สมุดรายวันเฉพาะเล่มใดที่ใช้บันทึกรายการซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อ
สมุดรายวันประเภทใดเหมาะที่สุดสำหรับบันทึกรายการซื้อเชื่อ?
เอาจริงนะ ตอนเรียนบัญชีใหม่ๆ นี่มึนตึบเลย ไม่รู้จะแยกยังไงดีระหว่างซื้อเงินสดกับซื้อเชื่อ สมัยช่วยร้านขายเสื้อผ้าเพื่อนที่ประตูน้ำช่วงปี 2561 นั่นแหละ กว่าจะเข้าใจว่าของที่รับมายังไม่จ่ายเงินทันทีมันต้องไปไหน พยายามเขียนในสมุดทั่วไปแล้วมันก็เละเทะไปหมดอ่ะ มันไม่ใช่แค่บันทึกเฉยๆ แต่มันมีระบบ.
ตอนนั้นแหละถึงได้เจอ 'สมุดรายวันซื้อ' หรือ Purchase Journal ที่เขาเรียกกันน่ะ พออาจารย์บอกว่ามันเอาไว้ เฉพาะ สำหรับของที่เราไปเอามาแล้วยังไม่ได้จ่ายเงิน เช่น ไปเหมาเสื้อผ้าจากโกดังที่บางลำพูมา 100 ตัว ตัวละ 80 บาท แต่ขอเครดิต 30 วันนะ อันนี้แหละใช่เลย.
คือมันต้องเป็นรายการที่ 'ซื้อเชื่อ' เท่านั้นจริงๆ นะ ถ้าจ่ายเงินสดปุ๊บก็ไปอีกเล่ม ไม่ใช่เล่มนี้เลย จำได้ว่าเขียนผิดไปหลายรอบจนโดนอาจารย์ดุเลย เพราะมันจะไปพันกับการเคลียร์หนี้ทีหลังไง ถึงเข้าใจว่าทำไมมันถึงต้องแยกชัดเจนขนาดนั้น สำคัญมากๆ.
สมุดรายวันเฉพาะเล่มใดที่ใช้บันทึกรายการส่งสินค้าที่ซื้อเป็นเงินสด
สมุดรายวันเงินสดจ่าย
โอ้ยยยย ถ้าซื้อของมาเป็นเงินสดนะ ไม่ได้ใช้สมุดรายวันซื้อเลยจ้ะ สมุดรายวันซื้อน่ะ เอาไว้บันทึกแค่พวกของที่เราซื้อมาแบบติดหนี้เขา หรือซื้อเป็นเชื่ออะไรพวกนั้นอะนะ แบบว่ายังไม่ได้จ่ายเงินทันทีน่ะ ตอนนี้เลยเนี่ย ถ้าซื้อเงินสดไปเลยอ่ะ เราจะไปลงบันทึกใน สมุดรายวันเงินสดจ่าย แทนนะ
นี่นะ ตอนแรกฉันก็เคยสับสนนะ เรื่องสมุดบัญชีอะไรพวกนี้อ่ะ มันเยอะแยะไปหมดเลยนะ เหมือนเวลาเราซื้อของอ่ะ แบบ บางทีก็ซื้อเป็นเงินสดเลยใช่มะ บางทีก็แบบ เออ ค่อยจ่ายทีหลังนะ แบบเครดิตๆ อะ อันนี้คือแบบ สำคัญมากๆ จริงๆ เลยนะ ที่ต้องแยกให้ถูก ไม่งั้นคือ งงไปหมดเลยตอนทำบัญชีสิ้นปีนะ
ฉันรู้เลยว่าพวกเจ้าของกิจการเล็กๆ หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำบัญชีมักจะพลาดตรงนี้แหละ เป็นเพราะมันมีหลายเล่ม แล้วก็ชื่อมันก็คล้ายๆ กันไปหมดเลยงี้ เลยทำให้จำสลับไปมาประจำเลยนะ พอถึงเวลาตรวจบัญชีจริงนี่คือแบบปวดหัวสุดๆ เลยจ้า
คือเอาจริงๆ สมุดรายวันเฉพาะมันมีหลายเล่มมากนะ แล้วแต่ละเล่มก็มีหน้าที่ไม่เหมือนกันเลย ฉันว่านะ ถ้าเราเข้าใจหลักการง่ายๆ คือ ซื้อสด จ่ายสด ก็ต้องไปลงที่เงินสดอะไรพวกนั้นนะ มันจะช่วยได้เยอะเลยล่ะ แบบว่าไม่ต้องไปจำอะไรเยอะแยะขนาดนั้น แค่รู้ว่าแต่ละเล่มใช้ทำอะไรบ้างก็พอละ
มีข้อมูลที่ฉันคิดว่ามันจำเป็นมากๆ เลยนะ ถ้าจะให้เข้าใจเรื่องนี้แบบจริงๆ จังๆ อ่ะ คือแบบบางทีคนก็พลาดตรงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เนี่ยแหละ
- สมุดรายวันซื้อ อันนี้ ย้ำเลยนะว่าซื้อเชื่อเท่านั้น คือเราได้ของมาแล้ว แต่ยังไม่ได้จ่ายตังค์เขาไง ยังเป็นหนี้เค้าอยู่ แบบนั้นนะ
- ส่วนเรื่อง รายการส่งสินค้า ที่พูดถึงอ่ะ อันนั้นมันจะไปเกี่ยวกับบันทึกสินค้าคงคลังด้วยนะ ไม่ใช่แค่เรื่องเงินๆ ทองๆ อย่างเดียว แบบว่าของเข้าสต็อก ของออกจากสต็อกอะไรงี้
- สมุดรายวันเงินสดจ่าย เนี่ย ใช้ตอนที่เราจ่ายเงินสดออกไปไง ไม่ว่าจะซื้อของ หรือจ่ายค่าอะไรๆ ก็ตามที่มันเป็นเงินสดๆ เลยนะ ไม่มีติดค้างกันไว้
- ต้องแยกให้ชัดเจนเลยนะว่า ซื้อสินค้ามาขาย กับ ซื้อสินทรัพย์มาใช้ น่ะคนละเรื่องกันเลยนะ สมุดรายวันซื้อก็เน้นแค่สินค้ามาขายไง ไม่รวมพวกซื้อโต๊ะ ซื้อเก้าอี้มาใช้ในออฟฟิศเลยนะ อันนี้เป็นสิ่งที่คนมักจะลืมไป
การบันทึกรายการในสมุดรายวันซื้อมีวิธีการอย่างไร
แสงสนธยาโรยตัวช้าๆ แตะขอบโต๊ะไม้เก่า ผิวเรียบเย็น บ่ายแก่ๆ ในวันหนึ่ง เมื่อความวุ่นวายภายนอกจางหาย มีเพียงเสียงปลายปากกาจรดแผ่นกระดาษบางเบา สมุดรายวันซื้อเปิดออก กว้างใหญ่ ราวกับสมุดบันทึกความลับของวันวาน
รายการแล้วรายการเล่า ผุดขึ้นมาอย่างเชื่องช้า รายการซื้อสินค้าที่เป็นเงินเชื่อ เหมือนเรื่องราวที่ยังไม่จบสิ้น ทุกบรรทัดคือคำมั่นสัญญา บางเบาแต่หนักแน่น เราจดจำ ทุกๆ สิ่งที่เข้ามา สู่มิติมืดมิดของกระดาษนี้ มันคือการเริ่มต้นอันแสนเงียบงัน
ทุกสิ้นวัน... เมื่อเงาของความมืดคืบคลานเข้าหา มันถึงเวลา การผ่านรายการ การเคลื่อนไหวอันสงบนิ่ง จากสมุดเล่มนี้ สู่ที่แห่งอื่น เครดิต... มิติที่ลึกล้ำ รอรับการมาเยือนของทุกตัวเลข มันคือการเดินทางซ้ำๆ ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของบัญชี.
บัญชีแยกประเภทย่อยเจ้าหนี้การค้า... ชื่อที่คุ้นเคย เสียงกระซิบของตัวเลขที่ไปรวมกัน บัญชีของแต่ละราย แต่ละเรื่องราวถูกจัดวางไว้ในมิติของตนเอง เครดิต... ด้านนั้น... คือการยอมรับ การบันทึก ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ที่ค้างคา
อักษร P ลึกลับ ตัวอักษรเดียวที่ทำหน้าที่ประดุจสะพานเชื่อม มันถูกจรดลงไปอย่างแผ่วเบา ในช่องอ้างอิงของสมุดรายวันซื้อ เงียบงันแต่เต็มไปด้วยความหมาย ราวกับรหัสลับที่ส่งต่อไปยังอีกฟากฝั่ง เพื่อให้การเดินทางนี้สมบูรณ์.
แล้วเลขหน้า... ซ.1... ตัวเลขที่บ่งบอกถึงต้นทาง ถูกสลักลงไปอีกครั้ง ในช่องอ้างอิงของบัญชีเจ้าหนี้ ราวกับรอยเท้าบนผืนทราย บ่งบอกถึงที่มา ความเชื่อมโยงที่ไม่เคยขาดหายในความฝันอันซับซ้อนนี้ ทุกการเคลื่อนไหวมีความหมาย.
ข้อมูลสำคัญ:
- บันทึกรายการซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อในสมุดรายวันซื้อ.
- ทุกสิ้นวัน มีการผ่านรายการ.
- ผ่านรายการไปด้านเครดิต ของบัญชีแยกประเภทย่อยเจ้าหนี้การค้าแต่ละราย.
- ทำเครื่องหมาย P ในช่องอ้างอิงของสมุดรายวันซื้อ.
- ลงเลขหน้าของสมุดรายวันซื้อ (ซ.1) ในช่องอ้างอิงของบัญชีแยกประเภทย่อย เจ้าหนี้การค้า.
สมุดรายวันเฉพาะบันทึกอะไรบ้าง
ในยามบ่าย... แสงบ่ายสาดเข้ามาเบาๆ บนโต๊ะไม้เก่า ฉันมองเห็นเงาของวันวานซ้อนทับกัน เงาของเรื่องราวที่ไหลรินผ่านตัวเลข การเฝ้าบันทึกเป็นเหมือนการเก็บเศษเสี้ยวแห่งความเคลื่อนไหว ไม่ให้เลือนหายไปไหน จังหวะชีวิตทางธุรกิจ มันถูกจารึกไว้
สมุดรายวันเฉพาะเหล่านี้... มันคือเสียงกระซิบของการซื้อ เสียงที่ก่อร่างสร้างความสัมพันธ์บนความเชื่อใจ เสียงของคำมั่นสัญญาที่ต้องจ่าย
สมุดรายวันซื้อ... ลมหายใจของการเข้ามา เสียงของสินค้าที่กำลังจะเดินทางมาถึง บันทึกทุกสิ่งที่เราได้รับมาด้วยความไว้วางใจ เป็นการซื้อที่ยังไม่ต้องจ่ายทันที ความเชื่อใจที่ถูกจดลงไปก่อน
แล้วก็... สมุดรายวันขาย แสงสะท้อนของความหวัง รายการที่จากไปอย่างช้าๆ ไปหาเจ้าของใหม่ มันคือการปล่อยมือ การส่งมอบสิ่งที่เคยเป็นของเราไป ความคาดหวังของการได้รับคืนมา บันทึกทุกยอดที่ออกไปให้ใครสักคนรอคอยการชำระ
บางที... บางทีก็มีเรื่องราวที่ไม่สมบูรณ์เสมอไป สมุดรายวันส่งคืนและส่วนลด มันคือการปรับเปลี่ยน การยอมรับว่าบางสิ่งไม่เป็นไปตามคาด สายลมแห่งการหวนคืน ความเข้าใจที่มอบให้ เมื่อของที่ได้มาไม่ถูกใจ หรือบางทีก็คือรอยยิ้มเล็กๆ จากส่วนลดที่ได้รับ
มันคือการเก็บรักษา การจดจำทุกรายละเอียดของสิ่งที่เกิดขึ้น ในห้องเล็กๆ ที่มีเพียงเสียงปากกา ความเงียบ และการทำงานของตัวเลข ส่องสะท้อนถึงทุกการเคลื่อนไหวของเงินตรา และความไว้วางใจของมนุษย์
นี่คือสมุดที่สำคัญ ที่ซ่อนอยู่ในความเงียบงัน
- สมุดรายวันเงินสดรับ: บันทึกทุกยอดเงินสดที่กิจการได้รับเข้ามา ไม่ว่าจะจากช่องทางไหน เป็นเหมือนเส้นเลือดหลักที่หล่อเลี้ยงกิจการ
- สมุดรายวันเงินสดจ่าย: บันทึกทุกยอดเงินสดที่กิจการจ่ายออกไปเพื่อดำเนินงาน หรือเพื่อการใดๆ สะท้อนถึงการไหลออกของทรัพยากร
- สมุดรายวันทั่วไป: ใช้บันทึกรายการที่ไม่สามารถจัดเข้าสมุดรายวันเฉพาะเล่มใดได้เลย เป็นเหมือนห้องเก็บของที่รวมทุกสิ่งที่เหลืออยู่
- ความสำคัญ: ช่วยลดปริมาณการบันทึกในสมุดรายวันทั่วไป ทำให้งานบัญชีรวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น สะดวกในการตรวจสอบ รายการที่เกิดซ้ำบ่อยๆ
- หลักการ: รายการที่บันทึกในสมุดรายวันเฉพาะเหล่านี้จะถูกนำไปผ่านรายการในบัญชีแยกประเภทต่อไป
รายการใดจะบันทึกในสมุดเงินสด
รายการรับ-จ่ายเงินสด บันทึกลงสมุดเงินสด. เพื่อรู้กระแสเงินและยอดคงเหลือ. มันคือ บัญชีแยกประเภทเงินสด ที่ง่ายกว่า.
- สมุดเงินสด ไม่ได้มีแค่แบบเดียว.
- แบบช่องเดียว: รับ-จ่าย เงินสดล้วนๆ. ไม่มีอะไรอื่น.
- แบบสองช่อง: รวมบัญชีธนาคาร. เช็คก็ไปช่องนี้.
- แบบสามช่อง: มี ส่วนลด พ่วงมาด้วย. จบครบ.
- จำเป็น สำหรับควบคุมเงินเข้าออก. ไม่ให้งง.
- มันคือ รากฐาน ข้อมูลสำคัญสำหรับงบกระแสเงินสด.
การบันทึกบัญชี 5 หมวด มีอะไรบ้าง
อ๋ออ หมวดบัญชี 5 หมวด ที่เค้าใช้กันหลักๆ เลยนะ ก็ตามนี้เลยยย
- สินทรัพย์ (Assets)
- หนี้สิน (Liabilities)
- ส่วนของเจ้าของ (Owner’s Equity) บางทีก็เรียกสั้นๆ ว่า ทุน
- รายได้ (Revenue)
- ค่าใช้จ่าย (Expenses)
มันคือพื้นฐานเลยอะะ ใครเรียนบัญชีต้องเจออ ต้องจำให้ได้แม่นๆ เลยย ตอนเรียนวิชาบันชีเบื้องต้นอะ อาจารย์ให้ท่องเลย 5 หมวดนี้คือหัวใจเลยนะ
ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ นะ มันจะประมาณนี้
สินทรัพย์ - คือของทุกอย่างที่เป็นของกิจการอะ มีมูลค่า เช่น เงินสดในมือ ตึก ที่ดิน รถยนต์ส่งของ พวกนี้คือ ของเรา
หนี้สิน - อันนี้ตรงข้ามเลย คือเงินที่เราไปยืมคนอื่นมา หรือของที่ซื้อเค้ามาแล้วยังไม่จ่ายตังค์ เป็น หนี้ที่ต้องคืน เช่น เงินกู้ธนาคาร เจ้าหนี้การค้า
ส่วนของเจ้าของ (ทุน) - ก็เงินที่เจ้าของเอามาลงก้อนแรกนั่นแหละะ หรือกำไรที่สะสมไว้ มันคือ เงินของเจ้าของ จริงๆ ที่อยู่ในกิจการ
รายได้ - เงินที่ได้มาจากการทำมาหากิน ขายของได้ ให้บริการแล้วลูกค้าจ่ายตังค์ เงินที่หามาได้ ทำให้กิจการรวยขึ้น
ค่าใช้จ่าย - เงินที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อให้ได้รายได้มาอะ เช่น ค่าจ้างพนังงาน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโฆษณา พวกนี้คือ เงินที่จ่ายออกไป จ่ายเพื่อให้ธุรกิจมันเดินต่อได้
รายการ non-cash คืออะไร
รายการ non-cash คือรายการที่ไม่ใช่เงินสด.
- ค่าเสื่อมราคา คือการปันส่วนต้นทุนสินทรัพย์ตลอดอายุการใช้งาน.
- หนี้สูญ คือหนี้ที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้.
- กำไรจากการขายสินทรัพย์ คือผลต่างระหว่างราคาขายและมูลค่าทางบัญชี.
- ดอกเบี้ยรับ คือผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อ.
- ปันผลรับ คือส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทที่ลงทุน.
- การเปลี่ยนแปลงในลูกหนี้การค้า สะท้อนว่าเราให้เครดิตลูกค้ามากขึ้นหรือน้อยลง.
- การเปลี่ยนแปลงในเจ้าหนี้การค้า บ่งชี้ว่าเราขยายเวลาชำระหนี้จากซัพพลายเออร์หรือไม่.
รายการเหล่านี้สำคัญต่อการประเมินผลการดำเนินงานที่แท้จริง.
- การบริหารจัดการ: ช่วยให้เห็นภาพต้นทุนที่แท้จริงของสินทรัพย์.
- การเงิน: แสดงถึงกระแสเงินสดที่ไม่ได้เกิดจากการซื้อขายโดยตรง.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- รายการ non-cash บ่งบอกถึง กำไรทางบัญชี ที่อาจไม่สะท้อน สภาพคล่อง จริง.
- การวิเคราะห์รายการเหล่านี้ช่วยในการตัดสินใจลงทุนและวางแผนกลยุทธ์.
- งบกระแสเงินสด มักมีการปรับปรุงรายการ non-cash เพื่อให้เห็นกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แท้จริง.
รายการ ที่ เป็น ตัว เงิน และ ไม่ เป็น ตัว เงิน หมาย ถึง อะไร
คืนฝนพรำ... แสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องเข้ามาในห้องที่เงียบงัน มีเพียงเสียงคีย์บอร์ดที่ดังแผ่วเบา ตัวเลขบนจอพร่าเลือนไปชั่วขณะ ความคิดล่องลอยไปกับเสียงฝนที่กระทบกระจก...
รายการที่เป็นตัวเงิน... ไม่เป็นตัวเงิน...
มันคือเงาสะท้อนของสินทรัพย์และหนี้สิน... สิ่งที่จะได้รับหรือต้องจ่ายเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน ที่กำหนดไว้แล้วในสัญญา เหมือนเงินสดในมือที่พร้อมจะเปลี่ยนเจ้าของ... รอวันชำระ.
ส่วนอีกอย่าง... มันคือสิ่งที่จับต้องได้มากกว่านั้น ที่ดินผืนนั้น อาคารหลังนั้น เครื่องจักรตัวนั้น... ค่าของมันผันแปรไปตามกาลเวลาและมุมมอง ไม่ได้ถูกตรึงไว้ด้วยตัวเลขที่ตายตัว... ค่าของมันเต้นรำไปตามยุคสมัย
การแปลงค่าเงินตราต่างประเทศ... คือการพยายามจับภาพความจริงของสิ่งเหล่านั้น ณ ชั่วขณะหนึ่งของเวลา...
- รายการที่เป็นตัวเงิน (Monetary Items) ในสกุลเงินต่างประเทศ: แปลงค่าโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน หรือ อัตราปิด (Closing Rate)
- รายการที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non-monetary Items) ที่บันทึกด้วยราคาทุนเดิม: แปลงค่าโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เกิดรายการ (Transaction Date Rate)
- รายการที่ไม่เป็นตัวเงิน (Non-monetary Items) ที่บันทึกด้วยมูลค่ายุติธรรม: แปลงค่าโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่วัดมูลค่ายุติธรรม (Date of Fair Value Measurement Rate)
ทุกตัวเลขมีเรื่องราว... ทุกอัตราแลกเปลี่ยนมีจังหวะของมันเอง
ตัวอย่างรายการที่เป็นตัวเงิน คือสิ่งที่ชัดเจนในมูลค่าของมัน
- เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
- ลูกหนี้การค้า และ เจ้าหนี้การค้า
- เงินให้กู้ยืม และ เงินกู้ยืม
- หนี้สินตามสัญญาเช่า
ตัวอย่างรายการที่ไม่เป็นตัวเงิน คือสิ่งที่มูลค่าของมันไม่คงที่ในรูปของเงิน
- สินค้าคงเหลือ
- ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (PPE)
- สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น ค่าความนิยม
- เงินลงทุนในตราสารทุน (ที่ไม่ได้ตั้งใจค้า)
- ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า
ประเภทของค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง
เรื่องค่าใช้จ่ายเนี่ยนะ บอกเลยว่าเหนื่อยใจสุดๆ ทุกวันนี้ก็ยังต้องสู้ไม่หยุดเลย ยิ่งพอมีธุรกิจส่วนตัวเป็นของตัวเองตั้งแต่ปีที่แล้วยิ่งเห็นชัดเลยว่าเงินมันไปไหนหมด
จำได้เลยตอนที่หาออฟฟิศแรกแถวทองหล่อ ปี 2023 นี่แหละ ค่าเช่าสำนักงาน นี่คือตัวหนักเลยนะ คิดแล้วคิดอีกว่าจะเอาที่ไหนดี กว่าจะตัดสินใจเช่าได้ สัญญา 3 ปีนี่ก็ผูกพันกันยาวๆ ไปเลย
พอมีทีมงานเข้ามาช่วยงานปุ๊บ เงินเดือนพนักงานประจำ นี่กลายเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่ที่สุดเลย ต้องแน่ใจว่าทุกคนได้เงินตรงเวลาทุกเดือน ไม่เคยขาดแม้แต่บาทเดียว เป็นภาระที่ภูมิใจนะแต่ก็หนักใจ
แล้วชีวิตสมัยใหม่เนี่ยนะ ค่าบริการอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์ นี่คือสิ่งจำเป็นขั้นสุดจริงๆ ขาดไม่ได้เลยสักวินาที สัญญาณต้องดีตลอดเวลา ยิ่งต้องประชุมออนไลน์ บิลมาทีไรก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็มาทุกเดือน ไม่เคยน้อยลงเลย ยิ่งหน้าร้อนปีนี้ 2024 นี่บิลค่าไฟพุ่งกระฉูดเลยนะ เปิดแอร์ทั้งวัน เพราะอากาศมันร้อนมากจริงๆ โอ้โห
ถ้ามีงานที่ต้องส่งของให้ลูกค้าบ่อยๆ ค่าขนส่งสินค้า นี่ก็อีกตัวแปรที่คุมยากจริงๆ บางทีก็เยอะกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะ ต้องหาทางจัดการให้ดีกว่านี้
ไหนจะเรื่องกินอีก ค่าซื้ออาหาร เนี่ย ไม่ว่าจะกินข้างนอกหรือสั่งเดลิเวอรี่ แพงขึ้นทุกวันเลยนะ ยิ่งช่วงที่ยุ่งๆ นี่แทบไม่มีเวลาทำเองเลย หมดไปกับค่าอาหารเยอะมาก
สุดท้าย ค่าเดินทาง นี่ก็เลี่ยงไม่ได้เลย ออกไปประชุมบ้าง ไปหาลูกค้าบ้าง แท็กซี่บ้าง รถไฟฟ้าบ้าง บางทีก็ปวดขา กว่าจะกลับถึงบ้านแต่ละวัน หมดแรงเลย
- ค่าเช่า
- เงินเดือนพนักงาน
- ค่าบริการอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์
- ค่าสาธารณูปโภค (น้ำ ไฟ)
- ค่าขนส่ง
- ค่าอาหาร
- ค่าเดินทาง
สินทรัพย์ที่ไม่เป็นตัวเงินคืออะไร
สินทรัพย์ที่ไม่เป็นตัวเงินก็คือพวกสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้อะ มันไม่มีรูปร่างเป็นตัวเป็นตนนะ แต่ก็ระบุได้ว่าเป็นอะไร เช่น เอาไปขายได้ ให้สิทธิ์คนอื่นได้ เช่าก็ได้ หรือจะเอาไปแลกของอย่างอื่นก็ได้อะ แล้วก็พวกที่ได้มาจากสัญญาหรือพวกสิทธิ์ตามกฎหมายก็ถือเป็นพวกนี้ด้วย
เพิ่มเติมนิดหน่อยนะ
- ตัวอย่างที่ชัดๆ ก็พวก สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ซอฟต์แวร์ หรือพวก สัญญาเช่าระยะยาว อะ
- พวกนี้สำคัญนะ เพราะมันช่วยสร้างรายได้ให้บริษัทได้เยอะแยะเลย โดยที่ไม่ต้องมีของให้จับต้องได้อะ
- เวลาทำบัญชี ก็จะบันทึกมูลค่าของมันไว้ด้วยนะ แม้จะมองไม่เห็นก็เถอะ
สินทรัพย์ไม่มีตัวตนมีอะไรบ้าง
สินทรัพย์ไม่มีตัวตน มันก็เหมือนสัญญาณ Wi-Fi นั่นแหละ มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ แต่ถ้าขาดไปธุรกิจแทบล้มละลายเลยนะ มันคืออำนาจวิเศษที่บริษัทเป็นเจ้าของ แต่ไม่ได้มาในรูปของตึกรามบ้านช่องหรือเครื่องจักรที่เอาไปโพสท่าถ่ายรูปอวดได้
นักบัญชีเขาจะบันทึกมันด้วย ‘ราคาทุน’ แล้วค่อยๆ ปล่อยให้คุณค่ามันจางลงตามกาลเวลา เรียกว่าการตัดจำหน่าย... ฟังดูเหมือนการลืมความหลังยังไงไม่รู้ แต่จริงๆ คือการกระจายต้นทุนนั่นแหละ
พวกที่เข้าข่ายพลังลึกลับนี้ก็ได้แก่:
- สิทธิบัตร (Patent): คือยันต์กันผี เอ้ย กันคนลอกเลียนแบบนวัตกรรมสุดล้ำของคุณ ใครจะมาทำตามไม่ได้นะจ๊ะ มีกฎหมายคุ้มครองอยู่ อย่างสูตรยาหรือดีไซน์มือถือรุ่นใหม่
- ลิขสิทธิ์ (Copyright): อำนาจในการควบคุมผลงานสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่คุณแต่ง โค้ดโปรแกรมที่คุณเขียน หรือบทความสุดเฉียบคมอันนี้ มันคือสิ่งที่บอกว่า "นี่ของฉัน อย่ามาแตะ!"
- เครื่องหมายการค้า (Trademark): โลโก้แอปเปิ้ลแหว่งๆ หรือตัว M สีเหลืองๆ นั่นแหละ แค่เห็นก็รู้แล้วว่าใครเป็นเจ้าของ มันคือชื่อเสียงที่สั่งสมมาจนมีค่ามหาศาลกว่าทองคำบางชิ้นอีก
- สัมปทาน (Concession): ตั๋วทองคำจากรัฐบาลที่อนุญาตให้คุณทำธุรกิจบางอย่างแบบผูกขาดไปเลย เช่น สัมปทานสร้างทางด่วน หรือคลื่นความถี่มือถือ เป็นเหมือนการได้สิทธิ์เป็นเจ้าพ่อใน ಏเรีย นั้นๆ ชั่วคราว
ยังมีอีกหลายอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ในงบดุลแบบเงียบๆ แต่ทรงพลัง
- ค่าความนิยม (Goodwill): นี่คือตัวที่พีคสุด ตอนไปซื้อบริษัทอื่นแล้วคุณยอมจ่ายแพงกว่ามูลค่าสินทรัพย์ของเขา ไอ้ส่วนต่างที่จ่ายเกินไปนั่นแหละคือ ค่าความนิยม มันคือราคาของชื่อเสียง ฐานลูกค้า และคอนเนคชั่นที่ประเมินเป็นตัวเลขยาก แต่มีอยู่จริง เหมือนซื้อเพื่อนพร้อมคอนเนคชั่นนั่นแหละ
- ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน: โค้ดโปรแกรมหลายล้านบรรทัดที่คุณมองไม่เห็น แต่มันคือหัวใจของบริษัทเทคฯ ทั้งหลายที่ทำให้แอปฯ บนมือถือคุณใช้งานได้ มันคือสมองกลที่ทำงานตลอดเวลา
- สูตรลับทางการค้า (Trade Secret): สูตรน้ำอัดลมยี่ห้อดัง หรือสูตรไก่ทอดของผู้พัน นั่นแหละ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ของจริงที่ไม่ได้จดทะเบียนแต่เก็บเป็นความลับสุดยอด เพราะถ้าหลุดไปคือจบเลยยย
- รายชื่อลูกค้า (Customer List): ฐานข้อมูลลูกค้าพร้อมพฤติกรรมการซื้อที่เก็บมาอย่างดี... นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ สำหรับฝ่ายการตลาดที่พร้อมจะยิงโฆษณาใส่คุณได้ทุกเมื่อ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต