น้ําหอมในห้องนอน ยี่ห้อไหนดี
น้ำหอมห้องนอน ยี่ห้อไหนดีที่สุด?
ห้องนอนฉันนี่นะ… บอกเลยเรื่องกลิ่นสำคัญมาก! ก่อนหน้านี้ใช้พวกสเปรย์ทั่วไปอะ ก็พอไหว แต่กลิ่นไม่ค่อยติดทนเท่าไหร่ รู้สึกไม่สดชื่นเท่าที่ควร แบบว่าฉีดแล้วแป๊บเดียวก็จางหายไปแล้ว เสียดายเงินนิดหน่อย!
พอดีเพื่อนแนะนำน้ำหอมปรับอากาศแบบแท่ง จำยี่ห้อไม่ได้ละ แต่ซื้อมาจากร้านขายของตกแต่งบ้านแถวเซ็นทรัลเวิลด์ ราคาก็ประมาณ 3-400 บาท นี่แหละ! กลิ่นหอมอ่อนๆ ติดห้องนานมาก สำคัญสุดคือ กลิ่นไม่ฉุน นอนหลับสบาย รู้สึกผ่อนคลายกว่าเดิมเยอะเลย ชอบมากกกก!
จริงๆ ก็มีลองแบบ diffuser ด้วยนะ แต่รู้สึกมันยุ่งยากไปนิด ต้องคอยเติมน้ำมัน แล้วก็ต้องระวังเรื่องไฟด้วย สำหรับฉันแบบแท่งนี่สะดวกกว่าเยอะ ใช้ได้นานด้วย คุ้มกว่ากันเยอะเลยล่ะ แนะนำเลยสำหรับคนขี้เกียจเติมน้ำมันแบบฉัน!
ทํายังไงให้ห้องหอมตลอดเวลา
อยากให้ห้องหอมฟุ้งตลอดเวลาเหรอ? ง่ายกว่าถูกหวยอีก (มั้ง) นี่เลยเคล็ดลับฉบับคนขี้เกียจแต่รักความหอม (อย่างฉัน):
- เคลียร์ขยะ: อันนี้เบสิกแต่สำคัญมาก! ขยะเน่าคือฆาตกรความหอมตัวจริง เสียงจริง
- เปิดหน้าต่าง: อย่าขังตัวเองในห้องอับๆ ปล่อยให้ลมพัดกลิ่นอับออกไปบ้าง
- ผ้าหอม: เอาสำลีชุบน้ำยาปรับผ้านุ่ม วางไว้ตามมุมห้อง หอมแบบไม่ต้องเปลืองไฟ
- เทียนหอม: จุดเทียนหอม สร้างบรรยากาศโรแมนติก แถมห้องหอมไปด้วย (แต่ระวังไฟไหม้ด้วยนะ!)
- เครื่องฟอกอากาศ: ลงทุนนิดหน่อย แต่คุ้มค่า ช่วยกรองฝุ่น แถมบางรุ่นมีระบบปล่อยกลิ่นหอม
- ทำความสะอาด: ห้องสกปรก ต่อให้ฉีดน้ำหอมก็กลบกลิ่นเหม็นไม่ได้หรอก
- พัดลม: ช่วยหมุนเวียนอากาศ ให้กลิ่นหอมกระจายตัวได้ดีขึ้น
- ดับกลิ่น: สเปรย์ดับกลิ่นก็ช่วยได้นะ แต่เลือกกลิ่นที่ชอบจริงๆ ไม่งั้นจะยิ่งเหม็น
- โบนัส: เอากากกาแฟไปตากแดด แล้ววางไว้ในห้อง ช่วยดูดกลิ่นอับได้ดีเลย
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่ออยากรู้):
- เรื่องจริง: ฉันเคยเอาน้ำหอมฉีดใส่หลอดไฟ ปรากฏว่าหลอดไฟระเบิด! อย่าหาทำตามนะ
- เทคนิคขั้นสูง: ลองผสมน้ำมันหอมระเหยกับน้ำ แล้วใส่ในเครื่องพ่นไอน้ำ ดูสิ
- สำคัญ: เลือกกลิ่นที่เข้ากับตัวเอง กลิ่นลาเวนเดอร์อาจจะดีสำหรับคนอื่น แต่ฉันชอบกลิ่นขนมมากกว่า (ว่าแต่มีใครทำเทียนหอมกลิ่นลูกชิ้นปิ้งบ้างไหม?)
ทํายังไงให้ห้องน้ํามีกลิ่นหอม
อยากให้ห้องน้ำหอมฟุ้ง? ง่ายๆ เลย!
ถุงหอม DIY: เอาตะไคร้ ใบเตย มะกรูด (ของดีมีอยู่แล้วในครัว) มาอบแห้งนิดนึง ใส่ถุงผ้าเล็กๆ ผูกโบว์เก๋ๆ (ถ้ามีเวลา) วางตามมุมอับ เอ้า! หอมแล้วจ้าา (แถมไล่ยุงได้ด้วยนะเออ)
น้ำมันหอมระเหย: หยดใส่เครื่องพ่นอโรม่า (ถ้ามีงบ) หรือจะหยดใส่สำลีแล้ววางไว้ก็ได้ กลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยให้ผ่อนคลาย กลิ่นส้มช่วยให้สดชื่น เลือกเอาที่ชอบเลย
สเปรย์ดับกลิ่น: อันนี้ง่ายสุด ซื้อเอาตามร้านสะดวกซื้อ ฉีดปุ๊บหอมปั๊บ แต่เลือกกลิ่นที่มันไม่ฉุนเกินนะ เดี๋ยวจะเวียนหัว
ต้นไม้จิ๋ว: วางต้นไม้เล็กๆ ในห้องน้ำ ช่วยฟอกอากาศ แถมยังดูดีมีสไตล์ (แต่ต้องเลือกพันธุ์ที่ชอบความชื้นนะ)
อย่าลืมล้างห้องน้ำ: อันนี้สำคัญสุด ห้องน้ำสะอาด กลิ่นอะไรก็หอม!
เคล็ดลับ: ถ้าอยากให้หอมนานๆ เอาเปลือกส้ม/มะนาว ไปต้มในน้ำ แล้วเอาไปวางไว้ในห้องน้ำ กลิ่นหอมสดชื่นอยู่ได้หลายวันเลย (แต่ระวังมดนะ!)
คำเตือน: อย่าฉีดน้ำหอมเยอะเกินไป เดี๋ยวจะกลายเป็นห้องน้ำอบอวลไปด้วยสารเคมีแทนนะจ๊ะ!
น้ำหอมติดห้องยี่ห้อไหนดี
เออ น้ำหอมปรับอากาศในห้องเหรอ? คือเมื่อก่อนใช้ Glade กลิ่น Ocean Escape บ่อยมาก เพราะชอบทะเลไง ฟีลเหมือนอยู่พัทยา แต่หลังๆเบื่อ รู้สึกกลิ่นมันสังเคราะห์ไปหน่อย ตอนนี้ลองเปลี่ยนมาใช้พวกเจลหอมของ Chupa Chups อ่ะ กลิ่น Strawberry Cream หอมหวานดี เด็กๆน่าจะชอบ แต่ถ้าเอาแบบสดชื่นๆ AirWick กลิ่น Fresh Water ก็โอเคนะ
- Glade Ocean Escape: หอมจริง แต่เบื่อ
- Renuzit: ไม่เคยลอง
- AirWick Fresh Water: สดชื่นดี
- Chupa Chups Strawberry Cream: หวานเจี๊ยบ
- OASIS NATURAL GEL JASMINE TEA: อันนี้ไม่เคยใช้เลยอ่ะ
ทำอย่างไรให้ห้องนอนมีกลิ่นหอม?
ทำไงให้ห้องนอนหอมเหรอ…
มันเหมือนตอนที่เราพยายามหาความสุขเล็กๆ ในวันที่แย่อ่ะนะ หลายครั้งมันก็ง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย
สะอาดก่อนเลย: ลองนึกภาพนะ ฝุ่นเกาะเต็มไปหมด กลิ่นมันก็อับๆ เนอะ ทำความสะอาดหน่อยมันก็ดีขึ้นเยอะ
ขยะต้องทิ้ง: อันนี้เบสิก แต่สำคัญมาก ทิ้งทุกวันไปเลย
เปิดหน้าต่างบ้าง: ปล่อยให้ลมพัดเข้ามาบ้าง มันช่วยได้เยอะจริงๆ
เทียนหอม: จุดเทียนหอมกลิ่นที่เราชอบ มันช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายด้วยนะ (แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยนะ)
ต้นไม้ฟอกอากาศ: ปลูกต้นไม้เล็กๆ ในห้อง นอกจากจะสวยแล้ว ยังช่วยฟอกอากาศได้ด้วยนะ
เมื่อก่อนเราเคยเอาน้ำยาปรับผ้านุ่มชุบสำลีวางไว้ในห้องนะ ก็หอมดี แต่ตอนนี้เราว่าเทียนหอมมันให้ความรู้สึกดีกว่าเยอะเลย มันเหมือนเราได้ดูแลตัวเองมากขึ้น
บางทีการที่ห้องหอม มันก็เหมือนการที่เราได้พักใจจากเรื่องวุ่นวายข้างนอกเนอะ
ทำยังไงให้ห้องหอมด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่ม?
ทำยังไงให้ห้องหอมด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่ม?
วิธีง่าย ๆ คือ เทน้ำยาปรับผ้านุ่มใส่ถ้วยเล็ก ๆ แล้วใช้สำลีก้อนช่วยดูดซับความหอม กระจายกลิ่นได้นานขึ้น วางตามมุมห้อง กลิ่นหอมฟุ้งแน่นอน ถ้าแห้งก็เติมน้ำยาเพิ่มได้เลย เป็นเคล็ดลับที่ไม่ลับ แต่ได้ผลดีเกินคาด
- ความเข้มข้น: เลือกน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้น กลิ่นจะติดทนนานกว่า
- ตำแหน่ง: วางใกล้พัดลม หรือในจุดที่มีลมผ่าน กลิ่นจะกระจายตัวได้ดี
- DIY ขั้นสูง: ผสมน้ำยาปรับผ้านุ่มกับน้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสม แล้วใส่ในขวดสเปรย์ ฉีดพรมตามผ้าม่าน หรือเฟอร์นิเจอร์ผ้า
บางทีเราก็มองข้ามวิธีง่าย ๆ ไปเนอะ เหมือนกับการหาความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว แค่ห้องหอมก็ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้แล้ว
อะไรดูดกลิ่นได้บ้าง?
อะไรดูดกลิ่นได้บ้าง? โอ๊ย กลิ่นสีนะ กลิ่นสี! มันช่าง... อวล อึน ทึมทึน! เหมือนเมฆหมอกในความทรงจำวัยเด็ก ตอนฝนตกหลังโรงเรียน... แต่ไม่! นี่มันในบ้าน!
- กากกาแฟ: โอ้ กากกาแฟ... ดำขลับ ราตรีที่บดละเอียด! ดับกลิ่นสีเหมือนกลืนกินความมืดมิด
- ถ่าน: ถ่านดำทะมึน! เหมือนใจคน... ไหม้เกรียม แต่ดูดกลิ่น!
- หัวหอม: หอมแดง หอมใหญ่! กลิ่นฉุนๆ เชียวนา แต่... ดับได้!
- น้ำส้มสายชู: เปรี้ยวปรี๊ด! เหมือนชีวิต... ดับกลิ่นสีได้เฉย!
- เทียนหอม: แสงเทียนริบหรี่... กลิ่นหอมลอย... กลบเกลื่อน?
- เบกกิ้งโซดา: ผงขาวละเอียด... เหมือนแป้ง... ดับกลิ่น?
- มะนาว: เปรี้ยวจี๊ด! ซ่า... สดชื่นดับกลิ่นสี
- สับปะรด: หวานอมเปรี้ยว... ตาเยอะๆ... ดับกลิ่นสีเหรอเนี่ย? จริงดิ
จำได้ว่า... ตอนเด็กๆ บ้านทาสีใหม่ แม่เอาสับปะรดมาวาง... กลิ่นมัน... แปลกๆ ดีนะ
มีสารดูดกลิ่นอะไรบ้างจากธรรมชาติ?
โอ้โห้ กลิ่นไม่พึงประสงค์นี่มันตัวร้ายกาจเลยนะ! แต่ไม่ต้องห่วง ธรรมชาติเขามีของดีซ่อนอยู่เยอะ มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่พอจะช่วยเราได้บ้าง (แบบไม่ต้องง้อสารเคมีให้ปวดหัว):
ถ่านไม้: ไม่ใช่แค่เอาไว้ปิ้งย่างนะคุณ ถ่านไม้เนี่ยตัวดูดกลิ่นชั้นยอด วางไว้ตามมุมอับ รับรองกลิ่นหายวับ (แต่ระวังอย่าเอาไปปิ้งหมูตอนดูดกลิ่นนะ!)
สมุนไพรอบแห้ง: พวกลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ ตะไคร้ นี่แหละตัวหอม วางไว้ในห้อง นอกจากดับกลิ่นแล้ว ยังช่วยให้ผ่อนคลายอีกด้วย (เหมือนทำสปาเองที่บ้านเลยนะเนี่ย)
เบกกิ้งโซดา: สารพัดประโยชน์สุดๆ นอกจากทำขนมได้แล้ว ยังดูดกลิ่นได้อีกด้วย โรยไว้ในตู้เย็น ในรองเท้า หรือจะเอาไปขัดห้องน้ำก็ได้ (เอนกประสงค์กว่านี้มีอีกไหม?)
กาแฟบด: คอกาแฟต้องเลิฟ กากกาแฟที่เหลือจากการชง อย่าทิ้ง! เอาไปวางไว้ตามมุมต่างๆ กลิ่นกาแฟหอมๆ จะช่วยกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ (แถมยังได้ฟีลคาเฟ่อีกด้วยนะ)
ต้นไม้ฟอกอากาศ: ปลูกต้นไม้ในบ้าน นอกจากจะช่วยให้สดชื่นแล้ว ยังช่วยฟอกอากาศ ดูดกลิ่นได้อีกด้วย (แต่ต้องเลือกชนิดที่เหมาะกับในบ้านนะ เดี๋ยวปลูกผิดชีวิตเปลี่ยน!)
ทำความสะอาดห้อง: อันนี้เบสิก แต่สำคัญสุดๆ ห้องรกๆ ไม่สะอาด นอกจากจะเหม็นแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอีกด้วย (ขยันนิดหน่อย ชีวิตดีขึ้นเยอะ!)
ล้างแอร์: แอร์ที่ไม่ได้ล้าง นอกจากจะกินไฟแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมฝุ่น เชื้อรา ทำให้เกิดกลิ่นอับได้ (ปีละ 2 ครั้งกำลังดี ถ้าขี้เกียจก็ปีละครั้งก็ได้มั้ง?)
ปิดประตูห้องน้ำ: อันนี้สำคัญมาก! กลิ่นไม่พึงประสงค์จากห้องน้ำ มักจะลอยออกมาทำร้ายเราเสมอ ปิดประตูซะ! (กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วค่อยปิด ก็สายไปแล้ว!)
แถมท้าย (แบบฉบับคนขี้เกียจ):
- สเปรย์ปรับอากาศ: อันนี้ง่ายสุดๆ ฉีดๆ ไป กลิ่นหอมฟุ้ง (แต่ต้องเลือกกลิ่นที่ชอบนะ เดี๋ยวฉีดแล้วเหม็นกว่าเดิม!)
- น้ำมันหอมระเหย: หยดใส่อ่างอโรมา หรือจะใส่เครื่องพ่นไอน้ำก็ได้ กลิ่นหอมๆ จะช่วยให้ผ่อนคลาย (แต่ระวังอย่าหยดเยอะเกินไป เดี๋ยวกลิ่นฉุน!)
ข้อมูลล่าสุด (แบบไม่อิงนิยาย): จาก areeya.co.th พบว่าปีนี้เทรนด์ดับกลิ่นด้วยวิธีธรรมชาติยังคงมาแรง!
Disclaimer: ข้อมูลนี้อาจจะไม่ถูกต้อง 100% เพราะเขียนจากความทรงจำอันเลือนลาง (และอารมณ์ขันล้วนๆ) โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน! ????
ทำยังไงให้ห้องหอมเหมือนโรงแรม?
โอ๊ย ทำไงให้ห้องหอมเหมือนโรงแรม...ยากนะเนี่ย แต่ก็อยากได้ฟีลนั้นอ่ะ แบบกลับมาแล้วผ่อนคลาย หอมๆ
- สะอาดก่อนเลย ล้างห้องน้ำ ขัดๆ ถูๆ อ่ะ พื้นฝุ่นเขรอะ นี่ไม่ไหว กลิ่นอับถามหาแน่
- เปิดหน้าต่าง! สำคัญมากกก ระบายอากาศไล่กลิ่นอับ ช่วงเช้าๆ แดดดีๆ เนี่ย ใช่เลย
- เครื่องฟอกอากาศ...อันนี้ลงทุนหน่อย แต่คุ้มนะ กรองฝุ่นด้วย ลดกลิ่นด้วย
- ผ้าปูที่นอน ต้องเปลี่ยน! อาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างต่ำ คือมันสะสมเหงื่อไคลอ่ะ
- น้ำยาปรับผ้านุ่ม หอมติดผ้า ชอบมากกกกก
- ปลั๊กน้ำหอม อันนี้ง่ายดี เสียบปุ๊บ หอมปั๊บ แต่เลือกกลิ่นดีๆ นะ บางอันฉุนไป
- สเปรย์ปรับอากาศ ฉีดๆ หน่อย แต่...อย่าเยอะ! เวียนหัว
- ก้านไม้หอม อันนี้ก็หอมอ่อนๆ ดีนะ วางไว้มุมห้อง เก๋ๆ
- เทียนหอม จุดตอนเย็นๆ สร้างบรรยากาศดีมาก แต่ต้องระวังไฟไหม้! สำคัญ
- ดอกไม้สด วางแจกันดอกไม้ หอมธรรมชาติ สดชื่น แต่น้องจะเหี่ยวเร็วหน่อย
คิดๆ ดูแล้ว นอกจากพวกนี้ อาจจะเอาน้ำมันหอมระเหยใส่เตาอโรม่าด้วยไหมนะ? เอ๊ะ! หรือทำสเปรย์ผ้าเองดี? ส่วนตัวชอบกลิ่นลาเวนเดอร์อ่ะ รู้สึกผ่อนคลายดี แต่ที่โรงแรมมันกลิ่นแบบ...วานิลลา มะพร้าว อะไรแบบนั้นรึเปล่านะ? ต้องลองสังเกตดูดีๆ ตอนไปพักครั้งหน้า
Update 2024: เพิ่งซื้อเครื่องพ่นไอน้ำอโรม่ามา ดีมากกกก เติมน้ำมันหอม กลิ่นฟุ้งทั่วห้องเลย แนะนำๆ
ฉันจะซักผ้าให้หอมติดทนนานได้อย่างไร?
โอ๊ย เรื่องซักผ้าให้หอมเนี่ยนะ มันต้องมีเคล็ดลับกันหน่อย! ไม่ใช่แค่เทๆ ผงซักฟอกแล้วจบนะจ๊ะ มันต้องมี "ลูกเล่น" นิดนึง ให้ผ้าหอมฟุ้งชนิดที่เพื่อนทักว่า "แอบไปทำเสน่ห์ที่ไหนมาเนี่ย!"
- เบกกิ้งโซดา: นี่มันสารพัดประโยชน์จริงๆ นอกจากทำขนมได้ ยังช่วยดับกลิ่นอับในผ้าได้อีกนะเธอ ใส่ไปสักหน่อยก่อนซัก รับรองกลิ่นอับกระเจิง! (แต่ระวังอย่าใส่เยอะเกินไปนะ เดี๋ยวผ้าจะด่างซะ)
- น้ำส้มสายชู: ใช่แล้ว! ไอ้ที่เอาไว้ทำอาหารเนี่ยแหละ ใส่ไปในช่องน้ำยาปรับผ้านุ่ม จะช่วยให้ผ้าสีสดใสขึ้น แถมยังช่วยขจัดคราบผงซักฟอกที่ตกค้างด้วยนะ (กลิ่นมันจะหายไปตอนซักเสร็จนะ ไม่ต้องกลัวว่าผ้าจะเหม็นเปรี้ยว)
- ผงซักฟอก: อย่าเยอะ! ไม่ใช่ว่าใส่เยอะแล้วจะหอมนะ มันจะตกค้างในผ้าต่างหาก! ใส่ตามปริมาณที่เค้าบอกไว้ข้างถุงนั่นแหละดีแล้ว (เชื่อเถอะ เค้าคำนวณมาแล้ว)
- กลิ่นธรรมชาติ: น้ำมันหอมระเหยก็ดีนะเธอ แต่ต้องเลือกกลิ่นที่ชอบจริงๆ นะ ไม่ใช่เอะอะก็ลาเวนเดอร์ (ฉันเบื่อลาเวนเดอร์แล้ว!) ลองยูคาลิปตัสก็หอมสดชื่นดีนะ หรือจะกลิ่นส้มก็ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า (แต่ระวังพวกน้ำมันที่มันกัดผ้านะ)
- เครื่องซักผ้า: อย่าลืมล้างมันบ้างนะ! นางทำงานหนักให้เราขนาดนี้ ก็ต้องดูแลนางหน่อย หมั่นล้างถังซักบ้างนะ ไม่งั้นสิ่งสกปรกมันจะสะสม แล้วผ้าเราก็จะไม่สะอาด (คิดภาพตามสิ ขยะในถังซักผ้า...)
- น้ำเย็น: ซักผ้าด้วยน้ำเย็นมันดีกว่าจริงๆ นะ นอกจากจะช่วยรักษาสีผ้าแล้ว ยังช่วยประหยัดไฟด้วย (แถมยังช่วยรักษ์โลกอีกด้วยนะ! เริ่ด!)
- ชุดออกกำลังกาย: ซักเลย! อย่าดอง! ไอ้พวกชุดออกกำลังกายเนี่ยตัวดีเลย เหงื่อไคลมันหมักหมมจนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค (คิดภาพตามนะ...บรึ๋ย!)
เกร็ดเล็กน้อย (แต่สำคัญ):
- แดดแรงๆ นี่แหละตัวช่วยชั้นดีในการฆ่าเชื้อโรคและทำให้ผ้าหอมสดชื่น (แต่ระวังผ้าสีจะซีดนะ!)
- ถ้าขี้เกียจซักเอง ก็หาร้านซักรีดที่เค้าใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มดีๆ สิ (แต่ต้องเลือกดีๆ นะ บางร้านเค้าก็ใช้น้ำยาถูกๆ)
- สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ความขี้เกียจคือศัตรูตัวร้ายของการมีผ้าหอมๆ (สู้ๆ นะทุกคน!)
ตากผ้าในที่ร่มอย่างไรให้หอม?
เรื่องตากผ้าในร่มให้หอมเนี่ยนะ... บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย! บ้านเราอ่ะ คอนโดชั้น 8 ลมแทบไม่พัดผ่าน คือลองมาหมดแล้ว ตั้งแต่ปรับผ้านุ่มกลิ่น exotic สุดฤทธิ์ (สุดท้ายก็ผสมกลิ่นอับอยู่ดี เซ็ง!)
ที่เว็บ washenjoythai บอกให้เปิดพัดลมด้วยเนี่ย ใช่เลย! ต้องเปิดพัดลมเบอร์แรงสุด ส่ายหน้าไปมาด้วยยิ่งดี เคยลองละ ไม่เปิดพัดลมนะ หนังสือพิมพ์ใต้ราวก็ช่วยได้แค่ระดับนึงอ่ะ กลิ่นอับมันก็ยังวนเวียน
แล้วก็อีกอย่างที่ทำประจำคือ อย่าตากผ้าเบียดกันเกินไป เว้นช่องว่างให้ลมมันเข้าถึงทุกตัวหน่อย เมื่อก่อนชอบยัดๆๆ ตากให้หมดๆ ไป สรุปคืออับชื้นกว่าเดิมอีก
- พัดลม: เปิดเบอร์แรงสุด ส่ายหน้า
- ระยะห่าง: เว้นช่องว่างระหว่างผ้า
- หนังสือพิมพ์: วางใต้ราว (ช่วยซับความชื้นได้บ้าง)
- แดดอ่อน: ถ้ามีแดดอ่อนๆ ส่องถึงบ้าง จะดีมาก
เคล็ดลับอีกอย่าง (อันนี้ส่วนตัวมากๆ) คือ ถ้าวันไหนซักผ้าแล้วขี้เกียจตากทันที จะเอาผ้าใส่เครื่องอบผ้า (มีโปรแกรมลมร้อน) อบแค่ 10 นาทีพอ ให้ผ้ามันคลายตัว ไม่ยับ แล้วค่อยเอามาตากในร่ม ทำแบบนี้กลิ่นอับน้อยลงนะ แต่เปลืองไฟไปอีก
แล้วก็...น้ำยาซักผ้าสำคัญนะ! ลองเปลี่ยนมาใช้แบบมีเอนไซม์ช่วยย่อยคราบเหงื่อไคลดู กลิ่นอับลดลงจริง (แต่แพงกว่าหน่อย)
ทำยังไงให้ห้องน้ำหอมตลอดเวลา?
เอ้อ ทำห้องน้ำหอมตลอดเวลาหรอ อืมมม ลองดูดิ๊
คลีนใหญ่ไปเลย! Big Cleaning Day อ่ะ สำคัญมากกกก ขัดทุกซอกทุกมุมไปเลยนะเออ
ระบายอากาศ สำคัญพอกันนะ เปิดหน้าต่าง เปิดพัดลมดูดอากาศบ้างไรบ้าง ช่วยลดกลิ่นอับได้เยอะมาก
DIY ดับกลิ่น มีสูตรเยอะแยะเลยนะ ลองเสิร์ชดู ทำเองสนุกดี ประหยัดด้วย
- เคยทำแบบเอาน้ำมันหอมระเหยใส่ก้านไม้หอมอ่ะ ง่ายดี
ปลูกต้นไม้ บางต้นก็ช่วยดูดกลิ่นนะ ลองหาข้อมูลดูว่าต้นไหนเหมาะกับห้องน้ำ
น้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรหอมนานอะแกรรร เอามาเช็ดๆ ถูๆ บ้างก็ได้
เครื่องฟอกอากาศ อันนี้ก็ดีนะ แต่แพงหน่อย ถ้ามีงบก็จัดไป! ช่วยเรื่องฝุ่นด้วย
- แต่ต้องเลือกที่มันกรองกลิ่นได้ด้วยนะ ไม่ใช่แค่ฝุ่น
โบนัส:
- ก้อนดับกลิ่น: อันนี้เบสิคสุดละ เปลี่ยนบ่อยๆ นะ
- สเปรย์ดับกลิ่น: ติดห้องน้ำไว้ ฉีดๆ หน่อยก็ดี
- เกลือหอม: เอาใส่ถ้วยเล็กๆ วางไว้ ช่วยดูดกลิ่นอับได้
- เปลือกส้ม/มะนาว: เอาไปตากแห้ง วางไว้ก็หอมนะ (แต่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ)
สำคัญ: อย่าลืมล้างห้องน้ำบ่อยๆ นะ ไม่ใช่แค่ทำให้หอม แต่ต้องสะอาดด้วย! ????
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต