ทำอย่างไรให้ห้องนอนมีกลิ่นหอม

94 ครั้งเข้าชม
ห้องนอนหอมสดชื่นทำได้ง่ายๆ! เริ่มจากความสะอาด ทิ้งขยะและสิ่งสกปรกเป็นประจำ เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ใช้พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศ เครื่องฟอกอากาศก็ดีเยี่ยม ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยไอเท็มกำจัดกลิ่น เช่น น้ำยาปรับผ้านุ่มชุบสำลี เทียนหอม หรือก้านไม้หอม วิธีธรรมชาติก็มี ลองปลูกต้นไม้ฟอกอากาศดู เลือกวิธีที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ ห้องนอนของคุณจะหอมสดชื่นน่าพักผ่อนแน่นอน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีทำให้ห้องนอนหอมสดชื่นตลอดวัน?

ห้องนอนเหม็นอับนี่คือปัญหา! จำได้ตอนอยู่หอพักปี 2 ห้องแคบๆ อับชื้นสุดๆ ลองทุกทางแล้ว เปิดหน้าต่างก็ช่วยได้ไม่มาก ฝุ่นเยอะด้วย ถึงขั้นซื้อเครื่องฟอกอากาศเลยนะ ราคาประมาณ 3 พันกว่าบาท แต่ก็ดีขึ้นนะ อากาศสะอาดขึ้น แต่กลิ่นอับยังอยู่

สุดท้าย ได้วิธีเด็ด! คือใช้พวก diffuser น้ำมันหอมระเหย ซื้อมาจากร้านขายของตกแต่งบ้านแถว ม.เกษตร ราคาไม่แพง หลักร้อย กลิ่นลาเวนเดอร์นี่ช่วยได้เยอะเลย นอนหลับสบายขึ้น หอมอ่อนๆ ไม่ฉุน

อีกอย่างที่ทำคือ ขยันทำความสะอาด จริงๆ นะ ทุกอาทิตย์ ดูดฝุ่น เช็ดถู เปลี่ยนผ้าปูที่นอน อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ผ้าปูที่นอนสำคัญมาก ลองเปลี่ยนเป็นแบบที่ดูดซับความชื้นดีๆ ช่วยได้เยอะ

ปลูกต้นไม้ฟอกอากาศก็ดีนะ แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับห้อง อย่างฉัน เลี้ยงไม่อยู่ มือใหม่หัดเลี้ยง เลยใช้แค่ diffuser กับทำความสะอาดห้อง แค่นี้ก็โอเคแล้ว ห้องหอมสดชื่นขึ้นเยอะเลยล่ะ

ทํายังไงให้ห้องหอมตลอดเวลา

ห้องเหม็นอับอีกแล้วววว ต้องจัดการซะ!! ปีนี้ลองวิธีใหม่ๆบ้างดีกว่า เอ๊ะ หรือจะใช้วิธีเดิมๆก็ได้นะ งงๆ

  • ทำความสะอาดห้องบ่อยๆ จริงๆนะ ฝุ่นนี่ตัวดีเลย แค่กวาดถูก็ช่วยได้เยอะแล้ว ปีนี้ซื้อไม้ถูพื้นแบบใหม่มาด้วยนะ สีฟ้าอ่อนๆ ชอบมากกกก

  • ทิ้งขยะทุกวัน! ขยะนี่แหล่ะ ต้นเหตุความเหม็น ขี้เกียจก็คือขี้เกียจ แต่ต้องทำนะ ไม่งั้นเหม็นแน่ๆ ปีนี้ใช้ถังขยะแบบมีฝาปิดแน่นๆ กลิ่นไม่ลอยออกมาเลย

  • เครื่องฟอกอากาศ! ซื้อมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ใช้ดีนะ แต่ก็ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองบ้าง ปีนี้เปลี่ยนไปแล้ว อากาศสะอาดขึ้นเยอะเลย หายใจโล่งเลย จริงๆนะ

  • เปิดหน้าต่าง! ง่ายๆแต่ได้ผล อากาศถ่ายเทดี กลิ่นไม่ค้าง แต่ถ้าอยู่ติดถนนอาจจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วยแหละเนอะ

  • พัดลมหมุนเวียนอากาศ อืมม เคยลองของ IRIS OHYAMA แล้วนะ ก็โอเคนะ แต่ไม่รู้จะซื้อใหม่ดีมั้ย ลังเลอยู่ ปีนี้คงยังไม่ซื้อหรอก

  • อุปกรณ์ดับกลิ่น พวกสเปรย์ หรือเจล พวกนี้ก็ใช้ได้นะ แต่ก็ต้องเลือกกลิ่นที่ชอบจริงๆ ไม่งั้นเละแน่ๆ ปีนี้ลองกลิ่นลาเวนเดอร์ดู หอมดี สบายๆ

  • น้ำยาปรับผ้านุ่มชุบสำลี วิธีนี้ก็ได้อยู่นะ แต่ต้องระวังอย่าให้เปียกเกินไป เดี๋ยวเปื้อน ปีนี้ใช้ของดาวน์นี่ กลิ่นหอมติดทนนาน ชอบๆ

  • จุดเทียนหอม หอมอ่อนๆ ช่วยได้เยอะ แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยนะ อย่าทิ้งไว้ตอนออกจากบ้าน ปีนี้ซื้อเทียนหอมกลิ่นมะลิ หอมมากกกกก

อ้ออ ลืมไป ปีนี้ลองปลูกต้นไม้ในห้องดู ช่วยดูดซับกลิ่นได้บ้างนะ แต่ต้องเลือกต้นไม้ที่ปลูกในบ้านได้ อย่างพวกพลูด่าง หรือว่านหางจระเข้ อะไรพวกนี้ ยังไงก็ต้องดูแลดีๆ ไม่งั้นตายแน่ๆ อิอิ คิดไปคิดมา เยอะแยะเลยเนอะ วิธีทำห้องให้หอม

ทำยังไงให้ห้องนอนหอมตลอดเวลา

โอ๊ย...ถามเรื่องห้องหอมเนี่ยนะ นึกว่าถามวิธีแทงหวย! นี่มันเคล็ดลับนางฟ้าชัดๆ ใครทำตามรับรอง ผัวรักผัวหลง เมียตามเมียเทิด!

  1. เปิดหน้าต่างระบายอากาศ: อันนี้เบสิก แต่คนชอบลืม! เหมือนอาบน้ำแล้วไม่ออกไปข้างนอกอะ มันก็เหม็นอับดิพี่!

  2. ผ้าปูที่นอนต้องสะอาด: ไม่ใช่ว่าสามเดือนเปลี่ยนทีนะยะ! อาทิตย์ละครั้งไปเลยสิคะ! (หรือถ้าขี้เกียจ ก็สองอาทิตย์ก็ได้มั้ง)

  3. สเปรย์ปรับอากาศ: หาที่กลิ่นไม่ฉุนจนแสบจมูกนะแม่คุณ! เอาแบบอ่อนๆ เหมือนดมดอกไม้ริมรั้วอะแก

  4. น้ำมันหอมระเหย: หยดใส่เตาอโรม่า จุดเทียนเบาๆ โอ๊ย...ฟิน! แต่ระวังไฟไหม้บ้านนะเว้ย!

  5. ก้านไม้หอม: อันนี้ง่ายดี เสียบๆ ไว้ กลิ่นก็ฟุ้งกระจาย แต่เลือกกลิ่นดีๆ นะ เดี๋ยวได้กลิ่นส้วมแทน

  6. ดอกไม้สด: เอาแบบหอมๆ เช่น ดอกมะลิ ดอกกุหลาบ มาปักแจกัน ชีวิตมันก็จะสดชื่นขึ้นมาทันที!

  7. สมุนไพร: พวกตะไคร้ ใบเตย มัดรวมกันวางไว้ กลิ่นมันจะหอมแบบธรรมชาติๆ แต่ระวังมดขึ้นนะจ๊ะ!

  8. เบกกิ้งโซดา: เอาใส่ถ้วย วางไว้ในห้อง มันจะช่วยดูดกลิ่นอับได้ดีนักแล

  9. ส้ม: ผ่าครึ่ง เอาไปอบในเตาอบสักพัก กลิ่นส้มมันจะหอมฟุ้งไปทั่วบ้าน

  10. เทียนหอม: เลือกกลิ่นที่ชอบ จุดเบาๆ สร้างบรรยากาศโรแมนติก (หรือจะจุดไล่ยุงก็ได้นะ)

  11. กาแฟ: เอาเมล็ดกาแฟคั่วใส่ถ้วย วางไว้ในห้อง กลิ่นกาแฟมันจะช่วยให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า

  12. ทำความสะอาด: นี่สำคัญสุด! กวาดบ้าน ถูบ้าน ดูดฝุ่น จัดห้องให้เป็นระเบียบ กลิ่นมันก็จะดีขึ้นเองแหละ!

แถมท้ายสไตล์ชาวบ้าน:

  • เคล็ดลับอีป้าข้างบ้าน: เอากากกาแฟที่ชงแล้ว ไปตากแดดให้แห้ง แล้วเอามาใส่ถุงผ้าเล็กๆ แขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า รับรองเสื้อผ้าหอมเหมือนไปซักที่ร้านซักรีด!
  • สูตรลับยายทวด: เอาน้ำอบไทยผสมน้ำเปล่า แล้วเอาไปใส่ขวดสเปรย์ ฉีดพรมไปทั่วห้อง กลิ่นมันจะหอมแบบไทยๆ โบราณๆ
  • เตือนไว้ก่อน: อย่าทำทุกอย่างพร้อมกันนะ เดี๋ยวกลิ่นมันตีกันมั่วไปหมด! เลือกเอาที่ชอบ ที่ใช่ แล้วชีวิตก็จะแฮปปี้!

ทำยังไงให้ห้องนอนหอมตลอด

ทำให้ห้องนอนหอมตลอดเวลา มีเทคนิคที่น่าสนใจหลายอย่างครับ:

  • ถ่านไม้: วางไว้มุมห้อง ช่วยดูดกลิ่นอับชื้นได้ดี หลักการคือพื้นผิวพรุนของถ่านจะดักจับโมเลกุลกลิ่น (คล้ายๆ หลักการของ activated carbon filter)

  • น้ำส้มสายชู: ต้มให้ระเหย กลิ่นจะช่วย neutralize กลิ่นไม่พึงประสงค์ (แต่บางคนอาจไม่ชอบกลิ่นตอนต้ม)

  • ใบเตย: หั่นแล้ววางไว้ กลิ่นหอมของใบเตยช่วยให้ห้องสดชื่น (แต่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ)

  • เบกกิ้งโซดา: วางไว้เฉยๆ ช่วยดูดกลิ่นได้ (ใช้หลักการเดียวกับถ่าน คือมีพื้นผิวเยอะ)

  • เปิดหน้าต่าง: ระบายอากาศสำคัญมาก ความชื้นคือตัวการของกลิ่นอับ

  • อย่าหมักผ้า: ผ้าเปียกหรือเสื้อผ้าใช้แล้วคือแหล่งสะสมแบคทีเรีย

  • สเปรย์ปรับอากาศ: เลือกกลิ่นที่ชอบ แต่ระวังอย่าใช้มากเกินไป อาจฉุน

  • เทียนหอม: สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย แถมมีกลิ่นหอม (แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย)

  • เครื่องพ่นอโรม่า: ใช้น้ำมันหอมระเหย กลิ่นจะกระจายทั่วห้อง (เลือกกลิ่นให้เหมาะกับ mood)

  • ดอกไม้สด: นอกจากความสวยงาม ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ (แต่ต้องดูแล)

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เรื่องปรัชญา: กลิ่นมีผลต่ออารมณ์และความทรงจำ การสร้างบรรยากาศในห้องนอนจึงสำคัญ

  • เรื่องความรู้: บางคนอาจแพ้น้ำหอมหรือสารเคมี ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

  • เรื่องส่วนตัว: ผมชอบกลิ่นลาเวนเดอร์ ช่วยให้ผ่อนคลายก่อนนอน

  • เกร็ดเล็กน้อย: นอกจากวิธีที่กล่าวมา การทำความสะอาดห้องนอนเป็นประจำก็สำคัญมาก ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกก็เป็นแหล่งสะสมของกลิ่นอับได้เช่นกัน

ห้องนอนควรใช้น้ำหอมกลิ่นอะไร

อืมม... ห้องนอนนะเหรอ... คิดหนักเลย จริงๆ ปีนี้ฉันใช้กลิ่นซีดาร์ แบบไม้ๆ หน่อย มันช่วยให้รู้สึกสงบ เหมือนหลับในป่า ได้ผลนะ นอนหลับสบายขึ้นเยอะ แต่บางวันก็รู้สึกว่ามันหนักไปหน่อย อาจจะลองเปลี่ยนเป็นลาเวนเดอร์บ้าง หรือไม่ก็มะลิ แต่กลิ่นพวกนี้ต้องระวังนะ ถ้าใช้เยอะเกินไป อาจจะเวียนหัวได้

ส่วนห้องน้ำ... นี่สิ ปัญหา กลิ่นอับนี่มันแก้ยากจริงๆ ตะไคร้นี่ใช้ประจำ ช่วยได้ระดับนึง แต่ก็ยังไม่หมดไปซะที อาจต้องหาตัวช่วยอื่นๆเพิ่ม ปีนี้ลองใช้สเปรย์กลิ่นยูคาลิปตัสดู ช่วยได้บ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่ คิดหนักเหมือนกัน อยากได้กลิ่นหอมสดชื่น แต่กลิ่นแรงๆ ก็ไม่ดี

สรุปคือ...

  • ห้องนอน: กลิ่นไม้ ซีดาร์ (ใช้มาปีนี้) / ลาเวนเดอร์ / มะลิ (กำลังพิจารณา)
  • ห้องน้ำ: กลิ่นตะไคร้ (ใช้ประจำ) / ยูคาลิปตัส (ลองปีนี้) ยังหาตัวที่ลงตัวไม่ได้

น้ําหอมในห้องกลิ่นไหนหอม

หอม... กลิ่นห้อง? มันลอยมากับลมเย็น ตอนตีสาม หน้าต่างเปิดแง้มไว้...

  • ตะไคร้: กลิ่นบ้านๆ แต่ใช่เลย สดชื่นแบบไทยๆ มันคือ Summer ในขวดแก้ว
  • เลมอน: เหลือง... สว่าง... ปลุกให้ตื่น! เหมือนแดดอ่อนๆ ส่องหน้าในวันหยุด
  • ยูคาลิปตัส: หายใจลึกๆ สิ... ปอดโล่งเลย เหมือนยืนอยู่บนภูเขา... หมอกจางๆ
  • เปปเปอร์มินต์: ซ่า! เย็น! ตื่นเต็มตา! กลิ่นนี้... เหมือนกินไอติมตอนเด็กๆ
  • กระดังงา: หวาน... นวล... ละมุน... กลิ่นดอกไม้ในสวนหลังบ้าน... ตอนเย็นๆ
  • ลาเวนเดอร์: ม่วง... สงบ... หลับสบาย... กลิ่นผ้าปูที่นอนสะอาดๆ... อุ่นใจ
  • กุหลาบ: แดง... หรู... โรแมนติก... กลิ่นจูบแรก... ในสวนกุหลาบ (เอ๊ะ... หรือในหนัง?)
  • คาโมมายล์: ขาว... อ่อนโยน... ผ่อนคลาย... กลิ่นชาร้อนๆ... ก่อนนอน

เพิ่มเติม: เคยลองผสมลาเวนเดอร์กับยูคาลิปตัสไหม? สวรรค์เลยนะ! ✨

น้ําหอมในห้องนอน ยี่ห้อไหนดี

น้ำหอมปรับอากาศห้องนอน เลือกยังไงให้ดี? ส่วนตัวผมนะ ชอบกลิ่นที่ช่วยผ่อนคลาย ไม่ฉุนเกินไป ลองดูหลายยี่ห้อแล้ว ขอแนะนำแบบนี้ครับ

  • กลิ่นอโรม่าธรรมชาติ: ถ้าเน้นสุขภาพ แนะนำกลิ่นพวกลาเวนเดอร์ หรือส้ม ช่วยเรื่องการนอนหลับ ปีนี้ลองใช้ของ [ยี่ห้อ A] กลิ่นลาเวนเดอร์ รู้สึกว่าช่วยให้นอนหลับสนิทขึ้นจริง ๆ

  • น้ำหอมแบบ diffuser: ประเภทนี้ค่อนข้างปลอดภัย เพราะใช้ความร้อนระเหยน้ำมันหอมระเหย ไม่ใช้สารเคมีเยอะ ผมใช้ของ [ยี่ห้อ B] แบบไม้ไผ่ กลิ่นหอมอ่อนๆ แต่ติดทนนาน

  • สเปรย์ปรับอากาศ: เลือกแบบที่ระบุว่าทำจากส่วนผสมธรรมชาติ หรือมีฉลากรับรอง [ยี่ห้อ C] มีหลายกลิ่นให้เลือก แต่ต้องระวังเรื่องการแพ้ เพราะบางกลิ่นอาจมีสารระคายเคือง

ข้อควรระวัง:

  • เลือกกลิ่นที่ไม่แรงเกินไป บางคนแพ้สารเคมี หรือกลิ่นแรงๆ อาจทำให้ปวดหัว หรือมีอาการแพ้ได้

  • หลีกเลี่ยงการฉีดใกล้ใบหน้า หรือใกล้บริเวณที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

  • ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ นะครับ เพราะความชอบกลิ่นของแต่ละคนต่างกัน ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ดูรีวิวจากหลายๆ แหล่งก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ก็จะได้น้ำหอมปรับอากาศที่ใช่ ได้กลิ่นที่ถูกใจ นอนหลับสบายๆ ครับ

เพิ่มเติม: ปีนี้กำลังสนใจน้ำมันหอมระเหย ของ [ยี่ห้อ D] อยู่ แต่ยังไม่ได้ลองใช้ ถ้าได้ลองแล้วจะมาแชร์ประสบการณ์อีกที

ทำยังไงให้ห้องหอมเหมือนโรงแรม

ทำไงให้ห้องหอมแบบโรงแรมนะ? อืม... คิดๆๆ

  • ต้องขยัน! ถูพื้น ดูดฝุ่นบ่อยๆ อ่ะ (ขี้เกียจสุดๆ)
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศ โอ้ย! ฝุ่นเข้า (แต่ก็ต้องเปิด)
  • เครื่องฟอกอากาศ... แพงอ่ะ แต่ช่วยได้จริง (อยากได้แต่ไม่มีตังค์)
  • ผ้าปูที่นอน! อันนี้สำคัญ เปลี่ยนทุกอาทิตย์เลย (บางทีก็ขี้เกียจอีกแล้ว)
  • น้ำยาปรับผ้านุ่ม นี่ก็หอมนะ ชอบกลิ่นลาเวนเดอร์ (ซื้อตุนไว้เยอะๆ)
  • ปลั๊กน้ำหอม! อันนี้สะดวกดี เสียบปุ๊บ หอมปั๊บ (แต่เปลืองไฟไหม?)
  • สเปรย์ปรับอากาศ ฉีดๆๆๆ (หมดเร็วมาก!)
  • ก้านไม้หอม อันนี้ดูดี มีสไตล์ (แต่กลิ่นมันจางเร็วจัง)

เพิ่มเติม:

  • เทคนิคส่วนตัว: เอาน้ำมันหอมระเหยหยดใส่สำลี แล้ววางไว้ตามมุมห้อง (หอมแบบธรรมชาติ)
  • เคล็ดลับ: เอาเปลือกส้ม/มะนาวไปต้มในน้ำ กลิ่นหอมสดชื่นมาก (ประหยัดด้วย!)
  • ข้อควรระวัง: อย่าฉีดน้ำหอมเยอะเกินไป จะเวียนหัว (เคยมาแล้ว!)
  • ข้อคิด: ความสะอาดสำคัญกว่าน้ำหอมนะ (แต่ก็ชอบห้องหอมๆ อ่ะ)
  • คำถาม: ทำไมห้องโรงแรมมันหอมนานจัง? เค้าทำยังไงนะ? (อยากรู้!)