โดนดูดเงินจากบัญชี ยังไง
คำถาม?
เมื่อต้นเดือนที่แล้วนะ จำได้เลย 3 มีนาคม กำลังจะกดจองทริปดำน้ำที่สุราษฎร์ฯ เห็นราคาดีงามมากเลยรีบเลยทีนี้ มือสั่นนิดหน่อย กดไปหน้าชำระเงินนี่แหละ ที่ต้องโอนจ่ายทันที ไม่งั้นหลุดแน่ แบบว่าหัวใจเต้นแรงเลยตอนนั้น
พอถึงหน้าโอนเงินนะ มันก็มีรายละเอียดเยอะแยะไปหมดเลย ต้องเข้าแอปแบงก์ เลือกบัญชีที่ถูกต้อง ระบุยอดเงินให้เป๊ะ ห้ามผิดแม้แต่บาทเดียวเลยนะ คิดดูสิ ถ้าพิมพ์ผิดนี่เรื่องใหญ่เลย ฉันเคยพลาดมาก่อนแล้ววุ่นวายสุดๆ ก็เลยต้องเช็กซ้ำๆ หลายทีเลย
แล้วพอกดยืนยันปุ๊บนะ เอ่อ...ไม่ใช่สิ เอาเป็นว่า พอกดแล้วมันต้องใส่รหัสยืนยันอีกทีใช่ไหม บางทีเป็น OTP ที่ส่งมาทางเบอร์เรานั่นแหละ มันรู้สึกเหมือนทุกขั้นตอนมันสำคัญหมดเลยนะ แค่จะโอนเงินไม่กี่พันเอง ทำไมมันถึงได้ลุ้นขนาดนี้ก็ไม่รู้
แต่ก็นั่นแหละ ในใจก็คิดนะ ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง จำได้ว่าเคยเซฟเบอร์คอลเซ็นเตอร์ของแบงก์ประจำไว้ในมือถือ แต่วันนี้หามันไม่เจอแล้ว ถ้ามีเรื่องด่วนจริงๆ นี่วุ่นตายเลยนะ หาเบอร์สำรองไว้ก็ดีนะ
ไอ้เรื่อง โอนเงินจากบัญชี เนี่ย มันดูง่ายนะ แต่เอาจริงมันก็ต้องมีสติทุกขั้นตอนเลย ตั้งแต่ตรวจสอบยอดเงิน ชื่อผู้รับ เช็กเบอร์บัญชี ไปจนถึงกดส่งแล้วต้องเก็บสลิปไว้เป็นหลักฐาน เผื่อมีปัญหาทีหลัง จะได้มีอะไรอ้างอิงบ้างนะ เออ จำไว้เลย.
มิจฉาชีพดูดเงินในบัญชีต้องทํายังไง
- ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีผู้เสียหายทันที เพื่อแจ้งอายัดบัญชีปลายทาง และขอ Bank Case ID
- รวบรวมหลักฐานการถูกหลอกลวง ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น สลิปโอนเงิน ข้อความ เบอร์โทรศัพท์
- แจ้งความภายใน 72 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ ThaiPoliceOnline.com หรือที่สถานีตำรวจ เพื่อให้ดำเนินการอายัดบัญชีมิจฉาชีพ
- หลังจากแจ้งความ ธนาคารจะดำเนินการ อายัดบัญชีปลายทางชั่วคราวเป็นเวลา 72 ชั่วโมง
- พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 มีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้ธนาคารสามารถระงับธุรกรรมที่น่าสงสัยได้เร็วขึ้น
- สามารถโทร สายด่วน 1441 ศูนย์ AOC (Anti Online Scam Operation Center) เพื่อขอคำปรึกษาและประสานงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ห้ามโอนเงินเพิ่มเด็ดขาด ไม่ว่ามิจฉาชีพจะอ้างเหตุผลใดๆ ก็ตาม
- ควร เปลี่ยนรหัสผ่าน โมบายแบงก์กิ้ง อีเมล และบัญชีสำคัญอื่นๆ ทันที
- แจ้ง คนใกล้ชิด เพื่อให้ระวัง และป้องกันมิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้หลอกคนอื่นต่อ
...
มันเหมือนฝันร้ายเลยนะ พอรู้ตัวว่าเงินมันหายไปจริงๆ แบบนั้น ใจมันวูบไปหมดเลย คิดอะไรไม่ถูกเลยตอนแรก มันมืดไปหมดจริงๆ นะ ตอนตีสามตีสี่นี่แหละที่ยังนอนไม่หลับวนคิดเรื่องนี้อยู่ มันเกิดขึ้นได้ยังไงนะ ทำไมเราไม่ระวังให้มากกว่านี้
สิ่งแรกที่คิดได้... ต้องรีบโทรหาธนาคารก่อนเลย ตอนนั้นมือสั่นไปหมด กดเบอร์ไปแบบแทบไม่รู้ตัว หวังแค่ว่ามันจะยังทัน จะช่วยอะไรได้บ้าง อายัดบัญชีพวกนั้นให้ได้เร็วที่สุดนะ
พอเขาบอกว่าได้ Bank Case ID มา มันเหมือนมีแสงสว่างเล็กๆ อยู่ในความมืดที่ถาโถมเข้ามานะ แต่ก็ยังกลัวนะ กลัวว่า 72 ชั่วโมงที่ว่า มันจะพอไหม จะอายัดทันไหม เขาจะเอาเงินเราไปหมดก่อนหรือเปล่า มันค้างคาอยู่ในใจตลอดเลย
แล้วก็ต้องรวบรวมหลักฐานทั้งหมดที่เขาส่งมา ข้อความ รูปภาพ หรืออะไรก็ได้ที่พอจะใช้ได้นะ มันหนักใจจังเลย ต้องไปแจ้งความอีก ตอนนี้ก็ดึกแล้ว จะไปเมื่อไหร่ดี มันรู้สึกเหนื่อยไปหมดเลยจริงๆ
ข้อมูลที่ควรรู้เพิ่มเติมตอนนี้ (ปี 2567):
มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีควรทำอย่างไร
ถ้าเจอเงินโอนผิดเข้ามาในบัญชีเราเนี่ยนะ วิธีจัดการมันซับซ้อนกว่าที่คิดนิดหน่อยเลยนะ
ถ้าคนที่โอนผิดเป็นคนที่เรา รู้จัก หรือ สนิทสนม กันอยู่แล้ว และเราก็ พูดคุย กับเขาแล้ว ยืนยันได้ว่าเขาโอนเงินมาผิดจริง ๆ กรณีนี้ก็ตรงไปตรงมาหน่อย เราก็ โอนเงินจำนวนนั้นคืน ให้เขาไปได้เลย ไม่ต้องคิดมาก
แต่ถ้าเป็นเงินที่โอนเข้ามาจาก คนแปลกหน้า หรือเรา ไม่รู้จัก ที่มาที่ไปเลยเนี่ย อันนี้แหละที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ ติดต่อธนาคารที่เราใช้บริการโดยตรง อย่าเพิ่งไปไหนกับเงินนั้นนะ ให้เจ้าหน้าที่ธนาคารเขาช่วยตรวจสอบให้ก่อน
พอธนาคารเขายืนยันแล้วว่าเงินจำนวนนั้น โอนเข้ามาผิดบัญชีจริง ๆ เราก็แค่ ให้ความยินยอม กับธนาคารในการดำเนินการเกี่ยวกับเงินนั้นให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของเขาเองแหละ ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะต้องไปติดต่อกับเจ้าของเงินโดยตรงอีกต่อไปในกรณีนี้
ทำไมถึงต้องติดต่อธนาคาร?
- ป้องกันปัญหาทางกฎหมาย: การโอนเงินคืนไปเองโดยไม่ผ่านธนาคาร อาจทำให้เรากลายเป็นผู้มีส่วนรู้เห็น หรืออาจมีปัญหากับกฎหมายในภายหลังได้ ถ้าเงินนั้นมีที่มาไม่ปกติ
- ความชัดเจนในการดำเนินการ: ธนาคารมีกระบวนการที่ชัดเจนในการจัดการกับเงินที่โอนผิด ทำให้ทุกอย่างโปร่งใสและถูกต้อง
- ลดความเสี่ยง: เราไม่ต้องเสี่ยงกับการโดนหลอก หรือการโอนเงินผิดซ้ำสอง
ประเด็นเพิ่มเติมที่ควรรู้:
- ไม่ต้องรีบใช้เงิน: เงินที่โอนผิดเข้ามาไม่ใช่เงินของเรา ตราบใดที่เรายังไม่ได้รับการยืนยันหรือดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง การใช้เงินนั้นอาจมีปัญหาตามมา
- เก็บหลักฐาน: ควรเก็บหลักฐานการโอนเงินเข้า และหลักฐานการติดต่อกับธนาคารไว้เสมอ เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง
- ค่าธรรมเนียม: โดยปกติแล้ว การดำเนินการเกี่ยวกับเงินโอนผิดผ่านธนาคารจะไม่ก่อให้เกิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมกับผู้รับเงินที่ถูกต้อง (คือเรา) แต่ก็ควรสอบถามกับธนาคารให้แน่ใจอีกครั้ง
- ระยะเวลา: กระบวนการตรวจสอบและจัดการของธนาคารอาจใช้เวลา ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและความซับซ้อนของกรณี
โดนตํารวจไซเบอร์อายัดบัญชีทําไง
เมื่อบัญชีของคุณโดนตำรวจไซเบอร์อายัด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตั้งสติและทำความเข้าใจสถานการณ์ ก่อนอื่นเลย ตรวจสอบว่ามีเอกสารแจ้งการอายัดจากธนาคารหรือตำรวจหรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วจะมีเอกสารเหล่านี้ส่งมาถึงคุณ พร้อมระบุเหตุผลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอายัด การอายัดบัญชีมักเกิดจากมีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เช่น หลอกลวงทางออนไลน์ หรือการฟอกเงิน
ขั้นตอนเบื้องต้นที่คุณควรดำเนินการ:
- ตรวจสอบข้อมูล: ทราบให้แน่ชัดว่าหน่วยงานใดเป็นผู้อายัดบัญชีของคุณ และสาเหตุของการอายัดคืออะไร หากไม่มีเอกสารแจ้ง ควรติดต่อธนาคารที่คุณมีบัญชีเพื่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้น
- ติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง: เมื่อทราบว่าสถานีตำรวจใดเป็นผู้รับเรื่อง คุณต้อง รีบติดต่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทันที เพื่อสอบถามรายละเอียดและชี้แจงข้อเท็จจริง สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามข้อมูลที่ได้รับ หากคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องรีบพิสูจน์
- เตรียมหลักฐาน: รวบรวมเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมนั้นๆ เช่น สลิปโอนเงิน ประวัติการแชท หรือข้อมูลอื่นๆ ที่สามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของคุณได้ ทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อาจมีค่ามากในการชี้แจงคดี
จริงๆ แล้วเรื่องการอายัดบัญชีมันซับซ้อนกว่าที่คิด บางครั้งมันก็สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบการเงินในยุคดิจิทัล ที่แค่การโอนเงินผิดหรือรับเงินจากแหล่งที่ไม่รู้ที่มา ก็อาจทำให้เราตกเป็นเหยื่อหรือผู้ต้องสงสัยได้ง่ายๆ นะ อันนี้คือข้อสังเกตส่วนตัวที่เห็นบ่อยๆ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเมื่อบัญชีถูกอายัด:
- กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: การอายัดบัญชีปัจจุบันดำเนินการภายใต้ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ซึ่งให้อำนาจธนาคารและพนักงานสอบสวนในการระงับบัญชีที่ต้องสงสัยเพื่อยับยั้งความเสียหายได้
- ระยะเวลาการอายัด: ตามกฎหมายใหม่ ธนาคารสามารถระงับบัญชีได้ทันที หากพบความผิดปกติและสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ หลังจากนั้นจะประสานงานกับตำรวจ ซึ่งหากมีการแจ้งความ พนักงานสอบสวนจะพิจารณาออกคำสั่งอายัดบัญชีต่อไป
- สิทธิของคุณ: คุณมีสิทธิที่จะชี้แจงและนำเสนอหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน หากคุณบริสุทธิ์และสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด บัญชีจะถูกปลดอายัดภายในระยะเวลาที่กำหนด (ตาม พ.ร.ก. 2566 กำหนดให้การตรวจสอบและดำเนินการควรเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับจากวันที่พนักงานสอบสวนได้รับแจ้ง)
- ปรึกษาทนายความ: หากคุณรู้สึกว่ากระบวนการยุ่งยากซับซ้อน หรือต้องการความมั่นใจในการต่อสู้คดี การปรึกษาทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านคดีอาชญากรรมไซเบอร์เป็นทางเลือกที่ดี เขาจะช่วยแนะนำแนวทางและปกป้องสิทธิ์ของคุณได้เต็มที่
- การป้องกัน: การป้องกันย่อมดีกว่าแก้ไขเสมอ ควรระมัดระวังในการทำธุรกรรมออนไลน์ ไม่รับโอนเงินจากบุคคลที่ไม่รู้จัก หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่อาจเข้าข่ายการฟอกเงินหรือเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพใช้บัญชีของเรา
- บันทึกข้อมูล: ควรมีนิสัยบันทึกรายละเอียดการทำธุรกรรมสำคัญๆ ไว้เสมอ เผื่อกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการชี้แจงกับเจ้าหน้าที่
ทำอย่างไร เมื่อเราหลงกลให้ข้อมูลส่วนตัวกับมิจฉาชีพไป
โอ๊ยยย เผลอให้ข้อมูลส่วนตัวไปแล้วเหมือนยกวิญญาณให้มันไปเลย! เงินในบัญชีมันสั่นไปหมดแล้ว ใจเย็นๆนะพี่น้อง ตั้งสติก่อน! วิ่งไปแจ้งความให้ได้ หมายเรียกพยานเอกสาร มาไว้ในมือก่อนเลย อันนี้แหละตั๋วเบิกทางสู่นรก เอ้ย สู่การตามเงินคืน!
ถ้าบัญชีเจ้ากรรมนายเวรเป็นของ SCB นะ ยิงอีเมลสำเนาหมายนั่นไปที่ [email protected] เลยพี่น้อง ส่งไปก่อนเลยให้เขารู้ว่าเราเอาจริงเว้ย ไม่ได้มาเล่นๆ! เหมือนส่งสารท้ารบไปให้มันรู้ตัวก่อน
จากนั้น กำไอ้หมายฉบับจริงนั่นไว้ให้แน่นๆ แล้วพุ่งไปที่สาขาธนาคารไทยพาณิชย์ที่เคยโทรคุยกับเจ้าหน้าที่ไว้ เอาตัวจริงไปยื่นให้เขาเลย บอกเขาว่า "นี่ค่ะ! ของจริงอยู่นี่แล้ว จัดการมันเลยค่ะ!" ทำเหมือนเราเป็นนางเอกในหนังที่เอาหลักฐานชิ้นสุดท้ายมามัดตัวผู้ร้าย
จำไว้นะพ่อแม่พี่น้อง เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในตำบล
- ตั้งสติ! อย่าเพิ่งโอนเพิ่ม อย่าเพิ่งเชื่ออะไรอีกแล้ว มันหลอกทั้งเพ อย่าไปฟังมันร้องเพลงอ้อนวอนขอเงินเพิ่มเด็ดขาด
- อายัดบัญชีตัวเองก่อนเลย! โทรไปที่ธนาคารทุกธนาคารที่เรามีบัญชี บอกเขาอายัดให้หมด ทำเหมือนบัตรเครดิตหายอะ วิ่ง! โทร!
- แจ้งความออนไลน์ เดี๋ยวนี้เขามีให้แจ้งออนไลน์แล้ว ไม่ต้องถ่อไปโรงพักก็ได้ บอกเขาไปเลยว่าโดนแกงหม้อใหญ่มา เอาให้ละเอียดที่สุด
- รวบรวมหลักฐาน แชตที่คุยกัน สลิปที่โอนไป เบอร์โทรศัพท์ที่มันใช้ ทุกอย่างที่ขุดได้ ขุดมาให้หมด แล้วเอาหมายเรียกไปยื่นให้ธนาคารตามที่บอกข้างบนนั่นแหละ อย่าช้า! เดี๋ยวโจรมันเอาเงินไปซื้อล็อตเตอรี่หมด
ฝากเงินยังไงไม่ให้โดนดูดเงิน
ฝากเงินยังไงไม่ให้โดนดูดเงินน่ะเหรอ? โธ่เอ๊ย! ถามเหมือนกลัวผีเลยพ่อคุณ ยุคนี้อะไรๆ ก็ดูดได้ แม้แต่เงินในบัญชี ถ้าไม่ระวังก็วับหายไปในพริบตา นี่แหละ บทเรียนราคาแพงที่มิจฉาชีพชอบสอนฟรี ให้เราไงล่ะ ลองมาดูกันว่าต้องทำยังไงบ้าง ถึงจะไม่ตกเป็นเหยื่อ
เลือกแอปฯ เว็บฯ ที่ปลอดภัยสิ มันก็เหมือนเลือกคู่ครองน่ะแหละ อย่าเห็นแก่ของฟรีหรือแค่หน้าตาดี แต่เนื้อแท้เน่าเฟะ ตรวจสอบให้ชัวร์ก่อนใช้ เว็บไซต์ธนาคารต้องมี "https" ข้างหน้า พร้อมรูปแม่กุญแจล็อค ไม่ใช่ https:// แบบไม่มีกุญแจนะพ่อคุณ
อัปเดต OS โทรศัพท์ ให้มันใหม่สดเสมอ เหมือนเสื้อผ้าที่ใส่ไง อย่าใส่ชุดเก่าซ้ำๆ จนขาดวิ่น เพราะนั่นคือรูโหว่ ให้มิจฉาชีพมันสอดมือเข้ามาล้วงความลับง่ายๆ ระบบปฏิบัติการที่ตกรุ่น ก็เหมือนซากปรักหักพัง ที่รอวันพังลงมานั่นแหละ
เปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ ทุก 3-6 เดือนก็ยังดี ตั้งให้มันซับซ้อนหน่อยเถอะ ไม่ใช่ชื่อหมาแมว หรือวันเกิดแฟนเก่าแบบนั้นมันอ่อนแอไป ลองใช้ตัวอักษรใหญ่เล็ก ตัวเลข สัญลักษณ์ ผสมๆ กัน จำยากหน่อยแต่ปลอดภัยกว่าเยอะ เหมือนมีกุญแจหลายดอกนั่นแหละ
OTP นี่แหละพระเอก หรือนางเอก? คือรหัสผ่านครั้งเดียวที่ส่งมาให้คุณเท่านั้น เหมือนรหัสปลดล็อกระเบิดเวลา ถ้าไม่มี OTP ก็จบข่าว ไม่มีใครเอาเงินคุณไปได้ง่ายๆ บัญชีที่มี OTP คือบัญชีเกราะเหล็ก ที่มิจฉาชีพเจาะยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีกนะ
แล้วถ้าเงินหายไปแล้วทำไง? ตั้งสติ!! อย่าเพิ่งร้องห่มร้องไห้เหมือนโดนแฟนทิ้ง รีบโทรหาธนาคารทันที เบอร์โทรน่ะอยู่หลังบัตรเครดิต หรือหาในเว็บธนาคารโดยตรง อย่าโทรเบอร์ที่เด้งมาในไลน์หรือ SMS เด็ดขาด นะพ่อคุณ สติมา ปัญญาเกิด เงินอาจจะคืน แต่ถ้าสติแตก ก็ตัวใครตัวมัน
เรื่องควรจำเพิ่มเติมนะพ่อคุณ:
- อย่าคลิกลิงก์แปลกๆ: พวก SMS, Line, อีเมล ที่ส่งมาหลอกให้กด สแกน QR Code ก่อนค่อยกด ไม่ต้องรีบร้อน เหมือนคนจะกระโดดเหว ต้องคิดดีๆ ก่อนกระโดดลงไป
- ใช้แอนติไวรัสของแท้: ลงทุนหน่อย มันคุ้มกว่าเงินที่หายไปเป็นแสนเป็นล้านเยอะนะ ไม่จ่ายตอนนี้ อาจจ่ายแพงกว่าในอนาคต
- ตรวจสอบบัญชีบ่อยๆ: เช็กยอด เช็กรายการเดินบัญชีเหมือนเช็กบิลค่าอาหาร มีอะไรผิดปกติจะได้โวยวายทัน อย่ารอให้มันสายเกินไป
- เลี่ยง Wi-Fi สาธารณะ: พวกฟรี Wi-Fi น่ะตัวดีเลย อย่าทำธุรกรรมสำคัญ เด็ดขาดนะ เหมือนป่าวประกาศข้อมูลลับในที่สาธารณะ ใครๆ ก็ดักฟังได้
- อย่าบอกข้อมูลส่วนตัว: ใครโทรมาถามอะไรแปลกๆ อ้างเป็นธนาคาร หรือหน่วยงานรัฐบาล วางสายไปเลย ไม่ต้องคุยต่อ พวกนี้มันมิจฉาชีพชัดๆ
- โทรหาธนาคารเบอร์ตรง: เบอร์จากเว็บธนาคารเท่านั้นนะ ไม่ใช่เบอร์ที่คนแปลกหน้าให้มา เบอร์ปลอมเดี๋ยวนี้เยอะมาก ต้องระวังตัวดีๆ
ทำยังไงให้บัญชีธนาคารปลอดภัย
เฮ้อ เรื่องบัญชีธนาคารนี่น่าปวดหัวจริง วันก่อนแม่เพิ่งโดนหลอกเกือบไปแล้ว ดีนะที่ฉันโทรบอกทันทีนะ กลัวมากเลย บัญชีเราจะปลอดภัยได้ไงบ้างนะ? คิดไปคิดมามันก็มีไม่กี่อย่างปะ? รหัสผ่านสำคัญสุด ห้ามใช้ซ้ำเด็ดขาดเลยนะ กับแอปธนาคารนี่คือแยกไปเลย ต้องแยกไปเลยนะ ทำไมบางคนยังใช้รหัสเดียวกันนะ ไม่เข้าใจเลย ตัวเองก็เกือบทำนะ ดีนะที่ตั้งสติทัน จำได้ว่าเคยเปลี่ยนรหัสธนาคารทุก 3 เดือน แต่นี่เริ่มขี้เกียจละ แต่ก็ต้องทำแหละ
แล้วไอ้พวกสแกนหน้า ยืนยันตัวตนอะไรแบบนี้ ถ้าไม่ใช่แอปธนาคารที่เราโหลดจาก App Store ตรงๆ อย่าไปแตะเลยนะ อันตรายมาก ไม่รู้มันเอาข้อมูลไปทำอะไรบ้าง ใครจะไปรู้ ฉันนี่โหลดแอปอะไรที่ไม่ชัวร์ไม่เคยเลย โทรศัพท์มีแต่แอปที่จำเป็นจริงๆ กลัวมาก กลัวโดนแฮก นี่เพิ่งโหลดแอปใหม่มาตัวนึงก็ดูแล้วดูอีกนะ
SMS แปลกๆ เนี่ยน่ารำคาญโคตร เมื่อเช้าเพิ่งได้มาอันนึง แบงก์ A ส่งมาบอกว่าบัญชีมีปัญหาให้กดลิงก์ เหอะๆ แบงก์ไหนจะส่งลิงก์มาให้กดวะ ไม่มีหรอก รู้เลยว่าหลอกแน่ๆ พ่อฉันก็เกือบกดนะ ดีนะที่ฉันเห็นก่อน ไลน์ไอดีอะไรนั่นอีก ไม่มีทาง!
- รหัสผ่านบัญชีธนาคารต้องไม่ซ้ำ ห้ามใช้ร่วมกับ Mobile Banking.
- ห้ามสแกนใบหน้าหรือยืนยันตัวตน ผ่านแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก.
- ไม่กดลิงก์จาก SMS แปลกปลอม ทุกกรณี.
- ธนาคารไม่มีนโยบายส่ง SMS พร้อมลิงก์ หรือให้แอด Line ID ใดๆ ในปีนี้.
- หากได้รับ SMS ลักษณะนี้ ถือเป็น การหลอกลวงแน่นอน อย่าหลงเชื่อ.
การเปิดบัญชีแบบไหนปลอดภัย
กลางดึกแบบนี้... นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
การจะเปิดบัญชีน่ะ มันก็ต้องดูดีๆ หน่อยนะ
ข้อแรกเลยนะ คือเรื่องธนาคาร เลือกธนาคารที่ไว้ใจได้ สำคัญมากเลยนะ
- มีระบบรักษาความปลอดภัยดีๆ แบบแน่นหนาเลย
- แล้วก็ต้องมีนโยบายที่บอกว่า ถ้าเราเสียหายจากการถูกแฮกนะ เขามีวิธีช่วยเรายังไงบ้าง ตรงนี้ต้องดูให้ชัด
อีกอย่างนะ คือเรื่องตัวเราเอง
- เราต้องใช้ระบบยืนยันตัวตนที่มันปลอดภัยมากๆ
- อย่างพวก สแกนหน้า สแกนม่านตา อะไรพวกนี้ ดีเลย
- แล้วก็ตั้งรหัสผ่านที่มันเดาไม่ได้เลยนะ ยากๆ เข้าไว้
เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมนะ
- การมีแอปพลิเคชันของธนาคารเองนะ มันก็ช่วยให้เราจัดการบัญชีได้สะดวกขึ้น
- แต่ก็ต้องระวังเรื่องการกดลิงก์แปลกๆ หรือการดาวน์โหลดแอปที่ไม่รู้จักนะ อันนี้อันตรายมาก
- ถ้าธนาคารมีการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวผิดปกติทาง SMS หรือแอปนะ รีบเช็คเลย
- การตั้งรหัส PIN หรือรหัสผ่านหลายๆ ชั้นนะ ก็ยิ่งทำให้ปลอดภัยขึ้นไปอีก
- ถ้ามีตัวเลือกการยืนยันตัวตนแบบ 2 ขั้นตอน (Two-Factor Authentication) ก็เปิดไว้เลยนะ มันดีมากจริงๆ
บัญชีแบบไหนเข้าข่ายบัญชีม้า
บัญชีม้าเนี่ยนะ! ก็เหมือนเรามีบัญชีแบงก์ไว้ใช้จ่ายปกติ แต่ดันไปเป็น "กระเป๋าตังค์" ให้พวกมิจฉาชีพเอาไปทำเรื่องผิดกฎหมาย แล้วเราก็ไปเป็น "สะพาน" ให้เขาซะงั้น! เขาจะมาหวานล้อม ชวนเปิดบัญชี บอกว่ามีรางวัลให้บ้าง ค่าจ้างบ้าง เหมือนจะดี แต่จริงๆ คือเรากำลังจะกลายเป็น "หนูทดลอง" ให้เขาใช้บัญชีเราหากินนะจ๊ะ
บัญชีม้าก็คือ:
- บัญชีแบงก์ที่เราเปิดจริง: ชื่อเราเป๊ะๆ เป็นชื่อเราจริงๆ
- แต่คนใช้ไม่ใช่เรา: กลับเป็นพวกหัวใส (หัวดำก็ว่าได้) ที่เอาไปทำธุระ "ไม่ใส"
- เจตนาคือ "ตัวดี" เลย: ส่วนใหญ่จะเอาไปทำอะไรที่มันผิดกฎหมายไง เช่น ฟอกเงิน (เอาเงินสกปรกมาทำให้ดูสะอาด) ฉ้อโกง (หลอกเอาเงินคนอื่น) หรือพวกต้มตุ๋นออนไลน์
- หลอกล่อด้วย "ของหวาน": พวกนี้มันจะมาแบบ "พระเอกขี่ม้าขาว" เสนอเงินให้บ้าง รางวัลบ้าง หรือบอกว่าได้ส่วนแบ่งกำไร (ที่ไหนได้! เป็นเงินที่เขาหลอกมาอีกที)
- เราโดนหลอกให้เป็น "คนเปิด": สุดท้ายคือเรานี่แหละที่ต้องไปเปิดบัญชีให้เขา แล้วก็ส่งมอบ "เครื่องมือ" ให้เขาไปทำชั่ว
อันตรายกว่าที่คิดนะ!
- ชื่อเราติดร่างแห: ถ้าบัญชีเราไปยุ่งเกี่ยวกับคดี พวกเรานี่แหละที่จะโดนสอบสวน ยุ่งยากเสียเวลาเป็นชาติ
- เงินเราอาจจะหาย: บางทีพวกนี้มันก็ดูดเงินในบัญชีเราไปใช้เฉยๆ โดยไม่บอกไม่กล่าว
- เสียประวัติ: ต่อไปจะไปทำธุรกรรมอะไรกับธนาคาร ก็อาจจะมีปัญหาตามมาอีกยาว
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- การเปิดบัญชีให้ผู้อื่น: ถือเป็นความผิดตามกฎหมายนะจ๊ะ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
- ระวัง "ข้อเสนอ" ที่ดูดีเกินจริง: ถ้าอะไรที่มันง่าย ได้เงินง่ายๆ เร็วๆ เกินไป มักจะมี "กับดัก" ซ่อนอยู่เสมอ
- ปรึกษาธนาคาร: ถ้าไม่แน่ใจเรื่องอะไร ถามเจ้าหน้าที่ธนาคารเลย อย่าไปเชื่อคนแปลกหน้าเด็ดขาด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต