จุดไหนห้ามกดสิว

71 ครั้งเข้าชม
จุดห้ามกดสิวเพื่อเลี่ยงอันตราย: รอบจมูก: บริเวณนี้มีเส้นเลือดเชื่อมตรงสู่สมอง การบีบสิวอาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือดและสมองได้ รอบดวงตา: ผิวบอบบางและใกล้ดวงตา การบีบสิวอาจทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบได้ง่าย หน้าผาก: เช่นเดียวกับรอบจมูก มีความเสี่ยงที่เชื้อโรคจะเข้าสู่สมองได้ ควรรักษาสิวด้วยวิธีที่อ่อนโยนและปรึกษาแพทย์ผิวหนังหากมีอาการรุนแรง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

จุดไหนบนใบหน้าห้ามกดสิว?

เอ่อ...เอาจริง ๆ นะ เรื่องสิวเนี่ย ฉันก็เคยพลาดมาเยอะ! คือเมื่อก่อนตอนวัยรุ่นอ่ะ บีบมันทุกเม็ด! ไม่สนอะไรทั้งนั้นอ่ะ คิดแค่ว่าต้องเอาออกให้ได้ เดี๋ยวไม่สวย (ขำ)

แต่เดี๋ยว! เรื่องจุดห้ามกดบนหน้าเนี่ย สำคัญจริง ๆ นะ ฉันเคยอ่านเจอมาเหมือนกันว่า...แถว ๆ จมูกกับรอบดวงตานี่ ห้ามยุ่งเด็ดขาด!

จำได้เลยตอนนั้นประมาณ ม.4 ได้มั้ง สิวเสี้ยนขึ้นเต็มจมูก แล้วแบบทนไม่ไหว บีบซะ...อื้อหือ อักเสบไปหลายวันเลย เข็ด! ตั้งแต่นั้นมาคือต้องยั้งมือตัวเองให้ได้

แล้วก็หน้าผากนี่ก็อีกที่นึงนะ คือมันจะเชื่อมกับเส้นเลือดสำคัญอะไรสักอย่างนี่แหละ ถ้าบีบไม่ดีอาจจะ... (คิดภาพตามแล้วขนลุก)

แต่สรุปคือ...ถ้าไม่จำเป็น อย่าไปยุ่งกับมันเลยดีกว่า สิวอ่ะ! ไปหาหมอผิวหนังดีกว่าเยอะ จบ!

สิวบริเวณไหนไม่ควรกด?

โอ๊ยยยย เรื่องสิวเนี่ย ประสบการณ์ตรงเลยค่ะ จำได้ปีนี้เอง ช่วงสงกรานต์ ร้อนสุดๆ หน้าก็เลยพัง ขึ้นเต็มแก้มเลย แบบสิวอักเสบหัวแดงๆ บวมๆ เจ็บๆ คือแบบ อยากกดมาก แต่เพื่อนเตือนไว้ทัน เพื่อนบอกว่า อย่าเด็ดขาด โดยเฉพาะสิวแบบนี้ นี่แหละ อันตรายสุดๆ มันอักเสบอยู่แล้ว ยิ่งกดเข้าไปยิ่งแย่ อาจเป็นรอยแผลเป็น เป็นหลุมเลยก็ได้นะ นึกถึงแล้วก็เสียว

จริงๆ ก็มีสิวหัวขาวเล็กๆ ขึ้นบ้าง แต่ก็พยายามไม่ยุ่ง เพราะเคยกดแล้ว เป็นรอย เป็นหลุมเลย ไม่คุ้มเลยจริงๆ

อีกแบบนึง คือสิวไม่มีหัว มันจะบวมๆ นูนๆ แต่ไม่แดง ไม่เจ็บ อันนี้ก็ไม่ควรไปกด เพราะหัวสิวมันอยู่ลึก ไม่สามารถบีบออกได้ ยิ่งกด ยิ่งอักเสบ เปลืองยา เปลืองเงิน เปลืองเวลา คือแบบ หงุดหงิดมาก เวลามันขึ้น

สรุปแล้ว ที่ไม่ควรจะกดคือ:

  • สิวอักเสบหัวแดง: นี่อันตรายสุดๆ อักเสบอยู่แล้ว ยิ่งกด ยิ่งแย่
  • สิวหัวขาวที่เล็กมากๆ: เสี่ยงเป็นรอย เป็นหลุม
  • สิวไม่มีหัว: หัวสิวอยู่ลึก กดไม่ได้ ยิ่งกดยิ่งอักเสบ

คือแบบ ตอนนี้ได้บทเรียนแล้ว พยายามดูแลผิวหน้าดีๆ ล้างหน้าให้สะอาด ทาครีมกันแดด ใช้ยาแต้มสิว ไม่กดสิวอีกแล้วค่ะ เชื่อเถอะ มันไม่คุ้มเลยจริงๆ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แล้วยังได้รอยแผลเป็นมาอีก นี่แหละ ประสบการณ์ตรง จำไปจนตายเลยค่ะ

สิวแบบไหนห้ามบีบ?

อย่าเสือกบีบสิวหัวช้าง กับสิวซีสต์ ถ้าไม่อยากหน้าพัง ปรึกษาหมอไปรักษาซะ อย่าหาทำเอง

  • สิวหัวช้าง (Nodules): อักเสบลึก บีบไปก็เจ็บตัวเปล่า แถมทิ้งรอยแผลเป็น
  • สิวซีสต์ (Cysts): หนองข้างในเพียบ บีบเองเชื้อกระจาย หน้าเละเทะกว่าเดิม
  • ผลเสียของการบีบสิวผิดวิธี: ติดเชื้อ, แผลเป็นถาวร, ผิวหนังอักเสบหนักกว่าเดิม, เสียเงินรักษามากกว่าเดิมอีก
  • วิธีรักษาที่ถูกต้อง: เลเซอร์, ฉีดสิว, กินยา, ทายา (ปรึกษาหมอเอาเอง กูไม่ใช่หมอ)

เพิ่มเติม: เคยมีคนรู้จักบีบสิวหัวช้างเอง สุดท้ายต้องไปหาหมอ เสียเงินหลายพัน แถมหน้าเป็นแผลเป็นอีกนาน กูเตือนแล้วนะ

สิวแบบไหนที่ควรบีบ?

สิวที่ "บีบได้" อย่างระมัดระวัง คือ สิวหัวเปิด (สิวหัวดำ) และ สิวหัวปิด (สิวหัวขาว) ที่ไม่มีอาการอักเสบร่วมด้วยนะ แต่เอาจริงๆ หมอผิวหนังส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้บีบเอง เพราะเสี่ยงต่อการอักเสบและการเกิดรอยแผลเป็นมากกว่าที่เราคิดเยอะเลย

  • สิวหัวดำ: เกิดจากการสะสมของไขมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วในรูขุมขน เมื่อสัมผัสกับอากาศจึงเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ทำให้มีสีดำ
  • สิวหัวขาว: มีลักษณะคล้ายสิวหัวดำ แต่ไม่ออกซิไดซ์เพราะถูกปิดไว้ใต้ผิวหนัง

ข้อควรจำ: การบีบสิวอย่างไม่ถูกวิธี เช่น ใช้เล็บที่ไม่สะอาด บีบแรงเกินไป หรือบีบสิวอักเสบ จะทำให้เกิดการติดเชื้อ แผลเป็น และรอยดำได้ง่ายมาก อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้ขู่!

แถม: เคยอ่านเจอว่าบางคนใช้แผ่นแปะสิวดูดออกมาก่อนค่อยๆ กดเบาๆ ก็ช่วยได้นะ แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดีกว่า ชัวร์กว่าเยอะ

สิวแบบไหนที่ควรไปกด?

สิวแบบไหนถึงควรไปกด? เอาแบบตรงๆ นะ สิวอุดตัน! สิวหัวดำหัวขาวนั่นแหละ ที่มันอุตส่าห์โผล่มาให้เห็น เหมือนมันชูนิ้วกลางบอกเราว่า "มาเลย จัดการฉันซะ!" แต่ก็ต้องระวังนะ มือเราไม่ใช่หมอผิวหนัง ถ้ากดไม่เป็น อาจได้แผลเป็นเป็นของแถม เหมือนได้รางวัลแย่ๆ

ส่วนเรื่องห้ามกด นี่ต้องเน้นหนัก! สิวอักเสบ สิวหัวหนอง สิวหัวช้าง (ตัวอะไรวะ ใหญ่ขนาดนั้น!) และสิวซีสต์ อย่าได้คิดแตะต้อง! มันคือระเบิดเวลา กดลงไป เตรียมตัวรับการระเบิดของแบคทีเรีย การอักเสบ และรอยแผลเป็น ที่อาจจะอยู่กับคุณไปจนแก่เฒ่า เหมือนได้สักลายแบบไม่ตั้งใจ แต่ลายนั้นคือรอยแผลเป็นนะ ไม่ใช่ลายสักสวยๆ

  • ควรไปกด: สิวอุดตัน (สิวหัวดำ/หัวขาว) แต่ควรไปให้ผู้เชี่ยวชาญกด ไม่ใช่กดเอง
  • ห้ามเด็ดขาด: สิวอักเสบ, สิวหัวหนอง, สิวหัวช้าง, สิวซีสต์ ปล่อยให้มันยุบเอง หรือไปหาหมอ

ปีนี้ (2566) เห็นคนนิยมใช้พวกเครื่องมือสกัดสิวแบบมืออาชีพกันเยอะนะ แต่ยังไงก็ต้องศึกษาให้ดี และถ้าไม่มั่นใจ ไปหาหมอเถอะ อย่าเสี่ยง! รอยแผลเป็นมันแก้ยากกว่าสิวเยอะ คิดให้ดีๆ แล้วคุณจะรู้ว่า การปรึกษาแพทย์ผิวหนัง มันคุ้มค่ากว่าเยอะ กว่าจะหายจากแผลเป็น ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่าเยอะเลยนะ เชื่อผมเถอะ!

สิวไตเป็นแบบไหน?

สิวไต หรือ สิวอุดตันชนิดไม่มีหัว เป็นสิวชนิดหนึ่งที่เกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวหนังและไขมันในรูขุมขน ลักษณะเด่นคือเป็นตุ่มนูนเล็กๆ สีขาวหรือสีเนื้อ มักไม่เจ็บหรืออักเสบ ต่างจากสิวหัวดำหรือสิวหัวขาวที่มีรูเปิดให้เห็นชัดเจน

  • ตำแหน่งที่พบได้บ่อย: บริเวณหน้าผาก คาง และแก้ม

  • สาเหตุหลัก: การอุดตันของรูขุมขน อาจเกิดจาก:

    • การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม: เช่น ครีมกันแดด เมคอัพ หรือมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมที่อุดตันรูขุมขน
    • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: มักพบในวัยรุ่นและผู้หญิงช่วงมีประจำเดือน
    • ความเครียด: ส่งผลให้ร่างกายหลั่งน้ำมันมากขึ้น
    • มลภาวะ: ฝุ่นละอองและสารเคมีจากสิ่งแวดล้อม

ลองนึกดูนะครับ มันเหมือนกับท่อน้ำที่อุดตัน ไม่ใช่ว่าน้ำจะไหลออกมาเป็นสายๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีน้ำ แค่ไม่ไหลออกมาให้เห็นชัดเจนเท่านั้นเอง สิวไตก็คล้ายกัน ไขมันและเซลล์ผิวหนังอุดตันอยู่ข้างใน ทำให้เกิดเป็นตุ่มนูนขึ้นมา

  • การรักษา: ขึ้นอยู่กับความรุนแรง อาจเริ่มจากการดูแลผิวอย่างถูกวิธี เช่น ล้างหน้าให้สะอาด ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ ถ้ารุนแรงอาจต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อรับการรักษาด้วยยาหรือวิธีการอื่นๆ เช่น การใช้เลเซอร์

(ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหากมีปัญหาผิวหนัง)

ทำยังไงให้สิวไตหาย?

สิวไต...เจ้าก้อนแข็งใต้ผิวหนังที่แสนจะทรมานใจ ทำยังไงให้มันหายไปแบบไม่ทิ้งร่องรอย? มาดูกันแบบไม่ต้องโลกสวย:

  • ประคบเย็น: ลดอักเสบคือคีย์เวิร์ด! ความเย็นช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ลดบวมแดงได้ชะงัดนักแล

  • ล้างหน้าเบาๆ: คลีนเซอร์อ่อนโยนเท่านั้น! อย่าคิดว่าล้างแรงๆ จะสะอาดกว่า มันยิ่งกระตุ้นให้ผิวระคายเคือง

  • หลบแดด: แสงแดดตัวร้ายทำร้ายผิว สิวไตยิ่งอักเสบ! กันแดดสำคัญนะ

  • สระผม: ผมมันคือแหล่งสะสมแบคทีเรีย! สระผมให้สะอาด ลดโอกาสที่มันจะมาอุดตันรูขุมขน

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย: บางทีการกินอาหารที่มีประโยชน์ก็ช่วยได้นะ พวกวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ บำรุงจากภายในสู่ภายนอก

ปรัชญาสิวๆ: บางครั้งการปล่อยวางก็สำคัญ อย่าไปเครียดกับมันมากเกินไป สุขภาพจิตดี สิวก็อาจจะดีขึ้นตามไปด้วย

เพิ่มเติม:

  • สิวไตมักเกิดจากการอุดตันลึกของรูขุมขน ทำให้เกิดการสะสมของไขมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว การบีบสิวไตเองอาจทำให้เกิดการอักเสบและรอยแผลเป็นได้

  • ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl peroxide หรือ Salicylic acid อาจช่วยลดการอุดตันและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้

  • ในกรณีที่สิวไตมีขนาดใหญ่และอักเสบมาก ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เช่น การฉีดสเตียรอยด์หรือการผ่าตัดเอาสิวไตออก

สิวไม่มีหัว นูนๆ ควรทําอย่างไร?

โอ๊ย! สิวไม่มีหัวนี่มันตัวร้ายชัดๆ บีบก็ไม่ได้ ปล่อยไว้ก็เหมือนระเบิดเวลาบนหน้า

  • อย่าหาทำ บีบ! ยิ่งบีบยิ่งอักเสบ หน้าแหกไม่รู้ด้วยนะเออ
  • Benzoyl Peroxide: ทาเบนแซค (Benzac) ไปเลยจ้า ฆ่าเชื้อแบบดุดัน ไม่เกรงใจสิว
  • ประคบร้อน: อุ่นๆ ประคบไปเบาๆ เปิดทางให้สิวออกมาอย่างนุ่มนวล (เหมือนเชิญแขก)
  • อดทน: ข้อนี้สำคัญสุดๆ บางทีสิวก็แค่อยากอยู่เฉยๆ รอเวลาเท่านั้นเอง

แถม:

  • ถ้าไม่ไหวจริงๆ ไปหาหมอผิวหนังดีกว่า เขาอาจจะมียาวิเศษ หรือเลเซอร์กำจัดสิวแบบขั้นเทพ
  • อย่าลืมล้างหน้าให้สะอาด เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิว สิวจะได้ไม่มาทักทายบ่อยๆ
  • กินน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ สุขภาพดี สิวก็ไม่กล้ามาเยือน

คำเตือน: อย่าเชื่อทุกอย่างที่อ่านเจอในเน็ต ไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดีที่สุด! (อันนี้พูดจริงจังนะ)