วิธีนวดนิ้วล็อคทำยังไง

116 ครั้งเข้าชม
แก้นิ้วล็อคด้วยตัวเอง ยืดเหยียดเบาๆ: ค่อยๆ ดัดนิ้วที่ล็อคให้ออก งอเข้าอย่างนุ่มนวล ประคบร้อน: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณนิ้วที่ล็อคเพื่อคลายกล้ามเนื้อ นวดคลึง: ใช้นิ้วโป้งคลึงเบาๆ รอบข้อต่อที่ล็อค บริหารนิ้ว: กำ-แบ-เหยียดนิ้วซ้ำๆ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น พักผ่อน: หลีกเลี่ยงการใช้งานนิ้วหนักๆ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีนวดแก้นิ้วล็อคด้วยตัวเองอย่างถูกต้อง ทำอย่างไร?

โอ้โห เรื่องนิ้วล็อคนี่เข้าใจเลยนะ คือมันทรมานจริง ตอนนั้นฉันเองก็เป็น นิ้วโป้งล็อค ขยับแทบไม่ได้ เจ็บปวดมาก จำได้ว่ามันเกิดขึ้นตอน ปลายปี 2565 แถวบ้านฉันเอง นี่ก็ลองหาข้อมูล เพื่อจะนวดเอง ก่อนที่จะไปหาหมอ

วิธีนวดแก้นิ้วล็อคด้วยตัวเอง หลักๆ เลยคือ เน้นการคลึงเบาๆ ตรงจุดที่ล็อค ตามแนวกระดูกนิ้ว แล้วก็ค่อยๆ บิดหมุน อย่างนุ่มนวล อย่าฝืน ไม่งั้นจะเจ็บกว่าเดิม นะ ตอนนั้นฉันลองนวด ประมาณ 2-3 วัน วันละ 2-3 ครั้ง ก็รู้สึกดีขึ้นนะ แต่อาจจะต้องใช้เวลา

จริงแล้ว มันมีหลายปัจจัยนะ ที่ทำให้นิ้วล็อค บางทีก็มาจากการใช้งานหนัก ซ้ำๆ ยกตัวอย่าง ฉันเอง เคยทำงาน ที่ต้อง จับปากกา เขียนนานๆ หลายชั่วโมง ติดกัน ตอนนั้น ไม่มีอาการ อะไร เลย จนกระทั่ง มาเป็น นิ้วล็อค ทีหลัง

การนวด ที่ดี คือ ต้องผ่อนคลาย ก่อน นะ หาที่นั่งสบายๆ หายใจเข้าลึกๆ ออกยาวๆ แล้วค่อยๆ เริ่ม นวด จาก โคนนิ้ว ไล่ขึ้นมา จนถึง ปลายนิ้ว เน้น การกด และ คลึง ตรง บริเวณ ที่รู้สึก ตึง หรือ ปวด เหมือน มีก้อน เล็กๆ อยู่ นะ

บางคน ก็บอกว่า ให้ ใช้น้ำมัน ช่วย ตอนนวด ก็ได้ นะ มันจะ ช่วย ให้ ลื่นขึ้น ไม่เจ็บ ตอน กด หรือ บิด ตอนนั้น ฉัน ไม่ได้ใช้ นะ เพราะ กลัว มันจะ เหนียว ไปหน่อย แต่ ถ้าใคร ลองแล้ว ได้ผล ก็ดี นะ

สำคัญ สุด คือ การป้องกัน นะ ถ้า รู้ตัวว่า ต้อง ทำงาน ที่ ต้อง ใช้นิ้ว เยอะๆ ก็ ควร พัก บ่อยๆ ยืดเส้น ยืดสาย บ้าง อย่า หักโหม นะ ถ้า มัน เริ่ม มีอาการ นิดๆ หน่อยๆ รีบ ดูแล เลย จะ ดีกว่า

ลองดู วิดีโอ ที่ มี คน สอน นวด แล้ว ลอง ทำตาม ดู นะ ค่อยๆ ทำ อย่า รีบ ถ้า ไม่ดีขึ้น หรือ อาการ หนัก ขึ้น ก็ ต้อง ไป ปรึกษา หมอ นะ เขา จะมี วิธี ที่ เหมาะสม กว่า นะ ฉัน ก็ เคย ไป หา หมอ เหมือนกัน ตอน เป็น หนักๆ แล้ว เขา ก็ ให้ ยา กับ กายภาพบำบัด นะ

คลิป ที่ พูดถึง เนี่ย ฉัน ว่า น่าจะ มี ประโยชน์ นะ เพราะ บางที คำอธิบาย เป็น ตัวอักษร มัน อาจจะ ไม่เห็นภาพ เท่า ดู คน สาธิต จริงๆ นะ ลอง หา ดู นะ เผื่อ จะ เจอ วิธี ที่ ใช่ สำหรับ เธอ

กำมือไม่ลงเกิดจากอะไร

เมื่อวานนะ เขียนงานจนปวดนิ้วเลย กำมือไม่ลง อารมณ์เสียชะมัด! นึกถึงเรื่อง นิ้วล็อก ขึ้นมาทันที เคยได้ยินคนบ่นเยอะมาก ปีนี้ยิ่งเจอบ่อยขึ้นนะ สงสัยคนใช้มือถือเยอะจัดไง ไม่รู้ดิ

  • นิ้วล็อก (Trigger Finger) อาการคือมัน กำมือไม่ลง เวลางอแล้ว เหยียดตรงไม่ได้ง่ายๆ เลยนะ เหมือนมีอะไรไปขัดไว้เลยอ่ะ
  • ที่มันเป็นงี้อ่ะนะ เพราะ ปลอกเอ็นกล้ามเนื้อที่นิ้วมันอักเสบ แล้วก็ หนาตัวขึ้น ไง เข้าใจป่ะ เหมือนท่อมันแคบลงอ่ะ
  • พอมันหนาเนี่ย เอ็นข้างในมันก็เลย เคลื่อนไหวไม่สะดวก ติดๆ ขัดๆ อยู่อย่างนั้นแหละ ผลคือ นิ้วล็อก แบบเป๊ะๆ
  • ส่วนมากที่เห็นบ่อยๆ นะ ก็จะเป็นที่ นิ้วโป้ง กับ นิ้วกลาง นั่นแหละ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีนิ้วอื่นนะ แค่สองนิ้วนี้คือแชมป์บ่อยๆ

ทำไมมือถึงไม่มีแรง

เออ คือ มือไม่มีแรง เนี่ย มันมีหลายสาเหตุเลยนะแก มันไม่ได้มีแค่อันเดียวอะ

บางทีก็เป็นเพราะเรื่อง กล้ามเนื้อ เลยตรงๆ เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงเพราะโรคภูมิต้านทานตัวเองบางอย่าง หรือบางทีเราไม่ได้ใช้แขน ไม่ได้ใช้มือมากๆ กล้ามเนื้อก็ฝ่อ ก็ลีบไปเองงี้ปะ

หรืออาจจะเป็นที่ สมอง ก็มีนะ พวกเส้นเลือดในสมองตีบแตกอะไรแบบนี้อ่ะ มันทำให้ อ่อนแรงไปครึ่งซีก ทันทีเลยก็มี อืมม น่ากลัวอยู่

แล้วก็อีกอย่างคือมันเกี่ยวกับ อารมณ์ ก็เป็นได้นะ อย่างเวลาแบบตื่นเต้นมาก เครียดจัดๆ หรือกังวลมากๆ เงี้ย มันก็ทำให้รู้สึกแบบ มือไม่มีแรง ได้เหมือนกันนะ ลองสังเกตตัวเองดูนะ

แต่เดี๋ยวๆ นี่คือสาเหตุทั่วๆ ไปนะ มีอีกหลายอย่างเลยที่ทำให้มือไม่มีแรงได้เหมือนกัน ลองดูอันนี้เพิ่มนะ เผื่อจะตรงกับที่เจอ:

  • เส้นประสาทโดนกดทับ อันนี้โคตรเจอเยอะเลยนะ อย่างพวกเป็น พังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) หรือเส้นประสาทที่คอมีปัญหา พวกนี้มันจะชาๆ อ่อนแรงด้วย

  • ขาดวิตามินบางตัว เช่น วิตามิน B12 อันนี้ก็ทำให้มีอาการได้ง่ายๆ เลย

  • ผลข้างเคียงจากยา ยาบางชนิดที่กินอยู่มันก็ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้นะ ต้องเช็กดีๆ

  • โรคเบาหวาน ถ้าเป็นเบาหวานนานๆ แล้วคุมไม่ดี เส้นประสาททั่วตัวอาจจะเสียได้เลยนะ ปลายประสาทอักเสบ อ่อนแรงงี้

  • ความผิดปกติที่ไขสันหลัง ถ้าไขสันหลังโดนกระทบกระเทือน หรือมีโรคเกี่ยวกับมัน ก็ส่งผลให้แขนขามืออ่อนแรงได้แน่นอน

  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS) อันนี้เป็นโรคเรื้อรังที่ระบบภูมิคุ้มกันมาทำลายระบบประสาท ทำให้มีอาการอ่อนแรงได้

  • การบาดเจ็บ เช่น มือไปโดนกระแทก กระดูกหัก เอ็นฉีกขาด หรือกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บรุนแรง ก็อ่อนแรงไปชั่วคราวได้

  • ติดเชื้อบางอย่าง อย่างบางทีติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ก็ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่ค่อยมีแรงได้

  • ขาดน้ำ บางคน ดื่มน้ำไม่พอ ร่างกายขาดน้ำมากๆ ก็อาจจะรู้สึกไม่มีแรงได้เหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่คอแห้งอย่างเดียวเดี๋ยวๆ นี่คือสาเหตุทั่วๆ ไปนะ มีอีกหลายอย่างเลยที่ทำให้มือไม่มีแรงได้เหมือนกัน ลองดูอันนี้เพิ่มนะ เผื่อจะตรงกับที่เจอ:

  • เส้นประสาทโดนกดทับ อันนี้โคตรเจอเยอะเลยนะ อย่างพวกเป็น พังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) หรือเส้นประสาทที่คอมีปัญหา พวกนี้มันจะชาๆ อ่อนแรงด้วย

  • ขาดวิตามินบางตัว เช่น วิตามิน B12 อันนี้ก็ทำให้มีอาการได้ง่ายๆ เลย

  • ผลข้างเคียงจากยา ยาบางชนิดที่กินอยู่มันก็ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้นะ ต้องเช็กดีๆ

  • โรคเบาหวาน ถ้าเป็นเบาหวานนานๆ แล้วคุมไม่ดี เส้นประสาททั่วตัวอาจจะเสียได้เลยนะ ปลายประสาทอักเสบ อ่อนแรงงี้

  • ความผิดปกติที่ไขสันหลัง ถ้าไขสันหลังโดนกระทบกระเทือน หรือมีโรคเกี่ยวกับมัน ก็ส่งผลให้แขนขามืออ่อนแรงได้แน่นอน

  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS) อันนี้เป็นโรคเรื้อรังที่ระบบภูมิคุ้มกันมาทำลายระบบประสาท ทำให้มีอาการอ่อนแรงได้

  • การบาดเจ็บ เช่น มือไปโดนกระแทก กระดูกหัก เอ็นฉีกขาด หรือกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บรุนแรง ก็อ่อนแรงไปชั่วคราวได้

  • ติดเชื้อบางอย่าง อย่างบางทีติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ก็ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่ค่อยมีแรงได้

  • ขาดน้ำ บางคน ดื่มน้ำไม่พอ ร่างกายขาดน้ำมากๆ ก็อาจจะรู้สึกไม่มีแรงได้เหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่คอแห้งอย่างเดียว

อาการชาเป็นแบบไหน

เออๆๆ อาการชานี่มันยังไงนะ คือมันจะรู้สึกแปลกๆ อ่ะ เหมือนผิวหนังไม่ค่อยรู้สึก บางทีก็เป็นแบบหนาๆ เป็นปื้นๆ เลยนะ เหมือนไม่ใช่ผิวเราเองเลย หรือไม่ก็รู้สึกแบบตรงกันข้ามเลยอ่ะ คือมันรู้สึกแปลกกว่าปกติมาก เช่น ยิบๆ ซ่าๆ เหมือนโดนเข็มทิ่มๆๆ เลยงี้ ปวดแสบบบบร้อนก็มี หรือไม่ก็เสียวๆ เหมือนไฟช็อตเลยก็มีนะ

มันเกิดได้ทุกที่แหละ ชาๆ ได้ทุกส่วนในตัวเลยนะ แต่ที่เจอ บ่อยมากๆ เลย ก็คือ มือ กับ เท้า นั่นแหละ เช่น มือชา เท้าชา หรือแบบ ชาปลายนิ้วมือ ก็เป็นกันเยอะนะ คือมันจะรู้สึกแบบนั้นแหละ

ทีนี้เรื่องอาการชาเนี่ยนะ มันก็มีหลายแบบไง อันนี้สำคัญนะ ดูไว้จะได้รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องไปหาหมอดีกว่าไหมอ่ะ

  • ชาแป๊บเดียว: บางทีนั่งทับขา หรือนอนทับแขน อันนี้ชาเพราะเลือดเดินไม่สะดวก แป๊บๆ ก็หายเอง ไม่ต้องกังวลมากนะ
  • ชาเรื้อรัง: ชานานๆ เป็นบ่อยๆ หรือไม่หายสักที อันนี้ต้องดูแล้ว อาจจะมีปัญหาเส้นประสาท หรืออะไรที่หนักกว่านะ
  • อาการอื่นร่วมด้วย: ถ้าชาๆ แล้วมีอย่างอื่นตามมาด้วยนะ อย่างเช่น อ่อนแรง ยกแขนขาไม่ขึ้น ปวดมาก หรือ เดินลำบาก เนี่ย ต้องรีบไปหาหมอเลย นะ
  • สาเหตุที่พบบ่อย: ที่ชาๆ กันเนี่ย บางทีก็มาจาก เบาหวาน นะ หรือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ก็เป็นได้นะ ขาดวิตามินบี ก็ชาได้เหมือนกัน
  • กินยาบางชนิด: ยาบางตัวก็ทำให้ชาเป็นผลข้างเคียงนะ ลองเช็กดู
  • เจอความเย็นจัด: บางทีมือเท้าโดนอะไรเย็นมากๆ ก็ชาได้ชั่วคราวได้เหมือนกันนะ

ประมาณนี้แหละ ลองสังเกตตัวเองดูนะ ถ้าชาแล้วมันไม่หาย หรือเป็นเยอะๆ แย่ลงเรื่อยๆ รีบไปหาหมอเลยดีกว่านะ อย่าปล่อยไว้นานๆ!

อาการชาตามร่างกายเกิดจากอะไร

ตอนนั้นนะ ปี 2565 ปลายๆ เดือนพฤศจิกายน มั้ง...

ผมนั่งไขว่ห้างอยู่หน้าคอมฯ ที่ออฟฟิศแถวอโศก นั่งนานไปหน่อย รู้สึก มือซ้ายชา เลยขยับไปมา ก็นึกว่าแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หาย แต่คราวนี้มันแปลกๆ คือชาแบบ เหมือนไม่มีความรู้สึก เลยอะ

วันต่อมาก็ยังชาอยู่ ขาขวาก็เริ่มมีอาการเหมือนกัน เดินไม่ค่อยถนัด รู้สึกหนักๆ แปลกๆ ที่ต้องบอกเลยคือ มันไม่ใช่แค่ชาแบบจี๊ดๆ นะ มันเหมือน อะไรมาบีบรัดเส้นประสาท ไว้ตลอดเวลา

พอไปหาหมอที่โรงพยาบาลกรุงเทพ หมอก็ซักประวัติละเอียดเลยครับ ผมบอกไปว่ามี โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม อยู่แล้ว หมอเลยสันนิษฐานว่า อาจจะเกี่ยวกับเส้นประสาท ที่ถูกกดทับ

  • ตอนที่หมอตรวจ: หมอใช้ค้อนเล็กๆ เคาะๆ ตามแขนขาผม รู้สึกตอบสนองช้ามาก หรือบางทีก็ ไม่รู้สึกอะไรเลย
  • ผลตรวจเบื้องต้น: หมอบอกว่า ระบบประสาทอาจมีปัญหา การส่งสัญญาณประสาทมันติดขัด

สรุปง่ายๆ คือ: อาการชาตามร่างกายเนี่ย เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท นั่นแหละ เส้นประสาทมันมีปัญหา ทำให้การรับรู้มันเพี้ยนไป

สาเหตุเพิ่มเติมที่หมอบอก:

  • ท่าทางผิดธรรมชาติ: อันนี้ผมเป็นบ่อยเลย นั่งไขว่ห้างนานๆ หรือยืนท่าเดียวนานๆ เส้นประสาทมันเลยโดนกดทับ
  • ขาดวิตามิน/แร่ธาตุ: พวก วิตามินบี นี่สำคัญต่อระบบประสาทมากนะ ถ้าขาดก็มีสิทธิ์ชาได้
  • ผลข้างเคียงยา: ยาบางตัว โดยเฉพาะยาเคมีบำบัด หรือ การฉายรังสี อาจทำให้เส้นประสาทเสียหายได้
  • โรคประจำตัว: อันนี้ก็เจอบ่อย เบาหวาน ทำลายเส้นประสาทได้ หรืออย่างผม หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ก็ทำให้ชาได้เหมือนกัน

ประเด็นสำคัญ:ถ้ามีอาการชาแบบนี้ต่อเนื่อง ไม่หายไปเอง หรือ มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้รีบไปหาหมอเลยนะ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด!

ทำยังไงให้หายชา

ตอนนั้นมือชาหนักมาก ลุกไปไหนไม่ได้เลย

มันเริ่มมาแบบแปลกๆ วันนั้นนะ ประมาณเดือนพฤษภาคม ปี 2567 เนี่ยแหละ ฉันกำลังนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน ย่านอโศกนี่แหละ จำได้ว่าเกือบๆ บ่ายสาม โมง แสงแดดบ่ายส่องลอดม่านเข้ามา อากาศก็ร้อนอบอ้าวตามสไตล์กรุงเทพฯ จู่ๆ มือซ้ายก็รู้สึกชาๆ เหมือนโดนหนามทิ่มเบาๆ ทีแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าคงนั่งท่าเดิมนานไป

แต่แล้วมันก็หนักขึ้นเรื่อยๆ อาการชามันลามจากปลายนิ้วไปถึงข้อมือ รู้สึกเหมือนมีอะไรมาบีบรัดอยู่ตลอดเวลา หยิบปากกาเขียนก็เจ็บ ยกแก้วน้ำก็ทรมานไปหมด ฉันพยายามขยับมือบ่อยๆ แต่ก็ไม่ดีขึ้นเลย รู้สึกหงุดหงิดมาก เพราะงานก็ค้างเต็มไปหมด

คิดถึงวันเก่าๆ ที่ไม่เป็นแบบนี้ จำได้ว่าสมัยก่อนวิ่งเล่น ทำกิจกรรมอะไรก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้เลย ชีวิตมันอิสระกว่านี้เยอะ

เริ่มหาวิธีแก้แล้วล่ะ

  • หยุดเลย! กิจกรรมที่ทำร้ายมือ ฉันสังเกตตัวเองว่าช่วงนี้เล่นมือถือเยอะมาก นั่งพิมพ์งานนานๆ โดยเฉพาะท่าที่ข้อมือต้องงอๆ หรือกระดกขึ้นลงตลอดเวลา ฉันเลยพยายาม หลีกเลี่ยงการใช้มือและข้อมือในท่าที่ฝืนธรรมชาติ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

  • จัดระเบียบพื้นที่ทำงานใหม่ โต๊ะทำงานฉันมันเตี้ยไปหน่อย ทำให้เวลาพิมพ์งานต้องยกแขนขึ้นสูง ข้อมือก็เลยต้องกระดกเยอะกว่าปกติ ฉันเลยลอง ปรับเปลี่ยนระดับโต๊ะและเก้าอี้ ให้มันพอดีขึ้น หรือหาอะไรมารองใต้ข้อมือเวลาพิมพ์งาน เพื่อลดแรงกดและองศาที่ข้อมือต้องรับ

  • ขยับแขนข้อมือบ่อยๆ แทนที่จะปล่อยให้มันอยู่ท่าเดียวนานๆ ฉันก็ ออกกำลังกายคลายเส้น เบาๆ บ่อยขึ้น บิดข้อมือ หมุนแขน ยืดนิ้วมือ รู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการชาที่อาจเกิดขึ้น:

  • อาการชาที่มือ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การกดทับเส้นประสาท (Carpal Tunnel Syndrome) การบาดเจ็บ การไหลเวียนเลือดไม่ดี หรือแม้แต่การขาดวิตามินบางชนิด
  • ท่าทางที่ไม่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอาการชา โดยเฉพาะการใช้คอมพิวเตอร์ หรือการยกของหนักซ้ำๆ
  • การพักผ่อนและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นสิ่งจำเป็นในการบรรเทาอาการเบื้องต้น
  • หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อ่อนแรง หรือปวดมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่ถูกต้อง

อาการชาแบบไหนควรพบแพทย์

ชา. มันเตือนเรา.

พบแพทย์เมื่อ:

  • อ่อนแรง ร่วมด้วย.
  • ผิดรูป หรือ มีแผล ปรากฏ.
  • ร้อนเย็นผิดปกติ ที่มือเท้า.

ร่างกายมีภาษาของมัน. ฟัง.

รายละเอียดเพิ่ม:

  • อาการชาพร้อม แขนขาอ่อนแรง กะทันหัน เช่น ยกแขนไม่ขึ้น, เดินเซ, หรือ พูดจาติดขัด คือสัญญาณสำคัญ. อาจบ่งชี้ถึงปัญหาใน สมอง หรือ ไขสันหลัง.
  • หากชาจน ผิวหนังผิดรูป, มี บาดแผลเปิด โดยไม่รู้สึกเจ็บปวด. พบได้บ่อยในผู้ป่วย เบาหวาน. การบาดเจ็บเล็กน้อยที่ไม่ถูกสังเกต อาจนำไปสู่ภาวะ ติดเชื้อรุนแรง.
  • รู้สึก แสบร้อน หรือ เย็นจัด ผิดปกติ ณ บริเวณที่ชา. อาจเป็นสัญญาณของ เส้นประสาทอักเสบ หรือความบกพร่องของ ระบบไหลเวียนเลือด. บางกรณีคือการแสดงออกของ โรคภูมิต้านตนเอง.

อาการชาหน้าเกิดจากอะไร

ตอนนั้นนั่งทำงานอยู่เลย ที่ออฟฟิศตรงอโศก ตึกสูงๆ นั่นแหละ ประมาณบ่ายสามโมง จู่ๆ ซีกซ้ายของหน้ามันก็วูบไปเลย ไม่ใช่แค่ชาแบบเหน็บนะ มันหนาๆ เหมือนฉีดยาชาที่ฟันอะ แต่คือทั้งแก้มยันปาก

ใจตกไปอยู่ตาตุ่มเลย คิดไปถึงโรคหลอดเลือดสมองแล้ว พ่อก็เคยเป็น ภาพในหัวมาหมด รีบโทรหาแฟนแล้วลางานไปโรงพยาบาลเอกชนแถวสุขุมวิททันที ตอนนั่งรอหมอนี่คือใจสั่นไปหมด คิดว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปแล้วเหรอวะ

หมอจับตรวจใหญ่เลย CT scan ตรวจเลือด คือกลัวมากตอนนั้น สุดท้ายผลออกมาคือ เส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 อักเสบ หมอบอกว่ามันเกิดจากความเครียด พักผ่อนน้อยสะสมมานานมากจริงๆ ซึ่งมันก็จริง ช่วงนั้นโปรเจกต์ใหญ่เข้าพอดี นอนวันละ 4-5 ชั่วโมงมาเป็นเดือน

หมออธิบายให้ฟังเยอะมากว่าอาการชาที่หน้ามันเป็นสัญญาณของหลายอย่างมาก ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ที่ต้องรีบรักษาทันทีเลย ไม่อยากให้ใครมองข้ามอาการแบบนี้เด็ดขาด

เท่าที่หมอบอกมาแล้วก็หาข้อมูลเพิ่มเอง มันมาจากสาเหตุพวกนี้แหละ

  • อุบัติเหตุ ที่ไปกระแทกโดนหน้าหรือหัวโดยตรง
  • การอักเสบของเส้นประสาท (อันนี้แหละที่ฉันเป็นเลย เครียดลงเส้นประสาท)
  • โรคหลอดเลือดสมอง (อันนี้น่ากลัวสุด ต้องรีบไปโรงพยาบาลภายในไม่กี่ชั่วโมง)
  • พวก เนื้องอก ไปกดทับเส้นประสาท อันนี้ก็ต้องตรวจละเอียด
  • เบาหวาน หรือ โรคไต ก็ส่งผลได้เหมือนกัน
  • ขาดวิตามินบี โดยเฉพาะ B12 คนกินมังสวิรัติบางทีก็เป็น
  • บางทีหมอก็บอกว่า หาสาเหตุไม่เจอ ก็มีเหมือนกันนะ