รถชนอายุความกี่เดือน

61 ครั้งเข้าชม
อุบัติเหตุรถยนต์: สิ่งที่ควรรู้ อายุความคดีแพ่ง: ไม่ระบุในข้อความ แต่โดยทั่วไปมักมีอายุความ 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับลักษณะความเสียหาย ค่าปรับ: บาดเจ็บเล็กน้อย: ไม่เกิน 10,000 บาท เสียชีวิต: ไม่เกิน 200,000 บาท ความผิดอาญา: หากทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อายุความ: เสียชีวิต: 15 ปี บาดเจ็บสาหัส: 10 ปี หมายจับ: อายุ 5-10 ปี (ขึ้นอยู่กับโทษ) อาจไม่มีวันหมดอายุหากโทษร้ายแรง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คดีรถชนมีอายุความกี่ปี ต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเมื่อไหร่?

เรื่องอายุความคดีรถชนนี่ทำเอาผมปวดหัวเลยนะ ตอนนั้นเพื่อนผมโดนมอไซค์เฉี่ยวแถวลาดพร้าววังหินเมื่อประมาณกลางปี 65 วันนั้นฝนตกปรอยๆ คุยกันดิบดีว่าไม่เป็นไรมาก แลกเบอร์แล้วแยกย้าย แต่ผ่านไปเกือบปี อีกฝั่งดันมาบอกว่าปวดหลังเรื้อรังจะเรียกค่าเสียหายซะงั้น เลยต้องวิ่งวุ่นหาข้อมูลกันใหญ่เลย

คือต้องแยกกันก่อนเลยนะ ระหว่างแพ่งกับอาญา ถ้าแค่เรื่องค่าเสียหายซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล อันนี้เป็นคดีแพ่ง เรียกว่าละเมิด มีเวลาแค่ 1 ปีเท่านั้นเอง นับจากวันที่รู้ว่าใครทำผิดและรู้เรื่องความเสียหาย ไม่งั้นฟ้องไม่ได้แล้วนะ อย่างเคสเพื่อนผมนี่คือเกือบเส้นยาแดงผ่าแปดเลย

แต่ถ้ามีคนเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิต เรื่องมันจะกลายเป็นคดีอาญาทันที ซึ่งอายุความมันจะยาวกว่าเยอะมาก ถ้าแค่บาดเจ็บสาหัสก็ 10 ปีเลยนะ ถ้าถึงตายก็ลากไปถึง 15 ปี ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย ส่วนเรื่องค่าปรับที่เคยได้ยินมาว่าเจ็บนิดหน่อยปรับหมื่นนึง อันนั้นมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของโทษอาญาเฉยๆ ไม่เกี่ยวกับค่าเสียหายทางแพ่งที่ต้องจ่ายแยกต่างหาก

แล้วไอ้เรื่องหมายจับนี่ก็อีกประเด็น ถ้าหนีคดีไม่ไปตามนัดศาล หมายจับมันก็มีอายุของมันนะ อย่างน้อยๆ ก็ 5-10 ปี แล้วแต่ว่าโทษหนักแค่ไหน ถ้าเป็นคดีร้ายแรงที่โทษหนักมากๆ บางทีหมายจับก็ตามติดตัวไปจนแก่เลย อย่าคิดว่าหนีแล้วจะจบง่ายๆ.

คดีรถชนมีอายุความกี่เดือน

เมื่อปลายปีที่แล้วนี่เอง แถวๆ สุขุมวิท 71 ตอนห้าโมงเย็น กำลังจะเลิกงาน รถติดมาก จู่ๆ เพื่อนสนิทโทรมาเสียงสั่นๆ บอกว่ารถชน โดนคู่กรณีชนท้ายเข้าเต็มๆ เลยตอนที่กำลังจะเลี้ยวเข้าซอย ภาวนาให้มันไม่เป็นไรมากนะ โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บหนัก ตอนนั้นใจแป้วเลยจริงๆ เห็นเพื่อนเครียดจัดเรื่องจะเคลียร์กับประกันยังไง กลัวโดนเรียกปรับนู่นนี่นั่น ตอนนั้นเลยนึกขึ้นมาได้เลยว่าเรื่องคดีรถชนนี่มันวุ่นวายกว่าที่คิดเยอะนะ ไม่ใช่แค่เรื่องซ่อมรถอย่างเดียว

เท่าที่รู้จากที่คุยๆ กันมานะ เรื่อง อายุความคดีรถชน ถ้าเป็นคดีอาญา แล้วมีคนเจ็บหรือตาย มันก็จะมีกรอบเวลาชัดเจนเลยไม่ใช่แค่ไม่กี่เดือนนะ มันเป็นเรื่องใหญ่เลยแหละ

ถ้ามีคน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ อายุความจะอยู่ที่ 15 ปี เลยนะ ส่วนกรณีที่ บาดเจ็บสาหัส ก็จะอยู่ที่ 10 ปี อันนี้คือเรื่องโทษทางอาญาที่เกี่ยวกับการทำให้คนอื่นเดือดร้อนถึงชีวิตหรือร่างกายจริงๆ

ส่วนเรื่อง ค่าปรับ ก็ขึ้นกับความรุนแรงของเหตุการณ์เลย ถ้า บาดเจ็บเล็กน้อย ค่าปรับจะไม่เกิน 10,000 บาท แต่ถ้าเกิดกรณีที่ ทำให้คนเสียชีวิต ค่าปรับอาจสูงถึง 200,000 บาท เลยนะ มันไม่คุ้มเลยจริงๆ

เรื่อง หมายจับ นี่ก็มีอายุของมันเหมือนกันนะ ประมาณ 5 ถึง 10 ปี แต่ถ้าคดีมันร้ายแรงมากๆ โทษหนักจริงๆ พวกนี้บางที หมายจับอาจไม่มีวันหมดอายุ เลยนะ เคยได้ยินมาแบบนั้นแหละ

  • อายุความทางแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหาย เช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล จะอยู่ที่ 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงความเสียหายและตัวผู้กระทำผิด
  • หากเกิดเหตุการณ์รถชนควร แจ้งความ และรวบรวมหลักฐาน เช่น ภาพถ่าย บันทึกเหตุการณ์ พยานบุคคลไว้ให้ครบถ้วนทันที
  • การ ทำประกันภัยรถยนต์ ทั้งภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และภาคสมัครใจ เป็นสิ่งสำคัญมาก ช่วยลดภาระเรื่องค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาล
  • กรณีที่ผู้ขับขี่ หลบหนี หลังเกิดเหตุที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะมีความผิดตามกฎหมายเพิ่มเติมที่ร้ายแรงขึ้น
  • การ ไม่พกใบขับขี่ หรือ เมาแล้วขับ เป็นปัจจัยที่ทำให้โทษทางกฎหมายหนักขึ้นได้อีกหลายเท่า

อายุความในการเรียกร้องค่าสินไหม กี่ปี

เรื่องอายุความเรียกร้องค่าสินไหมนี่ เหมือนความรักที่พังไปแล้วแต่ยังมึนๆ งงๆ ว่าใครผิดใครถูกนะ กฎหมายเขาบอกมาตรงๆ เลย ไม่ต้องเดาให้เหนื่อย ตาม มาตรา 448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนี่ย แค่ 1 ปี เท่านั้นแหละนับจากวันที่คุณตื่นรู้ว่าใครคือตัวการ และรู้ว่ามีเรื่องให้ต้องเคลียร์ค่าเสียหายกัน หรือไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ ไม่เกิน 10 ปี นับจากวันที่เรื่องมันเกิดขึ้น จบแค่นั้น ไม่มียื้อยาวยิ่งกว่าละครหลังข่าว

ลองคิดดูสิ 1 ปีนี่ก็เหมือนช่วงเวลาทองที่คุณต้องรีบไปตามทวงสิทธิ์ ใครจะไปจำเรื่องเก่าๆ ได้ตลอดชีวิตจริงไหมล่ะ ถ้ามัวแต่ชักช้า ผัดวันประกันพรุ่ง ก็เหมือนปล่อยโอกาสทองหลุดมือไปแล้วจะมาบ่นทีหลังว่าทำไมโลกไม่ยุติธรรม กฎหมายเขาก็ต้องมีลิมิตบ้าง ไม่งั้นคงต้องรื้อคดีสมัยกรุงศรีฯ กันวุ่นวายแน่ๆ

ส่วน 10 ปีนี่ก็เหมือนเพดานที่กั้นไว้ ไม่ว่าจะซ่อนเก่งแค่ไหน หรือเพิ่งจะมาเจอหลักฐานทีหลัง ถ้าพ้นสิบปีไปแล้วก็ต้องทำใจนะจ๊ะ เพราะต่อให้เทพแค่ไหนก็คงต้องถอย กฎหมายไม่ได้ออกแบบมาให้คุณเป็นนักสืบโคนันตลอดชาติ ที่ต้องมาสืบสวนคดีที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้ว ใครเขาจะจำได้ว่าทำอะไรตอนไหนกันจริงไหม มันก็ต้องมีจุดตัดบ้าง เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

มีข้อมูลเพิ่มเติมที่อยากให้รู้จะได้ไม่พลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตนะ:

  • เหตุผลของอายุความ: กฎหมายวางกรอบเวลาไว้ เพื่อสร้างความแน่นอนทางกฎหมาย ไม่ให้เรื่องค้างคานานเกินไปจนพยานหลักฐานเลือนหาย หรือภาระการพิสูจน์ยากขึ้นเรื่อยๆ ลองคิดดูสิ ถ้าไม่มีอายุความ บางทีอาจต้องไปตามหาคนทำผิดตั้งแต่สมัยรุ่นคุณปู่ก็เป็นได้ มันคงอลเวงน่าดูชม
  • "รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด" หมายถึงอะไร?: ไม่ใช่แค่รู้ว่าโดนโกง แต่ต้องรู้ด้วยว่า ใคร เป็นคนโกง เหมือนคุณรู้ว่ากระเป๋าหาย แต่ถ้าไม่รู้ว่าใครขโมยก็ยังไม่นับว่าเริ่มนับอายุความ 1 ปีนะจ๊ะ ต้องรู้ตัวชัดๆ ไม่งั้นก็ฟ้องใครไม่ได้สิคะ
  • ค่าสินไหมทดแทน ครอบคลุมอะไรบ้าง?: กว้างกว่าที่คิดเยอะนะ ไม่ใช่แค่ค่าซ่อมรถ หรือค่ารักษาพยาบาล แต่ยังรวมถึง ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง ค่าขาดประโยชน์ ค่าเจ็บปวดทรมานทางกายใจ ไปจนถึงค่าจัดงานศพ ถ้ามีการเสียชีวิต เรียกว่าแทบทุกความเสียหายที่ประเมินเป็นเงินได้เลย
  • อายุความเป็นเรื่องใหญ่: ถ้าฟ้องเกินอายุความ แม้จะถูกละเมิดจริง ศาลก็ยกฟ้องได้เลยนะ คุณจะเสียสิทธิ์ทันที เหมือนบัตรคอนเสิร์ตที่หมดอายุ ถึงจะอยากไปดูแค่ไหนก็เข้าไม่ได้แล้วนั่นแหละ ฉะนั้นอย่าประมาท!
  • คดีอาญากับแพ่งคนละเรื่อง: บางทีการกระทำเดียวอาจผิดทั้งอาญาและแพ่ง อายุความก็คนละแบบ เช่น ชนแล้วหนี อาจมีคดีอาญาที่อายุความยาวกว่า แต่เรื่องค่าเสียหายทางแพ่งยังคงยึดตามมาตรา 448 นี่แหละ แยกแยะดีๆ นะ ไม่ใช่เอามาปนกันหมด เดี๋ยวจะงงกว่าเดิมนะเออ

คดีความรับผิดทางละเมิด ของประเทศไทย มีอายุความเท่าใด

เรื่องอายุความละเมิดนี่นะ... มันมีหลายชั้นซ้อนกันอยู่

คือหลักๆ เลยนะ 1 ปี นับจากวันที่รู้เรื่องทั้งหมด... รู้ว่าเสียหายอะไร และ รู้ตัวคนทำผิดด้วย ต้องรู้สองอย่างนี้เลยนะ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ อายุความยังไม่เริ่มนับ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรอไปเรื่อยๆ ได้นะ มันมีเส้นตายสุดท้ายอยู่ คือ 10 ปี นับจากวันที่เกิดเรื่องเลย ไม่ว่าเราจะรู้ตัวคนทำหรือยังก็ตาม... เกิน 10 ปีนี่คือจบเลย ฟ้องไม่ได้แล้ว

แล้วมันมีอีกประเด็นนึง... ถ้าการละเมิดนั้นมันเป็นคดีอาญาด้วยอะ อย่างเช่น โดนทำร้ายร่างกาย มันผิดทั้งแพ่ง (ละเมิด) ทั้งอาญาใช่ปะ... ถ้าอายุความคดีอาญามันยาวกว่า 1 ปี เราก็ยึดตามอายุความอาญาที่ยาวกว่าได้เลย อันนี้เป็นประโยชน์กับคนที่โดนกระทำมาก

สรุปให้มันจำง่ายๆ แบบนี้ดีกว่า

  • หลักทั่วไป: 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้กระทำ
  • เพดานสูงสุด: 10 ปี นับแต่วันที่ทำละเมิด
  • ข้อยกเว้น: ถ้าการกระทำนั้นเป็นความผิดอาญาด้วยและคดีอาญามีอายุความยาวกว่า ให้ใช้อายุความที่ยาวกว่านั้นฟ้องคดีแพ่งได้

คำว่า "รู้" ในที่นี้คือต้องรู้แบบชัดเจนจนสามารถฟ้องร้องได้เลยนะ ไม่ใช่แค่สงสัยลอยๆ อย่างคดีรถชนแล้วหนี กว่าตำรวจจะสืบจนเจอตัวคนขับเจอเจ้าของรถ บางทีเวลามันก็ผ่านไปเยอะแล้ว พอเรารู้ตัวคนทำปุ๊บ อายุความ 1 ปีถึงจะเริ่มเดิน... เน้นย้ำเรื่องสำคัญอีกที คือต้องรู้ทั้ง "การละเมิด" และ "ตัวคนทำ"

อายุความละเมิด นับยังไง

โอ้ยยยย เรื่องอายุความละเมิดนี่มันง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีกนะพ่อคุณ! มาตรา 448 เขาว่าไว้ชัดเหมือนไฟแดงกลางสี่แยกเลย มันมีนาฬิกาจับเวลาอยู่ 2 เรือน วิ่งแข่งกันเอง ใครถึงเส้นชัยก่อนก็จบเกม!

เรือนแรกคือ 1 ปี นับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวคนทำผิด นี่คือนาฬิกาแบบด่วนจี๋ไปรษณีย์จ๋า พอแกรู้ปุ๊บว่าใครมันมือบอนมาทุบกระถางต้นไม้สุดที่รักของแก แล้วก็รู้ด้วยว่าเป็นไอ้เบิ้มข้างบ้านนั่นแหละ นาฬิกา 1 ปีมันเริ่มเดินติ๊กต่อกๆ ทันที! ถ้ามัวแต่ทำใจ นั่งดราม่าเป็นนางเอกเอ็มวีข้ามปี ก็อดนะจ๊ะ ช้าไปเขาไม่รับฟ้อง!

เรือนที่สองคือ 10 ปี นับแต่วันที่เขาทำละเมิด อันนี้เป็นเส้นตายสุดท้ายของจักรวาล ต่อให้แกไปอยู่ดาวอังคารมา 9 ปี เพิ่งกลับมาเจอว่าบ้านโดนรื้อไปแล้ว ก็เหลือเวลาฟ้องแค่นิดเดียว! นี่คือกำแพงเหล็ก ชนแล้วคือจบ ต่อให้เพิ่งมารู้ตัวตอนปีที่ 9 กับ 364 วัน ก็มีเวลาแค่วันเดียวนะให้วิ่งไปศาล!

อันไหนถึงก่อน ก็ถือว่าจบเห่ หมดสิทธิ์เรียกค่าเสียหายทันที! ไม่ต้องไปร้องแรกแหกกระเชอทีหลังเลย

มาขยายความให้เห็นภาพแบบชัดๆ แจ่มๆ กันไปเลย

  • ไอ้คำว่า "รู้" เนี่ย มันต้องรู้แบบเต็มสองรูหู เต็มสองลูกกะตานะ ไม่ใช่แค่ระแคะระคาย ต้องรู้ว่าโดนทำอะไร (เสียหาย) และรู้ตัวว่าใครเป็นคนทำ (ผู้รับผิด) ต้องระบุตัวตนได้ชัดๆ ไม่ใช่แค่สงสัยว่าเสียงเหมือนเพื่อนบ้าน แบบนั้นยังไม่นับว่า "รู้"
  • ส่วน 10 ปี นี่คือเส้นตายเด็ดขาดดดดด ไม่ว่าแกจะไปหลับอยู่ไหนมาก็ตาม ผ่าน 10 ปีไปแล้วคือจบสิ้นกัน ความเสียหายนั้นจะกลายเป็นเพียงอดีตที่เจ็บปวดให้แกจดจำไว้คนเดียว พระเจ้าก็ช่วยไม่ได้
  • ถ้าเขาทำละเมิดต่อเนื่องล่ะ? เช่น ปล่อยน้ำเน่าใส่ที่ดินเราทุกวี่ทุกวัน แบบนี้ อายุความจะเริ่มนับเมื่อการกระทำนั้นมันสิ้นสุดลง ไม่ใช่เริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่น้ำเน่าหยดแหมะลงดิน
  • สรุปให้แบบภาษาชาวบ้านคือ อย่าดองคดี! ความยุติธรรมมันมีวันหมดอายุเหมือนนมโรงเรียนนั่นแหละเธอ ปล่อยไว้นานมันบูด ฟ้องไปก็เสียเวลาเปล่าๆ เจ็บแล้วต้องรีบไปหาหมอ โดนทำละเมิดแล้วก็ต้องรีบไปหาศาล! จบนะ