจะเปิดเผยความลับนี้ในหัวข้อวิธีการทาด้านล่างครับ

ความต่างระหว่างตัวเลข 30 กับ 50

หลายคน - รวมถึงตัวผมเองเมื่อก่อน - มักคิดว่าตัวเลขยิ่งสูงยิ่งดี บอกตามตรง ตอนแรกผมซื้อแต่ SPF 50+ เพราะกลัวดำและคิดว่ามันต้องกันแดดได้ดีกว่าแบบก้าวกระโดด แต่ในความเป็นจริง กันแดด SPF 30 กรองรังสี UVB ได้ 97% ในขณะที่ SPF 50 กรองได้ [1] 98%

ใช่ครับ ห่างกันแค่ 1%

การตั้งคำถามว่า กันแดดหน้า spf 30 พอไหม จึงขึ้นอยู่กับพฤติกรรม สำหรับคนทำงานในตึก เดินทางด้วยรถไฟฟ้า และไม่ได้ออกแดดจัด กันแดด SPF 30 มักจะมีเนื้อสัมผัสที่บางเบากว่า สบายผิว และอุดตันน้อยกว่ามาก ผมลองเปลี่ยนมาใช้ระดับนี้ สิวอุดตันหายไปเกือบหมดเพราะล้างออกง่ายกว่า

รังสี UVA และความสำคัญของค่า PA

เรามักจะหมกมุ่นกับตัวเลข SPF จนลืมดูเครื่องหมายบวกด้านหลัง SPF ปกป้องผิวจากอาการไหม้แดดและรังสี UVB แต่ค่า PA (Protection Grade of UVA) ปกป้องผิวจากความแก่ รังสี UVA สามารถทะลุกระจกเข้ามาทำร้ายคอลลาเจนใต้ผิวหนังได้แม้ในวันที่มีเมฆมาก

ค่า pa เท่าไหร่ถึงจะดี? ถ้าค่า PA ไม่ถึง การปกป้องก็จะไม่สมบูรณ์ สำหรับแดดเมืองไทย ควรเลือกที่มีเครื่องหมายบวกอย่างน้อย PA+++ เพื่อให้ครอบคลุมการป้องกันความหมองคล้ำและริ้วรอยลึก หากคุณนั่งทำงานริมหน้าต่าง รังสี UVA คือศัตรูตัวฉกาจที่คุณมองไม่เห็น

เมื่อไหร่ที่ SPF 30 เริ่มเอาไม่อยู่

แน่นอนว่ามีบางสถานการณ์ที่ผมต้องยอมกลับไปใช้เบอร์ที่สูงขึ้น หากคุณตั้งคำถามว่า กันแดด spf 30 ป้องกันได้แค่ไหน คำตอบคือมันมีขีดจำกัด

ถ้าคุณต้องออกกลางแจ้ง เล่นกีฬากลางแดด หรือไปเที่ยวทะเล - หรือแม้กระทั่งมีปัญหาเรื่องฝ้าและกระฝังลึก - การป้องกันเสริม 1% นั้นเริ่มมีผลอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กันแดดที่มีค่า SPF สูงมักจะถูกออกแบบมาให้กันน้ำ (Water-resistant) ได้ดีกว่า ซึ่งจำเป็นมากเมื่อคุณเหงื่อออก

และนี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิดอย่างมหันต์

ข้อผิดพลาดที่คน 90% มองข้าม (จุดเปลี่ยนสำคัญ)

นี่คือข้อผิดพลาดที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้นครับ ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีเลือก spf กันแดด ที่ดีแค่ไหน ถ้าคุณทาผิดวิธี ทุกอย่างจบ

ทาครีมกันแดด spf 30 เพียงพอไหม? จะเพียงพอแน่นอนถ้าคุณทาในปริมาณ 2 มิลลิกรัมต่อผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตร หรือจำง่ายๆ คือบีบกันแดดให้ยาวเท่ากับ 2 ข้อนิ้วมือสำหรับทาทั่วใบหน้าและลำคอ

การทาบางๆ เหมือนทาครีมบำรุงผิว - ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำ - จะทำให้ประสิทธิภาพของ SPF 30 ลดลงอย่างม[2] าก

น่าตกใจใช่ไหมครับ

ดังนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข 30 แต่มันอยู่ที่เรางกครีมกันแดดมากเกินไป หากต้องเผชิญแดดจัดหรือเสียเหงื่อ การทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงคือหัวใจสำคัญของการปกป้องผิวที่แท้จริง

เปรียบเทียบระดับการปกป้อง: แบบไหนเหมาะกับคุณ

การเลือกกันแดดไม่ใช่แค่การหาตัวเลขที่สูงที่สุด แต่คือการหาสมดุลระหว่างการปกป้องและความสบายผิว

กันแดด SPF 30 PA+++ (แนะนำสำหรับใช้ทุกวัน)

- ประมาณ 97% เพียงพอมากสำหรับไม่ให้หน้าไหม้

- ดีเยี่ยม ช่วยชะลอริ้วรอยจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์และริมหน้าต่าง

- พนักงานออฟฟิศ นักเรียน และผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เป็นสิวง่าย

- บางเบา ซึมไว ไม่เหนอะหนะ โอกาสอุดตันรูขุมขนนกต่ำกว่ามาก

กันแดด SPF 50+ PA++++

- ประมาณ 98% ให้การปกป้องสูงสุดในสภาวะรุนแรง

- สูงสุด ป้องกันความหมองคล้ำจากแดดจัด

- นักกีฬา คนทำงานกลางแจ้ง หรือผู้ที่มีปัญหาฝ้าหนา

- อาจมีความหนา หนักหน้า หรือมันวาวมากกว่า ต้องทำความสะอาดให้ดีเพื่อลดสิว

สำหรับวันทำงานทั่วไป การเลือกระดับ 30 จะทำให้คุณมีแนวโน้มทาในปริมาณที่ถูกต้อง (2 ข้อนิ้ว) ได้ง่ายกว่าเพราะเนื้อครีมเบาสบาย ในขณะที่การใช้ตัวเลข 50+ ทุกวันอาจทำให้หลายคนทาได้น้อยลงเพราะกลัวหน้ามัน

เส้นทางรักษาสิวอุดตันของมิว

มิว พนักงานออฟฟิศวัย 28 ปีในกรุงเทพฯ มีปัญหาสิวอุดตันเรื้อรัง เธอใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดระดับ 50+ แบบกันน้ำทุกวันเพราะกลัวหน้าหมองคล้ำเวลาเดินไปกินข้าวเที่ยง

ตอนแรก เธอพยายามเปลี่ยนโฟมล้างหน้าและใช้ยารักษาสิว แต่หน้าก็ยิ่งแห้งและลอก สิวก็ยังขึ้นเหมือนเดิม การทายากันสิวทำให้ผิวไวต่อแดด เธอจึงยิ่งโบกเนื้อครีมหนาขึ้น ทำให้ล้างออกยากและอุดตันหนักกว่าเดิม

วันหนึ่งเธอได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญให้ลองลดมาใช้ระดับ 30 ที่มีเนื้อโลชั่นบางเบาแทน เนื่องจากเธอทำงานในตึกเป็นหลักและไม่ได้โดนแดดจัดเป็นเวลานาน

ภายใน 4 สัปดาห์ สิวอุดตันลดลงอย่างเห็นได้ชัด และผิวหน้าก็ไม่ได้คล้ำลง เธอบอกว่าการเลิกยึดติดกับตัวเลขสูงๆ คือการปลดล็อกปัญหาผิวที่กวนใจมานานเป็นปี

หัวข้อเดียวกัน

กันแดดหน้า spf 30 พอไหม ถ้าต้องนั่งริมหน้าต่างทั้งวัน?

พอครับ แต่ต้องมั่นใจว่ามีค่า PA+++ ขึ้นไป เพราะกระจกกรอง UVB ได้ แต่รังสี UVA ซึ่งเป็นตัวการทำหน้าแก่สามารถทะลุเข้ามาได้ การทาซ้ำช่วงบ่ายจะช่วยให้มั่นใจยิ่งขึ้น

ทาครีมกันแดด spf 30 เพียงพอไหม สำหรับคนเป็นสิว?

ค่อนข้างเหมาะสมมากครับ ระดับ 30 มักมีสารกันแดดที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองน้อยกว่า เนื้อเบากว่า โอกาสอุดตันรูขุมขนจึงต่ำกว่าระดับที่สูงกว่า

ค่า pa เท่าไหร่ถึงจะดี สำหรับแดดประเทศไทย?

แนะนำที่ระดับ PA+++ เป็นอย่างน้อยสำหรับวันทำงานปกติ และ PA++++ สำหรับวันที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งนานๆ เพื่อป้องกันฝ้าและริ้วรอย

สรุปกลยุทธ์

SPF 30 กรองรังสีได้ 97%

ในขณะที่เบอร์ 50 กรองได้ 98% ความต่างเพียง 1% นี้หมายความว่าเบอร์ 30 เพียงพอมากสำหรับชีวิตประจำวัน

หากคุณสงสัยเพิ่มเติมว่า SPF 30 กับ 50 ต่างกันยังไง สามารถคลิกเข้ามาดูกันได้เลยครับ
ปริมาณสำคัญกว่าตัวเลขบนขวด

ต้องทาให้ได้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วมือ หากทาบางๆ ประสิทธิภาพจะลดลงฮวบฮาบจนปกป้องผิวไม่ได้จริง

ค่า PA ห้ามละเลย

เลือก PA+++ ขึ้นไปเสมอ เพื่อป้องกันรังสี UVA ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยและทะลุกระจกได้

แหล่งอ้างอิง

  • [1] Aad - กันแดด SPF 30 กรองรังสี UVB ได้ 97% ในขณะที่ SPF 50 กรองได้ 98%
  • [2] Aad - การทาบางๆ เหมือนทาครีมบำรุงผิว - ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำ - จะทำให้ประสิทธิภาพของ SPF 30 ลดลงอย่างมาก