ลากิจ มีผลกับอะไรบ้าง
ลากิจ มีผลกับอะไรบ้าง: สิทธิ์เอกชนและข้าราชการ
การลาหยุดงานเพื่อทำธุระจำเป็นมีความสำคัญต่อพนักงานทุกคน ลากิจ มีผลกับอะไรบ้าง เป็นคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิทธิ์และค่าจ้าง เรียนรู้ข้อกำหนดที่ถูกต้องเพื่อป้องกันผลกระทบต่อรายได้และการปฏิบัติงานของคุณ
ลากิจ มีผลกับอะไรบ้างในแง่ของกฎหมายและสิทธิ์การทำงาน
การลากิจส่วนตัวถือเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่ลูกจ้างและข้าราชการพึงมี แต่หลายคนมักกังวลว่าการลาประเภทนี้จะส่งผลกระทบต่อเงินเดือน เบี้ยขยัน หรือการประเมินผลงานหรือไม่ เพราะในความเป็นจริง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามระเบียบข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานและประเภทของการจ้างงาน(cite: 1)
ในช่วงสัปดาห์แรกของการทำงาน หลายคนมักกังวลกับการขอลาหยุดหรือลากิจเพราะกลัวผลกระทบต่อหน้าที่การงานหรือการถูกหักเงินเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้ว กฎหมายคุ้มครองแรงงานได้กำหนดสิทธิประโยชน์และคุ้มครองลูกจ้างไว้อย่างชัดเจน หากเข้าใจระเบียบข้อบังคับของบริษัทอย่างถ่องแท้
ผลกระทบต่อค่าจ้างและสิทธิ์ตามกฎหมายแรงงาน
สำหรับภาคเอกชน ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ลากิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี โดยยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติ([1] cite: 1). อย่างไรก็ตาม หากคุณลากิจเกินกว่าสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนดหรือเกินโควตาที่บริษัทให้ไว้ บริษัทมีสิทธิ์หักค่าจ้างสำหรับวันที่ลาเพิ่มได้(cite: 1).
ในขณะที่ข้าราชการหรือพนักงานรัฐจะมีระเบียบที่แตกต่างออกไป โดยมีสิทธิ์ลากิจส่วนตัวได้รับเงินเดือนไม่เกิน 45 วันทำการต่อปี แต่สำหรับปีแรกของการทำงานจะจำกัดให้ลาได้ไม่เกิน 15 วันทำการ([2] cite: 1). ยกเว้นกรณีพิเศษอย่างการลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอด ซึ่งจะไม่ได้รับเงินเดือน(cite: 1).
ผลต่อเงินเดือน การเลื่อนขั้น และบำเหน็จบำนาญ
สำหรับฝั่งข้าราชการ การลากิจที่ได้รับเงินเดือนตามปกติจะไม่นำมาหักลดหรือมีผลเสียใดๆ ต่อการคำนวณบำเหน็จบำนาญ(cite: 1). แต่มีข้อควรระวังคือ หากคุณลากิจเกินสิทธิ์จนกลายเป็นวันลาแบบไม่รับเงินเดือน การลานั้นอาจมีผลต่อการนับระยะเวลาราชการและการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนได้(cite: 1).
ลากิจมีผลต่อการประเมินผลงาน (KPI) และเบี้ยขยันอย่างไร
นี่คือจุดที่หลายคนปวดหัวที่สุดเพราะนโยบายแต่ละที่ไม่เหมือนกัน(cite: 1). ในหลายองค์กร แม้การลากิจจะไม่ผิดกฎหมายและไม่ถูกหักเงินเดือนพื้นฐาน แต่หากมีการลางานบ่อยครั้งจนงานสะสมหรือกระทบต่อโปรเจกต์ของทีม อาจถูกนำไปพิจารณาในการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี(cite: 1).
นอกจากนี้ ในเรื่องของเบี้ยขยัน บริษัทส่วนใหญ่มีกฎระเบียบที่ชัดเจนว่า การลากิจอาจทำให้เสียสิทธิ์รับเบี้ยขยันในเดือนนั้นทันที ขึ้นอยู่กับนโยบายภายในของแต่ละที่(cite: 1). บางบริษัทอาจอนุญาตให้ลาได้ แต่บางแห่งก็ถือว่าการลาทุกกรณีทำให้ตัดสิทธิ์เบี้ยขยันทันที
ก่อนจะยื่นใบลาทุกครั้ง สิ่งที่ควรทำที่สุดคือการเปิดคู่มือพนักงานหรือเดินไปถามฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ให้เคลียร์ เพื่อป้องกันความประหลาดใจตอนสิ้นเดือน(cite: 1).
เปรียบเทียบสิทธิ์การลากิจระหว่างพนักงานเอกชนและข้าราชการ
การเข้าใจความแตกต่างของสิทธิ์การลากิจระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐช่วยให้คุณวางแผนการลาได้อย่างมั่นใจและไม่เสียสิทธิ์พนักงานภาคเอกชน
- ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปีโดยได้รับค่าจ้าง(cite: 1)
- สามารถลาเพิ่มได้แต่วันที่เกินอาจถูกหักค่าจ้างตามระเบียบบริษัท(cite: 1)
- มักมีผลทำให้เสียสิทธิ์เบี้ยขยันประจำเดือนตามนโยบายองค์กร(cite: 1)
ข้าราชการและพนักงานรัฐ
- รับเงินเดือนไม่เกิน 45 วันทำการต่อปี (ปีแรกไม่เกิน 15 วันทำการ)(cite: 1)
- การลากิจเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดจะไม่ได้รับเงินเดือน(cite: 1)
- การลาแบบรับเงินเดือนปกติไม่มีผลเสีย แต่ลาไม่รับเงินเดือนอาจกระทบการเลื่อนขั้น(cite: 1)
กรณีศึกษาของมานิตกับการลากิจด่วนเพื่อจัดการธุระครอบครัว
มานิต พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ต้องยื่นลากิจกะทันหัน 2 วันเพื่อกลับต่างจังหวัดไปจัดการเอกสารมรดกของครอบครัว เขาแอบกังวลว่าเงินเดือนและโบนัสปลายปีจะหายไปหรือเปล่า
ตอนแรกมานิตกลัวว่าจะโดนหักเงินเพราะปีนี้เขาเคยลากิจไปแล้ว 2 วัน การลาครั้งนี้จึงทำให้โควตา 3 วันตามกฎหมายหมดพอดี และอาจมีบางวันที่เกินสิทธิ์
หลังจากคุยกับฝ่าย HR และหัวหน้างานอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเคลียร์งานคั่งค้างเสร็จก่อนไป มานิตพบว่าบริษัทหักเงินเฉพาะวันที่เกินโควต้าไปแค่ 1 วัน ส่วนผลประเมินงานไม่ได้แย่ลงอย่างที่คิดเพราะเขารับผิดชอบงานดี
บทเรียนจากมานิตคือการสื่อสารล่วงหน้าและการเคลียร์งานให้เรียบร้อยช่วยลดผลกระทบจากการลากิจต่อการประเมินผลงานได้เป็นอย่างดี แม้จะต้องเสียค่าจ้างบางส่วนในวันที่ลาเกินก็ตาม
เรียนรู้เพิ่มเติม
ลากิจหักเงินไหม
ในภาคเอกชน หากคุณลากิจภายในสิทธิ์ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปีตามกฎหมาย คุณจะได้รับค่าจ้างปกติ แต่ถ้าลาเกินกว่านั้นบริษัทมีสิทธิ์หักเงินตามวันที่ลาเพิ่ม(cite: 1).
ลากิจมีผลต่อเบี้ยขยันหรือเปล่า
มีโอกาสสูงมากครับ เพราะหลายองค์กรมีนโยบายตัดสิทธิ์เบี้ยขยันทันทีหากมีการลางาน แม้ว่าการลานั้นจะเป็นการลากิจที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม(cite: 1).
พนักงานเอกชนกับข้าราชการลากิจต่างกันอย่างไร
พนักงานเอกชนมีสิทธิ์ลากิจได้รับค่าจ้างอย่างน้อย 3 วันต่อปี ส่วนข้าราชการมีสิทธิ์ลากิจส่วนตัวรับเงินเดือนสูงสุดถึง 45 วันทำการต่อปี (ปีแรก 15 วัน) และมีเงื่อนไขปลีกย่อยที่ต่างกันค่อนข้างมาก(cite: 1).
สรุปบทความ
ตรวจสอบสิทธิ์ตามประเภทการจ้างงานพนักงานเอกชนได้สิทธิ์ลากิจรับค่าจ้างอย่างน้อย 3 วันต่อปี ส่วนข้าราชการได้สูงสุด 45 วันทำการตามระเบียบราชการ(cite: 1).
ระวังเรื่องการลาเกินโควตาการลากิจเกินกว่าสิทธิ์ที่กฎหมายหรือบริษัทกำหนดอาจทำให้ถูกหักค่าจ้างหรือกระทบต่อการเลื่อนขั้นเงินเดือน(cite: 1).
ผลกระทบต่อเบี้ยขยันและผลงานแม้จะไม่ผิดกฎหมาย แต่การลากิจบ่อยครั้งอาจทำให้เสียเบี้ยขยันและถูกนำมาพิจารณาในการประเมิน KPI ประจำปีได้(cite: 1).
การอ้างอิง
- [1] Thaipbs - สำหรับภาคเอกชน ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ลากิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี โดยยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติ
- [2] Ddc - ข้าราชการหรือพนักงานรัฐจะมีระเบียบที่แตกต่างออกไป โดยมีสิทธิ์ลากิจส่วนตัวได้รับเงินเดือนไม่เกิน 45 วันทำการต่อปี แต่สำหรับปีแรกของการทำงานจะจำกัดให้ลาได้ไม่เกิน 15 วันทำการ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต