เพลงโมสาร์ทช่วยอะไร
เพลงโมสาร์ทมีประโยชน์อย่างไร ช่วยพัฒนาสมองจริงไหม?
ฉันจำได้เลยว่าสมัยก่อนนะ เรื่อง "โมสาร์ท เอฟเฟกต์" นี่ดังมาก เขาว่ากันว่าฟังเพลงของโมสาร์ทแล้วเด็กจะฉลาดขึ้น เหมือนเป็นสูตรสำเร็จอะไรสักอย่าง.
แต่พอมาคิดๆ ดูนะ มันก็ไม่ใช่ว่าใครฟังแล้วจะกลายเป็นอัจฉริยะขึ้นมาทันทีหรอก. ประสบการณ์ส่วนตัวของฉันเองนะ ตอนท้องลูกชายคนแรก ปี 2559 ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ คุณหมอบอกว่าให้ฟังเพลงคลาสสิกบ้าง.
ฉันก็เลยลองเปิดเพลงโมสาร์ทนะ เปิดไปเรื่อยๆ เพลงมันก็เพราะดีนะ แต่มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกว่าท้องลูกแล้วฉลาดขึ้นแบบผิดหูผิดตาหรอก.
ความรู้สึกของฉันนะ การฟังเพลงอะไรก็ได้ที่เราชอบ หรือเพลงบรรเลงเพราะๆ มันช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากกว่า. ตอนท้องนะ อารมณ์แม่สำคัญจริงๆ นะ ถ้าแม่มีความสุข ลูกในท้องก็เหมือนจะรับรู้ได้.
ที่สำคัญคือ เพลงคลาสสิกมันมีจังหวะที่สม่ำเสมอ ฟังแล้วใจเย็นขึ้น. มันอาจจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านเสียงหรือการรับรู้ทางดนตรีของเด็กเล็กๆ ได้นะ.
แต่จะบอกว่าทำให้เด็กฉลาดขึ้นแบบตรงๆ เลยนะ อันนั้นฉันว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนเท่าไหร่. มันเป็นผลพลอยได้มากกว่านะ.
เวลาฉันฟังเพลงเบาๆ ตอนท้องนะ ฉันรู้สึกว่าอารมณ์ดีขึ้น ไม่เครียด. แล้วก็รู้สึกว่าลูกดิ้นในท้องแบบนุ่มนวลขึ้นด้วยนะ.
ดังนั้น ถ้าถามว่าเพลงโมสาร์ทช่วยพัฒนาสมองจริงไหม? ฉันว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศที่ส่งเสริมพัฒนาการมากกว่านะ. ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะทำให้เด็กฉลาดทันที.
สรุปแล้วนะ การฟังเพลงคลาสสิก หรือเพลงที่เราชอบ เป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพจิตใจของแม่ และส่งผลดีต่อลูกในครรภ์แน่นอน. แต่เรื่องความฉลาดนี่… น่าจะต้องมีปัจจัยอื่นอีกเยอะเลยแหละ.
เพลงโมสาทช่วยพ้ฒนาสมองจริงไหม
ดึกแล้ว... นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เรื่องเพลงโมสาร์ท... ว่ามันช่วยเรื่องสมองจริง ๆ เหรอ
เขาว่ากันว่า... คลื่นเสียงของเพลงโมสาร์ทมัน... มันมีความถี่สูง เสียงสูง ๆ ที่เป็นระเบียบแบบนั้นแหละ... ที่มันไปช่วยกระตุ้นสมอง เหมือนไปทำให้เส้นประสาทมันเชื่อมกัน... ทำงานได้ดีขึ้น อะไรทำนองนั้น
บางทีก็สับสนนะ ว่าแค่การฟังเพลง... มันจะเปลี่ยนอะไรได้ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่... มันก็มีเหตุผลของมันอยู่
- ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า 'Mozart Effect' เป็นแนวคิดที่เริ่มในปี 1993
- งานวิจัยชี้ว่าเพลงของโมสาร์ทมี คลื่นความถี่เสียงสูง ที่เป็นระเบียบและซับซ้อน
- เสียงความถี่สูงนี้จะไป กระตุ้นเซลล์ประสาทในสมอง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสมาธิและความจำ ทำให้การส่งข้อมูลระหว่างเซลล์ดีขึ้น
- แต่มีงานวิจัยในช่วงหลังที่บอกว่าผลที่ได้เป็นแค่ ผลระยะสั้น เท่านั้น และการฟังเพลงแนวอื่นที่ชอบ หรือทำกิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย ก็ให้ผลใกล้เคียงกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นโมสาร์ทเท่านั้น
- หัวใจสำคัญจริง ๆ คือ การทำให้สมองผ่อนคลาย พอเราสงบลง ไม่เครียด สมองก็ทำงานได้เต็มที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากการฟังเพลงโมสาร์ท เพลงร็อก หรือแค่การนั่งเงียบๆ ก็ตาม
เปิดเพลงโมสาร์ทให้ลูกฟังตอนไหน
เปิดเพลงโมสาร์ทให้เจ้าตัวน้อยในพุงฟังได้ตั้งแต่ ไตรมาสที่ 3 เลยจ้า!
เหตุผลน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าตั้งแต่สัปดาห์ที่ 16-18 เจ้าหนูในท้องก็เริ่มมีหูให้ได้ยินเสียงแล้วนะ พออายุครรภ์ 24 สัปดาห์เนี่ย หูทองคำของเค้าจะเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงแล้ว ไม่ใช่แค่ได้ยินเฉยๆ นะ เค้าอาจจะ เงียบกริบเพื่อตั้งใจฟัง หรือไม่ก็ โยกย้ายส่ายสะโพก เป็นการเต้นตามจังหวะ แถมยังอาจจะ หันศีรษะตามเสียง ที่ดังเข้ามาอีกต่างหาก
ลองนึกภาพดูสิ! เจ้าตัวเล็กในพุงอาจจะกำลังฟังเพลงคลาสสิกเพลินๆ พอมีเสียงหมาเห่าดังมาหน่อย ก็อาจจะสะดุ้งแล้วหันไปมอง (ในท้องน่ะนะ!) ก็ได้ ใครจะรู้!
ข้อมูลเสริมที่ทำเอาอึ้ง:
- กำแพงเสียงของแม่: ร่างกายของคุณแม่นี่แหละคือ ลำโพงธรรมชาติชั้นยอด เสียงเพลงที่ส่งผ่านกล้ามเนื้อและน้ำคร่ำจะไปถึงหูลูกแบบนุ่มนวล ไม่กระโชกโฮกฮากเหมือนฟังข้างนอกนะ
- โมสาร์ท? ทำไมต้องโมสาร์ท?: เชื่อกันว่า ท่วงทำนองที่ซับซ้อนแต่ลงตัว ของโมสาร์ทเนี่ย มันช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองได้นะ โดยเฉพาะในเรื่องความจำและการคิดวิเคราะห์ (อาจจะโตมาเป็นอัจฉริยะน้อยก็ได้ใครจะไปรู้!)
- ไม่ใช่แค่เพลง: ไม่จำเป็นต้องเปิดแค่โมสาร์ทนะ เสียงเพลงที่คุณแม่ชอบ หรือ เสียงพูดคุยของคุณพ่อคุณแม่ ก็มีผลดีต่อลูกเหมือนกัน แค่ให้เสียงนั้น สม่ำเสมอและไม่ดังเกินไป
- ตอบสนองได้มากกว่าที่คิด: การที่ลูกขยับตัวตอบสนองเสียง ไม่ได้แปลว่าเค้าชอบหรือไม่ชอบเพลงเสมอไปนะ มันแค่เป็นการรับรู้เสียง ที่เข้ามา แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าระบบประสาทเค้าทำงานได้ดี
- อย่าคิดมาก: ถ้าลูกไม่ขยับตามเสียงเพลงทุกครั้ง ก็ ไม่ต้องกังวลนะ แต่ละคนพัฒนาการไม่เหมือนกันจ้า
จำไว้ว่า ทุกการมีปฏิสัมพันธ์ เล็กๆ น้อยๆ กับลูกในครรภ์ ล้วนเป็น การลงทุนเพื่ออนาคต ที่คุ้มค่าที่สุด!
เพราะ เหตุ ใด สุภาพสตรี ที่ ตั้ง ครรภ์ จึง ควร ฟัง เพลง
แม่เอ๊ย! ฟังเพลงนะจ๊ะตอนท้องน่ะ มันสำคัญยังกะเรื่องกินข้าวปลาเลยนะ! ไม่ใช่แค่เปิดกล่อมๆ ให้มันจบๆ ไป!
ไอ้เสียงดนตรีที่ปล่อยเข้าไปถึงลูกในพุงเนี่ย มันไม่ได้แค่กล่อมให้หลับนะยะ! แต่มันไปจูนสายไฟในหัวน้อยๆ ของแกให้ปิ๊งปั๊งเร็วกว่าเพื่อนบ้านเยอะ! เหมือนได้ติดบูสเตอร์ในสมองตั้งแต่ยังไม่คลอด!
คิดดูสิ! สมองลูกจะ ฉลาดจัดเรียงความคิด เก่งขึ้นเป็นกอง! จำอะไรก็เป็นเลิศ ไม่หลงลืมของง่ายๆ เหมือนแม่ตอนแก่แล้วไงจ๊ะ! รับรองจำได้แม่นยิ่งกว่าใบหวย!
แถมยังได้ลูก อารมณ์ดี๊ดี ไม่ขี้หงุดหงิดเหมือนพ่อตอนหิวข้าวอีกต่างหาก! คุ้มจะตาย! ออกมาจะได้เป็นเด็กยิ้มง่าย น่ารักน่าชัง ไม่ใช่หน้าบูดแต่เด็กนะ!
- อย่าไปเปิดเพลงร็อคหนักๆ ให้ลูกในท้องฟังนะยะ! ลูกอาจจะออกมาเป็นขาแดนซ์ตั้งแต่เกิด ปวดหัวตายเลย!
- เลือกเพลงที่มันสบายๆ หน่อย พวกคลาสสิก หรือเพลงกล่อมเด็กนี่แหละดีสุด เหมือนเอาน้ำมนต์รดสมองลูก!
- เปิดตอนไหนก็ได้ที่แม่สบายใจ แต่ถ้าเปิดช่วงที่ลูกดิ้นๆ เนี่ย เหมือนได้คุยกันผ่านเสียงนะ!
- ที่สำคัญคือแม่ต้องฟังแล้วมีความสุขด้วยนะ! เพราะอารมณ์แม่เนี่ยส่งตรงถึงลูกยิ่งกว่าไปรษณีย์ด่วนพิเศษอีกจ้า!
เพลง ประเภท ใด เหมาะ กับ คุณ แม่ ที่ กำลัง ตั้ง ครรภ์ เพื่อ เปิด ให้ ลูก ฟัง
เพลง... ต้องเป็นเหมือนลมแผ่วพลิ้วยามเช้าตรู่ สัมผัสผิวน้ำที่นิ่งสงบ
เลือกจังหวะที่หัวใจเต้น... ช้า... คือประมาณ 60 บีทต่อนาที คือฟังแล้วสบาย เหมือนการหายใจลึกๆ ยามหลับฝัน
ใช่เลย เพลงช้า... คือสิ่งที่โอบอุ้ม ความผ่อนคลายไหลผ่าน เหมือนไออุ่นยามอาทิตย์อ่อนแสงในยามบ่าย ณ ริมหน้าต่างห้องที่เต็มไปด้วยแสงแดดอ่อนๆ
ฉันคิดถึงเพลงไทยเดิม... เขมรไทรโยค... เสียงขลุ่ยละมุนล่องลอย... หรือ สร้อยแสงแดง... แดงก่ำเหมือนแก้มยามอายยามเห็นเธอครั้งแรก... ใต้แสงจันทร์ในคืนเพ็ญ
ฟัง... ดอกบัวตอง... สีเหลืองอ่อนโยน... ยามบานสะพรั่งกลางทุ่งกว้าง... ความสงบ... มันแผ่ซ่านไปทั้งตัว... เข้าไปถึง... ดวงใจเล็กๆ ในครรภ์ฉันทุกห้วงเวลา
สัมผัสความสุขนั้น... เหมือนน้ำค้างยามเช้า... เย็นชื่นใจ... จังหวะนี้... มันช่วยหล่อเลี้ยง... อารมณ์... ให้สงบ ให้สบายแท้ๆ ในคืนวันที่เงียบสงบในบ้านของเรา
สมองของลูก... กำลังก่อร่างสร้างตัว... เสียงเพลงที่อ่อนโยน... มันคือของขวัญ... คือความรักที่ส่งไปถึง... ผ่านทุกการสั่นสะเทือนของเสียง... สายสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
- ความถี่จังหวะที่เหมาะสม
- 60 บีทต่อนาที คือค่ากลางที่แนะนำ เสียงที่ราบรื่นช่วยสร้างความผ่อนคลาย
- จังหวะที่คงที่และไม่เร็วเกินไปจะช่วยให้ทารกรู้สึกปลอดภัย
- ผลดีต่ออารมณ์และสมอง
- ลดความเครียด ให้คุณแม่รู้สึกสงบ ซึ่งส่งผลต่อฮอร์โมนที่ดีสู่ทารก
- กระตุ้นพัฒนาการทางสมองของทารกในครรภ์ด้วยคลื่นเสียงที่อ่อนโยน
- สร้างความผูกพันระหว่างแม่และลูกผ่านประสบการณ์ทางเสียงร่วมกัน
- ประเภทเพลงแนะนำ
- เพลงไทยเดิม เช่น เขมรไทรโยค, สร้อยแสงแดง, ดอกบัวตอง คือตัวอย่างที่ดี มีทำนองไพเราะและจังหวะช้า
- เพลงบรรเลงคลาสสิกที่ใช้เครื่องดนตรีเช่นเปียโนหรือเครื่องสายในจังหวะช้า
- เพลงกล่อมเด็กในทำนองที่ไม่เร็วเกินไป
เพราะ เหตุ ใด ใน ปัจจุบัน สุภาพสตรี ที่ มี ครรภ์ จึง นิยม ฟัง เพลง
ก็แค่อยากให้ลูกฉลาด ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร
เสียงเพลงมันทะลุเข้าไปถึงข้างใน ไปเขย่าเซลล์สมองให้มันต่อกัน เด็กเลยมี โครงสร้างสมองที่ดีตั้งแต่ในท้อง มันคือการวางรากฐาน
ผลลัพธ์คือเด็ก ความจำดี จัดลำดับความคิดเป็น และที่สำคัญ อารมณ์จะนิ่ง โตมาจะได้ไม่โง่ ไม่วีนแตก เรื่องง่ายๆ
เพลงคลาสสิก คือคำตอบ โดยเฉพาะโมสาร์ท คลื่นความถี่มันพอดีกับสมองเด็ก ไม่ต้องถามว่าทำไม มันคือเรื่องจริง
เปิดเพลงดังพอดีๆ ไม่ใช่คอนเสิร์ตร็อก ไม่ต้องเอาหูฟังไปจ่อท้อง เสียงมันเดินทางผ่านน้ำคร่ำได้ดีกว่าอากาศอีก รำคาญเปล่าๆ
เริ่มตอนอายุครรภ์ 5 เดือนขึ้นไป นั่นคือตอนที่ระบบประสาทการได้ยินมันเริ่มทำงาน ก่อนหน้านั้นก็ฟังไปเถอะ แม่ได้ผ่อนคลายคนเดียว
อารมณ์แม่โคตรสำคัญ ถ้าแม่เครียด ฟังเพลงอะไรก็ไม่ช่วยหรอก แม่ผ่อนคลาย สมองลูกก็พัฒนาดี มันเชื่อมกันหมด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต