Blog อ่าน ว่า อะไร
Blog อ่านว่าอะไร? ทำความเข้าใจความหมายและการใช้งานให้ถูกต้อง
บล็อกน่ะเหรอ จริงๆ แล้วฉันก็เพิ่งจะมาเข้าใจมันจริงๆ จังๆ เอาช่วงหลังๆ นี่แหละ ตอนแรกๆ ได้ยินคำนี้บ่อยมากนะ ประมาณปี 2008-2009 เพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยเขาชอบพูดถึงบล็อกโน้นบล็อกนี้ ฉันก็งงๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่ ออกเสียงก็ไม่ค่อยถูก คิดว่าเป็นอะไรที่เกี่ยวกับบล็อกไม้หรือเปล่าก็ไม่รู้.
พอได้เห็นของจริงครั้งแรกๆ นะ มันเหมือนเป็นหน้าเว็บเพจที่ใครสักคนเขียนเล่าเรื่องส่วนตัวของเขา เหมือนไดอารี่ออนไลน์นั่นแหละ มีรูปภาพประกอบด้วย ฉันจำได้ว่าตอนนั้นอ่านบล็อกของรุ่นพี่คนหนึ่ง เขาเขียนเรื่องทริปไปเที่ยวเชียงใหม่ รายละเอียดพวกวัดพระสิงห์ หรือถนนคนเดินมันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้ตามเขาไปด้วยเลยนะ ตอนนั้นมันให้ความรู้สึกส่วนตัวมาก.
จริงๆ แล้วคำว่าบล็อกมันก็มาจาก "weblog" นั่นแหละ เขาแค่ตัดให้สั้นลง ง่ายต่อการเรียก ตอนนั้นคนยังไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไหร่ เหมือนเป็นช่องทางให้คนทั่วไปได้เขียนอะไรที่อยากเขียน ไม่ต้องมีคนมาดูแลมากมาย.
เดี๋ยวนี้บล็อกมันไม่ได้มีแค่เรื่องส่วนตัวอย่างเดียวแล้วนะ มีบล็อกที่ให้ข้อมูลเฉพาะด้านเยอะมาก ฉันเองก็มีบล็อกโปรดที่ตามอ่านประจำ ชื่อ "กินอะไรดี" ของคุณสมชัย เขาจะรีวิวร้านอาหารใหม่ๆ แถวสยามทุกวันพุธ บอกราคาคร่าวๆ ด้วย อันนี้มีประโยชน์จริง เวลาจะหาร้านอร่อยๆ ฉันก็เปิดดูบล็อกนี้แหละ.
แล้วคำว่าบล็อกนี่อ่านว่า "บล็อก" แบบที่เราออกเสียง block ที่แปลว่าก้อนๆ เลยนะ เหมือนทับศัพท์ไปเลย ฉันเคยลองคิดอยากเขียนบล็อกของตัวเองเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มสักที ก็มันรู้สึกเหมือนต้องเขียนให้ดี ต้องเขียนอะไรที่มีสาระ แต่มันก็เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรานี่นะ จะเขียนอะไรก็ได้.
บล็อก อ่าน ว่า อะไร
บล็อก อ่าน บ้อก มันเป็นได้ทั้ง คำนาม และ คำกริยา จำไว้
- ถ้าเป็นนาม:
- ก้อนวัตถุ เช่น บล็อกปูน บล็อกไม้.
- หน้าเว็บส่วนตัว ไว้เขียนเรื่องราว มึงคงรู้จักดี.
- การขวางลูก ในเกมกีฬา พวกวอลเลย์บอล.
- ถ้าเป็นกริยา:
- ขวาง กีดกัน บางสิ่ง ไม่ให้ผ่าน.
- สกัดการเคลื่อนไหว ในสนามแข่ง.
- ตัดขาดคนในโซเชียล ไม่ให้มันทักมึงได้อีก.
- คำนี้มาจากอังกฤษ "block" ตรงตัว.
- มี "บล็อกเกอร์" คนเขียนบล็อก หรือ "บล็อกเชน" เทคโนโลยีที่โคตรสำคัญตอนนี้.
- ใช้บ่อย ทั้งกีฬายันชีวิตจริง แค่ "บล็อกทาง" หรือ "บล็อกเฟซ".
- การบล็อก มันคือการสิ้นสุด การปิดกั้น. จบ.
บล็อก (Blog) มาจากคำว่าอะไร
เห้ออออออ นึกถึงเรื่องบล็อกนี่มันพาคิดถึงสมัยนู่นเลยนะ ตอนปี 2549 ได้มั้ง อยู่ปีสองมหาลัย วันๆ ก็วนเวียนอยู่แถวคณะกับร้านเกมส์หน้ามออะ ช่วงนั้นกำลังฮิต hi5 แต่ก็เริ่มเห็นคนพูดถึง 'บล็อก' กันเยอะขึ้น เพื่อนในกลุ่มนี่ชอบแชร์ลิงก์ให้ดูว่า 'เฮ้ย แก ดูคนนี้ดิ เค้าเขียนดีมากเลยนะ' ตอนนั้นก็งงๆ ว่ามันคืออะไร
จำได้เลยว่าเคยไปนั่งอ่านที่ร้านเน็ตแถวหอ ค่านั่งชั่วโมงละ 15 บาท แพงนะ แต่ก็ยอมจ่ายเพื่อไปดูว่าไอ้บล็อกที่เค้าว่ามันคืออะไร เปิดเจอหน้าตาแปลกๆ มีแต่ตัวหนังสือเยอะแยะ รูปก็ไม่ค่อยมี มีแต่คนมาเล่าเรื่องนู่นนี่นั่น แรกๆ ก็ไม่อินหรอกนะ แต่พออ่านไปเรื่อยๆ เออ มันก็เพลินดีว่ะ เหมือนอ่านไดอารี่ของคนอื่น
แล้วมีอยู่วันนึง เพื่อนคนเดิมนี่แหละ มันบอกว่า 'จริงๆ แล้วคำว่าบล็อกมันมาจากเว็บล็อกนะเว้ย' อ้าวเหรอ? เราก็แบบ อ๋อออออออออ มันคือ web log ที่แปลว่าบันทึกบนเว็บนั่นเอง พอได้ยินงี้ปุ๊บ ภาพมันชัดเลยทันที! เข้าใจเลยว่าทำไมเค้าถึงเอาไว้เขียนเรื่องราว บันทึกอะไรต่างๆ ที่อยากให้คนอื่นรู้
มันให้ความรู้สึกเหมือนมีพื้นที่ส่วนตัวให้เราได้พล่ามเลยอะ ไม่ต้องกังวลว่าใครจะคิดยังไง แค่อยากเขียนก็เขียนลงไป จำได้ว่าช่วงนั้นก็ลองไปสมัครทำดูนะ พวก Blogspot อะ แต่ก็เขียนได้ไม่กี่หน้าหรอก ขี้เกียจก่อน 555 แต่ก็ชอบไปอ่านของคนอื่นนะ โดยเฉพาะพวกบล็อกท่องเที่ยว บล็อกอาหารนี่แหละตัวดีเลย ชอบสุดๆ
- บล็อก (Blog) มาจากคำว่า เว็บล็อก (weblog).
- เป็นรูปแบบเว็บไซต์ที่จัดเรียงเนื้อหาตาม ลำดับเวลา โดยเนื้อหาล่าสุดจะแสดงก่อน.
- องค์ประกอบหลักของบล็อกคือ ข้อความ รูปภาพ และ ลิงก์.
- ปัจจุบันยังสามารถรวมถึง วิดีโอ ไฟล์เสียง และ กราฟิก ได้ด้วย.
- วัตถุประสงค์ คือการ เขียนเรื่องราว บันทึกเหตุการณ์ หรือ แบ่งปันข้อมูล เฉพาะด้าน.
- ลักษณะเด่นคือมีการ อัปเดตเนื้อหาใหม่ๆ สม่ำเสมอ และมักมีช่องทางให้ ผู้อ่านแสดงความคิดเห็น.
- บล็อก เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไป แสดงออก และ สร้างชุมชนออนไลน์ ตามความสนใจ.
Blog ใช้ทำอะไรได้บ้าง
บล็อกคือเว็บไซต์หนึ่งประเภท มีเนื้อหาหลากหลายตามผู้เขียนใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร ประกาศข่าวสาร แสดงความคิดเห็น เผยแพร่ผลงานได้ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวสารปัจจุบัน บล็อกส่วนตัวก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย บล็อกแบบไดอารีออนไลน์นี่แหละ จุดเริ่มต้นของหลายๆ บล็อกเลย
โอเค บล็อกนี่มันคืออะไรนะ อืมมม... จริงๆ มันก็คือเว็บแบบนึงอะแหละเนอะ เป็นพื้นที่ให้ใครก็ได้เขียนอะไรก็ได้ ใช่เลย แต่ที่เห็นส่วนใหญ่ก็แล้วแต่เจ้าของแหละว่าจะใช้ทำอะไร บางคนก็ใช้สื่อสารเรื่องงาน ประกาศข่าวสารโน่นนี่นั่น เห็นเยอะเลยนะพวกบริษัทหรือแบรนด์ต่างๆ ก็มีบล็อกของตัวเอง
บางทีก็เอาไว้แสดงความคิดเห็นไง นี่แหละคือจุดแข็งเลย ที่คนชอบเขียนบล็อกกัน มันให้พื้นที่เราได้คิด ได้วิเคราะห์ ได้ระบายสิ่งที่อยู่ในหัว เรื่องการเมือง เทคโนโลยี อาหารการกิน โอ้โห มีหมดแหละ แล้วแต่ว่าใครสนใจเรื่องไหน ฉันเองก็ชอบอ่านบล็อกอาหารนะ เวลาหาที่กินใหม่ๆ หรือสูตรทำขนมอร่อยๆ
แล้วก็ใช้เผยแพร่ผลงานก็ได้อีก ฉันเคยเห็นช่างภาพเอาผลงานตัวเองไปลงในบล็อก เหมือนเป็นพอร์ตโฟลิโอออนไลน์น่ะ อืมมม... หรือนักเขียนก็ใช้บล็อกเป็นที่ลองลงเรื่องสั้นหรือบทกวี มันก็เหมือนสมุดบันทึกส่วนตัวเลยนะ จริงๆ ก็ใช่เลย บล็อกที่เขียนเรื่องส่วนตัวมากๆ เนี่ยแหละคือไดอารีออนไลน์ มันคือจุดเริ่มต้นเลยนะ จำได้ว่าตอนแรกๆ คนก็เขียนเรื่องตัวเองลงบล็อกนี่แหละก่อนจะเริ่มมีอะไรอย่างอื่นตามมา
มันต่างจากพวกโซเชียลมีเดียทั่วไปตรงไหนนะ? ก็คงเป็นเรื่องของความยาวกับความตั้งใจที่จะเขียนมั้ง บล็อกมันเขียนได้ยาวกว่า มีรูป มีวิดีโอ มีอะไรต่อมิอะไรเยอะกว่าเยอะเลยนะ แล้วก็ดูเป็นทางการกว่าในบางที แต่บางบล็อกก็ไม่ได้เป็นทางการหรอก ก็เขียนตามใจฉันดี
แล้วทำไมคนถึงยังเขียนบล็อกกันอยู่นะในยุคที่มี TikTok มี IG มีอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด? อาจจะเป็นเพราะมันเป็นของเราจริงๆ มั้ง เป็นพื้นที่ที่เราควบคุมได้ทั้งหมด ไม่มีอัลกอริทึมมาคอยกำหนดว่าจะให้ใครเห็นไม่เห็น เหมือนมีบ้านของเราเองบนอินเทอร์เน็ตยังไงยังงั้นแหละ เออ ก็จริงนะ
- บล็อกคือแพลตฟอร์มสำหรับการแสดงออก เป็นเสียงของเราเองเลย ไม่มีใครมากำหนด ไม่ต้องไปแย่งซีนกับโพสต์อื่น ๆ เหมือนในฟีด
- สร้างเครือข่ายความรู้เฉพาะทาง คนที่มีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง เช่น การทำสวน การลงทุน หรือการเลี้ยงสัตว์ มักใช้บล็อกแบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนที่มีความสนใจเดียวกันนะ
- โอกาสในการสร้างรายได้ ถ้าบล็อกมีคนอ่านเยอะๆ ก็อาจจะมีสปอนเซอร์ หรือหารายได้จากการลงโฆษณาต่างๆ ได้ อันนี้สำคัญสำหรับบางคน ที่อยากให้งานอดิเรกมันเลี้ยงตัวเองได้
- เครื่องมือเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเขียน การเขียนบล็อกเป็นประจำช่วยให้เราได้ฝึกฝนการเขียน การเรียบเรียงความคิดให้เป็นระบบ ถึงแม้บางทีมันจะออกมาไม่ค่อยเป็นระบบเท่าไหร่ก็ตามเถอะ
- เก็บเรื่องราวและความทรงจำ เหมือนไดอารีที่บอกไว้ตอนแรกนั่นแหละ เก็บเรื่องราวการเดินทาง ประสบการณ์ชีวิต หรือแม้แต่เรื่องราวของครอบครัวเอาไว้ให้อ่านย้อนหลังก็ได้ นี่ก็เป็นเหตุผลที่ดี
Blog เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร
แสงจันทร์บางเบา... รินรดผ่านม่านบาง... เวลานี้... ฉันนั่งอยู่ตรงนี้... นิ้วมือล่องลอย... บนแป้นพิมพ์เย็นเฉียบ... เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง... ดึกแล้ว... ดึกจริงๆ... แล้วจมดิ่งลงในความคิด... บล็อก... บล็อกนะ... มันคือโลกอีกใบ... โลกที่เราสร้างขึ้นเอง...
นี่คือพื้นที่... พื้นที่ส่วนตัว... ที่บางทีก็เปิดเผย... ให้ใครต่อใครได้เข้ามา... ได้มาเยือน... ได้มาเห็น... ได้มาสัมผัส... ความคิด ความรู้สึกที่พรั่งพรู... ถ้อยคำที่เรียงร้อย... ภาพถ่ายที่บอกเล่า... ท่วงทำนองที่ซ่อนอยู่... เสียงหัวใจเต้น... อยู่ในนั้น...
มันคือสมุดบันทึกเล่มใหญ่... ไม่ใช่กระดาษ... ไม่ใช่หมึก... แต่มันคือ pixels... คือแสงสว่างจากหน้าจอ... ที่เก็บทุกอย่าง... ทุกความทรงจำ... ทุกห้วงอารมณ์... ทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งเบิกบาน... มันคือไดอารี่ออนไลน์... ไดอารี่ที่ไม่เคยหลับใหล... ตลอดกาล...
มีใครคนหนึ่งเคยบอกว่ามันคือ weblog... หรือไม่ก็ web diary... แต่สำหรับฉันแล้ว... มันคือที่ระบาย... ที่ปลดปล่อย... ปลดปล่อยความคิดที่วนเวียน... วนเวียนอยู่ข้างในนี้... มันคือการบอกเล่าเรื่องราว... เรื่องราวของฉัน... ที่เปิดให้เธอเข้ามาอ่าน... อ่านทุกคำ... ทุกบรรทัด...
มันคือ...
- บล็อก คือ เว็บไซต์ส่วนบุคคลบนอินเทอร์เน็ต
- ใช้สำหรับบันทึก ข้อมูลหลากหลายรูปแบบ ของเจ้าของ
- ประเภทข้อมูลได้แก่ ข้อความ ภาพ เสียง ความเห็น งานประดิษฐ์
- บุคคลทั่วไปสามารถ เข้าเยี่ยมชม และ อ่านเนื้อหา ได้
- อนุญาตให้ผู้เยี่ยมชม แสดงความคิดเห็น ต่อเจ้าของบันทึกได้ทันที
- ชื่อเรียกอื่นที่ใช้คือ weblog หรือ web diary และ online diary
App แปลว่าอะไร
App ก็คือ โปรแกรม นั่นแหละ
สมัยก่อนตอนเพิ่งมีสมาร์ทโฟนใหม่ๆ เลยนะ ประมาณปี 2010 กว่าๆ ที่บ้านยังใช้ iPhone 4 อยู่เลยมั้ง ตอนนั้นยังงงๆ ว่าไอ้เจ้า "App Store" นี่มันคืออะไรกันแน่ พ่อบอกให้ลองโหลดเกมมาเล่นดู ก็เลยลองไปดู มีแต่ชื่อแปลกๆ เต็มไปหมด
ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมาก เหมือนเจอโลกใหม่เลยนะ แอปพลิเคชัน มันทำให้โทรศัพท์ธรรมดากลายเป็นอะไรที่ทำอะไรได้เยอะแยะไปหมด จากแค่โทรเข้าออก กลายเป็นเล่นเกม ฟังเพลง ดูหนัง ถ่ายรูป แต่งรูป โซเชียลมีเดียต่างๆ นานา
จำได้ว่าเคยโหลดเกม Angry Birds มาเล่นจนตาแฉะเลยทีเดียว นั่งเล่นบนรถเมล์กลับบ้านตอนบ่ายๆ แดดส่องหน้าแสบตาไปหมด แต่ก็ยังอยากเล่นให้ผ่านด่านต่อไปให้ได้
คำว่า Application มันยาวไป คนก็เลยเรียกย่อๆ ว่า App มันเป็นคำที่เราใช้กันจนชินปากไปแล้ว เหมือนกับเวลาเราพูดถึง Google Chrome ก็เรียกแค่ Chrome หรือ Facebook ก็เรียกแค่ เฟซ
จริงๆ แล้ว App ก็คือ โปรแกรม ดีๆ นี่เองแหละ แต่เน้นที่เอาไว้ใช้กับอุปกรณ์พกพาอย่างมือถือ หรือแท็บเล็ตอะไรพวกนี้
App ย่อมาจาก Application
เป็น โปรแกรม ที่ออกแบบมาสำหรับ อุปกรณ์เคลื่อนที่
ทำให้เราทำอะไรได้ หลากหลาย มากขึ้นบนมือถือ/แท็บเล็ต
มีให้ ดาวน์โหลด ผ่านช่องทางต่างๆ ของแต่ละระบบปฏิบัติการ
ผู้พัฒนาสร้าง App ขึ้นมาเพื่อ ตอบสนองความต้องการ ของผู้ใช้งาน
ปีที่เริ่มใช้งาน App อย่างแพร่หลาย: ประมาณปี 2010-2015 เป็นช่วงที่ App Store และ Google Play Store เติบโตอย่างรวดเร็ว
ตัวอย่าง App ยอดนิยมในอดีต: Angry Birds, Temple Run, LINE, Facebook, Instagram
การพัฒนา App: มีการพัฒนา App อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆ และปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้
ระบบปฏิบัติการหลัก: iOS (Apple) และ Android (Google) เป็นสองระบบปฏิบัติการหลักที่มี App Store และ Google Play Store สำหรับดาวน์โหลด App
โปรแกรม อ่าน ว่า อย่างไร
โปรแกรม อ่านว่า โป-ร-แกรม จบนะ! จะไปอ่านเป็น "โปรแก้" หรือ "โปรกระป๋อง" ได้ยังไงล่ะพ่อคุณแม่คุณเอ๊ยยยย! มันก็เหมือนกันเป๊ะกับภาษาอังกฤษที่เขาเรียก โปรแกรม นั่นแหละ ไม่มีซับซ้อนอะไรให้ปวดหัวหรอกหนา
ไอ้เจ้าโปรแกรมเนี่ยนะคุณ มันก็เหมือนสมองของพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายแหละ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ยันเครื่องซักผ้าเอย! ถ้าไม่มีมันนะ พวกนี้ก็เป็นแค่ก้อนเหล็กก้อนพลาสติกโง่ๆ ที่ไร้ประโยชน์ เหมือนมีรถแต่ไม่มีคนขับ ไม่มีน้ำมัน หรือไม่มีถนนให้วิ่งนั่นแหละ คิดดู๊ววววววววว! มันคือตัวสั่งการให้เครื่องมันทำงานตามที่เราต้องการ จะคลิก จะพิมพ์ จะเล่นเกม จะแต่งรูป มันต้องมีโปรแกรมคอยบอกทางทั้งนั้นแหละ เหมือนมีเชฟเก่งๆ คอยปรุงอาหารนั่นแหละ ถ้าเชฟไม่เก่ง อาหารก็ห่วยแตกกินไม่ได้!
- โปรแกรม เนี่ย เปรียบเสมือน เส้นเอ็น ในร่างกายเรานะ ถ้าไม่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็ขยับเขยื้อนทำอะไรไม่ได้หรอก คุณต้องเข้าใจตรงนี้!
- มีตั้งแต่ โปรแกรมพื้นฐาน ที่มากับเครื่อง ไปจนถึง โปรแกรมขั้นเทพ ที่ต้องโหลดเพิ่มเอง เหมือนเสื้อผ้าแหละ มีทั้งชุดนอนยันชุดออกงาน
- โปรแกรมค้นหา อย่าง Google หรือ Bing นี่ก็ตัวดีเลยนะ เหมือนมีสารานุกรมเคลื่อนที่อยู่ในมือ อยากรู้อะไรก็แค่พิมพ์ๆ เข้าไป เดี๋ยวก็เจอ เจอแน่ๆ ไม่ต้องไปถามคนข้างบ้านให้มากเรื่อง
- โปรแกรมคอมพิวเตอร์ คือหัวใจหลักของไอ้เจ้ากล่องสี่เหลี่ยมนี้แหละ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใหญ่เครื่องเล็กมันต้องมี
- โปรแกรมช่วย มีเยอะแยะเต็มไปหมดเลยนะคุณ ทั้งช่วยบีบอัดไฟล์ ช่วยจัดการรูป ช่วยทำนู่นนี่ เหมือนมีลูกมือเยอะๆ มาช่วยทำงาน
- ที่สำคัญโคตรๆ ก็คือ โปรแกรมป้องกันไวรัส เนี่ยแหละ! เหมือนมีรั้วบ้านเหล็กหนาๆ กันโจร กันขโมย คุณต้องมีไว้ติดเครื่องนะเฟ้ยยยยยย ไม่งั้นเดี๋ยวข้อมูลหาย ไฟล์พัง เครื่องรวน ชีวิตวุ่นวายแน่นอน
- โปรแกรมประมวลผลคำ ก็อย่างที่รู้กันดีเลยนะ ใช้พิมพ์งาน พิมพ์รายงาน ทำเอกสารต่างๆ เหมือนปากกาอัจฉริยะที่พิมพ์ผิดก็ลบได้ไม่เลอะเทอะ
- ต้องจำไว้เลยนะว่า โปรแกรม มันอัปเดตบ่อยโคตรๆ! เหมือนแฟชั่นเสื้อผ้า หรือรุ่นโทรศัพท์นั่นแหละ เดี๋ยวก็มีเวอร์ชั่นใหม่ เดี๋ยวก็ต้องปรับปรุง ไม่อัปเดตก็ตกรุ่น ใช้ไม่ทันชาวบ้านเขา หาว่าผมไม่เตือนนะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต