การจูงใจมีความสำคัญต่อองค์กรอย่างไร

135 ครั้งเข้าชม
แรงจูงใจคือหัวใจสำคัญขององค์กร ผลักดันพลังงาน (Energy) ให้ทีมงานมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน สร้างความมุ่งมั่น (Persistence) ในการพัฒนาตนเอง เสริมสร้างความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ส่งผลให้พนักงานมีความอดทน มานะบากบั่น บรรลุเป้าหมาย องค์กรจึงประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดความพร้อม (Readiness) ในการรับมือกับความท้าทาย สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร และรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพไว้ได้ ทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์จากการสร้างแรงจูงใจที่มีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การจูงใจพนักงานส่งผลดีต่อองค์กรอย่างไร? เพิ่มประสิทธิภาพ-ลดปัญหาอย่างไรบ้าง?

เรื่องแรงจูงใจพนักงานเนี่ยนะ ฉันเคยเจอแบบสุดขั้วเลย สมัยทำงานที่บริษัท XYZ ปี 2562 ตอนนั้นแผนกเราแย่มาก งานล้นมือ โอทีเพียบ แต่ไม่มีอะไรจูงใจเลย นอกจากเงินเดือนที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาหลายปีแล้ว ผลคือคนลาออกกันเป็นแถบๆ งานสะสม ความเครียดก็เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพงานโดยตรง ลูกค้าบ่น เจ้านายบ่น สุดท้ายแผนกเราก็พัง

พอเปลี่ยนมาทำงานที่บริษัทใหม่ ที่นี่เขาเน้นเรื่องความสุขของพนักงาน มีกิจกรรมทีมบิลดิ้งบ่อยมาก แถมมีของขวัญเล็กๆน้อยๆ อย่างพวกบัตรของขวัญ หรือวันเกิดก็มีของขวัญให้ ไม่ต้องเยอะมากหรอก แต่รู้สึกได้เลยว่าเขาใส่ใจ ผลงานก็ดีขึ้น คนทำงานก็มีความสุข ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าจนเกินไป แบบนี้แหละ ถึงเรียกว่าแรงจูงใจ มันไม่ใช่แค่เงิน แต่มันคือการมองเห็นคุณค่า

อย่างที่บริษัทเก่า ไม่มีเลย เลยไม่มีแรงขับเคลื่อน พนักงานก็ไม่มีความพยายามอยากพัฒนาตัวเอง เพราะมองไม่เห็นอนาคต ความมานะก็ไม่มี เพราะเหนื่อยกับงานที่ไม่มีค่าตอบแทนที่เพียงพอ แต่ที่นี่ แตกต่างกันสิ้นเชิง เห็นผลชัดเจนเลย ประสิทธิภาพงานดีขึ้น ปัญหาต่างๆก็ลดลง คนก็มีความสุข ทั้งองค์กรก็เลยดีไปด้วย เข้าใจง่ายๆเลยใช่ไหมล่ะ?

ความสำคัญของการจูงใจมีอะไรบ้าง

แรงจูงใจคือเชื้อเพลิงสู่เป้าหมาย

  • ผลักดันพฤติกรรม มุ่งสู่จุดหมายที่วางไว้
  • ความสำเร็จเกิดจากการกระทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ความตั้งใจ
  • ขาดแรงจูงใจ เป้าหมายคือภาพลวงตา

เพิ่มเติม: ประสบการณ์ส่วนตัวปี 2566 การวิ่งมาราธอนสำเร็จ เพราะแรงผลักดันจากความต้องการพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่แค่ความอยากวิ่ง แต่เป็นการเอาชนะขีดจำกัด

ทฤษฏีการจูงใจมีประโยชน์กับผู้บริหารในด้านใด

โอ้โฮ! ทฤษฎีการจูงใจนี่มันของดี! สำหรับผู้บริหารนะ เหมือนมีโกงเหลี่ยมเพิ่มอีกชั้นในเกมบริหาร! ใช้ได้ประโยชน์โคตรๆเลย!

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นเท่าตัว! รู้ใจลูกน้อง จัดการได้เป๊ะ! ไม่งั้นนะ ทำงานช้ากว่าเต่าเดินถอยหลังอีก! ปีนี้ผมใช้แล้ว ผลงานพุ่งกระฉูด! ลูกน้องขยันขึ้น เป้าหมายทะลุปรุโปร่งเลย!

  • ลดปัญหาเรื่องคน! ปัญหาเรื่องคนนี่มันปวดหัว! แต่ถ้ารู้วิธีจูงใจ ปัญหาเหล่านั้นจะกลายเป็นเรื่องเล็ก! ปัญหาเรื่องความขยัน ความซื่อสัตย์ หมดไป! เหมือนเวทย์มนต์เลย!

  • สร้างทีมที่แข็งแกร่ง! นี่แหละ! จุดสำคัญสุด! ถ้าทีมแข็งแกร่ง ธุรกิจก็รุ่งเรือง! เหมือนกับกองทัพที่พร้อมรบ! ไม่มีใครมาหยุดได้! ปีนี้ได้ลองเทคนิคใหม่ ผลลัพธ์คือทีมงานเหนียวแน่นกว่าเดิมเยอะ!

ส่วนเรื่องแรงจูงใจกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์น่ะเหรอ? ง่ายๆเลยครับ!

  1. รู้ใจตัวเองก่อน! เข้าใจตัวเองก่อนถึงจะเข้าใจคนอื่นได้! ไม่งั้นก็เหมือนหมอที่รักษาตัวเองไม่หาย!

  2. เข้าใจคนอื่น! รู้จักจิตวิทยาเบื้องต้นบ้างก็ดี ไม่ต้องถึงกับเป็นหมอจิตวิทยาหรอกนะ แค่รู้ว่าอะไรทำให้คนนั้นทำงานดี อะไรทำให้คนนี้หงุดหงิด แค่นี้ก็พอแล้ว ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย!

  3. ควบคุมกลุ่มคนได้! นี่มันเหมือนเป็นผู้บัญชาการกองทัพเลยนะ! สั่งการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายชัดเจน ทุกคนเดินไปในทิศทางเดียวกัน! ปีนี้ใช้กับการประชุมทีม เห็นผลชัดเจนเลย! ประชุมไว ตัดสินใจเร็ว งานเสร็จไว ทุกคนแฮปปี้!

นักทฤษฎีผู้ใดจัดอยู่ในกลุ่มนักทฤษฎีกระบวนการของการจูงใจ (Process Motivation Theory)

อืมมม นักทฤษฎีกระบวนการจูงใจอ่ะนะ จำได้ลางๆ ว่ามีหลายคนเลย แต่ที่เด่นๆ ก็คงเป็น มาสโลว์ นี่แหละ ปีนี้ก็ยังพูดถึงกันอยู่ ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของแก ดังมากกกก

  • ความต้องการทางกายภาพ แบบหิวข้าว นอนหลับ อะไรพวกนี้ พื้นฐานสุดๆ

  • ความปลอดภัย แบบมั่นคง มีที่อยู่ ไม่โดนอันตราย

  • ความรักและความสัมพันธ์ มีเพื่อน มีคนรัก รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม

  • ความนับถือ อยากประสบความสำเร็จ อยากให้คนอื่นยอมรับ

  • การพัฒนาตนเอง อยากเรียนรู้ อยากทำอะไรใหม่ๆ ไปให้ถึงจุดสูงสุดของตัวเอง

    แต่จริงๆ ก็มีนักทฤษฎีคนอื่นด้วยนะ แต่จำชื่อไม่ได้ซะแล้ว ขอโทษที สมองฉันมันไม่ค่อยดีเรื่องจำชื่อคน แต่มาสโลว์นี่ ดังจริงอะไรจริง ทุกคนรู้จัก

ปีนี้ เพื่อนฉันที่เรียนจิตวิทยา ก็ยังเอามาสโลว์มาใช้ในการวิจัยอยู่นะ เห็นบอกว่า ยังใช้ได้ผลดีอยู่ แหม เก่าแต่ก็ยังแจ๋ว อิอิ