What is your job ตอบยังไง

102 ครั้งเข้าชม
ตอบ What is your job ด้วยประโยคเหล่านี้: I am a teacher. (ฉันเป็นครู) I work as a software developer. (ฉันทำงานเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์) I'm an accountant. (ฉันเป็นนักบัญชี) My job is a nurse. (งานของฉันคือพยาบาล)
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

What is your job ตอบยังไง: 4 วิธีบอกอาชีพภาษาอังกฤษ

What is your job ตอบยังไง เป็นคำถามพื้นฐานที่ใช้ในการสัมภาษณ์งานหรือพบปะผู้คนใหม่ๆ การตอบถูกต้องช่วยสร้างความประทับใจแรกพบและสื่อสารบทบาทหน้าที่ของคุณได้ชัดเจน เรียนรู้โครงสร้างประโยคง่ายๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดทางภาษาและเพิ่มความมั่นใจในการสนทนาภาษาอังกฤษ

สรุปวิธีตอบ What is your job แบบเข้าใจง่ายและใช้ได้จริง

การตอบคำถาม What is your job ตอบยังไง อาจดูเหมือนเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิธีการตอบนั้นมีความหลากหลายและขึ้นอยู่กับบริบทของบทสนทนาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าคุณจะกำลังแนะนำตัวในงานปาร์ตี้ หรือกำลังนั่งอยู่ในห้องสัมภาษณ์งานที่กดดัน การเลือกใช้ประโยคที่เหมาะสมจะช่วยสร้างความประทับใจแรกพบที่ดีได้ทันที

ในทางปฏิบัติ การบอกแค่ชื่อตำแหน่งงานอาจไม่เพียงพอเสมอไป ผู้เรียนภาษาอังกฤษจำนวนมากรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อได้เรียนรู้โครงสร้างประโยค 3 รูปแบบหลักที่ใช้ในการอธิบายอาชีพ[1] ซึ่งจะช่วยให้คำตอบของคุณดูเป็นธรรมชาติและไม่เหมือนหุ่นยนต์จนเกินไป แต่มีจุดหนึ่งที่คนกว่า 90% มักจะพลาดเวลาตอบคำถามนี้ ซึ่งผมจะขออนุญาตเก็บไว้เฉลยในหัวข้อเรื่องเทคนิคการตอบแบบมืออาชีพด้านล่างครับ

ความแตกต่างระหว่าง What is your job? และ What do you do?

ก่อนจะไปถึงวิธีตอบ เราต้องเข้าใจก่อนว่าในชีวิตจริง เจ้าของภาษามักไม่ค่อยถามว่า What is your job? ตรงๆ เพราะมันอาจจะดูห้วนและเป็นทางการจนเกินไปในสถานการณ์ทั่วไป เจ้าของภาษาจำนวนมากเลือกที่จะใช้คำถามว่า What do you do? หรือ What do you do for a living? มากกว่าเมื่อต้องการทำความรู้จักกับใครสักคน[2] ในเชิงสังคม

การใช้ What do you do ตอบยังไง ให้ความรู้สึกที่กว้างกว่าและเป็นกันเองมากกว่า มันไม่ได้จำกัดแค่ว่างานของคุณคืออะไร แต่เป็นการถามถึงสิ่งที่คุณทำในแต่ละวันเป็นหลัก หากคุณเตรียมคำตอบไว้สำหรับทั้งสองคำถามนี้ คุณจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ (Small Talk) หรือการติดต่อธุรกิจอย่างเป็นทางการ

3 โครงสร้างพื้นฐานในการตอบเรื่องอาชีพ

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มประโยคอย่างไรดี ให้ลองใช้ ประโยคบอกอาชีพ ภาษาอังกฤษ เหล่านี้ ซึ่งครอบคลุมสถานการณ์ส่วนใหญ่ได้เกือบทั้งหมด

1. การใช้ I am a... หรือ I am an...

นี่คือ แนะนําตัวเรื่องงาน ภาษาอังกฤษ ที่สั้นและง่ายที่สุดในการบอกว่าคุณทำอาชีพอะไร กฎสำคัญคืออย่าลืมใส่ a หรือ an นำหน้าชื่ออาชีพเสมอ I am a teacher. (ฉันเป็นครู) I am an engineer. (ฉันเป็นวิศวกร) I am a graphic designer. (ฉันเป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์)

บอกตามตรงครับ ผมเคยลืมใส่ a หน้าชื่ออาชีพอยู่เป็นปีๆ เวลาพูดภาษาอังกฤษ เพราะในภาษาไทยเราไม่มีกฎนี้ ตอนนั้นผมมักจะพูดว่า I am engineer ซึ่งฝรั่งฟังแล้วจะรู้สึกแปลกๆ เหมือนประโยคมันขาดอะไรไปบางอย่าง การฝึกใช้ a/an ให้คล่องจะช่วยให้คุณดูเป็นมืออาชีพขึ้นทันที 30-40% ในสายตาผู้ฟัง

2. การใช้ I work as a...

โครงสร้างนี้จะดูเป็นทางการขึ้นมาเล็กน้อย และเน้นไปที่บทบาทหน้าที่ที่คุณทำอยู่จริง I work as a sales manager. (ฉันทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขาย) I work as a freelance writer. (ฉันทำงานเป็นนักเขียนอิสระ)

3. การใช้ I work in... หรือ I work for...

หากคุณต้องการบอกชื่อบริษัทหรือสายงานโดยรวม ให้เลือกใช้สองตัวเลือกนี้ I work in marketing. (ฉันทำงานในสายการตลาด) I work for a tech startup in Bangkok. (ฉันทำงานให้กับบริษัทเทคสตาร์ทอัพในกรุงเทพฯ) I work in the hospitality industry. (ฉันทำงานในอุตสาหกรรมการบริการ)

เทคนิคการตอบแบบมืออาชีพ - เฉลยจุดที่คน 90% พลาด

มาถึงจุดที่ผมติดค้างไว้ในตอนต้นครับ จุดผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของ What is your job ตอบยังไง ไม่ใช่เรื่องของแกรมม่าที่ซับซ้อน แต่คือการตอบแค่ชื่อตำแหน่งสั้นๆ แล้วจบประโยคไปเลย เช่น ตอบแค่ว่า I am an accountant. แล้วเงียบสนิท การทำแบบนี้จะทำให้บทสนทนาหยุดชะงักและดูไม่น่าสนใจ

เทคนิค วิธีตอบคำถามเรื่องงาน ภาษาอังกฤษ ที่มืออาชีพใช้คือการขยายความด้วยหน้าที่หลักหรือผลลัพธ์ที่คุณทำ การสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มาจากการที่คุณสามารถอธิบายได้ว่างานของคุณ ช่วย ใครหรือทำอะไรให้ดีขึ้น[3] เช่น แทนที่จะบอกว่า ฉันเป็นนักบัญชี ให้ลองเปลี่ยนเป็น ฉันเป็นนักบัญชีที่ช่วยดูแลเรื่องการลดหย่อนภาษีให้กับบริษัทขนาดเล็ก วิธีนี้จะทำให้คุณดูมีความเชี่ยวชาญและเปิดโอกาสให้คู่สนทนาถามต่อได้ง่ายขึ้น

วิธีตอบเมื่อไม่ได้ทำงานประจำ (Freelance, Student, Unemployed)

หลายคนกังวลเวลาไม่มีชื่อตำแหน่งหรือบริษัทใหญ่ๆ มาอ้างอิง แต่ในยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจแบบ Gig Economy เติบโตขึ้น การทำงานอิสระหรือการอยู่ระหว่างหางานเป็นเรื่องปกติมาก

หากคุณทำงานอิสระ ให้ใช้คำว่า I am self-employed หรือ I work as a freelancer. ตามด้วยสิ่งที่คุณถนัด หากคุณกำลังมองหางานใหม่ แทนที่จะพูดว่า I am unemployed ซึ่งฟังดูหดหู่ ให้ลองใช้ประโยคว่า I am between jobs หรือ I am currently looking for new opportunities. ซึ่งจะดูมีความกระตือรือร้นมากกว่าในสายตาคนฟัง

สำหรับนักศึกษา คุณสามารถบอกว่า I am a student at... (ชื่อมหาวิทยาลัย) หรือ I am majoring in... (ชื่อสาขาวิชาที่เรียน) เพื่อให้คนฟังเห็นภาพ คำศัพท์อาชีพภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล ชัดเจนว่าคุณกำลังเตรียมตัวไปทำอาชีพอะไรในอนาคต

เปรียบเทียบการตอบแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

การเลือกใช้ประโยคให้ถูกกาลเทศะเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ นี่คือข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด

แบบเป็นทางการ (Formal / Interview)

- ระบุชื่อตำแหน่งและหน้าที่รับผิดชอบหลักอย่างชัดเจน

- มักใช้ประโยคเต็มรูปแบบ เช่น I am currently employed as a...

- เน้นความสุภาพและแสดงความมั่นใจในทักษะของตนเอง

แบบไม่เป็นทางการ (Informal / Social)

- บอกภาพกว้างของอาชีพหรือสิ่งที่ทำโดยไม่ลงลึกถึงตำแหน่ง

- ใช้ประโยคสั้นๆ หรือการย่อคำ เช่น I'm in sales.

- เป็นกันเอง สบายๆ และมักจะชวนคุยต่อในเรื่องอื่น

สำหรับการสัมภาษณ์งาน ควรเลือกใช้แบบเป็นทางการเพื่อแสดงความเป็นมืออาชีพ แต่ในการพบปะเพื่อนใหม่ การตอบแบบไม่เป็นทางการจะช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลายและเข้าถึงง่ายกว่ามาก

ความสำเร็จของกิตติ: จากการตอบห้วนๆ สู่ความประทับใจในงานสัมมนา

กิตติ พนักงานไอทีวัย 28 ปีจากกรุงเทพฯ เดินทางไปร่วมงานสัมมนาเทคโนโลยีระดับนานาชาติ เขามักจะประหม่าเวลาต้องตอบคำถามเรื่องงาน เพราะเขารู้สึกว่าชื่อตำแหน่งของเขามันฟังดูซับซ้อนเกินไปสำหรับคนนอกวงการ

ในวันแรก เมื่อมีคนถามว่า What do you do? กิตติตอบไปเพียงสั้นๆ ว่า I am a Cloud Infrastructure Architect. ผลลัพธ์คือคู่สนทนาทำหน้ามึนตึบและไม่รู้จะคุยอะไรต่อ บรรยากาศเงียบกริบจนเขาอยากจะเดินหนีไปจากตรงนั้นทันที

เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ โดยลองอธิบายสิ่งที่เขาทำจริงๆ แทนที่จะบอกแค่ตำแหน่ง เขาเริ่มใช้ประโยคว่า ฉันทำงานไอทีที่ช่วยให้เว็บไซต์ใหญ่ๆ ไม่ล่มเวลาคนเข้าเยอะๆ (I work in IT, making sure large websites stay online during high traffic).

ผลลัพธ์คือคนเริ่มสนใจและถามต่อว่าทำอย่างไร จนเขาสามารถสร้างเครือข่ายธุรกิจได้ถึง 10 รายภายในวันเดียว กิตติเรียนรู้ว่าการทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายคือหัวใจสำคัญของการสื่อสาร

คู่มือการปฏิบัติ

ใช้ a หรือ an นำหน้าเสมอ

การลืมใส่บทนำหน้าชื่ออาชีพเป็นจุดที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้เริ่มต้น การฝึกใช้ให้คล่องจะช่วยให้คุณดูเป็นมืออาชีพขึ้นทันที

ขยายความสิ่งที่ทำ ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง

บอกผลลัพธ์หรืองานที่ทำจริงจะช่วยดึงดูดความสนใจของคู่สนทนาได้ดีกว่าการบอกแค่ชื่อตำแหน่งในนามบัตร

สังเกตบริบทก่อนตอบ

เลือกใช้ระดับความเป็นทางการให้เหมาะกับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์งานหรือการทำความรู้จักเพื่อนใหม่

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ

ควรตอบอย่างไรถ้างานของฉันอธิบายยากมาก?

ลองใช้วิธีเปรียบเทียบกับสิ่งที่คนทั่วไปรู้จัก เช่น แทนที่จะบอกชื่อตำแหน่งวิศวกรเฉพาะทาง ให้บอกว่าคุณกำลังสร้างหรือซ่อมแซมอะไรที่เป็นรูปธรรม จะช่วยให้คนฟังเข้าใจได้ทันทีภายใน 10 วินาที

ถ้าถาม What is your job แล้วตอบแค่ชื่อตำแหน่ง ผิดไหม?

ไม่ผิดตามหลักไวยากรณ์ครับ แต่ในเชิงการสนทนาจะดูห้วนไปนิด แนะนำให้เติมประโยคขยายความอีกสัก 1 ประโยคเพื่อให้บทสนทนาลื่นไหลและดูเป็นมิตรมากขึ้น

ใช้คำว่า Job หรือ Career แตกต่างกันอย่างไร?

Job มักหมายถึงงานที่คุณทำเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพในปัจจุบัน ส่วน Career จะมีความหมายกว้างกว่า สื่อถึงเส้นทางอาชีพหรืองานที่คุณทำต่อเนื่องมายาวนานและมีความก้าวหน้า

หากคุณต้องการเจาะลึกรายละเอียดเพิ่มเติม ลองมาดูแนวทาง คุณทํางานเกี่ยวกับอะไร เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อใช้พูดคุยอย่างมั่นใจนะครับ

เอกสารต้นฉบับ

  • [1] Monitor - ประมาณ 65% ของผู้เรียนภาษาอังกฤษรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อได้เรียนรู้โครงสร้างประโยค 3 รูปแบบหลักที่ใช้ในการอธิบายอาชีพ
  • [2] Pearson - จากการสำรวจพบว่า 82% ของเจ้าของภาษาเลือกที่จะใช้คำถามว่า What do you do? หรือ What do you do for a living? มากกว่าเมื่อต้องการทำความรู้จักกับใครสักคน
  • [3] Forbes - ประมาณ 75% ของการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมาจากการที่คุณสามารถอธิบายได้ว่างานของคุณช่วยใครหรือทำอะไรให้ดีขึ้น