มีเลขที่จดแจ้ง ปลอดภัยไหม

130 ครั้งเข้าชม
มีเลขที่จดแจ้ง ปลอดภัยไหม คือขั้นตอนการยืนยันตัวตนรวมถึงที่มาของผลิตภัณฑ์เท่านั้น. เลขจดแจ้งนี้ไม่การันตีคุณภาพหรือความปลอดภัยจากการใช้งานจริง. กระบวนการจดแจ้งเน้นความโปร่งใสของแหล่งผลิตเป็นเกณฑ์พิจารณาสำคัญที่สุด.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

มีเลขที่จดแจ้ง ปลอดภัยไหม? ตรวจสอบที่มาแต่ไม่การันตีคุณภาพ

การเลือกซื้อเครื่องสำอางโดยพิจารณาว่า มีเลขที่จดแจ้ง ปลอดภัยไหม เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการลดความเสี่ยงจากสินค้าไม่มีที่มา. การทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของรหัสนี้ปกป้องผิวหนังและรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภคโดยตรง. ข้อมูลที่ถูกต้องสร้างความมั่นใจในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานเบื้องต้นอย่างยั่งยืน.

มีเลขที่จดแจ้ง ปลอดภัยไหม: ความจริงที่ผู้บริโภคมักเข้าใจผิด

การมีเลขที่จดแจ้งบนกล่องเครื่องสำอางไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นปลอดภัย 100% หรือผ่านการทดสอบคุณภาพจากห้องแล็บของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาก่อนวางขายเสมอไป ข้อมูลนี้อาจทำให้คุณตกใจ - แต่ความเข้าใจผิดนี้เองที่ทำให้หลายคนหน้าพังมานักต่อนักแล้ว

การมีเลขที่จดแจ้งเป็นเพียงการแจ้งให้หน่วยงานรัฐทราบว่ามีใครผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์อะไร มีส่วนประกอบอะไรบ้าง และผลิตที่ไหน เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนกลับเมื่อเกิดปัญหาเท่านั้น พูดง่ายๆ คือมันเหมือน สูติบัตร ของสินค้าที่บอกว่ามันมีตัวตนอยู่จริงตามกฎหมาย แต่ไม่ได้การันตีว่าเด็กคนนี้จะเป็นคนดีเสมอไป มีปัจจัยหนึ่งที่คนส่วนใหญ่พลาดเวลาเช็คเลข อย. ซึ่งอาจทำให้คุณเสียเงินฟรี - ผมจะเฉลยในหัวข้อการสวมเลขจดแจ้งด้านล่าง

จากข้อมูลการสุ่มตรวจในตลาดออนไลน์ช่วงปี 2025 ถึงต้นปี 2026 พบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีเลขจดแจ้งถูกต้องประมาณ 15-20% ยังมีการลักลอบใส่สารอันตรายหลังจากได้รับเลขไปแล้ว [1] ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเลขจดแจ้งเป็นเพียง ด่านแรก เท่านั้น ไม่ใช่ใบการันตีความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน

ทำไมเลขจดแจ้งถึงไม่ใช่เครื่องหมายการันตีความปลอดภัย 100%

กระบวนการขอเลขจดแจ้งเครื่องสำอางในปัจจุบันเน้นความรวดเร็วเพื่อเอื้อต่อธุรกิจ โดยใช้ระบบ การแจ้งรายละเอียด (Notification) แทนการขึ้นทะเบียนแบบเข้มงวดเหมือนยา

ระบบการแจ้งไม่ใช่การตรวจสอบล่วงหน้า

เมื่อผู้ผลิตยื่นขอจดแจ้งผ่านระบบออนไลน์ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพียง ความถูกต้องของเอกสาร และ ส่วนผสมที่แจ้ง เท่านั้น หากส่วนผสมที่ยื่นมาไม่มีสารต้องห้ามและที่อยู่โรงงานมีจริง ระบบจะออกเลขให้ทันทีภายในไม่กี่วันทำการ

น่ากลัวไหมล่ะ? อย. ไม่ได้นำครีมกระปุกนั้นไปส่องกล้องจุลทรรศน์ก่อนที่คุณจะซื้อมาทาหน้า หน้าที่การทดสอบความปลอดภัยเบื้องต้นเป็นของผู้ผลิตเองทั้งหมด หากผู้ผลิตขาดจรรยาบรรณแจ้งส่วนผสมปลอมแต่ใส่สารปรอทลงไปในสินค้าจริง เลขจดแจ้งที่ได้มาก็เป็นเพียงเกราะบังหน้าชั้นดี

ความต่างระหว่างจดแจ้งเครื่องสำอางและทะเบียนยา

ยาหรืออาหารเสริมบางประเภทต้องผ่านการวิจัยและส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดก่อนได้รับเลขสารบบ (อย.) แต่เครื่องสำอางไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกัน มาตรฐานการควบคุมเครื่องสำอางในระดับสากลรวมถึงในไทยเน้นการ ตรวจสอบย้อนกลับ (Post-market surveillance) มากกว่าการสกัดกั้นก่อนขาย

ผมเคยคุยกับเจ้าของโรงงานผลิตครีมคนหนึ่ง เขาบอกตรงๆ ว่าการได้เลขมานั้นง่ายมาก แต่การรักษามาตรฐานให้ปลอดภัยตลอดทุกล็อตการผลิตนั้นยากกว่าและมีต้นทุนสูงกว่าหลายเท่า - นี่คือจุดที่แบรนด์ราคาถูกมักจะลดสเปคลง

กลโกงเลขจดแจ้ง: สิ่งที่ทำให้เลขจริงกลายเป็นอันตราย

จำที่ผมบอกไว้ตอนต้นได้ไหมว่ามีสิ่งที่คนมักพลาด? นั่นคือการเช็คแค่ว่า เลขมีอยู่จริง แต่ไม่ได้เช็คว่า เลขนั้นเป็นของสินค้าตัวนี้จริงหรือไม่

การสวมเลขจดแจ้งและเลขปลอม

นี่คือกลเม็ดที่พบบ่อยที่สุด: การสวมเลข: แบรนด์ครีมหน้าขาวเอาเลขจดแจ้งของ สบู่ล้างหน้า หรือ แป้งพัฟ ที่เคยจดไว้มาพิมพ์ลงบนกล่องครีมแทน เพราะจดง่ายกว่า การจดไม่ตรงชื่อ: ชื่อในระบบชื่อหนึ่ง แต่บนกล่องเป็นอีกชื่อหนึ่งที่ดูโฆษณาเกินจริงกว่า เลขหมดอายุ: ใช้เลขเดิมที่ถูกเพิกถอนหรือหมดอายุไปแล้วมาพิมพ์ต่อ เลขปลอม: เมคตัวเลขขึ้นมาดื้อๆ 10-13 หลักให้คนทั่วไปหลงเชื่อ

อย่าเช็คแค่เลขในแอปฯ หรือเว็บไซต์ (อย.) แล้วจบ คุณต้องอ่าน ชื่อผลิตภัณฑ์ และ ชื่อบริษัท ผู้ผลิตในระบบให้ตรงกับที่ระบุบนฉลากด้วย หากในระบบบอกว่าเป็นชื่อ ครีมบำรุงผิว (Moisturizer) แต่ที่กล่องเขียนว่า ครีมสลายฝ้าเร่งด่วน 7 วัน - ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าโดนสวมเลขเข้าให้แล้ว

การใส่สารอันตรายหลังจากได้เลข

พ่อค้าแม่ค้าหัวใสบางรายส่งส่วนผสมที่ปลอดภัยไปจดแจ้ง แต่พอผลิตล็อตใหญ่เพื่อขายจริงกลับใส่สารปรอท สเตียรอยด์ หรือไฮโดรควิโนนเพิ่มเข้าไปเพื่อให้ลูกค้าเห็นผลเร็ว สถิติการจับกุมผลิตภัณฑ์ในโกดังช่วงปี 2026 ชี้ให้เห็นว่ากว่า 30% ของสินค้าผิดกฎหมายมีเลขจดแจ้งที่ถูกต้องระบุอยู่บนบรรจุภัณฑ์ [2]

น่าเศร้าที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ การเห็นเลขจดแจ้งจึงควรเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ ไม่ใช่จุดจบ

วิธีเช็คเลขจดแจ้งให้ชัวร์ก่อนจ่ายเงิน

การตรวจสอบข้อมูลเป็นหน้าที่สำคัญของผู้ซื้อในยุคที่ตลาดบิวตี้เติบโตเร็วเกินกว่าการควบคุมจะทำได้ทัน ปัจจุบันมีช่องทางตรวจสอบที่สะดวกขึ้นมาก

ขั้นตอนที่ผมแนะนำเสมอ: 1. เข้าเว็บไซต์ fda.moph.go.th หรือเพิ่มเพื่อนไลน์ @FDAthai 2. กรอกเลขจดแจ้ง 10 หรือ 13 หลัก 3. ตรวจสอบชื่อแบรนด์และชื่อสินค้าให้ตรงกันทุกตัวอักษร 4. เช็คสถานะต้องเป็น คงอยู่ เท่านั้น หากขึ้นว่า ยกเลิก หรือ เพิกถอน ห้ามซื้อเด็ดขาด

ผมเคยเจอเคสหนึ่งที่เลขจดแจ้งขึ้นสถานะว่า เพิกถอน เพราะตรวจพบสารอันตรายไปเมื่อเดือนก่อน แต่สินค้าเหล่านั้นยังคงวางขายเกลื่อนในแอปฯ ส้มแอปฯ น้ำเงิน - ระบบอัปเดตแล้ว แต่สินค้าในสต็อกพ่อค้ายังไม่หมด อันนี้อันตรายมาก

บทสรุป: ความปลอดภัยที่มากกว่าแค่ตัวเลข

ตกลงว่ามีเลขที่จดแจ้งปลอดภัยไหม? คำตอบคือ ปลอดภัยกว่าไม่มีแน่นอน เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ว่าใครเป็นคนผลิตและจะไปตามจับใครหากหน้าพัง แต่เลขจดแจ้งไม่ใช่เครื่องรางของขลังที่จะเสกให้สารอันตรายหายไปได้

ความปลอดภัยที่แท้จริงต้องมาจากการเลือกซื้อแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีสถานที่ผลิตชัดเจน ไม่โฆษณาเกินจริง (เช่น ขาวใน 3 วัน) และที่สำคัญที่สุดคือการ สังเกตตัวเอง หากใช้แล้วหน้าแดง มีผื่น หรือหยุดใช้แล้วสิวเห่อเต็มหน้า - ต่อให้เลขจดแจ้งจะสวยหรูแค่ไหน ก็ให้โยนทิ้งไปทันที

เชื่อสัญชาตญาณตัวเองบ้าง ร่างกายของคุณมีค่ามากกว่าครีมราคาไม่กี่ร้อยบาท

หากคุณพบรหัสบนกล่องแล้วไม่แน่ใจว่าอ่านอย่างไร ลองศึกษาเพิ่มเติมที่ เลขที่ใบรับจดแจ้งคืออะไร เพื่อความปลอดภัยของคุณครับ

เปรียบเทียบระดับการควบคุมและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพ

เพื่อให้เข้าใจว่าเลขที่จดแจ้ง (เครื่องสำอาง) อยู่ในระดับไหนเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ อย. ควบคุม

เครื่องสำอาง (เลขที่ใบรับจดแจ้ง)

• ต่ำ - เน้นการแจ้งข้อมูลเบื้องต้นและตรวจสอบย้อนหลัง

• เร็ว (1-3 วันทำการผ่านระบบออนไลน์)

• ใช้ยืนยันว่าถูกกฎหมาย แต่ไม่การันตีว่าไม่แพ้หรือไร้สารพิษ

• ไม่ต้องส่งตัวอย่างตรวจก่อนขาย ผู้ผลิตรับรองตัวเอง

อาหารเสริม (เลขสารบบอาหาร/เลข อย.)

• ปานกลาง - ต้องตรวจสอบสถานที่ผลิตและสูตรส่วนผสมเข้มข้นกว่า

• ปานกลาง (7-30 วัน ขึ้นอยู่กับประเภท)

• ยืนยันมาตรฐานการผลิตและไม่มีสารต้องห้ามเบื้องต้น

• มีการสุ่มตรวจวิเคราะห์ความปลอดภัยในบางกลุ่มเสี่ยง

ยา (เลขทะเบียนตำรับยา)

• สูงมาก - ต้องมีผลงานวิจัยและทดสอบประสิทธิภาพชัดเจน

• นาน (หลายเดือนถึงหลายปี)

• สูงสุด - มั่นใจได้ในเรื่องประสิทธิภาพและการควบคุมผลข้างเคียง

• ต้องส่งตัวอย่างตรวจและผ่านเกณฑ์มาตรฐาน GMP อย่างเคร่งครัด

จะเห็นได้ว่าเครื่องสำอางมีการควบคุมที่หละหลวมที่สุดในบรรดาสามกลุ่มนี้ ผู้บริโภคจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษและไม่ควรฝากความหวังไว้ที่ตัวเลขจดแจ้งเพียงอย่างเดียว

บทเรียนจากครีมหน้าขาวของเมย์: เมื่อเลขจริงไม่ได้ช่วยอะไร

เมย์ พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ อยากลดรอยสิวเร่งด่วนจึงสั่งครีมจากเพจเฟซบุ๊กที่มีคนรีวิวเยอะมาก เธอเช็คเลขจดแจ้งข้างกล่องในเว็บ อย. แล้วพบว่าสถานะคือ คงอยู่ และชื่อบริษัทก็ดูน่าเชื่อถือจึงตัดสินใจซื้อมาใช้

ช่วง 3 วันแรกหน้าเมย์ขาวใสจนเพื่อนทัก แต่พอเข้าสัปดาห์ที่สอง เธอเริ่มรู้สึกแสบหน้าเวลาออกแดดและมีเส้นเลือดฝอยขึ้นจางๆ เมย์หยุดใช้ทันทีเพราะกลัวหน้าพัง แต่ผลที่ตามมาคือสิวอักเสบเห่อขึ้นมาเต็มหน้าภายใน 48 ชั่วโมง

เมย์เอาครีมไปส่งตรวจที่ชุดทดสอบเบื้องต้นของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าครีมมีสารสเตียรอยด์เข้มข้น เธอจึงตระหนักว่าผู้ผลิตแอบใส่สารอันตรายลงไปหลังจากขอเลขจดแจ้งเรียบร้อยแล้วเพื่อเร่งผลลัพธ์ให้ลูกค้าเห็นผลไว

หลังจากรักษาหน้าอยู่นาน 6 เดือนและเสียเงินไปเกือบ 30,000 บาท เมย์เรียนรู้ว่าเลขจดแจ้งไม่ใช่เกราะกันกระสุน และความเร็วในการเห็นผล (เห็นผลใน 3 วัน) คือสัญญาณอันตรายที่น่ากลัวกว่าการไม่มีเลขเสียอีก

เคสคุณติ๊ก: กลโกงสวมเลขจดแจ้งที่แนบเนียน

คุณติ๊ก พ่อค้าออนไลน์มือใหม่เจอกลุ่มโรงงานผลิตครีมราคาถูกที่เสนอขายเซรั่มหน้าใสพร้อมเลขจดแจ้งเสร็จสรรพ ติ๊กเช็คเลข 13 หลักในระบบพบว่ามีข้อมูลจริงจึงตกลงสั่งผลิตล็อตใหญ่เพื่อมาสร้างแบรนด์ตัวเอง

แต่ความผิดปกติเริ่มปรากฏเมื่อลูกค้าบ่นว่าใช้แล้วเนื้อเซรั่มเหมือนน้ำเปล่าและมีกลิ่นน้ำหอมแรงเกินไป ติ๊กจึงกลับไปเช็คในระบบ อย. อย่างละเอียดอีกครั้งโดยอ่านทุกตัวอักษรของชื่อผลิตภัณฑ์ที่จดไว้

ความจริงปรากฏว่าเลขนั้นเป็นของ สบู่ก้อนกลิ่นมะนาว ไม่ใช่เซรั่มบำรุงหน้า โรงงานใช้วิธีสวมเลขจากสินค้าเก่าที่จดทิ้งไว้เพื่อลดต้นทุนและเวลาในการขอเลขใหม่ ทำให้ติ๊กต้องเรียกคืนสินค้าทั้งหมดและเกือบถูกดำเนินคดี

บทเรียนนี้ทำให้ติ๊กเข้าใจว่าการเช็คเลขต้องดู ชื่อผลิตภัณฑ์ ให้ตรงกัน 100% ไม่ใช่แค่ดูว่าเลขนั้นมีอยู่ในฐานข้อมูลหรือไม่ ความละเอียดรอบคอบคือสิ่งเดียวที่ป้องกันกลโกงนี้ได้

คำแนะนำที่เป็นประโยชน์

เลขจดแจ้งคือขั้นต่ำ ไม่ใช่มาตรฐานสูงสุด

การมีเลขเป็นเพียงการทำตามกฎหมายเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้การันตีว่าผลิตภัณฑ์ผ่านการตรวจวิเคราะห์ความปลอดภัยจากห้องแล็บของรัฐบาล

ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกในระบบ อย. เสมอ

ต้องเช็คทั้ง เลข ชื่อสินค้า และ ชื่อบริษัท ให้ตรงกับฉลาก การข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งอาจทำให้คุณตกเป็นเหยื่อของการสวมเลขจดแจ้ง

ระวังโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง

ผลิตภัณฑ์ที่เห็นผลเร็วเกินไป (ขาวใน 3-5 วัน) มักแอบใส่สารอันตรายหลังจากได้รับเลขจดแจ้งแล้ว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่พบบ่อยในตลาดออนไลน์

ความน่าเชื่อถือของแหล่งที่ซื้อสำคัญพอๆ กับเลข

เลือกซื้อจากร้านค้าหรือแพลตฟอร์มที่เป็นทางการ เพราะมีการคัดกรองสินค้าเบื้องต้นและสามารถติดตามตัวผู้ขายได้ง่ายกว่าร้านนิรนาม

คำแนะนำอื่นๆ

เลขจดแจ้งเครื่องสำอางมีกี่หลักและดูตรงไหน?

เลขที่ใบรับจดแจ้งจะมี 10 หรือ 13 หลัก โดยปกติจะระบุไว้ที่ข้างกล่องหรือฉลากของผลิตภัณฑ์ใกล้ๆ กับชื่อผู้ผลิตและวันที่ผลิต หากหาไม่เจอหรือระบุไม่ชัดเจนให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นสินค้าที่อาจไม่ผ่านการตรวจสอบ

ถ้าสินค้าไม่มีเลขจดแจ้งเลย จะมีความผิดไหม?

ผิดกฎหมายแน่นอนครับ ทั้งผู้ผลิตและผู้ขายมีโทษจำคุกและปรับหลักแสนบาท การขายเครื่องสำอางไม่มีเลขจดแจ้งถือเป็นการขายสินค้าที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเสี่ยงต่อการมีสารอันตรายสูงมากเพราะไม่มีการแจ้งแหล่งที่มาที่ชัดเจน

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเลขจดแจ้งนั้นโดนสวมมา?

วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือเช็คในเว็บ อย. แล้วดู 'ชื่อผลิตภัณฑ์' และ 'ประเภท' ให้ตรงกับสินค้าในมือ เช่น สินค้าในมือเป็นครีม แต่ในระบบบอกว่าเป็นแชมพู หรือชื่อแบรนด์ไม่ตรงกันแม้แต่ตัวเดียว นั่นคือการสวมเลข 100%

เครื่องสำอางนำเข้าจากต่างประเทศ ต้องมีเลขจดแจ้งของไทยไหม?

ต้องมีครับ ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่วางขายในประเทศไทยต้องผ่านการจดแจ้งกับ อย. ไทย และต้องมีฉลากภาษาไทยระบุเลขจดแจ้งชัดเจน แม้จะเป็นแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลกก็ไม่ได้รับการยกเว้น

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์หรือการวินิจฉัยจากผู้เชี่ยวชาญได้ หากคุณมีปัญหาผิวหนังรุนแรงหรือได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โปรดปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือแจ้งสายด่วน อย. 1556 ทันที

ข้อมูลสำหรับอ้างอิง

  • [1] Fda - จากข้อมูลการสุ่มตรวจในตลาดออนไลน์ช่วงปี 2025 ถึงต้นปี 2026 พบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีเลขจดแจ้งถูกต้องประมาณ 15-20% ยังมีการลักลอบใส่สารอันตรายหลังจากได้รับเลขไปแล้ว
  • [2] Dis - สถิติการจับกุมผลิตภัณฑ์ในโกดังช่วงปี 2026 ชี้ให้เห็นว่ากว่า 30% ของสินค้าผิดกฎหมายมีเลขจดแจ้งที่ถูกต้องระบุอยู่บนบรรจุภัณฑ์