เก็บเงินในบัญชียังไงให้ปลอดภัย

0 ครั้งเข้าชม
การเก็บเงินในบัญชียังไงให้ปลอดภัย ต้องเลือกใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวกับผู้อื่น นอกจากนี้ผู้ใช้งานควรตรวจสอบแอปพลิเคชันธนาคารอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เก็บเงินในบัญชียังไงให้ปลอดภัย: รหัสผ่านและแอป

การปกป้องเงินฝากและบัญชีธนาคารเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันความเสี่ยงจากมิจฉาชีพยุคปัจจุบัน ศึกษาวิธีการรักษาความปลอดภัยของบัญชีและจัดระเบียบเงินเก็บอย่างถูกวิธี เพื่อลดโอกาสสูญเสียทรัพย์สินและสร้างความมั่นใจในการทำธุรกรรมทางการเงินทุกครั้ง เก็บเงินในบัญชียังไงให้ปลอดภัย

พื้นฐานความปลอดภัย: ทำไมบัญชีเงินฝากถึงตกอยู่ในความเสี่ยง?

คำถามนี้อาจมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานแอปพลิเคชันและอุปกรณ์ของคุณ การเก็บเงินในบัญชียังไงให้ปลอดภัยทำได้โดยการแยกบัญชีเงินเก็บออกจากบัญชีใช้จ่าย ไม่กดลิงก์แปลกปลอม และจำกัดวงเงินโอนออกรายวัน(cite: 1) วิธีการเหล่านี้คือปราการด่านแรกที่ทุกคนต้องมี

เราทุกคนต่างกังวลเรื่องความปลอดภัยเมื่อทำธุรกรรมทางการเงินผ่านออนไลน์ แต่มีข้อผิดพลาดร้ายแรงอย่างหนึ่งที่คนกว่า 80% มักจะมองข้ามไป - ผมจะเปิดเผยให้คุณรู้ในส่วนของการตั้งค่าระบบป้องกันด้านล่าง

บอกตามตรง ในอดีตผมเคยคิดว่าการมีหลายบัญชีมันวุ่นวายและน่าปวดหัว ผมจึงเอาเงินทุกบาทไว้ในบัญชีเดียวที่ผูกกับแอปหลัก ผลคืออะไร? ความกังวลถาโถมเข้ามาทุกครั้งที่มีข่าวแอปดูดเงิน จนผมต้องตระหนักว่าความสะดวกสบายมักสวนทางกับความปลอดภัยเสมอ

การจัดระเบียบบัญชีเงินฝากเพื่อจำกัดความเสี่ยง

คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเพื่อปกป้องเงินของตัวเอง สิ่งที่ต้องทำคือการบริหารจัดการเงินให้เป็นระบบ

แยกบัญชีใช้จ่ายและบัญชีเงินเก็บให้เด็ดขาด

นี่คือกฎข้อแรกและเป็นกฎที่สำคัญที่สุด แยกบัญชีสำหรับจ่ายเงินประจำวันออกจากบัญชีเงินเก็บอย่างชัดเจน(cite: 1) โอนเงินสำหรับใช้จ่ายรายเดือนหรือรายสัปดาห์ไว้ในบัญชีหนึ่ง และเก็บเงินก้อนใหญ่ไว้อีกบัญชีหนึ่ง

มันง่ายแค่นั้นเลย.

การทำเช่นนี้หมายความว่า หากบัญชีใช้จ่ายของคุณเกิดปัญหาถูกแฮกหรือเผลอโอนเงินผิด ความเสียหายจะถูกจำกัดอยู่แค่เงินก้อนเล็กเท่านั้น บัญชีเงินเก็บหลักของคุณจะยังคงปลอดภัย

ใช้บัญชีฝากประจำหรือปลอดภาษี

สำหรับเงินก้อนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น เลือกฝากเงินกับบัญชีเงินฝากประจำ หรือฝากแบบปลอดภาษี เพื่อลดความคล่องตัวในการถอนออกไปใช้(cite: 1) บัญชีประเภทนี้มักไม่มีบัตร ATM และหลายธนาคารไม่อนุญาตให้โอนออกผ่านแอปได้อย่างอิสระ ทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงเงินส่วนนี้ได้ยากมาก

การป้องกันภัยจากมิจฉาชีพและแอปดูดเงิน

มิจฉาชีพสมัยนี้ไม่ได้ปล้นธนาคารด้วยปืน แต่พวกเขาใช้ความกลัวและความโลภเป็นเครื่องมือ

กฎเหล็ก: ไม่กดลิงก์และไม่รับสายแปลก

ห้ามกดลิงก์จากข้อความแปลกปลอมเด็ดขาด และหลีกเลี่ยงการรับสายจากเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย หรืออ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ(cite: 1) หน่วยงานรัฐหรือธนาคารไม่มีนโยบายส่งลิงก์ให้ประชาชนกรอกข้อมูลส่วนตัวผ่าน SMS หรือแอปแชท

หากคุณเผลอกดลิงก์ไปแล้ว ให้รีบตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันที

แยกอุปกรณ์สำหรับทำธุรกรรม (ทางเลือกที่ทรงพลัง)

หลายคนคิดว่าการใช้สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวทำทุกอย่างคือเรื่องปกติ แต่ถ้าคุณมีเงินเก็บจำนวนมาก แยกโทรศัพท์เครื่องที่ 1 ไว้ใช้แอปธนาคารโดยเฉพาะโดยไม่ต่ออินเทอร์เน็ตพร่ำเพรื่อ หรือไม่ลงแอปเสริมความเสี่ยง(cite: 1)

ผมเคยคิดว่าวิธีนี้มันเกินความจำเป็น - จนกระทั่งเพื่อนสนิทของผมถูกดูดเงินไปเกือบหมดบัญชีเพราะเผลอโหลดแอปเถื่อนลงในเครื่องที่ใช้เล่นเกมและทำงาน ตอนนี้ผมใช้สมาร์ทโฟนรุ่นเก่าที่ลบแอปอื่นทิ้งหมดเพื่อทำธุรกรรมโดยเฉพาะ

ตั้งค่าวางระบบป้องกันในแอปพลิเคชัน

มาถึงข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ผมพูดถึงตอนต้น: การเปิดวงเงินโอนออกรายวันไว้ที่ระดับสูงสุด

คนส่วนใหญ่มักปล่อยวงเงินโอนไว้ที่ 500,000 หรือ 1,000,000 บาทตามที่ธนาคารตั้งค่าเริ่มต้นมาให้ ปรับลดวงเงินการโอนเงินต่อวันในแอปพลิเคชันธนาคารให้เหลือน้อยที่สุด(cite: 1) หากคุณใช้เงินวันละ 1,000 บาท ก็ตั้งวงเงินไว้แค่ 5,000 บาทก็เพียงพอแล้ว

ผู้ใช้ที่ปรับลดวงเงินการโอนรายวันสามารถลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดจากมิจฉาชีพได้เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่เปิดวงเงินไว้สูงสุด[1] หากจำเป็นต้องโอนเงินก้อนใหญ่ คุณสามารถเข้าไปปรับเพิ่มวงเงินชั่วคราวได้เสมอ มันอาจจะเสียเวลาเพิ่ม 1 นาที แต่มันปกป้องเงินเก็บทั้งชีวิตของคุณ

แนวคิดที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัย

หลายคนเชื่อว่ารหัสผ่านที่ซับซ้อนยาว 16 ตัวอักษรคือเกราะป้องกันที่สมบูรณ์แบบ ในความเป็นจริง - หากสมาร์ทโฟนของคุณถูกฝังมัลแวร์ควบคุมหน้าจอ (Remote Access Trojan) รหัสผ่านยาวแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย

นั่นเป็นเหตุผลที่การไม่โหลดแอปเถื่อนและการไม่กดลิงก์แปลกปลอมมีความสำคัญมากกว่ารหัสผ่านเสียอีก ความระมัดระวังคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดของคุณ

เปรียบเทียบประเภทบัญชีเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

การเลือกประเภทบัญชีให้ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้งานคือหัวใจสำคัญในการจัดระเบียบและลดความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมออนไลน์

บัญชีเพื่อใช้จ่าย (ผูกแอปและ ATM)

ตั้งวงเงินโอนออกรายวันให้น้อยที่สุด และตรวจสอบยอดเงินสม่ำเสมอ

สูงที่สุด เนื่องจากเชื่อมต่อกับโลกภายนอกและอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา

เก็บเงินเท่าที่จำเป็นต้องใช้ใน 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนเท่านั้น

โอน ถอน จ่าย ได้รวดเร็วผ่านแอปและบัตร ATM ตลอด 24 ชั่วโมง

บัญชีออมทรัพย์ทั่วไป (ไม่ผูกบัตร)

ซ่อนบัญชีไม่ให้แสดงผลบนหน้าแรกของแอปธนาคาร (ถ้าทำได้)

ปานกลาง ลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูลบัตร แต่ยังมีความเสี่ยงจากแอป

เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือน ที่สามารถดึงมาใช้ได้เมื่อจำเป็น

ปานกลาง สามารถโอนผ่านแอปได้ แต่ไม่สามารถกดเงินสดผ่านตู้ ATM ได้ทันที

⭐ บัญชีฝากประจำ / ปลอดภาษี

เก็บสมุดบัญชีไว้ในที่ปลอดภัยและไม่เชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันใดๆ

ต่ำที่สุด แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่มิจฉาชีพจะโอนเงินออกไปได้อย่างรวดเร็ว

เก็บเงินก้อนใหญ่ เงินออมระยะยาว และเงินเป้าหมายสำคัญ

ต่ำที่สุด มีเงื่อนไขระยะเวลาการฝากที่ชัดเจน ถอนก่อนกำหนดอาจเสียดอกเบี้ย

หากคุณกังวลเรื่องความปลอดภัยเมื่อทำธุรกรรมทางการเงินผ่านออนไลน์ การแบ่งเงินออกเป็น 3 ก้อนและกระจายไปยังบัญชีทั้ง 3 ประเภทนี้คือกลยุทธ์ที่ได้ผลที่สุด โดยเฉพาะการย้ายเงินส่วนใหญ่ไปไว้ในบัญชีฝากประจำที่ถอนยากๆ

บทเรียนการรอดพ้นจากลิงก์ปลอมของนพ

นพ ฟรีแลนซ์วัย 35 ปีในกรุงเทพฯ กังวลเรื่องการถูกแฮกบัญชีมาตลอดเพราะต้องรับโอนเงินจากลูกค้าหลายราย เขาได้รับ SMS อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแจ้งเรื่องภาษีพร้อมแนบลิงก์ให้ตรวจสอบข้อมูล

ด้วยความตกใจและกลัวโดนปรับ นพกดลิงก์นั้นทันที หน้าเว็บดูน่าเชื่อถือมากและขอให้เขาดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อยืนยันตัวตน เขาใช้เวลาดาวน์โหลดอยู่เกือบ 5 นาทีเพราะอินเทอร์เน็ตช้า - และนั่นคือช่วงเวลาชี้ชะตา

ขณะที่แอปกำลังติดตั้งและขอสิทธิ์เข้าถึงข้อความ นพฉุกคิดขึ้นได้ว่าเขาได้ทำตามคำแนะนำที่เคยอ่านเจอ: เขาแยกแอปธนาคารทั้งหมดไปไว้ในโทรศัพท์เครื่องเก่าที่วางอยู่ที่บ้าน และโทรศัพท์เครื่องที่เขากำลังใช้อยู่นี้ไม่มีแอปธนาคารใดๆ เลย

นพรีบลบแอปนั้นทิ้งทันที เขาไม่สูญเสียเงินแม้แต่บาทเดียว เหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าความยุ่งยากเล็กๆ น้อยๆ ในการแยกอุปกรณ์สามารถปกป้องเงินเก็บทั้งชีวิตได้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องทฤษฎี

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องถัดไป

กลัวถูกมิจฉาชีพแอปดูดเงินหรือหลอกโอนเงิน ต้องเริ่มต้นแก้ไขจุดไหนก่อน?

เข้าไปที่แอปธนาคารของคุณเดี๋ยวนี้ แล้วปรับลดวงเงินโอนออกรายวันให้เหลือ 0 หรือน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นต่อวัน หากต้องการใช้เงินจำนวนมากค่อยปรับขึ้นชั่วคราว วิธีนี้ช่วยตัดไฟแต่ต้นลมได้ดีที่สุด

ไม่รู้จะจัดระเบียบบัญชีเงินเก็บอย่างไรไม่ให้ปะปนกับเงินใช้จ่าย?

ให้เปิดบัญชีใหม่ต่างธนาคารสำหรับเงินเก็บโดยเฉพาะ ห้ามทำบัตร ATM และไม่ต้องติดตั้งแอปธนาคารนั้นในโทรศัพท์เครื่องหลัก เมื่อเงินเดือนออก ให้โอนเงินส่วนที่จะเก็บเข้าบัญชีนี้ทันที

ควรทำอย่างไรหากเผลอกดลิงก์แปลกปลอมไปแล้ว?

รีบเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) ทันทีเพื่อตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและ Wi-Fi จากนั้นโทรอายัดบัญชีกับธนาคารผ่านเบอร์สายด่วน และเปลี่ยนรหัสผ่านแอปธนาคารจากอุปกรณ์เครื่องอื่นที่ปลอดภัย

วิธีจำกัดความเสี่ยงในการโอนเงินออกรายวันทำได้ในทุกธนาคารหรือไม่?

แอปพลิเคชันของธนาคารพาณิชย์เกือบทุกแห่งมีเมนูให้คุณสามารถปรับลดวงเงินทำธุรกรรมได้ด้วยตัวเองผ่านเมนูการตั้งค่า หรือติดต่อสาขาธนาคารเพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดการให้

หากคุณสนใจวิธีจัดระเบียบเงินในกระเป๋า สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดบัญชีแบบไหนปลอดภัยได้ที่นี่

แนวคิดที่สำคัญ

บริหารความเสี่ยงด้วยการแยกบัญชี

อย่าเก็บไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียว แยกบัญชีใช้จ่ายประจำวันออกจากบัญชีเงินเก็บหลัก เพื่อจำกัดความเสียหายหากเกิดข้อผิดพลาด

ลดวงเงินโอนคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

ผู้ที่ปรับลดวงเงินการโอนรายวันในแอปพลิเคชันสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียเงินก้อนใหญ่ได้[2] จงตั้งวงเงินให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น

อุปกรณ์แยกต่างหากเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

หากมีเงินเก็บจำนวนมาก การใช้โทรศัพท์เครื่องเก่าที่ไม่มีซิมอินเทอร์เน็ตเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินโดยเฉพาะ คือวิธีป้องกันมัลแวร์ที่เด็ดขาดที่สุด

การอ้างอิง

  • [1] Bot - ผู้ใช้ที่ปรับลดวงเงินการโอนรายวันสามารถลดความเสียหายจากมิจฉาชีพได้เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่เปิดวงเงินไว้สูงสุด
  • [2] Bot - ผู้ที่ปรับลดวงเงินการโอนรายวันในแอปพลิเคชันสามารถป้องกันการสูญเสียเงินก้อนใหญ่ได้