เครื่อง สํา อา ง มีอายุ กี่ปี นับจากวันผลิต

0 ครั้งเข้าชม
เครื่องสำอางมีอายุกี่ปีนับจากวันผลิต แบบยังไม่เปิดใช้งานมีอายุเก็บรักษา 3 ถึง 5 ปี ทันทีที่เปิดฝาใช้งานอายุเหลือเพียง 6 ถึง 24 เดือนตามสัญลักษณ์ PAO บนบรรจุภัณฑ์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เครื่องสำอางมีอายุกี่ปีนับจากวันผลิต: เช็คอายุ 3-5 ปี และ PAO

การตรวจสอบ เครื่องสำอางมีอายุกี่ปีนับจากวันผลิต ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอาการแพ้ระคายเคืองผิวหนัง ผลิตภัณฑ์ที่เสื่อมสภาพส่งผลเสียต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานโดยตรง ความเข้าใจเรื่องระยะเวลาเก็บรักษาช่วยลดการสูญเสียเงินจากการใช้สินค้าที่หมดประสิทธิภาพ ผู้บริโภคจำเป็นต้องสังเกตรูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษาสุขภาพผิวอย่างสม่ำเสมอ

เครื่องสำอางมีอายุกี่ปีนับจากวันผลิต: คำตอบที่สายบิวตี้ต้องรู้เพื่อผิวที่ปลอดภัย

โดยทั่วไปแล้วเครื่องสำอางมีอายุกี่ปีนับจากวันผลิตนั้นมักมีอายุการเก็บรักษาประมาณ 3 ถึง 5 ปี (MFG)[1] ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์และสารกันเสียที่ใช้ในสูตรนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่คุณเปิดฝาใช้งานครั้งแรก อายุการใช้งานจะสั้นลงทันทีเนื่องจากการสัมผัสกับอากาศและความชื้น โดยปกติจะเหลือเพียง 6 ถึง 24 เดือนตามสัญลักษณ์ PAO ที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์

ในความเป็นจริง ตัวเลข 3 ถึง 5 ปีนั้นเป็นเพียงการคาดการณ์ภายใต้สภาวะการเก็บรักษาที่เหมาะสมที่สุดเท่านั้น ข้อมูลจากการทดสอบความเสถียรของผลิตภัณฑ์บ่งชี้ว่า ส่วนใหญ่ของเครื่องสำอางจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบทางเคมีหลังจากผ่านไป 3 ปี แม้จะยังไม่เปิดใช้ก็ตาม[2] ผมเคยคิดว่าถ้ายังไม่เปิดซิลล์ไว้อย่างดีก็น่าจะเก็บได้ตลอดไป แต่ความจริงคือสารกันเสียในผลิตภัณฑ์ก็มีวันเสื่อมสภาพตามธรรมชาติเช่นกัน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมานานเกินไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดผื่นแพ้สัมผัสหรือการอักเสบของผิวหนังได้โดยไม่รู้ตัว

ไขปริศนาตัวย่อ MFG, EXP และสัญลักษณ์ PAO บนบรรจุภัณฑ์

การอ่านฉลากและวิธีดูวันหมดอายุเครื่องสำอางให้เป็นคือทักษะพื้นฐานที่ช่วยให้คุณไม่ต้องเสี่ยงใช้ของหมดอายุ ตัวย่อหลักที่คุณจะพบได้บ่อยมี 3 ตัวคือ MFG (Manufacturing Date) หมายถึงวันผลิต, EXP หรือ EXD (Expiry Date) หมายถึงวันหมดอายุ และสัญลักษณ์ PAO (Period After Opening) ที่เป็นรูปกระปุกเปิดฝาพร้อมตัวเลขและตัวอักษร M

คุณควรให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์ PAO คืออะไรและส่งผลอย่างไรมากที่สุด เพราะเป็นตัวกำหนดอายุที่แท้จริงหลังจากเริ่มใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากระบุว่า 12M หมายถึงควรใช้ให้หมดภายใน 12 เดือนหลังจากเปิดครั้งแรก แม้ว่าวันหมดอายุ (EXP) จะระบุว่าเหลืออีก 2 ปีก็ตาม ข้อมูลทางสถิติพบว่าผู้ใช้งานจำนวนมากสับสนระหว่างวันหมดอายุกับอายุหลังเปิดใช้[3] ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียในเครื่องสำอางโดยเฉพาะประเภทเนื้อครีมและของเหลว

พูดตรงๆ นะครับ ผมเองก็เคยละเลยเรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งที่ใช้รองพื้นขวดเดิมที่เปิดทิ้งไว้เกือบสองปี ผลคือหน้าเห่อแดงภายในไม่กี่ชั่วโมง นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมต้องกลับมานั่งเช็ค PAO ของเครื่องสำอางทุกชิ้นในกรุเสียใหม่

แยกประเภทเครื่องสำอาง: ชิ้นไหนอยู่ได้นาน ชิ้นไหนต้องรีบทิ้ง

ความสงสัยที่ว่าเครื่องสำอางอยู่ได้กี่ปีนั้นขึ้นอยู่กับว่าแต่ละประเภทมีความคงตัวที่ไม่เท่ากัน โดยกลุ่มที่มีส่วนประกอบของน้ำ (Water-based) จะเสื่อมสภาพเร็วกว่ากลุ่มเนื้อฝุ่น (Powder-based) อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากน้ำเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของจุลินทรีย์

ผลิตภัณฑ์กลุ่มเนื้อฝุ่น (อายุการเก็บรักษานานที่สุด)

แป้งฝุ่น, บลัชออนแบบฝุ่น และอายแชโดว์แบบฝุ่น มักมีอายุการใช้งานหลังผลิตประมาณ 3 ถึง 5 ปี และหลังเปิดใช้อยู่ได้นานถึง 24 เดือน เนื่องจากไม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบทำให้เชื้อแบคทีเรียเติบโตได้ยากกว่า แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจไปครับ หากคุณใช้แปรงที่ไม่สะอาดสัมผัสบ่อยๆ คราบไขมันจากผิวหน้าจะไปเกาะบนเนื้อแป้งจนเกิดเป็นชั้นแข็งๆ (Hard pan) ซึ่งเป็นสัญญาณการเสื่อมสภาพอย่างหนึ่ง

ผลิตภัณฑ์กลุ่มเนื้อครีมและของเหลว (ต้องระวังเป็นพิเศษ)

ส่วนอายุเครื่องสำอางหลังเปิดใช้ของรองพื้น, คอนซีลเลอร์ และลิปสติกเนื้อครีม มักมีอายุหลังผลิต 2 ถึง 3 ปี แต่หลังเปิดใช้จะเหลือเพียง 6 ถึง 12 เดือนเท่านั้น ข้อมูลจากการวิเคราะห์จุลชีววิทยาในเครื่องสำอางระบุว่า ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำเมื่อเปิดใช้ไปแล้ว 6 เดือน จะมีโอกาสปนเปื้อนแบคทีเรียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับตอนเปิดใช้ใหม่ๆ[4] โดยเฉพาะมาสคาร่าซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงที่สุด ควรเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือนเพื่อความปลอดภัยของดวงตา

อันตรายจากการใช้เครื่องสำอางหมดอายุที่คุณอาจนึกไม่ถึง

หากคุณกังวลว่าเครื่องสำอางหมดอายุตอนไหน หลายคนอาจคิดว่าก็แค่สีเพี้ยนหรือทาไม่ติด แต่ความจริงมันร้ายแรงกว่านั้น เมื่อสารกันเสียหมดประสิทธิภาพ เครื่องสำอางจะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อชั้นดี รายงานทางผิวหนังระบุว่าเชื้อ Staphylococcus aureus และ Pseudomonas aeruginosa มักถูกตรวจพบในเครื่องสำอางที่เก็บไว้นานเกินกำหนด

การใช้มาสคาร่าหรืออายไลเนอร์ที่หมดอายุอาจทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบ หรือในกรณีร้ายแรงอาจส่งผลต่อการมองเห็นได้ ขณะที่ลิปสติกหมดอายุอาจทำให้ริมฝีปากอักเสบ บวมแดง หรือติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น สิ่งที่น่ากลัวคือบางครั้งเรามองไม่เห็นเชื้อโรคเหล่านี้ด้วยตาเปล่า จนกว่าอาการจะปรากฏบนผิวหนังของเราเอง

เชื่อไหมครับว่าผลการสำรวจพบว่าผู้หญิงจำนวนมากยอมรับว่าเคยใช้เครื่องสำอางที่รู้ตัวว่าหมดอายุแล้ว[5] เพียงเพราะเสียดายราคาที่จ่ายไป หรือเพราะเป็นชิ้นที่ชอบมากที่สุด แต่เชื่อผมเถอะครับ ค่ารักษาผิวหน้าและดวงตานั้นแพงกว่าค่าเครื่องสำอางใหม่หลายเท่าตัวแน่นอน

เทคนิคการเก็บรักษาเพื่อยืดอายุเครื่องสำอางให้ยาวนานที่สุด

แม้เราจะเปลี่ยนวันผลิตไม่ได้ แต่เราสามารถชะลอการเสื่อมสภาพได้ด้วยการเก็บรักษาที่ถูกต้อง ปัจจัยหลักที่ทำร้ายเครื่องสำอางคือ แสงแดด, ความร้อน และความชื้น

คุณควรเก็บเครื่องสำอางไว้ในที่แห้ง เย็น และมืด เช่น ลิ้นชักในห้องนอน หลีกเลี่ยงการเก็บในห้องน้ำเพราะความชื้นจะเร่งการเติบโตของเชื้อราได้เร็วขึ้นถึง 2 ท่า การใช้ไม้พายตักผลิตภัณฑ์แทนการใช้นิ้วสัมผัสโดยตรงยังช่วยลดการปนเปื้อนของแบคทีเรียได้มากกว่า 50% อีกด้วย

รออีกนิดนะครับ มีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายคนมองข้ามเพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องสำอางมีอายุกี่ปีนับจากวันผลิตได้ตามเกณฑ์ นั่นคือการปิดฝาให้สนิททันทีหลังใช้งาน การเปิดฝาทิ้งไว้เพียง 10 นาทีต่อวัน สามารถเพิ่มโอกาสที่สารอนุมูลอิสระจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้กลิ่นและสีเปลี่ยนไปเร็วกว่าที่ควรจะเป็น

เปรียบเทียบอายุการใช้งาน: เนื้อฝุ่น vs เนื้อครีม

เพื่อให้คุณวางแผนการใช้งานได้ง่ายขึ้น นี่คือข้อแตกต่างหลักระหว่างผลิตภัณฑ์สองประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

กลุ่มเนื้อฝุ่น (Powder-based)

เนื้อแป้งจับตัวเป็นก้อนแข็ง สีจางลง หรือมีกลิ่นอับ

ต่ำ เนื่องจากขาดความชื้นที่เป็นอาหารของแบคทีเรีย

18 ถึง 24 เดือน

ควรระวังเรื่องความชื้นเป็นหลัก

กลุ่มเนื้อครีมหรือน้ำ (Cream/Liquid)

เนื้อแยกชั้น กลิ่นเหม็นหืน สีเปลี่ยนไปจากเดิม

สูงมาก มีโอกาสปนเปื้อนแบคทีเรียได้ง่ายและรวดเร็ว

6 ถึง 12 เดือน (มาสคาร่าเพียง 3 เดือน)

ต้องระวังทั้งความร้อน แสงแดด และการสัมผัสโดยตรง

ผลิตภัณฑ์เนื้อฝุ่นถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในแง่ของอายุการใช้งาน แต่สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อครีมหรือน้ำ คุณจำเป็นต้องมีวินัยในการเช็ควันหมดอายุที่เข้มงวดกว่าเพื่อความปลอดภัยของผิว

บทเรียนจากความเสียดายของแนน: เมื่ออายแชโดว์เก่าทำพิษ

แนน พนักงานออฟฟิศสาววัย 28 ปีในกรุงเทพฯ มีความสุขกับการสะสมพาเลตต์อายแชโดว์รุ่นลิมิเต็ด เธอมีชิ้นหนึ่งที่รักมากและใช้เฉพาะโอกาสสำคัญเท่านั้น แม้จะเปิดใช้มานานกว่า 3 ปีแล้วก็ตาม

เธอเริ่มสังเกตว่าเนื้ออายแชโดว์เริ่มแข็งและจางลง แต่ด้วยความเสียดายเงินที่จ่ายไปหลักพัน แนนจึงพยายามขูดหน้าแป้งออกแล้วใช้งานต่อ ผลคือหลังแต่งหน้าไปงานแต่งงานเพียงไม่กี่ชั่วโมง เปลือกตาของเธอเริ่มคันและบวมแดง

หลังจากพบแพทย์ แนนจึงตระหนักว่าอายแชโดว์เก่ามีการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและสารเคมีบางตัวเกิดการออกซิไดซ์จนทำให้ผิวระคายเคือง เธอจึงตัดสินใจเคลียร์กรุเครื่องสำอางครั้งใหญ่

ปัจจุบัน แนนใช้วิธีจดวันที่เปิดใช้งานไว้ใต้ตลับ และตัดใจทิ้งทันทีเมื่อครบ 2 ปี ส่งผลให้ผิวรอบดวงตาของเธอแข็งแรงขึ้นและไม่มีอาการอักเสบซ้ำอีกเลยในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าของในมือยังปลอดภัยไหม ลองไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วันหมดอายุเครื่องสำอางดูยังไง เพื่อเช็คกรุเครื่องสำอางที่บ้านได้เลยครับ

เอกสารอ้างอิง

ถ้าเครื่องสำอางยังไม่หมดอายุแต่กลิ่นเปลี่ยนไป ควรใช้ต่อไหม?

ไม่ควรใช้ต่อเด็ดขาดครับ หากกลิ่น สี หรือเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าสารประกอบภายในเกิดการเสื่อมสภาพหรือมีการปนเปื้อนของแบคทีเรียไปแล้ว แม้จะยังไม่ถึงวันหมดอายุตามที่ระบุไว้ก็ตาม

เราสามารถนำเครื่องสำอางแช่ตู้เย็นเพื่อยืดอายุได้จริงหรือไม่?

ได้เฉพาะบางประเภทครับ เช่น สกินแคร์หรือน้ำหอมบางชนิด แต่สำหรับเครื่องสำอางเนื้อครีมหรือรองพื้น การเปลี่ยนอุณหภูมิไปมาอาจทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์แยกชั้นและเสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิม ควรเก็บในอุณหภูมิห้องที่คงที่จะดีที่สุด

หาตัวเลข MFG หรือ EXP บนบรรจุภัณฑ์ไม่เจอ ต้องทำอย่างไร?

ลองเช็ค Batch Code ซึ่งเป็นรหัสตัวเลขผสมตัวอักษรที่พิมพ์นูนหรือสกรีนไว้ใต้ขวดหรือรอยซีลหลอด จากนั้นนำรหัสไปตรวจสอบในเว็บไซต์เช็คเครื่องสำอางสากล เพื่อดูวันผลิตที่แท้จริงจากโรงงานได้ครับ

รายละเอียดที่โดดเด่น

ยึดหลัก 3 ปีสำหรับของใหม่ 1 ปีสำหรับของเปิดแล้ว

เป็นตัวเลขที่จำง่ายและปลอดภัยที่สุดสำหรับเครื่องสำอางส่วนใหญ่ ยกเว้นมาสคาร่าที่ต้องเปลี่ยนทุก 3 เดือน

สัญลักษณ์ PAO สำคัญกว่าวันหมดอายุข้างกล่อง

เมื่อเปิดใช้แล้ว อากาศและความชื้นจะเป็นตัวกำหนดอายุการใช้งานที่แท้จริง ไม่ใช่วันหมดอายุที่พิมพ์ไว้ตอนผลิต

สังเกตความผิดปกติด้วยประสาทสัมผัส

หากสีเพี้ยน กลิ่นเหม็นหืน หรือเนื้อแยกชั้น ให้ทิ้งทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันหมดอายุ เพื่อป้องกันผิวพัง

ข้อมูลสำหรับอ้างอิง

  • [1] Sephorath - โดยทั่วไปแล้วเครื่องสำอางที่ยังไม่เปิดใช้งานจะมีอายุการเก็บรักษาประมาณ 3 ถึง 5 ปีนับจากวันผลิต (MFG)
  • [2] Dermageneration - ข้อมูลจากการทดสอบความเสถียรของผลิตภัณฑ์บ่งชี้ว่า ส่วนใหญ่ของเครื่องสำอางจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบทางเคมีหลังจากผ่านไป 3 ปี แม้จะยังไม่เปิดใช้ก็ตาม
  • [3] Becommon - ข้อมูลทางสถิติพบว่าผู้ใช้งานจำนวนมากสับสนระหว่างวันหมดอายุกับอายุหลังเปิดใช้
  • [4] Tnpoem - ผลิตภัณฑ์ประเภทน้ำเมื่อเปิดใช้ไปแล้ว 6 เดือน จะมีโอกาสปนเปื้อนแบคทีเรียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับตอนเปิดใช้ใหม่ๆ
  • [5] Bbc - ผลการสำรวจพบว่าผู้หญิงจำนวนมากยอมรับว่าเคยใช้เครื่องสำอางที่รู้ตัวว่าหมดอายุแล้ว