ใช้ครีมมีสารปรอท เป็นอะไรไหม
ใช้ครีมมีสารปรอทอันตรายไหม? ผลเสียต่อผิวหน้าและสุขภาพระยะยาวมีอะไรบ้าง?
อันตรายมาก! จำได้ตอนเรียนเภสัช ปี 3 อาจารย์เน้นย้ำเลย สารปรอทในครีมนี่ไม่ใช่เล่นๆ นะ มันไม่ได้แค่ทำให้หน้าบางลงอย่างเดียวด้วย
ผิวบางลงจริงๆ แล้วไวต่อแดดมาก เพื่อนสมัยมหาลัยคนนึง ใช้ครีมลดฝ้า (จำยี่ห้อไม่ได้แล้ว ซื้อมาจากตลาดนัดแถวบ้าน เค้าบอกถูกและดี) ใช้ได้ประมาณ 3 เดือน หน้าบางเป็นกระดาษเลย แดดนิดเดียวก็แดง ต้องทาครีมกันแดดขั้นเทพ แพงกว่าครีมลดฝ้าที่ใช้ตั้งเยอะ!
เรื่องฝ้าถาวรนี่ก็จริง อาจารย์บอกว่าสารปรอทมันไปยับยั้งการสร้างคอลลาเจนกับอีลาสติน ผิวก็เลยขาดการซ่อมแซม ยิ่งใช้ยิ่งแย่ลง เกิดฝ้าแบบถาวรเลย ลบยากมาก เสียใจหนักมากเลยสำหรับเพื่อนคนนั้น
คือมันไม่คุ้มเลยนะ เห็นผลเร็วก็จริง แต่ผลเสียระยะยาวนี่... ไม่ไหวจริงๆ คิดแล้วก็เสียดายแทนเพื่อน เสียเงิน เสียหน้า ยังต้องไปหาหมอรักษาอีก เปลืองตังค์และเวลาสุดๆ อย่าเสี่ยงเลยค่ะ
ใช้ครีมมีสารปรอทจะเป็นอะไร
ครีมปรอทเหรอ? เล่นกับไฟชัดๆ
- หน้าพัง: ผื่น ฝ้า หน้าดำ ถามหา
- พิษสะสม: ตับ ไต พังตามๆ กัน
- ท้อง: เด็กในท้องพิการแดก
ปรอท: สารอันตราย ทำลายระบบประสาท ไต และก่อให้เกิดปัญหาพัฒนาการในเด็ก สารเคมีที่ต้องห้ามในเครื่องสำอางค์ อย่าหาทำ
ผิวติดสารปรอท รักษา อย่างไร
เอ่อ ผิวติดสารปรอทนะ หายยากอยู่นะ ต้องใจเย็นๆ เลยอ่ะ นี่ 7 ขั้นตอนแบบ บ้านๆ ที่ทำเองได้ แต่ถ้าไม่ดีขึ้น ต้องไปหาหมอผิวหนังด่วน นะจ๊ะ
หยุดใช้ทุกอย่าง! ครีมอะไรที่สงสัยว่ามีปรอท สเตียรอยด์ โยนทิ้งไปเลย! สำคัญมาก!
ล้างหน้าแบบอ่อนโยน: ใช้คลีนเซอร์ที่ไม่มีฟอง ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอล์ ล้างเบาๆ มือนะ อย่าขัด
บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์: เลือกที่มัน "Ceramide" เยอะๆ อ่ะ ช่วยให้ผิวแข็งแรง
ทาครีมกันแดด: สำคัญสุดๆ เลือก SPF 30+ PA++++ ทาทุกวัน ต่อให้ไม่ได้ออกไปไหนก็ต้องทา
พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนเยอะๆ ช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้นนะจ๊ะ
ดื่มน้ำเยอะๆ: ผิวจะได้ชุ่มชื้นจากข้างในไง
กินอาหารที่มีประโยชน์: กินผักผลไม้เยอะๆ เลี่ยงของทอดของมัน
สำคัญ คือ อย่าใจร้อน นะ ผิวอาจจะแย่ลงช่วงแรกๆ (ที่เค้าเรียกว่าเอฟเฟกต์ rebound) แต่ถ้าทำตามนี้ไปเรื่อยๆ ผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นแน่นอน
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- เช็คเลข อย. ก่อนซื้อครีมทุกครั้งนะ เดี๋ยวนี้มันปลอมเยอะมาก
- ถ้าผิวแดง คัน หรือมีผื่นขึ้น อย่าเกา นะ ไปหาหมอเลยดีกว่า
- บางทีการรักษาอาจจะต้องใช้ยาที่หมอสั่งนะ ครีมทาเองอาจจะไม่พอ
- "Ceramide" สำคัญมาก เพราะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว
- ครีมที่มีสารอันตราย ทำให้ผิวขาวเร็ว แต่ผลเสียตามมาคือพังยาวๆ
ปรอทมีความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างไรหากได้รับเข้าสู่ ร่างกาย?
ปรอทนะเหรอ ตัวร้ายเลยแหละ! เคยเห็นตอนเด็ก ๆ ที่บ้านมีเทอร์โมมิเตอร์ปรอทแตก แม่นี่โวยวายใหญ่เลย บอกอันตรายมาก ห้ามจับ ห้ามเล่น ต้องเก็บกวาดให้หมด
จริง ๆ แล้วปรอทมันอันตรายตรงที่มันทำลายระบบประสาทส่วนกลาง คือสมองเรานี่แหละ แล้วก็ไขสันหลังด้วย เคยอ่านเจอในเว็บกรมควบคุมโรคปี 2567 เขามีข้อมูลเรื่องนี้อยู่
ระบบประสาท: ปรอทมันเข้าไปทำลายเซลล์ประสาท ทำให้ควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ได้ แขนขาอ่อนแรง พูดลำบาก
ประสาทสัมผัส: การได้ยิน การมองเห็นก็แย่ลง คือประสาทมันรวนไปหมด
รักษาไม่ได้: ที่สำคัญคืออาการพวกนี้มันไม่หายขาดนะ เป็นแล้วเป็นเลย น่ากลัวมาก!
หายใจ: ถ้าสูดปรอทเข้าไปเยอะ ๆ นี่ปอดก็พังได้อีก ตายอย่างเดียว
เด็กเล็ก: เด็กเล็ก ๆ นี่อันตรายกว่าผู้ใหญ่อีกนะ เพราะสมองเขายังพัฒนาไม่เต็มที่ เจอปรอทเข้าไปนี่พังเร็วมาก
สารอะไรทำให้หน้าพัง?
สารที่ทำให้หน้าพัง จริงๆ แล้วมีหลายตัว แต่ที่เจอประจำในพวกครีมเถื่อนก็จะมี 4 ตัวหลักๆ ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ:
- สารปรอท: ตัวนี้อันตรายจริง ทำให้ผิวขาวไว แต่ระยะยาวคือพัง ทั้งผิวบาง แพ้แสง แถมยังสะสมในร่างกายอีก
- ไฮโดรควิโนน: สารฟอกสีผิวที่แรงมากๆ ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี หรือใช้ในปริมาณที่เกินกำหนด คือหน้าด่างแน่นอน
- สเตียรอยด์: ตัวนี้ช่วยลดการอักเสบได้เร็ว แต่ถ้าใช้ต่อเนื่อง ผิวจะบางลง เกิดสิวสเตียรอยด์ ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้น
- กรดเรติโนอิก: ถึงจะเป็นอนุพันธ์วิตามินเอ แต่ก็มีความแรง ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง ถ้าใช้เองโดยไม่รู้ ปริมาณ อาจจะทำให้ผิวระคายเคือง แดง ลอกได้
จริงๆ แล้วการอยากมีผิวขาวกระจ่างใสไม่ใช่เรื่องผิดอะไรนะ แต่ต้องเลือกวิธีที่ปลอดภัย และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดีกว่า เพราะผิวหน้าเรามีแค่หน้าเดียว พังแล้วรักษายาก
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ปัจจุบัน (ปี 2567) อย. ควบคุมสารเหล่านี้อย่างเข้มงวดมากขึ้น แต่ก็ยังมีครีมเถื่อนที่ลักลอบใส่สารอันตรายอยู่เสมอ ทางที่ดีก่อนซื้ออะไรมาใช้ ควรตรวจสอบเลขที่จดแจ้ง และแหล่งที่มาให้ดีก่อน
- "ความงามที่แท้จริง คือความงามที่มาจากสุขภาพที่ดี" คำพูดนี้ดูเหมือนจะ cliche แต่ก็ยังใช้ได้อยู่เสมอ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต