ลากิจ มีผลกับอะไรบ้าง

0 ครั้งเข้าชม
สำหรับการทำงานภาคเอกชน ลากิจ มีผลกับอะไรบ้าง นั้น กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดสิทธิ์ลาธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปีโดยได้รับค่าจ้างตามปกติ หากเกินโควต้าบริษัทมีสิทธิ์หักค่าจ้าง ขณะที่ข้าราชการมีสิทธิ์ลาได้ไม่น้อยกว่า 45 วันทำการต่อปี
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ลากิจ มีผลกับอะไรบ้าง: สิทธิ์เอกชนและข้าราชการ

การลาหยุดงานเพื่อทำธุระจำเป็นมีความสำคัญต่อพนักงานทุกคน ลากิจ มีผลกับอะไรบ้าง เป็นคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิทธิ์และค่าจ้าง เรียนรู้ข้อกำหนดที่ถูกต้องเพื่อป้องกันผลกระทบต่อรายได้และการปฏิบัติงานของคุณ

ลากิจ มีผลกับอะไรบ้างในแง่ของกฎหมายและสิทธิ์การทำงาน

การลากิจส่วนตัวถือเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่ลูกจ้างและข้าราชการพึงมี แต่หลายคนมักกังวลว่าการลาประเภทนี้จะส่งผลกระทบต่อเงินเดือน เบี้ยขยัน หรือการประเมินผลงานหรือไม่ เพราะในความเป็นจริง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามระเบียบข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานและประเภทของการจ้างงาน(cite: 1)

ในช่วงสัปดาห์แรกของการทำงาน หลายคนมักกังวลกับการขอลาหยุดหรือลากิจเพราะกลัวผลกระทบต่อหน้าที่การงานหรือการถูกหักเงินเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายคุ้มครองแรงงานได้กำหนดสิทธิประโยชน์และคุ้มครองลูกจ้างไว้อย่างชัดเจน หากเข้าใจระเบียบข้อบังคับของบริษัทอย่างถ่องแท้

ผลกระทบต่อค่าจ้างและสิทธิ์ตามกฎหมายแรงงาน

สำหรับภาคเอกชน ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ลากิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี โดยยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติ([1] cite: 1). อย่างไรก็ตาม หากคุณลากิจเกินกว่าสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนดหรือเกินโควตาที่บริษัทให้ไว้ บริษัทมีสิทธิ์หักค่าจ้างสำหรับวันที่ลาเพิ่มได้(cite: 1).

ในขณะที่ข้าราชการหรือพนักงานรัฐจะมีระเบียบที่แตกต่างออกไป โดยมีสิทธิ์ลากิจส่วนตัวได้รับเงินเดือนไม่เกิน 45 วันทำการต่อปี แต่สำหรับปีแรกของการทำงานจะจำกัดให้ลาได้ไม่เกิน 15 วันทำการ([2] cite: 1). ยกเว้นกรณีพิเศษอย่างการลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอด ซึ่งจะไม่ได้รับเงินเดือน(cite: 1).

ผลต่อเงินเดือน การเลื่อนขั้น และบำเหน็จบำนาญ

สำหรับฝั่งข้าราชการ การลากิจที่ได้รับเงินเดือนตามปกติจะไม่นำมาหักลดหรือมีผลเสียใดๆ ต่อการคำนวณบำเหน็จบำนาญ(cite: 1). แต่มีข้อควรระวังคือ หากคุณลากิจเกินสิทธิ์จนกลายเป็นวันลาแบบไม่รับเงินเดือน การลานั้นอาจมีผลต่อการนับระยะเวลาราชการและการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนได้(cite: 1).

ลากิจมีผลต่อการประเมินผลงาน (KPI) และเบี้ยขยันอย่างไร

นี่คือจุดที่หลายคนปวดหัวที่สุดเพราะนโยบายแต่ละที่ไม่เหมือนกัน(cite: 1). ในหลายองค์กร แม้การลากิจจะไม่ผิดกฎหมายและไม่ถูกหักเงินเดือนพื้นฐาน แต่หากมีการลางานบ่อยครั้งจนงานสะสมหรือกระทบต่อโปรเจกต์ของทีม อาจถูกนำไปพิจารณาในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี(cite: 1).

นอกจากนี้ ในเรื่องของเบี้ยขยัน บริษัทส่วนใหญ่มีกฎระเบียบที่ชัดเจนว่า การลากิจอาจทำให้เสียสิทธิ์รับเบี้ยขยันในเดือนนั้นทันที ขึ้นอยู่กับนโยบายภายในของแต่ละที่(cite: 1). บางบริษัทอาจอนุญาตให้ลาได้ แต่บางแห่งก็ถือว่าการลาทุกกรณีทำให้ตัดสิทธิ์เบี้ยขยันทันที

ก่อนจะยื่นใบลาทุกครั้ง สิ่งที่ควรทำที่สุดคือการเปิดคู่มือพนักงานหรือเดินไปถามฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ให้เคลียร์ เพื่อป้องกันความประหลาดใจตอนสิ้นเดือน(cite: 1).

หากคุณต้องการทราบเกณฑ์การลาเพิ่มเติม สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ลากิจ ใช้ในกรณีไหน ได้เลยค่ะ

เปรียบเทียบสิทธิ์การลากิจระหว่างพนักงานเอกชนและข้าราชการ

การเข้าใจความแตกต่างของสิทธิ์การลากิจระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐช่วยให้คุณวางแผนการลาได้อย่างมั่นใจและไม่เสียสิทธิ์

พนักงานภาคเอกชน

  1. ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปีโดยได้รับค่าจ้าง(cite: 1)
  2. สามารถลาเพิ่มได้แต่วันที่เกินอาจถูกหักค่าจ้างตามระเบียบบริษัท(cite: 1)
  3. มักมีผลทำให้เสียสิทธิ์เบี้ยขยันประจำเดือนตามนโยบายองค์กร(cite: 1)

ข้าราชการและพนักงานรัฐ

  1. รับเงินเดือนไม่เกิน 45 วันทำการต่อปี (ปีแรกไม่เกิน 15 วันทำการ)(cite: 1)
  2. การลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดจะไม่ได้รับเงินเดือน(cite: 1)
  3. การลาแบบรับเงินเดือนปกติไม่มีผลเสีย แต่ลาไม่รับเงินเดือนอาจกระทบการเลื่อนขั้น(cite: 1)
พนักงานเอกชนมีกรอบวันลาขั้นต่ำที่ได้รับจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่กระชับกว่า ขณะที่ข้าราชการมีโควตาวันลาส่วนตัวที่ยาวนานกว่ามากแต่ก็มีเงื่อนไขเรื่องการรับเงินเดือนในกรณีพิเศษที่ต้อง ศึกษาให้ละเอียด(cite: 1).

กรณีศึกษาของมานิตกับการลากิจด่วนเพื่อจัดการธุระครอบครัว

มานิต พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ต้องยื่นลากิจกะทันหัน 2 วันเพื่อกลับต่างจังหวัดไปจัดการเอกสารมรดกของครอบครัว เขาแอบกังวลว่าเงินเดือนและโบนัสปลายปีจะหายไปหรือเปล่า

ตอนแรกมานิตกลัวว่าจะโดนหักเงินเพราะปีนี้เขาเคยลากิจไปแล้ว 2 วัน การลาครั้งนี้จึงทำให้โควตา 3 วันตามกฎหมายหมดพอดี และอาจมีบางวันที่เกินสิทธิ์

หลังจากคุยกับฝ่าย HR และหัวหน้างานอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเคลียร์งานคั่งค้างเสร็จก่อนไป มานิตพบว่าบริษัทหักเงินเฉพาะวันที่เกินโควต้าไปแค่ 1 วัน ส่วนผลประเมินงานไม่ได้แย่ลงอย่างที่คิดเพราะเขารับผิดชอบงานดี

บทเรียนจากมานิตคือการสื่อสารล่วงหน้าและการเคลียร์งานให้เรียบร้อยช่วยลดผลกระทบจากการลากิจต่อการประเมินผลงานได้เป็นอย่างดี แม้จะต้องเสียค่าจ้างบางส่วนในวันที่ลาเกินก็ตาม

เรียนรู้เพิ่มเติม

ลากิจหักเงินไหม

ในภาคเอกชน หากคุณลากิจภายในสิทธิ์ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปีตามกฎหมาย คุณจะได้รับค่าจ้างปกติ แต่ถ้าลาเกินกว่านั้นบริษัทมีสิทธิ์หักเงินตามวันที่ลาเพิ่ม(cite: 1).

ลากิจมีผลต่อเบี้ยขยันหรือเปล่า

มีโอกาสสูงมากครับ เพราะหลายองค์กรมีนโยบายตัดสิทธิ์เบี้ยขยันทันทีหากมีการลางาน แม้ว่าการลานั้นจะเป็นการลากิจที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม(cite: 1).

พนักงานเอกชนกับข้าราชการลากิจต่างกันอย่างไร

พนักงานเอกชนมีสิทธิ์ลากิจได้รับค่าจ้างอย่างน้อย 3 วันต่อปี ส่วนข้าราชการมีสิทธิ์ลากิจส่วนตัวรับเงินเดือนสูงสุดถึง 45 วันทำการต่อปี (ปีแรก 15 วัน) และมีเงื่อนไขปลีกย่อยที่ต่างกันค่อนข้างมาก(cite: 1).

สรุปบทความ

ตรวจสอบสิทธิ์ตามประเภทการจ้างงาน

พนักงานเอกชนได้สิทธิ์ลากิจรับค่าจ้างอย่างน้อย 3 วันต่อปี ส่วนข้าราชการได้สูงสุด 45 วันทำการตามระเบียบราชการ(cite: 1).

ระวังเรื่องการลาเกินโควตา

การลากิจเกินกว่าสิทธิ์ที่กฎหมายหรือบริษัทกำหนดอาจทำให้ถูกหักค่าจ้างหรือกระทบต่อการเลื่อนขั้นเงินเดือน(cite: 1).

ผลกระทบต่อเบี้ยขยันและผลงาน

แม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่การลากิจบ่อยครั้งอาจทำให้เสียเบี้ยขยันและถูกนำมาพิจารณาในการประเมิน KPI ประจำปีได้(cite: 1).

การอ้างอิง

  • [1] Thaipbs - สำหรับภาคเอกชน ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ลากิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี โดยยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติ
  • [2] Ddc - ข้าราชการหรือพนักงานรัฐจะมีระเบียบที่แตกต่างออกไป โดยมีสิทธิ์ลากิจส่วนตัวได้รับเงินเดือนไม่เกิน 45 วันทำการต่อปี แต่สำหรับปีแรกของการทำงานจะจำกัดให้ลาได้ไม่เกิน 15 วันทำการ