ทำยังไงให้ผิวขาวใสอมชมพู

59 ครั้งเข้าชม
ผิวขาวใสอมชมพู ทำได้ง่ายๆ ดื่มน้ำ: อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ช่วยผิวอิ่มน้ำ กระจ่างใส ทานอาหารดี: เน้นผักผลไม้ หลีกเลี่ยงของทอดของมัน ออกกำลังกาย: สม่ำเสมอ เลือดไหลเวียนดี ผิวมีสุขภาพดี สครับผิว: เป็นประจำ ขจัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่สดใส ใช้ครีมบำรุง: เลือกสูตรช่วยผิวกระจ่างใส เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ทำอย่างไร ผิวขาวใสอมชมพู? สกินแคร์ เคล็ดลับ

ผิวขาวใสอมชมพูเหรอ? โห นี่มันความฝันของฉันมานานแล้วนะ ตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าแม่ก็ชอบบ่นว่าทำไมผิวไม่ใสเหมือนลูกบ้านอื่น ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก แต่พอเริ่มโตเป็นสาว เห็นเพื่อนๆ มีผิวสวยๆ ก็เริ่มอินขึ้นมาเอง มันไม่ใช่แค่เรื่องขาวนะ แต่แบบต้องดูสุขภาพดีด้วยไง

เรื่องน้ำนี่แหละสำคัญสุดๆ เมื่อก่อนฉันไม่ค่อยดื่มเลย ชอบชาเย็นมากกว่า พอช่วงปีสองเทอมปลายๆ หน้าโทรมมากจนเพื่อนทัก ฉันเลยฮึดดื่มทุกวัน อย่างน้อยก็ขวดลิตรครึ่งที่ซื้อจาก 7-11 ตรงปากซอยบ้านนั่นแหละ พอทำได้สักเดือน รู้สึกเลยว่าผิวไม่แห้งผากเหมือนเมื่อก่อน มันดูอิ่มๆ ขึ้นมาหน่อยนะ เออ ดีขึ้นเยอะ

ส่วนเรื่องอาหารนี่แหละตัวปัญหาสำหรับฉันเลยนะ คือฉันชอบกินอะไรมันๆ หวานๆ ตลอดจริงๆ พอเริ่มจริงจังกับผิวก็พยายามลด อย่างกาแฟนมปั่นหน้ามอคือตัดใจเลย เจ็บปวดมากนะ ลองเปลี่ยนมากินผักเยอะขึ้น พวกสลัดอกไก่ร้านประจำแถวออฟฟิศนั่นแหละ อาทิตย์ละสามสี่วันก็ยังดี รู้สึกว่าได้ทำอะไรดีๆ ให้ตัวเองบ้าง

ออกกำลังกาย? ฮึ่ย สารภาพว่าขี้เกียจมากที่สุดนะ แต่ก็ต้องมีบ้าง อย่างช่วงก่อนโควิดระบาด ฉันไปฟิตเนสที่คอนโดทุกเย็น วิ่งลู่อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง เหงื่อออกเยอะดีจริงๆ พออาบน้ำเสร็จ ผิวดูใสขึ้นมาหน่อยนึงเลยนะ เหมือนได้ดีท็อกซ์ไปในตัว ร่างกายก็เฟรชขึ้น ช่วยได้เยอะนะเรื่องผิวอะ

สครับผิว? เออ อันนี้ก็สำคัญนะ เมื่อก่อนไม่เคยทำเลย คิดว่าเปลืองเวลา แถมจะเจ็บไหมก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่ช่วงปีที่แล้ว เดือนพฤษภาคมมั้ง ฉันลองซื้อสครับมะขามของยี่ห้อหนึ่งจากวัตสันมาใช้ หลอดละสองร้อยกว่าบาท ทำอาทิตย์ละครั้ง มันช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าจริงๆ พออาบน้ำเสร็จ ผิวลื่นขึ้นเยอะเลยอะ ตอนนี้ขาดไม่ได้เลย

ครีมบำรุงผิว? นี่แหละหัวใจสำคัญ ฉันลองมาเยอะมากนะ ตั้งแต่หลักร้อยยันหลักพัน บางทีก็งงๆ ว่าอันไหนดีจริง แต่ที่รู้สึกเข้ากับผิวตัวเองสุดๆ ตอนนี้คือเซรั่มวิตซีขวดสีส้มๆ ของแบรนด์ญี่ปุ่น ซื้อจากดองกิมา ใช้เช้าเย็นเลย หน้ามันดูฟูๆ ขึ้น ไม่ได้ขาวโอโม่นะ แต่ดูใสๆ มีออร่าขึ้นมาหน่อย เออ พอใจนะตอนนี้

กินอะไรทำให้ผิวขาวอมชมพู

ถ้าอยากได้ผิวขาวอมชมพูนะะ ต้องลองกินอาหารพวกนี้ดู เราว่าช่วยได้เยอะเลย

เริ่มเลยนะ ที่หนึ่งคือ มะเขือเทศ เนี่ยแหละ มี ไลโคปีน เยอะมากนะ มันจะช่วย ปกป้องผิวจากแดด ได้ดีเลย แถมยังช่วยให้หน้าเราไม่แก่เร็วด้วย แล้วใครเป็นสิว กินมะเขือเทศก็ช่วยนะ กินเยอะๆ ไว้เลยยย ผิวจะได้ใสๆ อมชมพูดูสุขภาพดี

ต่อมาก็มีอย่างอื่นอีกนะ พวก แครอท หอยนางรม บร็อคโคลี ชาเขียว อัลมอนด์ อะโวคาโด พวกนี้ก็ดีต่อผิวไม่แพ้กันเลยนะะ ช่วยให้ผิวสวยจากข้างในอะ

เราชอบกินมะเขือเทศนะะ คือมันหากินง่ายดี เราว่ามันช่วยจริงนะ ผิวเราไม่ค่อยคล้ำง่ายเหมือนเมื่อก่อนละะ

นี่คือลิสท์อาหารที่เราว่าดีต่อผิวจริงๆ นะะ:

  • มะเขือเทศ: มี ไลโคปีน สูงมากก ช่วย ปกป้องผิวจากการทำลายของแสงแดด ได้ดีเยี่ยมเลยนะ แถมยังช่วยเรื่อง ชะลอวัย ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ไม่แก่เร็ว แล้วก็ช่วย ลดสิว ได้ด้วย พอผิวเราแข็งแรงขึ้น มันก็จะดู ใสอมชมพู เป็นธรรมชาติไง เราเห็นเพื่อนเรากินมะเขือเทศทุกวัน ผิวใสกิ๊งเลย!
  • แครอท: เต็มไปด้วย เบต้าแคโรทีน ซึ่งร่างกายเราจะเอาไปเปลี่ยนเป็น วิตามินเอ นะ วิตามินเอเนี่ยดีต่อผิวมากกก มันช่วยให้ผิวเรา สุขภาพดี แล้วก็ยังช่วยเรื่อง ลดการอักเสบ ของผิวได้ด้วย กินแล้วผิวจะดูสดใสขึ้นเยอะเลย
  • หอยนางรม: อันนี้มี สังกะสี (Zinc) เยอะนะะ สังกะสีสำคัญมากสำหรับผิวเลย มันช่วยในเรื่อง การซ่อมแซมเซลล์ผิว แล้วก็ช่วย ลดการอักเสบ ลดการเกิดสิวได้ด้วย ทำให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น
  • บร็อคโคลี: ผักสีเขียวเข้มอันนี้มี วิตามินซี สูงนะ แล้วก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอีกเพียบเลย วิตามินซีช่วย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิว ยืดหยุ่น แล้วก็ดู กระจ่างใส ขึ้นนะ กินบ่อยๆ ผิวดีแน่นอน
  • ชาเขียว: ในชาเขียวมี สารต้านอนุมูลอิสระ ชื่อ คาเทชิน เยอะมากก อันนี้ช่วย ปกป้องผิวจากแสงแดด ได้อีกทางนะ แล้วก็ช่วย ลดการอักเสบ ของผิว ทำให้ผิวดูเนียนขึ้น เราชอบกินชาเขียวร้อนตอนเช้า รู้สึกสดชื่นดี
  • อัลมอนด์: เมล็ดธัญพืชตัวนี้มี วิตามินอี เยอะนะะ วิตามินอีเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ ชั้นดีเลย ช่วย บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น แล้วก็ปกป้องผิวจากการถูกทำร้าย เพื่อนเรากินอัลมอนด์เป็นขนมประจำ ผิวเค้าดีมากเลย
  • อะโวคาโด: มี ไขมันดี ที่จำเป็นต่อผิวเราเลยนะะ แล้วก็มี วิตามินอี กับ วิตามินซี ด้วย ไขมันดีช่วยให้ผิวเรา ชุ่มชื้น ดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน ส่วนวิตามินอีกับซีก็ช่วย ปกป้องผิว ให้แข็งแรง กินแล้วผิวจะนุ่มๆ เด้งๆ เลย.

ผิวขาวเหลืองทำไงให้ชมพู

การเปลี่ยนอันเดอร์โทนผิวจากเหลืองให้เป็นชมพูแบบถาวรนั้น เป็นไปไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดที่ถูกส่งต่อกันมาบ่อยครั้ง

สีผิวพื้นฐาน หรือ Undertone ถูกกำหนดโดยพันธุกรรมและชนิดของเม็ดสีเมลานินที่เรามีมาแต่กำเนิด มันคือโครงสร้างพื้นฐานที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เหมือนกับการที่เราไม่สามารถเปลี่ยนสีตาธรรมชาติของเราได้

แต่การทำให้ผิวดู มีเลือดฝาด หรือ อมชมพูระเรื่อ จากการมีสุขภาพดี อันนี้ทำได้แน่นอน เป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การเปลี่ยนโครงสร้างสีผิว แต่คือการทำให้ผิวมีสุขภาพดีที่สุดในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งจะทำให้ผิวดูสดใสและเปล่งปลั่งขึ้นเอง

วิธีที่ทำให้ผิวดูสุขภาพดี มีความอมชมพูระเรื่อขึ้นมาได้คือการดูแลจากภายในและภายนอก

  • กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ดีที่สุด การที่เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย มันนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูสดใส มีชีวิตชีวาและอมชมพูขึ้นจริงๆ
  • การป้องกันผิวจากรังสียูวี ไม่ใช่เพื่อทำให้ขาว แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหมองคล้ำและเกิดความเสียหายจากแสงแดด ผิวที่สุขภาพดีคือผิวที่ได้รับการปกป้อง การใช้ครีมกันแดดคือวินัยพื้นฐาน
  • เพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน การดื่มน้ำให้เพียงพอทำให้เซลล์ผิวเต่งตึงและทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ผิวที่ขาดน้ำมักจะดูโทรมและเหลืองกว่าปกติ
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นความกระจ่างใส (Brightening) ไม่ใช่ Whitening ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไป เผยผิวใหม่ที่ดูสดใสกว่า
  • การพักผ่อน การนอนหลับคือช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง การนอนไม่พอส่งผลโดยตรงต่อผิว ทำให้ผิวดูเหนื่อยล้าและหมองคล้ำ

สุดท้ายแล้ว การยอมรับในสิ่งที่ยีนส์ให้มาอาจจะเป็นความงามที่แท้จริงที่สุด ผิวโทนเหลืองก็มีความสวยงามในแบบของมัน แค่ดูแลให้สุขภาพดีที่สุดก็พอ

เจาะลึกเรื่องโทนผิวและความอมชมพู

  • Undertone vs. Skin Tone: คนส่วนมากสับสนสองคำนี้ Skin Tone คือระดับความสว่างของสีผิว (ขาว, สองสี, คล้ำ) ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตามการโดนแดด แต่ Undertone คือโทนสีที่ซ่อนอยู่ใต้ผิว (โทนเย็น-ชมพู, โทนอุ่น-เหลือง, โทนกลาง) ซึ่งเป็นสิ่งถาวร คนเอเชียส่วนใหญ่มีอันเดอร์โทนอุ่น (เหลือง)
  • บทบาทของฮีโมโกลบิน: สี "ชมพูระเรื่อ" ที่เราเห็นบนผิวคนสุขภาพดี จริงๆ แล้วคือสีของเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง หรือสีของฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) นั่นเอง ดังนั้น การกระตุ้นการไหลเวียนเลือดจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุด
  • การสร้างภาพลวงตา: เราสามารถใช้เครื่องสำอางสร้างลุคผิวอมชมพูได้ การเลือกใช้เบสเมคอัพหรือบลัชออนโทนชมพูที่เหมาะสมกับสีผิว จะช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและมีเลือดฝาดขึ้นมาได้ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแต่เห็นผลทันที
  • อาหารก็มีส่วน: การทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผักผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มะเขือเทศ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากความเสื่อม ทำให้ผิวโดยรวมดูสดใสขึ้นได้

