ประเมินราคา ซ่อมรถ กี่วัน
ระยะเวลาในการประเมินราคาและรอคิวซ่อมรถนานเท่าไหร่?
ตอนนั้นคือปลายเดือนสิงหาฯ ปีที่แล้วแหละ จำได้ว่ารถโดนชนท้ายที่หน้าห้างแถวรัชโยธิน ช่วงจะกลับบ้านแล้วเชียว ตอนนั้นรู้สึกเซ็งมาก ไม่ได้อยากให้เกิดเลย ปกติก็ขับระวังอยู่แล้วนะ นี่ไม่ใช่ความผิดเราเลยจริงๆ คือทุกอย่างมันดูวุ่นไปหมด งงว่าจะต้องทำยังไงต่อดี
พอเอารถเข้าศูนย์ไปเช็คดูนะ เค้าบอกว่าต้องรอนานเลย อะไหล่ก็หายาก ต้องสั่งจากต่างประเทศอีก ทีนี้ก็มีเรื่องค่าขาดประโยชน์นี่แหละ ที่ประกันบอกว่าให้แค่ 15-20 วัน ตอนนั้นอึ้งไปเลย นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยสำหรับรถที่เราใช้งานทุกวัน
ฉันก็เลยต้องคุยกับทางประกันยาวเลยนะ พยายามอธิบายว่ามันไม่พอหรอก รถฉันมันค่อนข้างพิเศษ อะไหล่ไม่เหมือนรถตลาดทั่วไป กว่าจะได้ซ่อมกว่าจะเสร็จเนี่ย ปาเข้าไปเกือบเดือนนู่นแหละ กว่าจะงัดเอกสารจากศูนย์มายืนยันกันได้นะ ปวดหัวเลย
สุดท้ายก็ต้องยอมรับสภาพไป แต่ก็ได้เพิ่มมาอีกนิดหน่อยนะ ต้องยอมรับว่าเหนื่อยมากกับการตามเรื่องพวกนี้ มันไม่ใช่แค่เอาไปซ่อมแล้วจบเลย นี่แหละคือสิ่งที่คนทั่วไปไม่ได้รู้ จนกว่าจะเจอกับตัวเองจริงๆ บางทีก็แอบคิดนะว่านี่มันเป็นข้ออ้างรึเปล่า
ประเมินราคารถกี่วัน
ประเมินราคารถกี่วัน? เอารถเข้าไฟแนนซ์กี่วันได้เงิน?
เอารถเข้าไฟแนนซ์เนี่ยนะ? เหมือนถามว่า "รอผลสอบยังไงให้ใจเต้นแรงเท่าดูบอลคู่ชิง" อ่ะ! ปกติแล้ว รอลุ้นผลอนุมัติก็ประมาณ 1-3 วันทำการ นะ ถ้าเอกสารครบเป๊ะ! ยิ่งถ้าคุณสมบัติเข้าตาไฟแนนซ์นะเว้ย บางที วันเดียวรู้เรื่อง รับเงินไปเที่ยวต่อ!
ขั้นตอนมันก็ประมาณนี้:
- ตรวจเอกสาร: เหมือนเช็กการบ้านก่อนส่งครูเป๊ะๆ ยิ่งครบยิ่งดี
- ประเมินราคารถ: อันนี้ลุ้นเหมือนวัดดวง! รถสภาพดี ยิ่งได้ราคาดีตามไปด้วยนะ
- อนุมัติสินเชื่อ: เหมือนรอฟังผลแอดมิชชั่น! ถ้าผ่านก็ยิ้มออก!
รู้ไว้ใช่ว่า... (เพิ่มเติมแบบขำๆ แต่ลึกซึ้ง)
- เอกสารครบคือหัวใจ: อย่าให้เหมือนตอนจะเที่ยวแล้วลืมพาสปอร์ตนะ เสียเวลาเปล่าๆ
- ราคารถประเมินขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย: ไม่ใช่แค่ปีรถนะ สภาพรถ, รุ่น, ยี่ห้อ, หรือแม้แต่สีรถ (อันนี้อำเล่น!) ก็มีผล
- ไฟแนนซ์แต่ละเจ้าก็มีสไตล์: บางเจ้าใจดี เร็วปรู๊ดปร๊าด บางเจ้าก็เหมือนรอเล่นตัวนิดหน่อย
- การเตรียมตัวล่วงหน้า: เหมือนเตรียมชุดไปงานแต่ง ถ้าพร้อมไว้ก่อน ก็ไม่ต้องมานั่งเหงื่อตกทีหลัง
- เปรียบเทียบข้อเสนอ: อย่าเพิ่งใจร้อน! เหมือนเลือกแฟน ต้องดูให้ดีก่อนตัดสินใจนะ
เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ (แบบคนเคยเจ็บมาเยอะ):
- เช็คเครดิตบูโรตัวเองก่อน: ถ้ามีประวัติเสียเหมือนมีรอยขีดบนรถ อาจจะยากหน่อย
- เตรียมเอกสารให้พร้อม: สำเนาบัตร, ทะเบียนบ้าน, สลิปเงินเดือน, บุ๊คแบงค์ ฯลฯ เอาให้ครบ!
- ถ่ายรูปสภาพรถให้สวยๆ: เผื่อเขาจะประเมินราคาจากรูปก่อน! (อันนี้อำเล่นอีกแล้ว!)
การเอารถเข้าไฟแนนซ์เนี่ย เป็นเหมือนการ "ขอยืมเงินจากอนาคต" ด้วย "ทรัพย์สินปัจจุบัน" นะ! ก็ต้องดูดีๆ ว่าคุ้มไหม!
บริการรถใช้ระหว่างซ่อมคืออะไร
ไอ้เจ้า บริการรถใช้ระหว่างซ่อม น่ะเรอะ มันก็คือรถแก้ขัดที่บริษัทประกันเค้าโยนมาให้เราใช้ ตอนที่รถสุดที่รักของเรานอนเดี้ยงเป็นผักอยู่ในอู่ซ่อมนั่นแหละคุณเอ๊ย
ลองนึกภาพตามนะ รถโดนชนท้ายบุบเข้าไปครึ่งคัน ต้องลากเข้าอู่ไปนอน ICU เป็นอาทิตย์ แล้วเราจะเอาอะไรไปจ่ายตลาด ไปส่งลูก ไปทำงานล่ะทีนี้? จะให้โหนรถเมล์เหงื่อแตกพลั่กๆ หรือเรียกแกร็บจนเงินหมดกระเป๋าเรอะ มันก็ใช่ที่ นี่แหละคือที่มาของรถเทพประทานคันนี้
แต่เดี๋ยวก่อนพ่อคุณ! อย่าเพิ่งฝันหวานว่าจะได้ขับเฟอร์รารี่ไปซื้อแกงถุง ส่วนใหญ่มันเป็นสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าชั้นเฟิร์สคลาสอย่างคนทำ ประกันชั้น 1 เท่านั้นแหละจ้า พวกชั้น 2+ หรือ 3+ น่ะเหรอ บางเจ้าก็ใจดีมีให้นะ แต่ต้องไปส่องเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้ดีๆ ตัวหนังสืออาจจะเล็กกว่ามดอีก
ที่สำคัญสุดๆ คือ ส่วนมากจะได้สิทธิ์นี้ก็ต่อเมื่อเราเป็นฝ่ายถูกนะจ๊ะ ถ้าเราเป็นฝ่ายไปสอยตูดชาวบ้านเค้าเอง ก็ยืนเกาหัวแกรกๆ ไปก่อนนะพ่อหนุ่ม
เรื่องต้องเผือกเพิ่ม!
- ประเภทรถที่ได้: อย่าหวังสูง! ปกติเค้าจะให้รถขนาดใกล้เคียงกับรถเรา เช่น ขับ Vios ก็อาจจะได้ Yaris มาแทน ไม่ใช่ขับ Eco car แล้วจะได้ Fortuner มานะ ใจเย็นๆ
- ค่าชดเชยแทนรถ: บางทีประกันขี้เกียจหารถให้ เค้าก็จะเสนอเป็น ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ แทน ตกวันละ 500 - 1,000 บาท แล้วแต่รุ่นรถและเงื่อนไข ก็เอาเงินไปเรียกแท็กซี่เอาเองตามยถากรรม
- ระยะเวลาให้ยืม: ไม่ได้ให้ใช้จนลืมนะ ส่วนใหญ่จะให้ใช้ประมาณ 5-7 วัน หรือตามจำนวนวันที่ซ่อมจริงที่ประเมินไว้ ไม่ใช่ซ่อมสามวัน ขอยืมใช้เดือนนึงไม่ได้!
- เงื่อนไขจุกจิก: ตอนรับรถมาใช้ อ่านสัญญาดีๆ นะ บางทีมีค่าเสียหายส่วนแรกถ้าเราทำรถเค้าเป็นรอย หรือต้องเติมน้ำมันคืนให้เต็มถังตอนเอาไปคืนด้วย ไม่ใช่ขับจนหมดถังแล้วโยนกุญแจคืนเฉยๆ นะจ๊ะ
ค่าชดเชยระหว่างซ่อมคืออะไร
"ค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อม" หรือที่พวกเราชาวรถยนต์อาจจะคุ้นๆ หูว่า "ค่าชดเชยระหว่างซ่อม" เนี่ย มันคือเงินรางวัลปลอบใจสำหรับคนที่ไม่ได้ก่อเรื่องแต่ดันซวย รถต้องเข้าอู่ไปนอนเล่นเป็นอาทิตย์ๆ ไง เหมือนโดนขโมยขาไปข้างนึงแล้วต้องเดินกะเผลกๆ จะให้เดินเท้าเปล่าไปทำงานทุกวันคงไม่ไหว
ไอ้เงินก้อนนี้แหละ ที่เรามีสิทธิ์ไปทวง! เอ้ย! ไปเรียกจาก บริษัทประกันภัยของคู่กรณี ที่เป็นฝ่ายผิดชนเรา เพื่อเป็นค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างที่รถของเรากำลังถูกช่างดูแลอยู่ เหมือนรถเราไปสปา แต่เราต้องจ่ายค่าแท็กซี่ไปทำงานเอง เนี่ยแหละมันไม่แฟร์ไง เป็นสิทธิ์ที่หลายคนไม่รู้ ไม่ได้ถาม และประกันก็ไม่ได้ปักป้ายไฟนีออนวิ่งบอกให้เห็นหรอก
นี่แหละข้อมูลเพิ่มเติมที่คุณควรรู้ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ไปง่ายๆ:
- ใครเรียกได้? คุณคนนั้นแหละ! คนที่ขับรถอย่างสงบสุขอยู่ดีๆ แล้วมีคนมาชนปัง! รถเราไม่ผิดเลยแม้แต่นิดเดียว คนที่ถือใบเคลมสีฟ้าหรือสีเหลืองที่ระบุว่าเราเป็น "ฝ่ายถูก" นั่นแหละ
- ไปเรียกจากใคร? ไม่ต้องไปขอจากคนขับคู่กรณีให้กระอักกระอ่วนใจหรอกนะ มันคือ หน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถยนต์ของคู่กรณี ที่ต้องรับผิดชอบไง เพราะลูกค้าเค้าเป็นคนก่อเรื่องหนิ
- เอาไปทำอะไร? ใช้เป็น ค่าเดินทางทดแทน รถที่หายไป จะเป็นค่ารถสาธารณะ ค่าแท็กซี่ ค่า Grab ค่าพี่วิน หรือจะช่วยค่าน้ำมันรถเพื่อนที่มาส่งเราทุกวันก็ได้หมด เพื่อให้ชีวิตไม่หยุดชะงักระหว่างที่รถเข้าซ่อม
- คำนวณยังไง? ไม่ใช่จะเรียกเท่าไหร่ก็ได้นะ มีมาตรฐานอยู่ เขาจะดู ประเภทรถยนต์ของคุณ เป็นหลัก เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล อาจจะอยู่ที่วันละ 500 บาท รถกระบะอาจได้ 700 บาท หรือถ้ารถยนต์คันนั้นเป็นรถรับจ้างสาธารณะ รายได้หายไปเยอะ ก็อาจจะได้สูงกว่านั้น แล้วคูณด้วย จำนวนวันที่รถอยู่ในอู่ซ่อมจริง
- ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง? เหมือนจะไปขอความรักจากใคร ก็ต้องมีของขวัญติดไม้ติดมือไปหน่อยนึง หลักๆ ก็คือ ใบเคลม, ใบรับรถเข้าซ่อมจากอู่, ใบนัดรับรถ ที่ระบุวันเข้าและวันออกจากอู่ชัดเจน สำเนาทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาใบขับขี่ และเลขบัญชีธนาคารไว้รับเงิน
- ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่รู้? ก็เพราะ มันเป็นสิทธิ์ที่เราต้องไปตามทวงเองไง ประกันภัยส่วนใหญ่ไม่ได้บอกลูกค้าตรงๆ หรอก บางคนคิดว่าซ่อมฟรีก็บุญแล้ว แต่นี่คือสิทธิ์ตามกฎหมายที่คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ อย่าพลาดนะ!
ค่า ขาด ประโยชน์ จาก การ ใช้ รถ เบิก ได้ สูงสุด กี่ วัน
โอ๊ยยย ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถเนี่ยนะ มันเบิกได้ สูงสุด 90 วัน ไปเลยจ้า! ไม่ใช่จะเบิกกันจนดาวอังคารชนโลกนะแก! ถ้าเกิดรถเละเทะจนต้องรออะไหล่นานเป็นชาติ สามเดือนก็ว่ากันไป แต่เขาก็ให้เราแค่ 90 วันนี่แหละ
ไอ้จะมาบอกว่าซ่อมนานสามเดือนน่ะ ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้นะว่าสั่งซ่อมจริง ไม่ใช่เอาไปจอดแช่อู่แล้วไปเที่ยวรอบโลกนะยะ เออ!
- ค่าขาดประโยชน์คืออะไรกันแน่? ก็คือค่าชดเชยที่รถเราเสียไปไง เพราะรถเราต้องเข้าอู่ซ่อม นั่งแท็กซี่ไปทำงานกี่วันก็ว่ากันไป บางทีก็เป็นค่ารถเช่า หรือค่าที่เสียโอกาสในการใช้รถส่วนตัวนั่นแหละ
- ใครเป็นคนจ่าย? ส่วนใหญ่ก็ประกันของฝ่ายที่ชนเรานั่นแหละจ้ะ ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกนะ เขาต้องรับผิดชอบชดใช้ให้เราตามระเบียบ!
- ต้องเตรียมอะไรบ้างล่ะ?
- ใบเสนอราคาซ่อมจากอู่
- ใบรับรถเข้าซ่อมและวันที่คาดว่าจะแล้วเสร็จ
- รูปถ่ายความเสียหายของรถ
- หลักฐานค่าใช้จ่ายที่เราเสียไป เช่น ใบเสร็จค่าแท็กซี่ หรือสัญญาเช่ารถ (ถ้ามีนะ)
- คำนวณกันยังไง? มันก็แล้วแต่ประเภทรถที่เราใช้นั่นแหละ ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันต่อวันเลยทีเดียว แล้วแต่ความหรูหราของรถที่เสียไป!
- นานกว่า 90 วันทำไง? โอ้โห ถ้ามันนานกว่านั้นนะ ต้องเป็นเคสแบบหายากชิบเป๋งเลย ต้องพิสูจน์กันแบบโคตรๆ ว่าอะไหล่มันสั่งจากดาวนาเม็กจริงๆ ถึงขนาดนั้นอาจจะต้องคุยกับบริษัทประกันเป็นกรณีพิเศษไป แต่กฎปกติเขาให้แค่ 90 วันแหละ อย่าไปหวังเยอะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต