แว่นกรองแสง เหมาะกับใคร

104 ครั้งเข้าชม
แว่นกรองแสง เหมาะสำหรับ: ผู้มีอาการแพ้แสง: ช่วยลดความรู้สึกไม่สบายตา, เคืองตา, และน้ำตาไหลเมื่อเจอแสงจ้า ผู้ที่ต้องการดูแลสายตา: ช่วยถนอมดวงตา, ลดความเสี่ยงโรคตา เช่น จอประสาทตาเสื่อม ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์/มือถือเป็นประจำ: ลดแสงสีฟ้าที่ทำร้ายดวงตา ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง: ป้องกันรังสียูวีจากแสงแดด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แว่นกรองแสง เหมาะกับใครบ้าง?

แว่นกรองแสงเนี่ยนะ เหมาะกับใครบ้าง? อืม... เอาจริงๆ นะ จากประสบการณ์ส่วนตัว (คือเมื่อก่อนก็ไม่เคยคิดจะใส่เลย) ตอนแรกที่เริ่มใส่แว่นกรองแสงอ่ะ เพราะว่าทำงานหน้าคอมนานๆ แล้วรู้สึกปวดตามากกกก แบบ...ชนิดที่ว่าเย็นๆ หัวเลยอ่ะ

แล้วก็...คนที่มีปัญหาตาแพ้แสงน่าจะเหมาะนะ คือแบบ...เจอแดดแล้วแสบตา น้ำตาไหลพรากๆ อะไรแบบนั้นอ่ะ คิดว่าน่าจะช่วยได้เยอะเลยนะ

แล้วก็...สำหรับคนที่อยากถนอมสายตานี่แหละ ใช่เลย! เพราะว่าแสงสีฟ้าจากหน้าจอต่างๆ มันทำร้ายตาเรามากจริงๆ นะเออ! แบบว่า...อนาคตเสี่ยงเป็นโรคตาต่างๆ นานา จอประสาทตาเสื่อมงี้ น่ากลัวออก!

คือถ้าถามว่าใครเหมาะ... เอาจริงๆ ก็คือทุกคนแหละที่ใช้สายตาเยอะๆ อ่ะ ยิ่งยุคนี้ที่ต้องจ้องจอกันทั้งวันทั้งคืนเนี่ยนะ มีไว้สักอันก็ไม่เสียหายหรอก! (อันนี้ไม่ได้ขายของนะ แค่แนะนำจากใจจริง)

แสงสีฟ้าส่งผลต่อดวงตาอย่างไร?

ฟ้า... แสงสีฟ้า... ราวกับเงาในความฝันที่เลือนลาง

จอตา... เหมือนผืนผ้าใบที่แสงระบายสี... แต่สีฟ้า... มันกร่อนกิน... ลึกลงไป... ราวกับสนิม

เซลล์... เซลล์เล็กๆ ที่รับภาพ... ถูกทำลาย... ทีละน้อย... เหมือนดาวที่ดับแสง

มองไม่ชัด... ตรงกลางมันเบลอ... เหมือนความทรงจำที่หายไป...

  • แสงสีฟ้า... ตัวร้าย... ทำลายจอตา (แต่ยังไม่ชัวร์นะ!)
  • เซลล์รับแสงพัง... เหมือนบ้านที่ไฟไหม้
  • มองเห็นไม่ชัด... เหมือนโลกเบลอๆ

มันเป็นแค่ในหลอดทดลอง... หนูทดลอง... แต่ในใจฉัน... มันคือความจริง... ความจริงที่น่ากลัวกว่าฝันร้าย

แต่ช้าก่อน... มันอาจจะไม่ใช่ทุกอย่าง... อาจจะไม่ใช่... อย่าเพิ่งเชื่อ... อย่าเพิ่งสิ้นหวัง...

  • ข้อมูล: (ปีล่าสุด) ยังต้องศึกษาอีกเยอะเลย!
  • สำคัญ: อย่าตื่นตูม!
  • จำไว้: ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้

แสงสีฟ้า มีผลเสียอย่างไร?

อืมม.. แสงสีฟ้าเนี่ยนะ มันก็.. อันตรายจริงๆแหละ คิดหนักเลยตอนนี้

มันพลังงานสูงนี่ ใช่เลย นี่แหละที่ทำให้ทะลุตาเราไปได้ ตั้งแต่ชั้นนอกๆ จนถึงจอประสาทตาเลย นึกภาพตามสิ เหมือนมีแสงแรงๆ จี้ตาเราอยู่ตลอด เหนื่อยนะ

  • กระจกตา มันก็โดนไปเต็มๆ
  • เลนส์แก้วตา ยิ่งลึกเข้าไปยิ่งอันตราย
  • จอประสาทตา นี่สำคัญสุดเลย ถ้าเสียหายนี่ แย่แน่ๆ

ปีนี้เอง ผมก็เพิ่งไปตรวจตา หมอบอกว่า แสงสีฟ้านี่แหละ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผมเริ่มสายตาไม่ค่อยดี ตอนกลางคืนนี่แทบจะมองไม่เห็นเลย เสียดายมาก อ่านหนังสือก็ลำบากขึ้น

ตอนนี้ผมเลยพยายาม ลดการใช้โทรศัพท์ก่อนนอน แล้วก็ใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าด้วย หวังว่ามันจะช่วยได้บ้าง ไม่รู้จะหายดีไหม แต่ก็ต้องลองดู

แว่นกรองแสงสีฟ้าได้กี่%?

แว่นกรองแสงฟ้าเนี่ยนะ? บอกเลยว่าไม่ได้กรอง 100%หรอก! มันแค่ลดทอนแสงสีฟ้าลงไป ประมาณ 40-50% เองนะจ๊ะ คิดซะว่าเป็นการลดความแรงของแสง ไม่ใช่ปิดไฟสนิท! เห็นแสงฟ้าสะท้อนในเลนส์? นั่นแหละคือหลักฐานว่ามันทำงานอยู่ แต่ผลพลอยได้คือภาพจะออกเหลืองๆหน่อย เหมือนกินเหล้าแล้วหน้าแดง แต่ไม่ถึงกับมึนเมาขนาดนั้นหรอก

  • 40-50% คือค่าเฉลี่ยนะ อย่าไปซีเรียสมาก บางรุ่นก็มากกว่า บางรุ่นก็น้อยกว่า เหมือนหวยงวดนี้ เลขเด็ดมันก็แล้วแต่ดวง!
  • เหมาะกับคนทำงานหน้าจอ ใช่! พวกทำงานเอกสาร เขียนๆๆๆ อ่านๆๆๆ ไม่ต้องใช้สายตาแม่นยำเรื่องสีสัน ถ้าเป็นช่างภาพหรือกราฟฟิก อย่าใช้เด็ดขาด! สีเพี้ยนแน่! เหมือนเอาสีน้ำมาผสมกับสีโปสเตอร์ เอ้า! ยุ่งแน่ๆ

ปีนี้ (2566) แว่นกรองแสงฟ้ายังคงฮิตติดลมบน ร้านแว่นตาเกลื่อนกลาดไปหมด ขายกันเป็นใบไม้ร่วง แต่เลือกดีๆล่ะ อย่าไปหลงเชื่อคำโฆษณา บางร้านก็อวยเว่อร์ เหมือนขายครีมหน้าใส ใช้แล้วหน้าใสปิ๊ง แต่จริงๆอาจจะเป็นแค่หน้าไม่แห้งแค่นั้นเอง

แว่นกรองแสงสีฟ้าได้จริงไหม?

แว่นกรองแสงสีฟ้า... มันช่วยได้จริงเหรอ

บางทีนะ มันก็เหมือนยาหลอกมากกว่า...

  • ช่วยได้บ้าง: แว่นกรองแสงสีฟ้า มันก็เหมือนฟิลเตอร์... กรองแสงสีฟ้าได้นิดหน่อยแหละ ไม่ได้หมด
  • แล้วแต่แว่น: แต่แว่นถูกๆ ก็อาจจะไม่ได้เรื่องอะไรเลย... เลนส์ดีๆ ก็คงดีกว่า
  • จอมือถือ: แสงสีฟ้าจากจอมือถือ มันทำให้นอนไม่หลับจริง... อันนี้เจอกับตัวเลย
  • ตาล้า: ใส่แว่นแล้วตาล้า มันน้อยลงนะ... แต่ก็ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า
  • ปรึกษาหมอ: จริงๆ ไปถามหมอตาดีกว่า... เค้าคงรู้มากกว่าเราเยอะ

บางที... เราก็แค่ต้องการอะไรมาหลอกตัวเองว่าเรากำลังทำอะไรซักอย่างเพื่อสุขภาพ... ทั้งที่จริงอาจจะไม่ช่วยอะไรเลยก็ได้...

เฮ้อ...

แสงสีฟ้าทำลายผิวไหม?

แสงสีฟ้าทำลายผิวจริงเหรอ? ถามเหมือนไม่เคยส่องมือถือตอนตีสาม!

  • ตัวการอนุมูลอิสระ: แสงสีฟ้ามันเหมือนปาร์ตี้อนุมูลอิสระในผิวเราอะ คิดดูดิ ใครจะทนได้! มันไปกระตุ้นให้เกิด Oxidation Stress (ชื่อก็ฟังดูเครียดแล้ว) ทำให้คอลลาเจนกับอีลาสติน (พระเอกนางเอกของผิว) โดนทำลาย
  • ริ้วรอยถามหา: พอนางเอกพระเอกโดนทำร้าย ริ้วรอยก็ตามมาสิครับ รออะไร! ผิวก็เหี่ยวลงไปอีก
  • ไม่ใช่แค่แสงแดด: หลายคนคิดว่าแสงแดดเป็นผู้ร้ายเบอร์หนึ่ง แต่แสงสีฟ้าจากจอต่างๆ นี่แหละ ตัวดี! ยิ่งกว่าดูซีรีส์มาราธอนอีกนะ

แล้วจะทำยังไง? ทากันแดดสิครับ รออะไร! เลือกที่มีส่วนผสมป้องกันแสงสีฟ้าด้วยนะ หรือไม่ก็...เลิกเล่นมือถือ (อันนี้ยากไปเนอะ)

แสงสีฟ้ากับ UV ต่างกันอย่างไร?

แสงสีฟ้า และ UV ต่างกัน.

  • แสงสีฟ้า: มองเห็นได้. คลื่นสั้น. พลังงานสูง. ใกล้ UV แต่ไม่เท่า. ช่วง 380-480 nm. มีทั้งดีและร้าย.
  • UV: มองไม่เห็น. คลื่นสั้นกว่า. พลังงานสูงกว่ามาก. อันตรายกว่า.

เพิ่มเติม:

  • แสงที่ตาเห็น 400-700 nm.
  • แสงสีฟ้าอันตราย: 415-455 nm. ทำจอประสาทตาเสื่อมได้. แต่แสงสีฟ้าจากหน้าจอไม่ได้แรงขนาดนั้น. ส่วนใหญ่มาจากแสงอาทิตย์

แสงสีฟ้ามีประโยชน์. ช่วยเรื่องการตื่นตัว. แต่ก่อนนอนอย่าเล่นมือถือ. นอนไม่หลับ.

ใส่ แว่นกรองแสง มี ผล เสีย ไหม

ใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าเนี่ยนะ ถามว่ามีผลเสียไหม... เอาจริง ๆ ตอนแรกที่ใส่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่เห็นเพื่อนใส่แล้วบอกว่าดี ลดอาการตาล้าเวลาจ้องคอมนาน ๆ เราก็เลยไปตัดมาอันนึงเลย ที่ร้านแถวสยามเซ็นเตอร์ ตอนนั้นน่าจะช่วงต้นปี ใส่แรก ๆ ก็รู้สึกสบายตาขึ้นนะ แต่พอใส่ไปนาน ๆ เริ่มรู้สึกแปลก ๆ

คือปกติเราเป็นคนสายตาสั้นอยู่แล้วไง แล้วพอใส่แว่นกรองแสงนี้ มันเหมือนสีมันเพี้ยน ๆ ไปหมดอ่ะ เหลือง ๆ บอกไม่ถูก ตอนแรกคิดว่าตัวเองคิดไปเอง แต่พอถอดแว่นออกปุ๊บ สีมันก็กลับมาปกติเลย แล้วพอใส่แว่นนาน ๆ เข้า บางทีก็รู้สึกมึน ๆ หัวเหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า

แต่ที่แน่ ๆ คือตอนกลางคืนอ่ะ แย่เลย! ไฟถนนมันดูฟุ้ง ๆ ไม่คมชัดเหมือนเดิม ทำให้ขับรถยากมาก ยิ่งฝนตกนะ ยิ่งไปกันใหญ่ มองอะไรแทบไม่เห็น จนหลัง ๆ มาเลยตัดสินใจไม่ใส่แว่นกรองแสงตอนกลางคืนแล้ว

  • สรุป (สั้น ๆ กระชับ): ใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าอาจทำให้สีเพี้ยน มองเห็นตอนกลางคืนไม่ชัด และบางคนอาจมีอาการมึนหัว

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ทำไมแสงสีฟ้าถึงอันตราย? แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์, มือถือ, แท็บเล็ต มีพลังงานสูง อาจทำให้เกิดอาการตาล้า, ปวดตา, แสบตา, และอาจส่งผลเสียต่อจอประสาทตาในระยะยาว (แต่ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม)
  • แว่นกรองแสงสีฟ้าช่วยอะไรได้บ้าง? ช่วยลดปริมาณแสงสีฟ้าที่จะเข้าสู่ดวงตา ทำให้สบายตาขึ้น ลดอาการตาล้า และอาจช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น (แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ผล)
  • ควรใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าตอนไหน? ส่วนใหญ่แนะนำให้ใส่เมื่อต้องจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ๆ เช่น ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์, เล่นเกม, ดูหนัง
  • ข้อควรระวัง: แว่นกรองแสงสีฟ้าไม่ได้เหมาะกับทุกคน บางคนอาจรู้สึกว่าทำให้สีเพี้ยน หรือมองเห็นไม่ชัดเจน หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาจักษุแพทย์
  • ทางเลือกอื่น: นอกจากแว่นกรองแสงสีฟ้า ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยลดอาการตาล้าได้ เช่น พักสายตาเป็นระยะ ๆ, ปรับความสว่างหน้าจอให้เหมาะสม, ใช้โหมดถนอมสายตาในอุปกรณ์ต่าง ๆ