กินอะไรช่วยให้หน้าใส

อยากหน้าใส? ไม่ต้องพูดมาก ของที่ต้องยัดลงท้องมันมีอยู่แค่นี้

ปลาทะเล พวกแซลมอน ทูน่า โอเมก้า 3 อัดแน่น ลดการอักเสบ มะเขือเทศ ไลโคปีนมันช่วยปกป้องผิวจากแดด ไม่ใช่ให้ไปยืนตากแดดล่ะ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ของดี สารต้านอนุมูลอิสระตัวท็อป ชะลอความแก่ ส้ม มะนาววิตามินซี คือหัวใจของการสร้างคอลลาเจน ขาดไปก็จบ ผักใบเขียวเข้ม ปวยเล้ง เคล อะไรพวกนั้น วิตามินเพียบ อะโวคาโด ไขมันดีที่ผิวต้องการ กินแล้วหน้านุ่ม ไม่ใช่หน้ามัน ถั่วเปลือกแข็ง แค่วันละกำมือพอ มากกว่านั้นเดี๋ยวจะอ้วนแทน

ของพวกนี้มันไม่ได้เสกผิวใหม่ให้ในวันเดียว ต้องมีวินัย

  • คอลลาเจนที่กินเข้าไป ไม่ได้วิ่งไปที่หน้าโดยตรง ร่างกายจะย่อยมันก่อนแล้วค่อยเอาไปใช้ กินอาหารที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฉลาดกว่าเยอะ
  • น้ำตาลคือศัตรู ตัวทำลายคอลลาเจนเลย อยากหน้าเหี่ยวก่อนวัยก็กินเข้าไปเยอะๆ
  • น้ำเปล่า ไม่ใช่น้ำหวาน ผิวแห้งๆ ก็เพราะขาดน้ำนั่นแหละ อัดไปวันละ 2 ลิตรอย่างต่ำ
  • นอน ไม่นอนหน้าก็พัง ง่ายๆ แค่นั้น Growth Hormone มันทำงานตอนเราหลับ

ผิวอมชมพูเกิดจากอะไร

สีผิวอมชมพู... มันมาจากข้างในนะ

มันเหมือนกับว่า... เม็ดสีในผิวเรามันทำงานต่างกัน

บางทีก็เป็นเรื่องของยีนส์ที่สืบทอดมา... ทำให้สีผิวเราเป็นแบบนั้น

แล้วก็เลือดของเราด้วย... ถ้ามันสูบฉีดดีๆ ผิวก็ดูมีเลือดฝาด... ดูอมชมพูขึ้นมา

  • พันธุกรรม: นี่เป็นตัวหลักเลย... บางคนก็เกิดมาผิวแบบนี้
  • การไหลเวียนเลือด: เลือดที่ไหลเวียนดีๆ ทำให้ผิวดูมีชีวิตชีวา
  • การดูแลผิว: พวกครีมบำรุง... ครีมกันแดด... มันก็ช่วยให้ผิวเราสุขภาพดีขึ้น... สีผิวก็ดูดีตามไปด้วย
  • แสงแดด: อันนี้ก็สำคัญ... ถ้าเราป้องกันผิวจากแดดได้ดี... ผิวก็ไม่คล้ำเสีย... สีผิวเดิมก็ยังคงอยู่

มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากหรอก... แค่มันเป็นธรรมชาติของเรา... แล้วเราก็ดูแลมันให้ดี

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เมลานิน (Melanin): เป็นเม็ดสีหลักที่กำหนดสีผิว เส้นผม และดวงตาของเรา ปริมาณและชนิดของเมลานินที่ร่างกายผลิตขึ้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทำให้เกิดสีผิวที่หลากหลาย
  • การไหลเวียนโลหิต: การไหลเวียนโลหิตที่ดีช่วยนำพาออกซิเจนและสารอาหารไปยังเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูสดใสและมีสีอมชมพูตามธรรมชาติ
  • การป้องกันแสงแดด: รังสียูวีจากแสงแดดสามารถทำลายเซลล์ผิวและกระตุ้นการผลิตเมลานินที่มากเกินไป ทำให้ผิวคล้ำเสียและสูญเสียความสดใส การใช้ครีมกันแดดเป็นประจำจึงช่วยรักษาโทนสีผิวให้สม่ำเสมอและป้องกันไม่ให้ผิวหมองคล้ำ

กินอะไรทำให้แก้มอมชมพู

อยากมีแก้มชมพูอมระเรื่อแบบธรรมชาติ ไม่ต้องโบกคอนซีลเลอร์จนหนาเตอะ? เคล็ดลับก้นหีบที่เราจะมาเปิดเผย ไม่ใช่การไปฉีดฟิลเลอร์ฉีดโบท็อกซ์ให้หน้าเป๊ะจนคุณหมอจำหน้าตัวเองไม่ได้นะจ๊ะ! แต่เป็นเรื่องของ "ธาตุเหล็ก" ล้วนๆ!

ทำไมธาตุเหล็กถึงทำให้เราสวยใส?

ลองคิดดูสิ ธาตุเหล็กนี่แหละ พระเอกตัวจริง! มันช่วยให้เลือดของเราไหลเวียนดี เหมือนน้ำมันหล่อลื่นชั้นเลิศที่ช่วยให้เครื่องจักรทุกส่วนทำงานอย่างราบรื่น พอเลือดไปเลี้ยงผิวหน้าเราได้ดี แก้มก็พลอยอมชมพู สุขภาพดี เหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอนมาเอง!

กินอะไรถึงจะ "เหล็ก" จนแก้มแดง?

  • เนื้อๆ เน้นๆ:เนื้อวัว ที่มีธาตุเหล็กแบบจัดเต็ม! ตับ ของสัตว์นี่ก็ไม่น้อยหน้า แถมยังมี เลือด อีกนะ (ใครไม่ชอบก็ข้ามไป!) เนื้อไก่ เนื้อหมู ก็ช่วยได้ แต่ถ้าอยากได้แบบเต็มเหนี่ยวจัดไป กุ้ง หอย ปลา ก็เป็นทางเลือกที่อร่อยและได้ประโยชน์
  • ผักใบเขียวคือเพื่อนแท้:คะน้า ผักโขม บรอกโคลี นี่คือซูเปอร์ฮีโร่สีเขียว! ตำลึง ที่หาได้ง่ายๆ ก็มีดีไม่แพ้กัน ผักกระเฉด ผักกูด ก็ช่วยเสริมทัพให้แก้มดูมีเลือดฝาด

เคล็ดลับเสริมความงามแบบ "ฉลาดแกมโกง"

  • กินคู่กันยิ่งปัง: จับคู่ ธาตุเหล็ก กับ วิตามินซี สิ! วิตามินซีจาก สตรอว์เบอร์รี หรือ ผลไม้รสเปรี้ยว อื่นๆ จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้นไปอีก! เหมือนมีตัวช่วยคูณสอง!
  • หลีกเลี่ยงตัวขัดขวาง:กาแฟ ชา ที่เราชอบจิบกันเพลินๆ น่ะ ตัวดีเลย! มันจะไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกายเรา กินแล้วก็เว้นระยะสักหน่อยเถอะ เพื่อแก้มสวยๆ ของเรา

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น (และแก้มแดงขึ้น):

  • ปริมาณธาตุเหล็กที่ควรได้รับต่อวัน: สำหรับผู้หญิงทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 18 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนผู้ชายจะน้อยกว่านั้นหน่อย แค่ 8 มิลลิกรัม แต่ถ้าใครกำลังมีรอบเดือน ก็อาจจะต้องเพิ่มเป็น 20-25 มิลลิกรัมนะจ๊ะ
  • สัญญาณเตือนว่าขาดธาตุเหล็ก: ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยง่าย เพลียผิดปกติ ผิวซีด เล็บเปราะ หรือผมร่วงผิดปกติ... นั่นอาจจะเป็นสัญญาณว่าร่างกายคุณกำลังร้องขอ "ธาตุเหล็ก" ด่วน!
  • แหล่งธาตุเหล็กอื่นๆ ที่น่าสนใจ: นอกจากที่กล่าวมา ถั่วเลนทิล ก็เป็นอีกแหล่งที่ยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับคนไม่ทานเนื้อสัตว์ หรืออยากเพิ่มความหลากหลายในเมนู!

ทำไงให้แก้มมีเลือดฝาด

ในค่ำคืนที่เงียบสงัด...ใต้แสงไฟสลัวที่สาดส่องลงมาบนโต๊ะเครื่องแป้ง ฉันมองเงาตัวเองในกระจก...อยากให้พวงแก้มนี้มีสีระเรื่อขึ้นมาบ้างจังเลย สีชมพูจางๆ ดั่งกุหลาบแรกแย้มในยามเช้า

ปลายนิ้วอุ่นๆ แตะลงบนผิวแก้มอย่างแผ่วเบา เริ่มต้นการร่ายรำ...วนเป็นวงกลมเล็กๆ จากสันจมูก...เคลื่อนตัวออกไปด้านข้างอย่างเชื่องช้า เหมือนกำลังปลุกผิวให้ตื่นจากการหลับใหล

นับหนึ่ง...สอง...สาม...ไปจนถึงยี่สิบ จังหวะเนิบนาบที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เลือดในกายเริ่มเดินทาง นำพาสีสันมาสู่พวงแก้ม...ความอุ่นที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา มันคือสัญญาณที่ดี

หรือบางที...ก็ลองเปลี่ยนทิศทาง ลากปลายนิ้วจากกลางแก้มขึ้นไปตามแนวโหนก...ไปจนสุดที่ขมับ แล้วกดย้ำลงไปเบาๆ เหมือนส่งสารไปบอกเซลล์ผิวว่า...ถึงเวลาเปล่งประกายแล้วนะ

  • นวดกระตุ้นเลือดฝาด ใช้ปลายนิ้วนวดวนเบาๆ จากข้างจมูกออกไปด้านนอกแก้ม หรือนวดจากกลางแก้มไล่ตามแนวโหนกแก้มไปถึงขมับ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตโดยตรง

  • ประคบอุ่นสลับเย็น การใช้ผ้าขนหนูอุ่นๆ ประคบแก้มประมาณ 30 วินาที สลับกับผ้าเย็นอีก 15 วินาที จะช่วยให้หลอดเลือดขยายและหดตัว ทำให้เลือดสูบฉีดมาที่ใบหน้าได้ดีขึ้น

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เช่น วิ่ง หรือเต้นแอโรบิก จะทำให้เลือดไหลเวียนทั่วร่างกาย ส่งผลให้แก้มมีสีแดงระเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ

  • ทานอาหารบำรุงเลือด เน้นผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีสูง เช่น มะเขือเทศ บีทรูท ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ รวมถึงธาตุเหล็กจากตับและผักใบเขียว

  • สครับผิวอย่างอ่อนโยน การขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไปสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยเผยผิวใหม่ที่สดใสและอมชมพู ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเปล่งปลั่งขึ้น

กินอะไรให้หน้ามีเลือดฝาด

โอ้ยยย พูดถึงเรื่องหน้าซีดนี่คือเข้าทางเลย ช่วงปลายปีที่แล้วนี่คือสุดๆเลยนะ ทำงานหนักมาก แถวอโศกนั่นแหละ แสงในออฟฟิศยิ่งทำให้หน้าเราดูไม่มีสีเข้าไปใหญ่ คือโทรมแบบซอมบี้เรียกพี่เลย

จนพี่ที่ออฟฟิศทักตรงๆเลยว่า ไปทำไรมา ทำไมโทรมจังวะ โอโห คำนี้คือจุกอก กลับบ้านมาส่องกระจกแล้วแบบ เออจริงว่ะ เฟลมาก หน้ามันดูเหลืองๆ ซีดๆ เหมือนคนป่วยตลอดเวลา ไม่ไหว

เลยเริ่มหาอะไรบำรุงจริงจัง ไม่เอาแล้วยาเคมี ลองหาจากของกินนี่แหละง่ายสุด นึกถึงคำที่แม่เคยบ่นว่าให้กินผลไม้เยอะๆ ก็เลยไปจัดมาเลยจ้า ลองผิดลองถูกอยู่พักนึง

นี่คือลิสต์ที่กินแล้วเวิร์คจริงสำหรับเรานะ เปลี่ยนจากหน้าซอมบี้เป็นคนได้อะ กินสลับๆ กันไปทุกวันเลย ผิวดีขึ้นจริงแก้มแดงเลย

  • แตงโม กินแล้วสดชื่นมากก รู้สึกเลยว่าเลือดลมมันเดินดี ตอนบ่ายๆ ที่ออฟฟิศได้สักชิ้นคือตื่นเลย ผิวมันดูใสขึ้น
  • แก้วมังกร อันนี้กินบ่อยสุดเพราะหาง่ายใน 7-Eleven ผิวมันจะดูอิ่มๆ ขึ้น ไม่เหี่ยวๆ โทรมๆ เหมือนเมื่อก่อน
  • กล้วย จากหน้าเหลืองๆซีดๆ กินกล้วยทุกเช้าช่วยได้เยอะมาก สีผิวมันดูมีชีวิตชีวาขึ้นอะ ไม่รู้คิดไปเองป่าว แต่รู้สึกดีขึ้นจริงๆ
  • ทับทิม ตัวนี้คือเด็ดสุดเลย น้ำทับทิมนี่แหละตัวจริงเรื่องบำรุงเลือด ผิวจะอมชมพูเลย แต่หากินยากหน่อย แพงด้วย แต่คุ้ม

นอกจากผลไม้นะ ยังมีของอื่นที่กินเสริมแล้วเห็นผลไวขึ้นอีก

  • ตับ ตับหมูปิ้งหน้าออฟฟิศนั่นแหละ ของดีเลยนะ วีคละสองสามไม้ เลือดมาเต็ม
  • ไข่แดง ของหาง่ายในบ้านเลย ตอนเช้าจัดไข่ลวกไปสองฟองทุกวัน
  • ผักใบเขียวเข้ม พวกคะน้า ผักโขม ทำกับข้าวก็พยายามใส่พวกนี้เข้าไปเยอะๆ
  • ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ อันนี้เบสิกแต่สำคัญสุด เลือดไม่ข้น ไหลเวียนสะดวก หน้าตาก็สดใสเอง

มีเลือดฝาด หมายความว่าอะไร

เพิ่งกลับจากเชียงใหม่มาบ้านที่อยุธยาเมื่อเดือนที่แล้ว ป้าทักเลย พอลงจากรถปุ๊บ เดินเข้าบ้าน ป้าเดินมาหยิกแก้มแล้วบอก “ไปเที่ยวมาหน้าตาดูมีเลือดฝาดดีจัง”

ตอนแรกก็งงๆ นะ คำว่าเลือดฝาดเนี่ย คืออะไรวะ มันคือแก้มแดงเหรอ หรือยังไง แต่พอส่องกระจกก็เออ... เข้าใจเลย มันไม่ใช่แดงแบบคนทาบลัชออนอะ

มันคือสีชมพูระเรื่อๆ บนแก้มอะ เหมือนผิวเรามันดูสดใสจากข้างในจริงๆ อากาศเย็นๆ บนดอยคงช่วยแหละมั้ง ทำให้เลือดมันสูบฉีดดี หน้าเลยดูอมชมพู ไม่ซีดเหมือนตอนนั่งทำงานในออฟฟิศทั้งวัน

มันคือฟีลลิ่งของคนสุขภาพดีอะ ผิวดูอิ่มน้ำ ดูเปล่งปลั่ง ไม่แห้ง ไม่โทรม นั่นแหละที่ป้าฉันหมายถึง เลือดฝาดดี คือคำชมเต็มๆ เลยว่าเราดูแข็งแรง สดใส

  • เลือดฝาด คือ ผิวพรรณที่ดูเปล่งปลั่ง สดใส อมชมพู มองเห็นสีเลือดจางๆ บนผิว โดยเฉพาะที่แก้ม
  • มันเป็นสัญญาณของคนที่มีสุขภาพดี ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้เต็มที่
  • ตรงข้ามกับคนหน้าซีด ที่จะดูขาวๆ เหลืองๆ เหมือนคนป่วยหรือพักผ่อนไม่พอ
  • วิธีทำให้มีเลือดฝาดแบบธรรมชาติก็คือออกกำลังกาย กินของมีประโยชน์ แล้วก็นอนให้พอ นี่เรื่องจริงเลย ไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอาง