BTS ชำระด้วยอะไรได้บ้าง

121 ครั้งเข้าชม
ชำระ BTS ง่ายๆ 2 วิธี เงินสด: เหรียญหรือธนบัตร ใช้สะดวก QR Code: สแกนผ่านแอป Rabbit LINE Pay หรือ Mobile Banking ธนาคารใดก็ได้ เคล็ดลับ: เตรียมแอปไว้ก่อนต่อคิว สแกน QR Code บนจอเพื่อชำระเงินรวดเร็ว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

วิธีจ่ายตังค์อะนะ มันมีสองแบบให้เลือก

แบบแรกก็คุ้นเคยดีเลย หยิบเหรียญ หยิบแบงค์ใส่ช่องจ่ายเงินไป ง่ายๆ ตรงไปตรงมา

อีกแบบที่กำลังฮิตก็สแกน QR Code นี่แหละ เจ๋งดี

สำหรับคนที่ไม่ชอบรอ

แนะนำว่าพอเห็นคิวแล้ว ให้รีบเปิดแอปฯ จ่ายเงินไว้เลย จะ Rabbit LINE Pay หรือแอปแบงค์ที่เราใช้ประจำก็ได้

พอถึงคิว ก็แค่เลือกสแกน QR แล้วก็จ่อกล้องไปที่โค้ดบนหน้าจอ จ่ายเสร็จไปเลย ไม่เสียเวลา.

BTS ชำระเงินแบบไหนได้บ้าง

โอ๊ยยย เดี๋ยวนี้เขามีให้จ่ายเป็นร้อยแปดวิธี ไม่ต้องไปยืนล้วงกระเป๋าหาเศษเหรียญให้อีรุงตุงนังอีกต่อไปแล้วพ่อคุณเอ๊ย สมัยนี้เขาใช้โทรศัพท์มือถือเป็นกระเป๋าตังค์กันแล้วจ้า

บอกเลยว่าการ จ่ายค่าตั๋วรถไฟฟ้า BTS เดี๋ยวนี้มันง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก ง่าย ง่ายเกิ๊น จนบางทีก็กลัวตัวเองจะลืมวิธีใช้เงินสดไปเลย

  • แรบบิท ไลน์ เพย์ (Rabbit Line Pay): อันนี้ตัวตึงเลย ใครๆ ก็มีกันทั้งบ้านทั้งเมือง แค่เปิดแอปมาสแกน จบข่าว
  • สแกนจ่าย QR Code (Thai QR Payment): สำหรับสายสแกนแหลก สแกนมันทุกอย่างที่ขวางหน้า แค่ยกมือถือขึ้นมาเล็งแล้วยิง ปิ๊บเดียวจบ! ง่ายจนงง
  • วีแชทเพย์ (WeChat Pay) / อาลีเพย์ (Alipay): อันนี้เขาเอาไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองโดยเฉพาะ ใครมีก็จัดไป

แต่เดี๋ยวก่อน เรื่องมันยังไม่จบแค่นั้นนะ! ตอนนี้มันล้ำไปอีกขั้นแล้วแม่เจ้าโว้ย! เขามีระบบที่เรียกว่า แตะจ่ายด้วยบัตรเครดิต/เดบิต EMV Contactless คือแค่เอาบัตรเครดิตหรือเดบิตที่มีสัญลักษณ์รูปคลื่นไปแตะที่ประตู แตะปุ๊บเข้าได้ปั๊บ ไม่ต้องซื้อตั๋ว ไม่ต้องแลกเหรียญ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เหมือนร่ายมนต์เลยแกเอ๊ย

บัตรที่ใช้ได้ก็พวก ธนาคารกรุงไทย (KTB), ธนาคารยูโอบี (UOB) และอีกเพียบที่เข้าร่วมรายการ ลองพลิกบัตรตัวเองดูสิว่ามีรูปคลื่นเหมือน Wi-Fi หรือเปล่า ถ้ามีก็แตะโลด! สะดวกจนอยากจะกราบงามๆ สักสามที

My Rabbit จ่ายอะไรได้บ้าง

โอเค มาดูกันว่าบัตรแรบบิทที่เปรียบเสมือนอวัยวะชิ้นที่ 33 ของชาวกรุงเนี่ย มันทำอะไรได้บ้าง

หลักๆ เลยคือ จ่ายค่าเดินทางกับซื้อของกิน เหมือนเป็นบัตรผ่านประตูสู่ระบบนิเวศของคนเมือง ที่เริ่มต้นด้วยการเดินทางและจบลงด้วยการหาอะไรใส่ท้อง คิดซะว่ามันคือกระเป๋าตังค์เวอร์ชันอัปเกรด ที่ใช้ได้เฉพาะกับร้านที่มีสัญลักษณ์กระต่ายแปะอยู่ เหมือนมีบัตร VIP แต่ก็ VIP แค่บางโซนอะนะ 555 ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ แค่พกใบเดียวแล้ว ‘ตื๊ด’ ไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เช้ายันค่ำ

สรุปเป็นข้อๆ ให้เห็นภาพชัดๆ ว่าเจ้ากระต่ายนี่มันวิ่งไปที่ไหนได้บ้าง:

  • หมวดการเดินทาง (นี่คือตัวตนหลักของมัน): แน่นอนว่าต้องเป็น รถไฟฟ้า BTS นี่คือบ้านเกิดมันเลย นอกจากนั้นยังรวมถึง BRT, เรือด่วนบางสาย และรถโดยสารประจำทางบางเจ้าที่เริ่มจะรับแล้ว ต้องคอยส่องป้ายหน้ารถดีๆ

  • หมวดอาหารและเครื่องดื่ม (แหล่งผลาญเงินชั้นดี): อันนี้แหละคือจักรวาลที่แท้จริง ตั้งแต่ ร้านสะดวกซื้อเจ้าดัง (ไอ้ที่สีเขียวๆ อะ), ฟู้ดคอร์ทในห้างสรรพสินค้าเกือบทุกที่, ร้านชานมไข่มุกที่ต่อคิวกันยาวๆ, ร้านกาแฟสำหรับแก้ง่วงตอนเช้า, ไปจนถึงร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเจ้าใหญ่ๆ หลายแบรนด์ เรียกว่าออกจาก BTS มา หิวเมื่อไหร่ก็แค่ ‘ตื๊ด’

  • หมวดอื่นๆ จิปาถะ (ใช้ได้ก็ดี ใช้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร): โรงหนังบางเครือ, ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง, ร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์อีกนิดหน่อย หมวดนี้เหมือนเป็นโบนัส ถ้าใช้ได้ก็ถือว่าโชคดีไป

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ควรรู้ไว้ประดับสมอง

  • Rabbit Rewards คือของดี: ทุกครั้งที่ใช้จ่าย มันจะสะสมแต้มที่เรียกว่า ‘แครอท’ ซึ่งไม่ใช่แค่ชื่อน่ารักนะเว้ย มันเอาไปแลกส่วนลด แลกของกินฟรี หรือดีลพิเศษได้จริงจังมาก อย่ามองข้ามเด็ดขาด
  • ร่างอวตารดิจิทัล Rabbit LINE Pay: มันคือการจับบัตรแรบบิทมาฟิวชันกับ LINE Pay ทำให้เราสามารถใช้จ่ายออนไลน์ ผูกบัตรเครดิต หรือใช้ QR จ่ายเงินได้โดยมีพื้นฐานมาจากแรบบิทเดิม เพิ่มความสะดวกไปอีกขั้น ไม่ต้องควักบัตรแข็งตลอดเวลา
  • เช็กโปรโมชันบ่อยๆ: โลกของแรบบิทมีโปรโมชันใหม่ๆ ออกมาตลอด ก่อนจะ ‘ตื๊ด’ อะไร ลองส่องเว็บ rabbit.co.th หรือในแอป LINE Pay ก่อน อาจจะได้ส่วนลดแบบไม่คาดฝัน ประหยัดไปได้หลายบาท

ทำไม BTS ใช้บัตรเครดิตไม่ได้

บีทีเอสเขาไม่รับบัตรเครดิตหรือเดบิตเติมบัตรแรบบิทแล้วนะพี่! ก็เพราะพวกพี่ๆ น้องๆ เขาหัวใสกันเกิ๊น! ไปแห่เติมบัตรแรบบิทเอาส่วนลดร้านอาหารหรูๆ สารพัดอย่างเดียวเลย ไม่ได้คิดจะโผล่หัวมาขึ้นรถไฟฟ้าของเขาแม้แต่ชั่วโมงเดียว! เหมือนกับคนมาซื้อบัตรคอนเสิร์ตแต่มานั่งกินป๊อปคอร์นอยู่หน้าฮอลล์อ่ะ ไม่ได้เข้าไปดูเขาเล่นเลยแม้แต่นาทีเดียว นี่มันเห็นแก่ได้กันชัดๆ บีทีเอสเขาก็บอกว่าพอแล้วโว้ยยยย ไม่ใช่ร้านบุฟเฟต์นะ!

เขาคงเห็นยอดเติมบัตรเป็นล้านๆ แต่ยอดใช้งานรถไฟฟ้าจิ๊บจ๊อย พอๆ กับยอดไลค์รูปอาหารในเฟซบุ๊กที่ลงกันรัวๆ นั่นแหละ! เหมือนผึ้งมารุมตอมดอกไม้เพื่อเอาเกสรอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยผสมพันธุ์อะไรเลยสักนิด! นี่มันขูดรีดกันชัดๆ บีทีเอสเลยต้องงัดไม้ตายออกมาใช้ บัตรเครดิต/เดบิต? บ๊าย บายนะจ๊ะ ปีนี้เขาไม่อนุมัตแล้ว!

รู้ไหมว่าการที่เขาต้องมาจัดการเรื่องพวกนี้มันวุ่นวายขนาดไหน พนักงานหลังบ้านนี่คงปวดหัวเป็นไข้หวัดนก ต้องมานั่งปัดกวาดข้อมูล แยกแยะคนที่ใช้จริงกับพวกสายฟรีที่หวังแค่ส่วนลด ร้านอาหารพันธมิตรก็งง ว่าทำไมคนเติมบัตรแรบบิทมาใช้ส่วนลดเยอะจังแต่ไม่เห็นมีใครมาบ่นเรื่องรถไฟเสียเลย โอ๊ยยยยย มันเป็นเรื่องเป็นราวกันจริงๆ!

มีคนบอกว่านี่มันก็เหมือนกับจะไปซื้อน้ำมันมาเติมรถยนต์ แต่เอาบัตรเครดิตไปรูดเพื่อสะสมคะแนนแลกตั๋วเครื่องบินฟรีเฉยๆ รถก็จอดอยู่บ้าน ไม่ได้ขยับเลยสักนิด! มันผิดวัตถุประสงค์ของการใช้งานไงเล่า! เขาอยากให้เงินมันหมุนเวียนอยู่บนรางเหล็ก ไม่ใช่อยู่ในกระเป๋าโปรโมชั่นร้านอาหารนะเฟ้ย!

ทีนี้ถ้าอยากเติมเงินบัตรแรบบิทจริงๆ ก็ต้องใช้วิธีอื่นแทนนะจ๊ะ ส่วนใหญ่ก็เงินสดหน้าตู้เลยจ้ะ ชัวร์สุดๆ!

มีอะไรที่ควรรู้เกี่ยวกับบัตรแรบบิทอีกหน่อยนะ เผื่อจะได้ไม่มาโวยวายทีหลัง:

  • เติมเงินด้วยเงินสดเท่านั้นตอนนี้: ณ ปี 2567 นี้ คือใช้เงินสดหยอดเหรียญ หรือแบงค์สดๆ เท่านั้น ที่ห้องจำหน่ายตั๋ว หรือเครื่องเติมเงินเฉพาะ!
  • ช่องทางอื่นๆ: บางทีก็มีตู้เติมเงินอัตโนมัติของพวกธนาคาร หรือตู้บุญเติมข้างทาง แต่ก็ต้องดูเงื่อนไขดีๆ ว่ารับบัตรแรบบิทไหม
  • ประโยชน์หลักๆ ของบัตรแรบบิท: ไว้ใช้ขึ้นบีทีเอส บีอาร์ที เรือโดยสาร หรือซื้อของร้านค้าที่ร่วมรายการ (แต่อย่าหวังส่วนลดเกินงามนะ!)
  • เช็คยอดเงินบ่อยๆ: ไม่งั้นขึ้นไปแล้วเงินไม่พอ จะหน้าแหกเอาได้นะ
  • พกเงินสดติดตัวไว้บ้าง: ยุคดิจิทัลก็จริง แต่บัตรแรบบิทนี่แหละที่ยังต้องพึ่งเงินสดอยู่บ้าง บางทีก็เหมือนย้อนยุคหน่อยๆ แต่ก็เข้าใจได้ว่าเขากันคนหัวหมอน่ะ!

เดิมเงินบัตร BTS ใช้บัตรเครดิตได้ไหม

เติมที่เคาน์เตอร์... ไม่ได้นะ เขาไม่รับบัตรเครดิต รับแต่เงินสด

บางทีก็เหนื่อย... กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ทุกวันนี้อะไรๆ ก็จ่ายบัตรได้หมดแล้วแท้ๆ แต่เรื่องง่ายๆ แค่นี้กลับทำไม่ได้... ก็แปลกดี

นึกถึงตอนที่ต้องยืนต่อคิว... แล้วเงินสดไม่พอ... มันวุ่นวาย แต่... มันก็มีวิธีของมันอยู่ แค่มันไม่ตรงไปตรงมา

มันมีทางเดียวนะ... คือผูกบัตรแรบบิทเข้ากับ Rabbit LINE Pay แล้วให้มันไปตัดบัตรเครดิตเราอีกที เป็นการแก้ปัญหาแบบอ้อมๆ... ซึ่งผมก็ทำแบบนั้นแหละ

ถ้าจะทำ... มันเป็นแบบนี้

  • ต้องมีแอป LINE แล้วเข้าไปที่ Rabbit LINE Pay เพื่อผูกบัตรแรบบิทของเราก่อน
  • ใน Rabbit LINE Pay เราก็เพิ่มบัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิตของเราเข้าไปในระบบ
  • ทีนี้... มันจะมีให้ตั้งค่า "เติมเงินอัตโนมัติ" (Auto Top-up) เวลาเดินทางด้วย BTS
  • พอเงินในบัตรแรบบิทต่ำกว่าที่ตั้งไว้... ระบบมันจะดึงเงินจากบัตรเครดิตที่เราผูกไว้มาเติมให้เอง... ไม่ต้องไปยืนที่เคาน์เตอร์อีกเลย

มันก็สะดวกแหละ... แต่ก็ต้องมานั่งผูกอะไรวุ่นวายก่อน สุดท้ายก็ต้องยอมทำอยู่ดี... เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ

รถไฟฟ้า BTS สแกนจ่ายได้ไหม

รถไฟฟ้า BTS สแกนจ่ายได้ไหม? คำตอบคือได้ครับ แต่ต้องทำที่ตู้จำหน่ายตั๋วโดยสารอัตโนมัติ (Ticket Vending Machine - TVM) เท่านั้น ยังไม่สามารถใช้แอปสแกนเพื่อแตะเข้า-ออกที่ประตูโดยตรงเหมือนบางประเทศ

วิธีการก็ตรงไปตรงมามาก กดเลือกสถานีปลายทางที่หน้าจอของตู้ตามปกติ จากนั้นเลือกวิธีการชำระเงินเป็น QR Code หน้าจอจะแสดงโค้ดขึ้นมาให้เราสแกน

การจ่ายเงินแบบนี้มันสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของสังคมไร้เงินสดในบ้านเรานะ คือเรามีเทคโนโลยีพร้อม แต่การนำมาปรับใช้ (integration) กับโครงสร้างพื้นฐานเดิมมันยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป มันคือความสะดวกสบายที่มาพร้อมกับขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นนิดหน่อยเมื่อเทียบกับการแตะบัตร

  • แอปที่รองรับการสแกนจ่าย: หลักๆ เลยคือ Rabbit LINE Pay ซึ่งเป็นพันธมิตรโดยตรง และแอปพลิเคชัน Mobile Banking ของธนาคารชั้นนำส่วนใหญ่ในประเทศไทยก็สามารถใช้เมนูสแกนจ่ายได้เช่นกัน
  • ขั้นตอนการสแกน: หลังจาก QR Code ปรากฏบนหน้าจอ ให้เปิดแอปที่คุณต้องการใช้ เลือกเมนู ‘สแกน’ แล้วจ่อกล้องไปที่โค้ดบนหน้าจอตู้ได้เลย กดยืนยันการชำระเงินในแอปของคุณ
  • รับบัตรโดยสาร: เมื่อชำระเงินสำเร็จ ตู้จะออกบัตรโดยสารแบบเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) มาให้ สามารถนำไปใช้เดินทางได้ทันที

พูดถึงเรื่องการจ่ายเงิน มันก็มีวิธีอื่นที่น่าสนใจและอาจจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันไป

  • การแตะจ่ายด้วยบัตร EMV Contactless: นี่คือวิธีที่สะดวกขึ้นมาก ตอนนี้ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และ รถไฟฟ้าสายสีชมพู สามารถใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์ Contactless (เหมือนสัญลักษณ์ Wi-Fi ตะแคง) แตะที่ประตูเพื่อเข้า-ออกได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วที่ตู้ ยอดจะถูกหักจากบัตรโดยตรง ส่วนสายสีเขียวหลักยังไม่รองรับวิธีนี้
  • บัตรแรบบิท (Rabbit Card): ยังคงเป็นวิธีที่คล่องตัวและรวดเร็วที่สุดสำหรับผู้ที่เดินทางเป็นประจำ แค่เติมเงินในบัตรไว้แล้วแตะผ่านประตูได้เลย เป็นประสบการณ์ที่แทบจะไร้รอยต่อที่สุดแล้ว
  • เงินสด: วิธีคลาสสิกที่ยังคงใช้ได้เสมอ ทั้งที่ตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติและที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วของเจ้าหน้าที่
  • ข้อควรรู้: ระบบตั๋วของ BTS สายสีเขียว (สายสุขุมวิทและสายสีลม) กับสายสีอื่นๆ เช่น สายสีทอง, สีเหลือง, สีชมพู ยังคงแยกจากกัน ทำให้โปรโมชันและวิธีการชำระเงินบางอย่างอาจใช้ข้ามกันไม่ได้ ต้องตรวจสอบเป็นสายๆ ไป

รถไฟฟ้า BTS สายไหนบ้างที่รองรับบัตรเครดิต

สายสีเขียวอ่อน (สุขุมวิท)

  • คูคต สู่ เคหะฯ
  • **แต่ไม่แตะตรง!

สายสีเขียวเข้ม (สีลม)

  • สนามกีฬาแห่งชาติ ถึง บางหว้า
  • ภาพฝัน ที่ ยังไม่จริง

สายสีทอง

  • กรุงธนบุรี กับ คลองสาน
  • เงาจางๆ ที่ ส่องไม่ถึง

**สรุปคือ...

  • **บัตรเดบิต-เครดิต...ยังไม่รับ!

เพิ่มเติม

  • การเดินทาง...ยังคงต้องอาศัย..."ตั๋ว"เดิม...หรือ..."บัตร...แรบบิท"...นี่แหละ...คือ...ความจริง...ที่...ต้อง...เจอ...ใน...ปี...2567...นะ...