ลาไปทำธุระมีอะไรบ้าง

0 ครั้งเข้าชม
คำถามคือ ลาไปทำธุระมีอะไรบ้าง คำตอบแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ลากิจเพื่อธุระอันจำเป็นอย่างน้อย 3 วันต่อปีได้รับค่าจ้าง ลาพักร้อนสำหรับผู้ทำงานครบ 1 ปี ขั้นต่ำ 6 วันทำงาน ลาเฉพาะทางเช่นการทำหมัน การรับราชการทหาร หรือการฝึกอบรม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ลาไปทำธุระมีอะไรบ้าง? สิทธิลากิจและลาพักร้อนตามกฎหมาย

เมื่อต้องการทราบว่า ลาไปทำธุระมีอะไรบ้าง การทำความเข้าใจประเภทการลาที่ถูกต้องช่วยรักษาสิทธิประโยชน์และป้องกันการถูกตัดค่าจ้างโดยไม่จำเป็น พนักงานควรเรียนรู้เงื่อนไขการใช้สิทธิเพื่อบริหารวันหยุดอย่างมีประสิทธิภาพและลดความขัดแย้งกับองค์กร การทราบข้อกำหนดที่ชัดเจนส่งผลดีต่อประวัติการทำงานและสถานะทางการเงินส่วนบุคคล

ลาไปทำธุระมีอะไรบ้าง: เจาะลึกสิทธิการลาตามกฎหมายแรงงานที่ลูกจ้างต้องรู้

การลาไปทำธุระส่วนตัวสำหรับพนักงานออฟฟิศหรือลูกจ้างทั่วไปนั้น หลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่คือ การลากิจเพื่อธุระอันจำเป็น และการลาพักร้อนเพื่อการพักผ่อน โดยกฎหมายแรงงานกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลากิจเพื่อธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี และต้องได้รับค่าจ้างในวันที่ลาด้วย

การเข้าใจความแตกต่างระหว่างสิทธิการลาแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณวางแผนชีวิตส่วนตัวได้โดยไม่กระทบต่อประวัติการทำงานหรือรายได้ หลายคนมักสับสนว่าธุระแบบไหนควรใช้ลากิจ และธุระแบบไหนควรใช้ลาพักร้อน ซึ่งคำตอบขึ้นอยู่กับความจำเป็นตามกฎหมายและระเบียบของแต่ละบริษัท

ลากิจเพื่อธุระอันจำเป็น: สิทธิพื้นฐานที่ได้รับค่าจ้าง

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 7 พนักงานมีสิทธิลากิจเพื่อธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน และนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้เท่ากับวันทำงานปกติตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ต้องไม่เกิน 3 วันทำงานต่อปี[1] ซึ่งหมายความว่าหากบริษัทใจดีให้ลากิจได้ 6 วัน กฎหมายบังคับจ่ายเงินเพียง 3 วันแรกเท่านั้น

ธุระอันจำเป็นที่มักได้รับอนุมัติ ได้แก่ การไปทำบัตรประชาชน การติดต่อหน่วยงานราชการที่เปิดเฉพาะวันธรรมดา การไปศาลตามหมายเรียก หรือการจัดการงานศพคนในครอบครัว - และที่สำคัญคือต้องเป็นเรื่องที่ลูกจ้างต้องจัดการด้วยตัวเองเท่านั้น

จากประสบการณ์ที่ผมเคยบริหารทีมงานมา ผมพบว่าความขัดแย้งมักเกิดจากการที่ลูกจ้างตีความคำว่า ธุระอันจำเป็น กว้างเกินไป เช่น การลากิจไปเที่ยวทะเล หรือลาไปเดินห้าง ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ควรใช้สิทธิลาพักร้อนมากกว่า การสื่อสาร ตัวอย่างเหตุผลลากิจ ที่ชัดเจนกับหัวหน้างานจึงเป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อให้ได้รับการอนุมัติอย่างราบรื่น

ตัวอย่างเหตุผลการลากิจที่ถูกต้อง

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าธุระของคุณเข้าข่ายลากิจหรือไม่ ลองพิจารณาตัวอย่างเหล่านี้: งานด้านเอกสารราชการ: ทำพาสปอร์ต, จดทะเบียนสมรส, โอนที่ดินที่กรมที่ดิน ภารกิจครอบครัว: ดูแลพ่อแม่ที่ป่วยกะทันหัน, พาบุตรไปมอบตัวที่โรงเรียน เหตุการณ์สำคัญในชีวิต: งานบวชของตนเอง, งานแต่งงาน, งานศพญาติสนิท ภารกิจตามกฎหมาย: การไปเป็นพยานที่ศาล หรือการไปเลือกตั้งล่วงหน้า

ลาพักร้อน (พักผ่อนประจำปี): ลาทำธุระที่ไม่มีข้อจำกัดเหตุผล

เมื่อสิทธิลากิจ 3 วันหมดลง หรือธุระของคุณคือการพักผ่อน สิทธิที่ต้องนำมาใช้คือ ลาพักร้อน ตามกฎหมายระบุว่าลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิลาพักร้อนได้ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี โดยได้รับค่าจ้างปกติ[2]

ความจริงที่หลายคนอาจไม่รู้คือ นายจ้างมีสิทธิเป็นผู้กำหนดวันลาพักร้อนให้ลูกจ้างล่วงหน้า หรือกำหนดร่วมกันก็ได้ ดังนั้นการเลือกใช้ ลากิจ vs ลาพักร้อน ต่างกันยังไง เพื่อไปทำธุระอาจต้องแจ้งล่วงหน้าตามระเบียบบริษัท เช่น ต้องแจ้งก่อน 3-7 วัน เพื่อให้ทีมจัดสรรคนมาทำงานแทนได้ทัน

ผมเคยเจอเคสที่พนักงานขอลาพักร้อนแบบกะทันหันเช้าวันนั้นเลยเพื่อไปธุระที่ไม่เร่งด่วน ผลคือบริษัทมีสิทธิไม่อนุมัติได้เพราะกระทบต่อการทำงาน - จำไว้ว่าลาพักร้อนคือสิทธิที่เราต้องได้รับ แต่การใช้สิทธิต้องเป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันกับบริษัทด้วย

สิทธิการลาประเภทอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับการทำธุระ

นอกจากลากิจและลาพักร้อนแล้ว ยังมีการลาประเภทอื่นที่ระบุไว้ใน สิทธิการลาตามกฎหมายแรงงาน 2567 ซึ่งอาจเข้าข่ายธุระเฉพาะด้าน ดังนี้:

1. ลาเพื่อทำหมัน: ลาได้ตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันกำหนดและออกใบรับรองแพทย์ให้ โดยได้รับค่าจ้างปกติ 2. ลาเพื่อรับราชการทหาร: ลาเพื่อรับหมายเรียก ตรวจเลือก หรือเข้าฝึกวิชาทหาร ลาได้ไม่เกิน 60 วันต่อปี โดยได้รับค่าจ้าง[3] 3. ลาเพื่อการฝึกอบรม: ลาเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถตามหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับงาน หรือการสอบวัดผลที่ทางราชการจัดขึ้น

เปรียบเทียบ: ลากิจ vs ลาพักร้อน เลือกใช้อะไรดี?

เพื่อให้คุณเลือกใช้สิทธิการลาได้อย่างเหมาะสมและไม่เสียสิทธิประโยชน์ มาดูข้อแตกต่างที่สำคัญกัน

ลากิจ (Business Leave)

  • ได้รับสิทธิตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน
  • ต้องเป็นธุระอันจำเป็นที่ต้องจัดการด้วยตนเองเท่านั้น
  • ได้รับค่าจ้างปกติ (ไม่เกิน 3 วันแรกต่อปี)
  • 3 วันทำงานต่อปี (ตามกฎหมาย)

ลาพักร้อน (Annual Leave)

  • ต้องทำงานครบ 1 ปี (เว้นแต่บริษัทมีนโยบายให้ก่อน)
  • เพื่อพักผ่อนหรือทำธุระทั่วไป ไม่ต้องระบุเหตุผลจำเป็น
  • ได้รับค่าจ้างปกติในทุกวันที่ได้รับอนุมัติลา
  • 6 วันทำงานต่อปี (เมื่อครบปี)
หากธุระของคุณเกี่ยวข้องกับราชการหรือครอบครัวที่เร่งด่วน ควรใช้ลากิจก่อนเพื่อรักษาวันลาพักร้อนไว้ใช้ในช่วงเทศกาลหรือการท่องเที่ยวพักผ่อนยาวๆ

กรณีศึกษา: เมื่อการลากิจโดนปฏิเสธเพราะเหตุผลไม่ชัดเจน

คุณเอก พนักงานกราฟิกในกรุงเทพฯ ส่งอีเมลขอลาลากิจกระทันหันในเช้าวันจันทร์ โดยระบุเพียงว่า ไปทำธุระที่ต่างจังหวัด หัวหน้างานของเขาไม่อนุมัติและบันทึกว่าเป็นการขาดงาน ทำให้เอกรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม

เอกพยายามโต้แย้งว่าเขามีสิทธิลาได้ 3 วันตามกฎหมาย แต่ฝ่ายบุคคลแจ้งว่าการลากิจต้องระบุธุระอันจำเป็นให้ชัดเจน เอกจึงสารภาพว่าเขาเดินทางไปร่วมงานบวชพี่ชายซึ่งจัดในวันธรรมดาพอดี

เขาตระหนักว่าการแจ้งแค่คำว่า ทำธุระ เป็นคำที่คลุมเครือเกินไป เขาจึงนำการ์ดเชิญงานบวชและรูปถ่ายมายืนยันย้อนหลังเพื่อให้หัวหน้าเข้าใจถึงความจำเป็นของภารกิจครอบครัวครั้งนี้

สุดท้ายบริษัทเปลี่ยนสถานะจากขาดงานเป็นลากิจให้ เอกเรียนรู้ว่าความโปร่งใสในการแจ้งเหตุผลช่วยลดความขัดแย้งได้จริง และหลังจากนั้นเขามักแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันเสมอหากทราบกำหนดการที่แน่นอน

รายละเอียดเพิ่มเติม

ลากิจไปทำบัตรประชาชนใบใหม่ นายจ้างหักเงินเดือนได้ไหม?

ไม่ได้ครับ หากเป็นการลากิจ 3 วันแรกของปี นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างตามปกติ เพราะการทำบัตรประชาชนถือเป็นกิจธุระอันจำเป็นที่กฎหมายคุ้มครองให้สิทธิลูกจ้าง

ทำงานไม่ครบปี มีสิทธิลากิจไหม?

มีสิทธิครับ สิทธิลากิจเพื่อธุระอันจำเป็น 3 วันต่อปี ลูกจ้างได้รับตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน ไม่ต้องรอให้ครบโปรหรือครบปีเหมือนการลาพักร้อน

ลากิจเกิน 3 วันได้ไหม ถ้าบริษัทยอมให้ลา?

ลาได้ครับ หากระเบียบของบริษัทกำหนดให้ลาได้มากกว่า 3 วัน เช่น 6 หรือ 10 วัน แต่ตามกฎหมายนายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้เพียง 3 วันเท่านั้น ส่วนวันที่เหลืออาจจะเป็นการลาโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave without pay)

หากคุณต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่ ลากิจธุระส่วนตัว มีอะไรบ้าง

สรุปอย่างรวดเร็ว

แยกแยะธุระอันจำเป็นให้เป็น

ธุระอันจำเป็นต้องเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องทำในเวลางานเท่านั้น หากสามารถทำนอกเวลางานได้ นายจ้างอาจมีสิทธิไม่อนุมัติการลากิจ

ตรวจสอบระเบียบการแจ้งลา

แม้กฎหมายจะให้สิทธิ แต่บริษัทมักมีข้อบังคับว่าต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน การปฏิบัติตามระเบียบจะช่วยป้องกันปัญหาเรื่องประวัติการทำงาน

เตรียมหลักฐานยืนยันเสมอ

การเก็บใบเสร็จ เอกสารราชการ หรือรูปถ่ายงานพิธีต่างๆ ไว้เป็นหลักฐาน จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือเมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง

เอกสารต้นฉบับ

  • [1] Th - ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 7 พนักงานมีสิทธิลากิจเพื่อธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน และนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้เท่ากับวันทำงานปกติตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ต้องไม่เกิน 3 วันทำงานต่อปี
  • [2] Prd - กฎหมายระบุว่าลูกจ้างที่ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิลาพักร้อนได้ไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี โดยได้รับค่าจ้างปกติ
  • [3] Humansoft - ลาเพื่อรับราชการทหาร ลาเพื่อรับหมายเรียก ตรวจเลือก หรือเข้าฝึกวิชาทหาร ลาได้ไม่เกิน 60 วันต่อปี โดยได้รับค่าจ้าง