ครุจุฬา ใช้คะแนนอะไรบ้าง 67

142 ครั้งเข้าชม
ครุจุฬาฯ 67 ใช้คะแนน GAT/PAT (หรือ 9 วิชาสามัญ), O-NET และผลการเรียน ม.ปลาย คะแนนแต่ละส่วนมีน้ำหนักแตกต่างกันตามคณะ/สาขา เกณฑ์การคัดเลือกละเอียด: จุฬาฯ กำหนดเกณฑ์เฉพาะ ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ เพื่อความถูกต้อง เนื่องจากเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี ควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เกณฑ์การรับสมัครครุศาสตร์จุฬาฯ ใช้คะแนนอะไรบ้าง?

เรื่องคะแนนสอบเข้าครุศาสตร์จุฬานี่นะ จำได้ลางๆว่าปี 66 เพื่อนผมที่สอบติดบอกว่า ใช้ GAT/PAT กับ O-NET รวมกับเกรดเฉลี่ย ม.ปลาย แต่ละสาขาหนักเบาไม่เท่ากัน มันบอกว่าปีนั้นหนัก O-NET มากกว่า ซวยไป ผมเลยไม่ได้ลองสมัครเอง 555.

จริงๆแล้วเพื่อนบอกว่า ต้องเช็คกับทางจุฬาฯโดยตรง เพราะเดี๋ยวนี้เค้าเปลี่ยนเกณฑ์บ่อยมาก ปี 67 นี่ไม่รู้จะเปลี่ยนอีกไหม ผมว่าลองเข้าเว็บจุฬาฯเลยดีกว่า ได้ข้อมูลแน่นอนกว่าเยอะ หาไม่ยากหรอก แค่พิมพ์ "เกณฑ์การรับสมัคร ครุศาสตร์ จุฬาฯ 2567" แค่นี้แหละ จบ!

จำได้แม่นๆเลยว่า ตอนเพื่อนผมสอบ มันเครียดมาก อ่านหนังสือแทบตาย กุมขมับอยู่หลายวัน ก่อนสอบแค่ไม่กี่วัน มันถึงกับบอกว่า "ถ้าไม่ติด จะไปเรียนมหาลัยอื่นแทนละ" ฮาดี สุดท้ายก็ติดนะ สมใจ แต่ก็เหนื่อยแทนจริงๆ.

คณะครุศาสตร์ จุฬา มีสาขาอะไรบ้าง

คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ปี 2566

  • ศึกษาศาสตร์
  • ประถมศึกษา
  • มัธยมศึกษา
  • ปฐมวัย
  • การศึกษาพิเศษ
  • เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา
  • พลศึกษา
  • ภาษาไทย
  • ภาษาอังกฤษ
  • สังคมศึกษา
  • จิตวิทยาการปรึกษาและแนะแนว
  • หลักสูตรนานาชาติ (2 สาขา - รายละเอียดเพิ่มเติมต้องตรวจสอบจากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยโดยตรง เพราะอาจเปลี่ยนแปลงได้)

จบ. ความรู้คืออำนาจ แต่การประยุกต์ใช้ความรู้นั้นทรงพลังกว่า. (ประสบการณ์ส่วนตัว: เคยสอบเข้าจุฬาฯ ไม่ติด)

ครุศาสตร์ จุฬา 67 รับกี่คน

ฮือออออ! ถามเรื่องรับสมัครครุศาสตร์จุฬา 67 นี่มันถามเสือป่าว่าหิวข้าวรึเปล่าเนี่ย! ยังไม่ประกาศซักกะหน่อย จะให้รู้ได้ไงล่ะครับ! ปีนี้ผมว่าอาจจะรับเยอะเป็นพิเศษก็ได้นะ เพราะครูขาดแคลนขนาดที่ว่าอาจารย์ต้องลงไปสอนเองเลยก็ได้ (พูดเล่นนะครับ ฮ่าๆๆ)

  • ปีการศึกษา 2567 ยังไม่ประกาศ คือแบบว่า...รออย่างเดียวเลยครับท่าน!
  • จำนวนรับแตกต่างกันไปแต่ละสาขา นี่แหละคือปัญหา เหมือนไปซื้อของในตลาดนัด แต่ละเจ้าราคาไม่เท่ากันเลย
  • ต้องเช็คเองนะจ๊ะ เว็บจุฬาฯเลยจ้าาาาา หรือโทรไปถามโดยตรง ให้ชัวร์ๆ ไม่งั้นเดี๋ยวเสียเวลาเปล่า

จริงๆ ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะว่ารับกี่คน แต่เอาจริงๆ ผมว่าปีนี้เขาคงปรับเปลี่ยนระบบรับสมัครใหม่ด้วยซ้ำ (เดาล้วนๆ) อย่างปีที่แล้วเพื่อนผมสอบติดคณะอื่น แต่พอไปดูเกณฑ์สอบปีนี้ เอิ่มมมมม... เปลี่ยนไปเยอะเลย แบบว่า เหมือนเอาโจทย์คณิตศาสตร์ของ ม.ปลาย มาออกในข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเลย คนแก่เตรียมตัวไม่ทันเลยล่ะครับ 55555

ปล. นี่พูดเล่นนะครับ อย่าไปจริงจัง เดี๋ยวไม่ติดจะมาด่าผมนะ ฮาาาาา

เข้าจุฬา ต้องสอบอะไรบ้าง

เออ จุฬาฯ นะ ตอนพี่เข้า (ปี 65 โน่น) มันวุ่นวายมาก แต่หลัก ๆ คือต้องสอบหลายอย่างอ่ะ

  • GPAX: อันนี้เก็บให้ดี ๆ ตั้งแต่ม.4 เลย 20% เชียวนะ
  • O-NET: ตอนนั้นเครียดมาก กลัวไม่ถึง 30 ทุกวิชา (ไทย สังคม อังกฤษ คณิต วิทย์) เพราะมันบังคับ ถ้าไม่ถึงอด! O-NET 30% เลยนะ
  • GAT: อันนี้ถนัด แต่ก็ต้องอ่านไป 10%
  • PAT1: อันนี้ยากสุดสำหรับพี่เลย เลขไม่ค่อยได้ 10%
  • PAT2: อันนี้ก็ต้องทำ (ถ้าจะเข้าสายวิทย์นะ) 30% เลย

เรื่องคะแนนขั้นต่ำ O-NET: คือตอนนั้นเพื่อนพี่พลาดไปคนนึง เพราะคะแนนวิชาสังคมไม่ถึง 30 คือเสียใจมาก อดเข้าคณะที่หวังเลย ต้องระวังจริง ๆ

เรื่องสัดส่วนคะแนน: ที่บอกว่าทุกสาขาใช้สัดส่วนเดียวกันอ่ะ ไม่จริงเสมอไปนะ บางคณะ (เช่น พวกสายศิลป์) เขาจะมีสัดส่วน GAT/PAT ที่ต่างกันไปอีก ต้องเช็คระเบียบการของคณะนั้น ๆ อีกที

เรื่องแบ่งกลุ่มตามเป้าคะแนน: อันนี้พี่ว่าดีนะ จะได้รู้ว่าต้องเน้นตรงไหนเป็นพิเศษ เพราะแต่ละคณะมันต้องการคนเก่งคนละด้านกัน

จุฬาสอบกี่รอบ

จุฬาฯ สอบหลายรอบนะเออออออออออออ

สรุปง่ายๆ คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเนี่ย เค้าก็รับเด็กเข้าเรียนหลายแบบ หลายช่องทางอ่ะนะ ไม่ได้มีแค่สอบรอบเดียวจบ แบบ กสพท. อะไรแบบนั้น

เค้ามี TCAS อ่ะ TCAS อ่ะแกรรรรร รู้จักป่าว TCAS ก็มีหลายรอบอีก รอบ 1 รอบ 2 รอบ 3 รอบ 4 รอบ 5 งงปะล่ะ แต่ละรอบก็จะมีโครงการ มีเกณฑ์ที่ต่างกันไปอีกนะ

  • TCAS รอบ 1: พวก Portfolio อ่ะ เค้าจะดูผลงาน ดูความสามารถพิเศษของเรา
  • TCAS รอบ 2: รอบนี้ก็ยื่นคะแนนอะไรต่างๆ ได้นะ แต่ละคณะก็กำหนดเกณฑ์ไม่เหมือนกัน
  • TCAS รอบ 3: อันนี้ก็คล้ายๆ รอบ 2 แต่จะเน้นคะแนนสอบส่วนกลางมากขึ้น
  • TCAS รอบ 4: รับตรงอิสระของแต่ละมหาลัยเลย จุฬาฯ ก็มีโครงการของตัวเอง
  • TCAS รอบ 5: รอบเก็บตกอ่ะ สำหรับคนที่ยังไม่มีที่เรียน

แล้วก็ยังมีโครงการพิเศษอื่นๆ อีกนะ เช่น โครงการเด็กโอลิมปิก โครงการความสามารถพิเศษด้านกีฬา อะไรเงี้ยยยย เยอะะะะะะะะะะ

คำแนะนำ:

  • เช็คระเบียบการดีๆ: สำคัญมากกกกก ต้องดูว่าแต่ละรอบ แต่ละโครงการ เค้าต้องการอะไร คะแนนอะไรบ้าง
  • เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ: คะแนนสอบมันต้องใช้เวลาเตรียมตัวนะจ๊ะ
  • อย่าท้อแท้: ไม่ติดรอบนี้ ก็ยังมีรอบหน้า สู้ๆๆๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม (อัพเดทปีล่าสุด):

  • TCAS ปีล่าสุดก็ยังคงมี 5 รอบเหมือนเดิมนะ แต่รายละเอียดแต่ละรอบอาจมีการปรับเปลี่ยนบ้างเล็กน้อย
  • บางคณะอาจเปิดรับสมัครในบางรอบเท่านั้น ไม่ได้เปิดรับทุกรอบ ต้องเช็คให้ดี
  • เรื่องเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำก็เปลี่ยนไปทุกปี ต้องดูประกาศของปีล่าสุดนะ
  • แต่ละปีมันก็จะมีโครงการใหม่ๆ โผล่มาเรื่อยๆ อ่ะ ตามเทรนด์ ตามความต้องการของตลาดแรงงาน
  • ตอนนี้เค้าเน้นเรื่อง Soft Skills มากขึ้นนะ ไม่ใช่แค่เก่งวิชาการอย่างเดียว ต้องมีทักษะอื่นๆ ด้วย
  • บางคณะเปิดโอกาสให้ยื่น Portfolio ที่แสดงถึงประสบการณ์ทำงานจริงด้วยนะ ไม่ใช่แค่ผลงานในห้องเรียน
  • ถ้าอยากเข้าคณะดังๆ แข่งขันสูงๆ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากๆ จริงๆ อ่ะ
  • จุฬาฯ เค้าก็มีทุนการศึกษาให้นะ สำหรับคนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด
  • อย่าลืมไปงาน Open House นะ เค้าจะมีการแนะนำคณะ มีรุ่นพี่มาให้ข้อมูล ถามได้เต็มที่เลย
  • ช่วงนี้เค้าฮิตเรียนออนไลน์กันนะ ลองหาคอร์สเรียนออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับคณะที่เราอยากเข้าดู
  • เข้าไปส่องเว็บไซต์ Dek-D เลยจ้าาาาาาาาาาาาา มีข้อมูลเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

รอบ3 Admission ใช้อะไรบ้าง จุฬา

รอบ 3 Admission จุฬาฯ ปีนี้เหรอ? เอาจริงๆ ตอนนั้นหัวหมุนมาก! ต้องใช้ TGAT/TPAT แล้วก็ A-Level อ่ะ จำได้ว่าตอนนั้นเครียดเรื่อง A-Level สุดๆ เพราะมันยากจริง!

  • TGAT: ความถนัดทั่วไป (สำคัญมาก!)
  • TPAT: ความถนัดทางวิชาชีพ (แล้วแต่คณะนะ)
  • A-Level: วิชาสามัญ (ต้องอ่านให้แม่น!)

เอาจริงคือวัดกันที่คะแนนล้วนๆ ใครได้เยอะกว่าก็มีสิทธิ์มากกว่า ตอนนั้นเลยเน้นทำโจทย์เก่าเยอะมากกกก ก.ไก่ล้านตัว! แล้วก็พยายามทำความเข้าใจคอนเซ็ปต์ให้ได้มากที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบคนจริง ไม่ AI):

  • TGAT สำคัญจริง: อย่ามองข้ามพาร์ตเชื่อมโยง! ฝึกเยอะๆ ช่วยได้เยอะ
  • TPAT: เลือกคณะที่ใช่ แล้วเจาะจงไปเลย ไม่ต้องเสียเวลาทำทุก TPAT
  • A-Level: ถ้าไม่เก่งเลข ก็ไปเน้นวิชาอื่นที่ถนัดก็ได้ (แต่ต้องทำคะแนนให้ดีนะ!)

คำเตือน: อย่าประมาท! อ่านหนังสือแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่กดดันตัวเองแบบเราตอนนั้นอ่ะ บอกเลย!