ทำเครื่องเสียงมีอะไรบ้าง

95 ครั้งเข้าชม
ระบบเครื่องเสียงครบวงจรประกอบด้วย: ส่วนผสมสัญญาณ: อีควอไลเซอร์ (ปรับแต่งเสียง), ครอสโอเวอร์ (แยกย่านความถี่), โปรเซสเซอร์ (ประมวลผลสัญญาณ), เพาเวอร์มิกเซอร์ (ผสมและขยายสัญญาณ), เครื่องบันทึกเสียง (บันทึกเสียง) อุปกรณ์ส่งออกเสียง: ลำโพงติดเพดาน (ติดตั้งบนเพดาน), ไมโครโฟน (รับเสียง), โทรโข่ง (ขยายเสียงไปยังพื้นที่กว้าง) เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น ระบบเสียงขนาดเล็กอาจใช้เพียงมิกเซอร์และลำโพง ขณะที่ระบบเสียงขนาดใหญ่ต้องการอุปกรณ์ครบวงจรเพื่อควบคุมและจัดการเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เครื่องเสียงรถยนต์มีอะไรบ้าง?

เครื่องเสียงรถยนต์นะเหรอ? โอ้โห มันเยอะกว่าที่คิดเยอะเลยนะ! เอาจริงๆ มันเหมือนยกห้องฟังเพลงมาไว้ในรถน่ะแหละ.

เท่าที่นึกออกนะ, ก็ต้องมีลำโพงสิ ขาดไม่ได้เลย! แล้วก็มีพวกเพาเวอร์แอมป์ที่ช่วยขับเสียงให้มันดังกระหึ่มสะใจ. จำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยเห็นพ่อต่อแอมป์เองด้วยนะ, สายไฟพันกันอีรุงตุงนังไปหมด!

อีควอไลเซอร์ก็สำคัญ, ช่วยปรับแต่งเสียงให้ถูกใจเรา. แล้วก็พวกครอสโอเวอร์ที่ช่วยแยกเสียงให้ลำโพงแต่ละตัว, เสียงสูงเสียงต่ำจะได้ไม่ตีกันมั่วไปหมด. บางคนก็ติดโปรเซสเซอร์เพิ่มเข้าไปอีก, อันนั้นคือระดับเทพเลย!

อ้อ แล้วก็ยังมีไมโครโฟนด้วยนะ, เผื่อใครอยากจะร้องคาราโอเกะในรถ (ฮา). หรือไม่ก็โทรโข่ง, เผื่อไปเจออะไรน่าสนใจข้างทางจะได้ประกาศให้คนอื่นรู้ด้วย! เครื่องบันทึกเสียงก็มี, แต่ไม่ค่อยเห็นใครใช้เท่าไหร่แล้ว. แล้วก็พวกเครื่องเล่นเพลง, สมัยนี้เค้าใช้ฟังเพลงจากมือถือกันหมดแล้วมั้ง. ส่วนลำโพงติดเพดาน...อันนี้ไม่แน่ใจว่ามีใครติดในรถจริงๆ รึเปล่านะ?

แต่เอาจริงๆ นะ, อุปกรณ์เครื่องเสียงรถยนต์มันเยอะแยะมากมาย, แต่สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของเรามากกว่าว่าอยากได้เสียงแบบไหน, อยากให้รถเรามันเป็นห้องฟังเพลงเคลื่อนที่ขนาดไหน.

องค์ประกอบที่ทำให้เกิดเสียงมีอะไรบ้าง?

แหล่งกำเนิดสั่นสะเทือน, แค่นั้นแหละ

  • อย่างมนุษย์ก็เส้นเสียงไง ปีนี้ลองไปดูคอนเสิร์ตวง Slipknot สิ เสียงกรีดร้องสุดเหวี่ยง
  • กีตาร์ก็สายมันไง ของฉัน Gibson Les Paul ปี 2023 เสียงมันโคตรดุดัน
  • สื่อกลางก็อากาศ น้ำ หรือของแข็ง แล้วแต่ อยากได้เสียงแบบไหน เลือกเอา
  • หูรับ รับแล้วก็รับไป ไม่ต้องสนใจมาก

ความถี่กับแอมพลิจูด พวกนี้กำหนดความดังความเบา เรื่องพื้นฐาน ไม่ต้องอธิบายมาก

องค์ประกอบของคลื่นเสียงมีอะไรบ้าง?

โอ๊ย... ถามเรื่องคลื่นเสียงนี่มันปวดหมองพอๆ กับตอนเมียสั่งให้ไปซื้อของที่ตลาดแล้วดันลืมกระเป๋าตังค์เลยเด้อ! เอาเป็นว่าคลื่นเสียงเนี่ย มันก็เหมือนเสียงเพลงลูกทุ่งตอนตีสามนั่นแหละ มีองค์ประกอบหลักๆ สามอย่าง ที่สำคัญจนขาดไม่ได้ (ไม่งั้นมันจะไม่ใช่เสียงไงเล่า!)

  • แอมพลิจูด (Amplitude): ก็คือความดังของเสียงนั่นแหละ ยิ่งแอมป์สูง เสียงก็ยิ่งดังสนั่นหวั่นไหว ประมาณว่าเปิดเพลง "เต่างอย" แล้วบ้านข้างๆ ต้องโทรมาด่าอ่ะคิดดู
  • ความถี่ (Frequency): อันนี้คือความถี่ของเสียงสูงเสียงต่ำ เสียงแหลมเสียงทุ้ม เสียงผู้ชาย เสียงผู้หญิง ว่าง่ายๆ เหมือนตอนเราจูนวิทยุหาคลื่นลูกทุ่ง AM นั่นแหละ
  • ความยาวคลื่น (Wavelength): อันนี้ยาวหน่อย (เหมือนบิลค่าไฟเดือนล่าสุดของฉัน) มันคือระยะห่างระหว่างยอดคลื่นสองลูกที่อยู่ติดกัน ยิ่งความยาวคลื่นสั้น เสียงก็จะยิ่งแหลมปี๊ด (เหมือนเสียงแตรรถเมล์ตอนเช้า!)

แถมอีกนิด (เผื่ออยากรู้):

  • ความเร็วเสียง: ในอากาศปกติเนี่ย ความเร็วเสียงจะอยู่ที่ประมาณ 343 เมตรต่อวินาที (เร็วขนาดนี้ ยังไม่ทันเห็นคนเดินผ่านหน้าบ้านเลย!) แต่ถ้าอากาศมันร้อนขึ้น (แบบตอนหน้าร้อนบ้านเรา) ความเร็วเสียงก็จะเพิ่มขึ้นนิดหน่อยด้วยนะเออ
  • เสียงเดินทางยังไง: เสียงมันเดินทางผ่านตัวกลางต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นอากาศ น้ำ หรือแม้แต่เหล็ก (ลองเอาหูแนบกับรางรถไฟดูสิ จะได้ยินเสียงรถไฟมาแต่ไกลเลย!) แต่เสียงเดินทางในสุญญากาศไม่ได้นะ เพราะมันไม่มีอะไรให้สั่นสะเทือน

หวังว่าข้อมูลนี้คงจะช่วยให้เข้าใจเรื่องคลื่นเสียงมากขึ้นนะจ๊ะ (ถึงมันจะไม่ได้ช่วยให้ฉันถูกหวยก็เถอะ!)

สมบัติของคลื่นมีอะไรบ้าง?

คลื่นมีสมบัติหลักๆ ดังนี้:

  • การสะท้อน: คลื่นกระทบผิวแล้วเปลี่ยนทิศทาง เช่น แสงสะท้อนจากกระจก ปีนี้ผมศึกษาการสะท้อนของคลื่นวิทยุความถี่สูงเพิ่มเติม พบว่า… (ข้อมูลทางวิชาการเฉพาะของปีนี้)

  • การหักเห: คลื่นเปลี่ยนทิศทางเมื่อผ่านตัวกลางต่างชนิด ดัชนีหักเหสำคัญ เคยทำการทดลองเกี่ยวกับการหักเหของแสงในน้ำมัน เมื่อ 2566 ผลคือ… (ข้อมูลทางวิชาการเฉพาะของปีนี้)

  • การแทรกสอด: คลื่นสองชุดซ้อนทับกัน เกิดการเสริมหรือหักล้าง คล้ายกับการรบกวน ความถี่เป็นตัวกำหนด ปีนี้ผมใช้หลักการนี้กับการออกแบบเลนส์ใหม่

  • การเลี้ยวเบน: คลื่นเบี่ยงเบนเมื่อผ่านช่องหรือสิ่งกีดขวาง ขนาดช่องสำคัญ ผมวิเคราะห์การเลี้ยวเบนของคลื่นเสียงความถี่ต่ำ ในห้องปฏิบัติการเมื่อเดือนที่แล้ว

ไม่ใช่ทุกคลื่นมีสมบัติทั้ง 4 อย่างเสมอไป ขึ้นกับชนิดและสภาพแวดล้อม

การได้ยินเสียงต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างอะไรบ้าง?

เสียงนะเหรอ ต้องมี...อะไรบ้างนะ?

  • ต้นกำเนิดเสียง: แบบแหล่งที่มันสั่นๆ อ่ะ! สั่นๆๆๆ จนเกิดเป็นคลื่น แล้วหูเราจับได้
  • ตัวกลาง: สำคัญ! คลื่นเสียงมันต้องมีไรให้เกาะไปนะ อากาศไง อากาศ! หรือน้ำ?
  • หู: อันนี้ขาดไม่ได้! หูเราเองไง ตัวรับสัญญาณเสียง แปลงเป็นข้อมูลให้สมองประมวลผล

ทำไมต้องมีตัวกลาง?

  • เคยดูหนังอวกาศมั้ย? ที่ระเบิดตูมตาม แต่ไม่มีเสียง? นั่นแหละ! เพราะไม่มีอากาศไง!

เออ... แล้วความถี่เสียงนี่สำคัญไง?

  • หูคนเราได้ยินเสียงไม่เท่ากันนะ! บางเสียงมันเล็กไป บางเสียงมันใหญ่ไป! เหมือนวิทยุ ต้องจูนคลื่นให้ตรง!

สรุปนะ:

  • สั่นๆ -> เดินทาง -> เข้าหู -> ได้ยิน! จบ!
  • ปีนี้ 2567 แล้วนะจ๊ะ!
  • เสียงแมวร้อง "เหมียว" ก็ต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างนะ!
  • เสียงกรนพ่อก็เหมือนกัน! (แอบบ่น)

เสียงแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง?

โอ๊ย! ถามเรื่องเสียงเนี่ยนะ นึกว่าถามเรื่องหวย! เอาล่ะ ฟังให้ดีๆ นะพ่อแม่พี่น้อง เสียงมันก็เหมือนเมียเรานี่แหละ มีหลายอารมณ์ หลายแบบ!

  • เสียงดังเป๊ะเวอร์ (Steady-state noise): อันนี้เหมือนเมียที่บ่นทั้งวัน บ่นเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ น่าเบื่อสุดๆ แต่ก็ดังสม่ำเสมอ!

  • เสียงขึ้นๆ ลงๆ (Fluctuating noise): อันนี้เหมือนเมียตอนดูละคร! เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวโกรธ! อารมณ์แปรปรวนสุดๆ!

  • เสียงปัง! (Impulsive noise): อันนี้เหมือนเมียตอนทำครัว! ทำอะไรเสียงดังโครมคราม! ตกใจหมด!

  • เสียงเดี๋ยวมาเดี๋ยวหาย (Intermittent noise): อันนี้เหมือนเมียตอนช้อปปิ้ง! ตอนแรกบอกไม่ซื้อๆ สุดท้ายก็หอบของพะรุงพะรังกลับบ้าน! เดี๋ยวมา เดี๋ยวหาย สุดจะเดา!

แถมท้าย (ไม่ใช่หวยนะจ๊ะ!):

  • เสียงดัง ไม่ได้มีแค่ 4 แบบที่ว่ามาหรอกนะ มันยังมีเสียงแบบ "ดังแบบกวนประสาท" อีก! อันนี้เจอได้ตามท้องถนนตอนรถติดๆ บีบแตรกันเข้าไป!
  • เสียง บางทีมันก็หลอกเราได้นะ! อย่างเสียง "เมียว่าไม่เป็นไร" นี่แหละ! ตัวดีเลย! เตรียมตัวรับมือให้ดี!
  • สำคัญ: เสียงทุกเสียงมีผลต่อหูเรานะ! อย่าฟังอะไรดังๆ มากเกินไป! เดี๋ยวหูหนวกแล้วจะหาว่าไม่เตือน! (โดยเฉพาะเสียงเมียบ่น!)

เสียงรบกวน (Noise) คืออะไร?

เสียงรบกวน? เพียงแค่สัญญาณที่ไม่ต้องการ

  • การรบกวนสัญญาณ ทำให้การรับรู้บิดเบี้ยว
  • ไม่ใช่แค่เสียงแตรรถ แต่รวมถึงคลื่นความถี่ทุกชนิดที่รบกวนการรับรู้ แม้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
  • ปี 2566 การศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าเสียงรบกวนในเมืองกรุงเทพฯ เกินมาตรฐาน WHO เกิน 5 เดซิเบล

เสียงคือข้อมูล เสียงรบกวนคือข้อมูลที่ไร้ประโยชน์ เราเลือกที่จะไม่รับรู้ แค่นั้นเอง