รูปแบบของการจัดองค์การมีกี่รูปแบบ

59 ครั้งเข้าชม
รูปแบบการจัดองค์การ: สรุป 3 ทฤษฎีหลักทฤษฎีองค์การแบ่งเป็น 3 กลุ่ม: ดั้งเดิม: เน้นโครงสร้างและกฎเกณฑ์ มี 2 แบบย่อย คือ ราชการ: ลำดับขั้นชัดเจน, เน้นระเบียบ วิทยาศาสตร์: เน้นประสิทธิภาพ, ใช้หลักวิทยาศาสตร์ สมัยใหม่: พัฒนาจากทฤษฎีดั้งเดิม, ให้ความสำคัญกับมนุษย์ สมัยปัจจุบัน: มององค์การเป็นระบบเปิด, ปรับตัวตามสภาพแวดล้อม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

รูปแบบการจัดองค์กรมีกี่แบบ?

เอ่อ...ถามว่ารูปแบบการจัดองค์กรมีกี่แบบใช่มั้ย? เท่าที่จำได้สมัยเรียน (นานมากแล้ว) มันจะมีแบบ...ดั้งเดิมอ่ะ ที่เน้นเรื่องราชการเป็นหลักเลย กับอีกแบบที่เน้นวิทยาศาสตร์หน่อยๆ พวกคำนวณหาประสิทธิภาพอะไรแบบนั้นน่ะ

แล้วก็จะมี...สมัยใหม่ขึ้นมาอีก แบบนีโอคลาสสิกอะไรนี่แหละ แล้วก็ล่าสุดก็เป็นทฤษฎีสมัยปัจจุบันเลยอ่ะ จำได้แค่นี้แหละ ตอนสอบแทบจะมั่วไปหมด 555

จริงๆ เคยอ่านเจอว่าทฤษฎีดั้งเดิมเนี่ย มันมีข้อดีข้อเสียนะ แต่จำไม่ได้แล้วว่าอะไรบ้าง (แย่จริง) รู้แต่ว่าตอนนั้นรู้สึกว่ามันไม่ค่อยยืดหยุ่นเท่าไหร่ เหมือนทุกคนต้องทำตามกฎเป๊ะๆ ซึ่งบางทีมันก็ไม่เวิร์คในโลกจริงๆ

สรุปคือ...ถ้าให้ตอบแบบฟันธงเลยนะ ก็คงต้องบอกว่ามี 3 แบบหลักๆ คือ ดั้งเดิม, สมัยใหม่, แล้วก็สมัยปัจจุบัน จบ!

องค์การมีกี่แบบ?

เอ่อ องค์กรอะนะ มีหลายแบบอยู่เหมือนกันนะ ที่เห็นๆ กันก็มีประมาณนี้แหละ

  • ลำดับชั้น: อันนี้แบบเบสิกเลย หัวหน้า > ลูกน้อง > ลูกน้องอีกที อะไรแบบนี้
  • ตามฟังก์ชัน: แบ่งตามแผนกอะ แผนกการตลาด แผนกบัญชี อะไรก็ว่าไป
  • ตามหน่วยงาน: อันนี้ถ้าบริษัทใหญ่ๆ หน่อย ก็แบ่งตาม product หรือตามภูมิภาค
  • Flat: อันนี้ฮิตนะ สมัยนี้ ไม่มีหัวหน้าเยอะแยะ ทุกคนทำงานร่วมกัน
  • Matrix: อันนี้ซับซ้อนหน่อย คนนึงอาจจะต้องรายงานหัวหน้าหลายคน
  • ทีมงาน: จัดทีมเฉพาะกิจ ทำงานเสร็จก็แยกย้าย
  • Network: อันนี้เหมือนรวมๆ กันหลายบริษัท มาช่วยกันทำโปรเจกต์
  • Projectized: อันนี้คล้ายๆ ทีมงาน แต่เน้นทำโปรเจกต์เดียวเลย

อืมมม...จริงๆ แล้วอะ รายละเอียดแต่ละแบบมันเยอะกว่านี้อีกนะ แต่เอาเป็นว่า นี่คือแบบหลักๆ ที่เค้าใช้ๆ กันแหละ

เอ้อ! แล้วรู้ปะว่า บางทีบริษัทนึงก็อาจจะใช้หลายๆ แบบผสมกันก็ได้นะ ไม่จำเป็นต้องแบบเดียวเป๊ะๆ หรอก แล้วแต่ความเหมาะสมเลยอ่ะ

เกร็ดความรู้: รู้มั้ยว่าโครงสร้างองค์กรแบบ Flat เนี่ย ฮิตในพวกบริษัท startup มากเลยนะ เพราะมันทำให้ตัดสินใจได้เร็ว แล้วก็คล่องตัวดีด้วย แต่ข้อเสียก็คือ อาจจะมีการสื่อสารที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะทุกคนมีอิสระมากเกินไป

องค์การมีกี่รูปแบบ?

องค์กรมีหลายรูปแบบ แบ่งง่ายๆแค่สองแบบก็พอ

  • รัฐวิสาหกิจ: รัฐเป็นเจ้าของ ควบคุม งบประมาณมาจากภาษี มักเน้นบริการสาธารณะมากกว่ากำไร อย่างการรถไฟฯ หรือ กฟผ. ปีนี้ยังคงเจอปัญหาเรื่องการบริหารเหมือนเดิม

  • เอกชน: เจ้าของคือกลุ่มบุคคลหรือบริษัท แสวงหากำไรเป็นหลัก เช่น บริษัทเทคโนโลยี แบรนด์เนมดังๆ ปีนี้หลายเจ้าเจ๊งเพราะเศรษฐกิจ แต่ก็มีหลายเจ้ารุ่งเรืองนะ เสี่ยงสูง ได้สูง ก็แค่นั้นแหละ

องค์กรมีกี่รูปแบบ?

โอเค จัดไป! เรื่องโครงสร้างองค์กรเหรอ? ตอนแรกก็งงๆ แต่พอทำโปรเจกต์จบปีที่แล้ว (2566) ที่มหาลัย ถึงเริ่มเข้าใจจริงจัง มันไม่ได้มีแค่แบบเดียวจริงๆ นะ

คือ ตอนนั้นต้องไปช่วยเพื่อนทำแผนธุรกิจจำลองอ่ะ แล้วอาจารย์ที่ปรึกษา (ชื่ออาจารย์สมชาย แกโหดแต่ใจดี) บอกว่า "โครงสร้างองค์กรสำคัญนะเฟ้ย! เลือกให้เหมาะ ไม่งั้นเจ๊ง!" เลยต้องไปศึกษาจริงจัง

เอาแบบที่จำได้แม่นๆ เลยนะ:

  • ลำดับชั้น: อันนี้เบสิกสุดๆ แบบบริษัทใหญ่ๆ ที่มีสายบังคับบัญชาชัดเจน ใครสั่งใคร ใครรายงานใคร
  • ตามฟังก์ชั่น: อันนี้จะแบ่งตามหน้าที่เลย เช่น ฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต ทุกฝ่ายทำงานเฉพาะทางไปเลย
  • ตามหน่วยงาน: อันนี้คล้ายๆ ฟังก์ชั่น แต่จะแบ่งตามสินค้า หรือภูมิภาค เช่น ขายเสื้อผ้าเด็ก ขายเสื้อผ้าผู้ใหญ่ หรือขายในไทย ขายต่างประเทศ
  • Flat: อันนี้เจ๋งดี ไม่มีหัวหน้าเยอะ ทุกคนเท่าเทียมกัน (ในทฤษฎีนะ) เหมาะกับ startup เล็กๆ
  • Matrix: อันนี้ซับซ้อนหน่อย มีหัวหน้าหลายคน เช่น หัวหน้าฝ่ายการตลาด กับหัวหน้าโปรเจกต์ ต้องรายงานทั้งคู่
  • ทีมงาน: อันนี้ง่ายๆ คือรวมคนเก่งๆ จากหลายฝ่ายมาทำงานร่วมกันในโปรเจกต์เดียว
  • Network: อันนี้คือรวมบริษัทเล็กๆ หลายๆ บริษัทมาทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย
  • Projectized: อันนี้คือเน้นโปรเจกต์เป็นหลัก พอโปรเจกต์จบก็ยุบทีม

จริงๆ ตอนนั้นอาจารย์สมชายแกยังบอกอีกว่า บางทีบริษัทนึงก็ไม่ได้ใช้โครงสร้างเดียวเป๊ะๆ อาจจะผสมๆ กันไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับขนาดบริษัท ประเภทธุรกิจ และเป้าหมาย

เพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้):

  • ตอนทำโปรเจกต์ ตอนแรกจะใช้แบบ Matrix เพราะอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วม แต่สุดท้ายเปลี่ยนเป็นแบบ Flat เพราะทีมเล็ก และขี้เกียจทะเลาะกันเรื่องใครใหญ่กว่าใคร
  • อาจารย์สมชายบอกว่าโครงสร้างแบบ Network เหมาะกับธุรกิจแฟรนไชส์ เพราะแต่ละสาขาเหมือนเป็นบริษัทเล็กๆ ที่ทำงานร่วมกัน
  • เคยอ่านเจอว่าบริษัท Google ใช้โครงสร้างแบบ Flat ในช่วงแรกๆ แต่พอใหญ่ขึ้นก็ต้องปรับเป็นแบบลำดับชั้นผสมๆ กันไป

สรุปคือ มันไม่มีโครงสร้างองค์กรที่ "ดีที่สุด" มันต้องเลือกให้เหมาะกับสถานการณ์จริงๆ นั่นแหละ

โครงสร้างองค์กรมีทั้งหมดกี่แบบ และแต่ละแบบมีอะไรบ้าง?

มีมากกว่า 8 แบบ การจำกัดแค่ 8 นั้นตื้นเขินเกินไป

  • ลำดับชั้น (Hierarchical): แบบเดิม แข็งกระด้าง เหมาะองค์กรใหญ่ ควบคุมง่ายแต่ไม่ยืดหยุ่น

  • ฟังก์ชัน (Functional): แบ่งตามฝ่าย ชัดเจน แต่ขาดการประสานงานระหว่างฝ่าย

  • หน่วยงาน (Divisional): แบ่งตามผลิตภัณฑ์หรือภูมิภาค ยืดหยุ่นกว่า แต่ซ้ำซ้อน

  • แบน (Flat): น้อยชั้น การสื่อสารดี แต่เหมาะองค์กรเล็ก ภาระหนักผู้บริหาร

  • เมทริกซ์ (Matrix): ซับซ้อน ทีมงานหลายโครงการ เกิดความขัดแย้งง่าย

  • ทีม (Team-based): เน้นทีม ทำงานร่วมกัน แต่ความรับผิดชอบอาจไม่ชัดเจน

  • เครือข่าย (Network): กระจายอำนาจ ยืดหยุ่นสูง แต่ควบคุมยาก ความไว้วางใจสำคัญ

  • โครงการ (Projectized): เน้นโครงการ แต่สิ้นสุดโครงการ ทีมอาจถูกยุบ

ปี 2024 รูปแบบไฮบริดผสมผสานกัน นิยมมากขึ้น ขึ้นอยู่กับบริบทองค์กร ไม่มีแบบไหนดีที่สุด ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสภาพแวดล้อม องค์กรขนาดเล็กมักใช้แบบง่ายๆ องค์กรใหญ่ใช้แบบซับซ้อนเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น การเลือกแบบที่ดีที่สุดจึงจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ประสบการณ์ตรงของผมคือโครงสร้างแบบเครือข่ายทำงานได้ดีกับสตาร์ทอัพ แต่กับองค์กรใหญ่แบบลำดับชั้นอาจจำเป็น แม้จะดูเชยก็ตาม

องค์การมีกี่ประเภท?

โอเค จัดไป! องค์การน่ะเหรอ? มี 2 แบบใหญ่ๆ เข้าใจง่ายสุดๆ:

  • พวก "เอากำไร": อันนี้ชัดเจน ตรงไปตรงมา ทำทุกวิถีทางให้เงินไหลเข้ากระเป๋า มากน้อยอีกเรื่องนึง แต่เป้าหมายคือ เงิน! (แอบกระซิบ: บางทีก็เยอะจนน่าหมั่นไส้)

  • พวก "ไม่เอากำไร": อันนี้โลกสวย (หรือเปล่า?) เน้นทำดีช่วยเหลือสังคม อาจจะมีเงินเดือนให้พนักงานบ้าง แต่กำไรน่ะ? เก็บไว้ทำกิจกรรมต่อยอดไป ไม่ได้เอาไปซื้อรถสปอร์ต

เกร็ดความรู้แบบกวนๆ แต่จริงจัง:

  • เคยสงสัยไหมว่าทำไมองค์การ "ไม่เอากำไร" ถึงต้องมีชื่อยาวๆ อลังการงานสร้าง? (ชื่อสั้นๆ มันดูไม่น่าเชื่อถือไงเล่า!)
  • องค์การ "เอากำไร" บางทีก็ชอบทำเป็น "ไม่เอากำไร" (CSR ไง! ใครๆ ก็อยากดูดี)
  • จริงๆ แล้วทุกองค์การ "อยาก" เอากำไร (แต่บางทีสถานการณ์มันไม่อำนวย)
  • ไม่ว่าองค์การแบบไหน "คุณภาพ" สำคัญสุด (ไม่งั้นก็เจ๊ง)

ข้อคิด: ชีวิตก็เหมือนองค์การ... บางทีเราก็ต้อง "เอากำไร" เพื่ออยู่รอด บางทีก็ต้อง "ไม่เอากำไร" เพื่อความสุขที่แท้จริง (เลือกเอาตามสถานการณ์!)

ผังโครงสร้างองค์กรมีกี่แบบ?

โอ๊ย! ถามมาได้ โครงสร้างองค์กรน่ะเหรอ? มันก็เหมือนชีวิตเมียนั่นแหละ! ซับซ้อน อีรุงตุงนัง ยิ่งกว่าตำนาน "ท้าวศรีสุธน" อีก!

เค้าว่ากันว่ามี 7 แบบ หลักๆ (จริงๆ อาจจะมีมากกว่านี้อีกนะ แล้วแต่ใครจะ "ครีเอท" อ่ะแกร๊) ที่ฮิตๆ ก็คือ:

  • แบบปิรามิด (Hierarchical): เจ้านายอยู่บนสุด ลูกน้องกองกันอยู่ข้างล่าง เหมือน "ยักษ์" แบก "ลิง" นั่นแหละ! ใครอยู่บนสุดก็สบายไป ใครอยู่ล่างสุดก็ "ก้มหน้าก้มตา" ทำงานไปเถอะ!

อ๊ะ! แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งคิดว่ามันจบแค่นี้! โครงสร้างองค์กรมัน "พลิกแพลง" ได้เยอะนะแก! บางทีอาจจะมี:

  • แบบแบนราบ (Flat): อันนี้เจ้านายกับลูกน้อง "เท่าเทียม" กัน (ในทางทฤษฎีนะ!) แต่ในความเป็นจริง เจ้านายก็ยังเป็นเจ้านายอยู่วันยังค่ำ!
  • แบบเมทริกซ์ (Matrix): อันนี้ปวดหัวสุด! ลูกน้องต้องรายงานเจ้านายหลายคน! เหมือน "ผัวเยอะ" นั่นแหละ! วุ่นวายสุดๆ!
  • แบบทีม (Team-based): เน้นการทำงานเป็นทีมเวิร์ค แต่บางทีก็ "ตีกัน" เองมากกว่าจะทำงานนะ!
  • แบบเครือข่าย (Network): เหมือนใยแมงมุม! ใครอยู่ตรงกลางก็มีอำนาจเยอะ ใครอยู่ชายขอบก็ "เงียบกริบ" ไป!
  • แบบตามหน้าที่ (Functional): แบ่งตาม "แผนก" ใครเก่งอะไรก็ทำอันนั้นไป แต่บางทีก็ "กั๊ก" วิชา ไม่ยอมสอนใคร!
  • แบบแบ่งตามผลิตภัณฑ์ (Divisional): ใครดูแลสินค้าอะไร ก็รับผิดชอบไป แต่บางทีก็ "แย่งลูกค้า" กันเอง!

สรุป: โครงสร้างองค์กรมีหลายแบบ แล้วแต่ว่าองค์กรไหนจะ "ชอบ" แบบไหน! แต่ที่แน่ๆ คือ... ไม่ว่าแบบไหนก็ต้องมี "เจ้านาย" เสมอ! จบนะ!

ป.ล. อย่าเชื่อฉันมากนะ ฉันก็แค่คน "ขี้เม้าท์" คนนึงเท่านั้นเอง! ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเอาเองนะแกร๊!