พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดมีอะไรบ้าง

0 ครั้งเข้าชม
พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดมีอะไรบ้างประกอบด้วยอัตราการตอบสนองแบบรีเฟล็กซ์และการแสดงออกทางสัญชาตญาณ. อัตราการตอบสนองแบบรีเฟล็กซ์ใช้เวลาเพียง 0.15 วินาทีในการประมวลผล. ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการกะพริบตาเมื่อมีฝุ่นเข้าตาหรือการชักมือกลับเมื่อสัมผัสของร้อน.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด: รีเฟล็กซ์คืออะไร

การเข้าใจ พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดมีอะไรบ้าง ช่วยให้มนุษย์เข้าใจกลไกการเอาตัวรอดพื้นฐานที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องผ่านการเรียนรู้. กลไกเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกในการป้องกันอันตรายต่อร่างกาย. เรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติเหล่านี้เพื่อเข้าใจความสามารถพิเศษของมนุษย์ในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าฉับพลันโดยไม่ต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์จากสมองส่วนหน้า.

พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดมีอะไรบ้าง และทำงานอย่างไร

พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด คือการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม สิ่งมีชีวิตเกิดมาแล้วทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้ แบ่งเป็น 3 แบบหลักๆ ได้แก่ รีเฟล็กซ์ โอเรียนเทชัน และสัญชาตญาณ

ตำราชีววิทยามักอธิบาย ความหมายของพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด แต่สิ่งที่มักทำให้เกิดความสับสนคือคำว่า “สัญชาตญาณ” เพราะหลายคนใช้คำนี้แทนความรู้สึกส่วนตัวหรือความเคยชิน ทั้งที่ในทางชีววิทยาหมายถึงรูปแบบพฤติกรรมที่ติดตัวมาแต่กำเนิด

ความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดและการเรียนรู้ เป็นประเด็นสำคัญในการศึกษาพฤติกรรมสัตว์ เพราะสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีทั้งการตอบสนองอัตโนมัติและความสามารถในการปรับตัวจากประสบการณ์

สัตว์ชั้นต่ำกว่าพึ่งพาพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดเกือบทั้งหมดเพื่อการเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ[1] ความจริงก็คือ พวกมันไม่มีเวลามากพอที่จะลองผิดลองถูก ธรรมชาติจึงต้องฝังโปรแกรมเอาชีวิตรอดมาให้ตั้งแต่เกิด

ความหมายของพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด

พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด (Innate Behavior) เป็นพฤติกรรมที่ถูกกำหนดโดยหน่วยพันธุกรรม (DNA) อย่างสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ หรือการสังเกตจากตัวอื่นในฝูง

พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดจึงเป็นลักษณะที่สิ่งมีชีวิตสามารถแสดงออกได้โดยไม่ต้องผ่านการฝึกฝนหรือการเรียนรู้มาก่อน

ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าลูกเต่าทะเลที่เพิ่งฟักออกจากไข่ต้องมารอเรียนรู้วิธีคลานลงทะเลจากแม่เต่า มันคงกลายเป็นอาหารของนกนางนวลไปหมดแล้ว พฤติกรรมนี้จึงต้องติดตัวมาตั้งแต่เกิดเพื่อรับประกันความอยู่รอดเผ่าพันธุ์

ประเภทของพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด

พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดสามารถแบ่งตามลักษณะการตอบสนองได้เป็น 3 ประเภทของพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด ได้แก่ รีเฟล็กซ์ โอเรียนเทชัน และสัญชาตญาณ โดยแต่ละประเภทมีระดับความซับช้อนและหน้าที่แตกต่างกัน

1. รีเฟล็กซ์ (Reflex)

รีเฟล็กซ์คือการตอบสนองอย่างรวดเร็วที่สุดของร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย พฤติกรรมนี้สั่งการโดยไขสันหลังเป็นหลัก ไม่ต้องรอให้สมองส่วนหน้าประมวลผล

อัตราการตอบสนองแบบรีเฟล็กซ์มักใช้เวลาเพียง 0.15 วินาที ซึ่งเร็วกว่าการประมวลผลของสมองส่วนหน้าอย่างมาก [2] ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในมนุษย์คือ การกะพริบตาเมื่อมีฝุ่นปลิวเข้าตา หรือการชักมือกลับทันทีที่เผลอไปสัมผัสของร้อน

หลายคนคิดว่าการเรียนรู้สำคัญที่สุด แต่ในนาทีวิกฤต - เมื่อคุณเผลอจับเตารีดร้อนๆ - รีเฟล็กซ์คือสิ่งเดียวที่ช่วยรักษามือคุณไว้ได้

2. โอเรียนเทชัน (Orientation)

โอเรียนเทชันคือการเคลื่อนที่เข้าหา หรือหนีออกจากสิ่งเร้าอย่างมีทิศทาง ซึ่งมักพบในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง หรือโพรทิสต์ แบ่งย่อยได้เป็น 2 แบบ: ไคเนซิส (Kinesis): การเคลื่อนที่แบบไม่มีทิศทางแน่นอน เช่น ตัวกะปิวิ่งสะเปะสะปะเมื่ออยู่ในที่แห้ง เพื่อหาที่ชื้น แทกซิส (Taxis): การเคลื่อนที่อย่างมีทิศทางชัดเจน เช่น แมลงเม่าบินเข้าหาแสงไฟ หรือพลานาเรียเคลื่อนที่หนีแสง

น่าสนใจใช่ไหมครับ?

ผมเคยนั่งมองแมลงเม่าบินเข้ากองไฟแล้วสงสัยว่าทำไมมันถึงโง่จัง แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้โง่ มันแค่ทำตามโปรแกรมที่ฝังอยู่ในยีน ซึ่งในธรรมชาติแสงสว่างมักหมายถึงทางออกสู่ที่โล่ง แต่มนุษย์ดันสร้างหลอดไฟขึ้นมาหลอกโปรแกรมนี้เสียเอง

3. สัญชาตญาณ (Instinct)

และนี่คือจุดที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้ หลายคนเข้าใจผิดว่า พฤติกรรมสัญชาตญาณคืออะไร แต่ในทางชีววิทยา สัญชาตญาณคือรูปแบบพฤติกรรมที่ตายตัว (Fixed Action Pattern) ซึ่งซับซ้อนมากและต้องทำตามลำดับขั้นตอนเป๊ะๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ

หากถูกขัดจังหวะกลางคัน สัตว์จะไม่สามารถทำต่อจากจุดเดิมได้ แต่มันจะต้องกลับไปเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนแรกสุดเสมอ

เช่น การสร้างรังของนก นกจะคาบกิ่งไม้มาสานตามลำดับเป๊ะๆ ถ้ากิ่งไม้หลุด มันจะไม่แค่เก็บกิ่งนั้นมาสานต่อ แต่พฤติกรรมของมันอาจรวนจนต้องเริ่มกระบวนการจัดระเบียบใหม่ นี่คือข้อจำกัดของพฤติกรรมที่ถูกเขียนโปรแกรมมาตายตัว ซึ่งต่างจากนิสัยของมนุษย์ที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ

เปรียบเทียบพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดกับการเรียนรู้

เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างพฤติกรรมทั้งสองแบบ เราลองมาดูข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดกันครับ

พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด (Innate Behavior)

รูปแบบตายตัว ค่อนข้างแข็งทื่อ ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์

พบมากในสัตว์ชั้นต่ำ แมลง และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง

สามารถแสดงออกได้ทันทีตั้งแต่เกิดโดยไม่ต้องฝึก

ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (DNA) จากรุ่นสู่รุ่น

พฤติกรรมจากการเรียนรู้ (Learned Behavior)

ยืดหยุ่นสูงมาก สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ดี

พบมากในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์ชั้นสูงที่มีระบบประสาทซับซ้อน

ต้องใช้เวลาในการจดจำ ฝึกฝน และลองผิดลองถูก

เกิดจากประสบการณ์และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม

ในธรรมชาติ สัตว์ชั้นสูงอย่างมนุษย์หรือสุนัขจะใช้พฤติกรรมแบบเรียนรู้เป็นหลักเพื่อความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหา แต่ก็ยังคงเก็บพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดอย่างรีเฟล็กซ์ไว้เพื่อป้องกันตัวในสถานการณ์ฉุกเฉิน

การสังเกตพฤติกรรมลูกสุนัขของก้อง

ก้อง นักศึกษาสัตววิทยาวัย 21 ปีในกรุงเทพฯ รับลูกสุนัขแรกเกิดที่กำพร้าแม่มาดูแล เขาพบปัญหาใหญ่คือลูกสุนัขมักจะร้องกวนตลอดคืนและตะกุยที่นอนจนพัง ก้องพยายามจัดที่นอนใหม่หลายรอบแต่ก็ไม่เป็นผล

คืนหนึ่งเขาพยายามป้อนนมอุ่นๆ แต่ลูกสุนัขกลับเอาหัวดุนและใช้เท้าหน้าย่ำไปมาบนผ้าห่มจนนมหกเลอะเทอะ ก้องหงุดหงิดมาก - เขาเกือบจะยอมแพ้และคิดว่าสุนัขตัวนี้ดื้อเกินไป

จนกระทั่งเขาฉุกคิดเนื้อหาในห้องเรียนได้ว่า พฤติกรรมนี้คือการย่ำเต้านมแม่ (Kneading) เพื่อกระตุ้นให้น้ำนมไหลออกมา - มันคือพฤติกรรมสัญชาตญาณที่ฝังอยู่ในยีน ไม่ใช่อาการดื้อรั้น ก้องจึงเปลี่ยนวิธีโดยใช้ตุ๊กตานุ่มๆ ที่มีจังหวะเต้นของหัวใจจำลองให้สุนัขซุกและดุนแทน

หลังจากปรับสภาพแวดล้อมให้ตรงกับสิ่งที่สัญชาตญาณลูกสุนัขต้องการ ลูกสุนัขสงบลงและหลับได้ยาวขึ้นถึง 4 ชั่วโมงต่อคืน ก้องได้เรียนรู้ว่าเราไม่สามารถฝืนพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดได้ แต่เราต้องเข้าใจและปรับตัวเข้าหามัน

หากคุณต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ มีอะไรบ้าง

ภาพรวมทั่วไป

ถูกฝังอยู่ในรหัสพันธุกรรม

พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ สิ่งมีชีวิตสามารถแสดงออกได้ทันทีที่เผชิญกับสิ่งเร้าที่เหมาะสม

แบ่งเป็น 3 ระดับหลัก

ประกอบด้วย รีเฟล็กซ์ (ตอบสนองไว) โอเรียนเทชัน (เคลื่อนที่มีทิศทาง) และสัญชาตญาณ (รูปแบบพฤติกรรมซับซ้อนที่เป็นลำดับ)

เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์

สัตว์หลายชนิดพึ่งพาพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดเพื่อช่วยให้ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มโอกาสในการอยู่รอด โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการหาอาหาร การหลบภัย และการสืบพันธุ์

ความเข้าใจผิดทั่วไป

สับสนระหว่างพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดกับพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ ต้องแยกอย่างไร?

วิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดคือ ให้ดูว่าสัตว์ตัวนั้นเคยมีประสบการณ์เรื่องนี้มาก่อนหรือไม่ ถ้ารู้จักทำได้ทันทีตั้งแต่เกิดหรือทำได้เองโดยไม่มีใครสอน นั่นคือพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด แต่ถ้าต้องอาศัยการฝึกฝนหรือเลียนแบบ ถือเป็นการเรียนรู้

พฤติกรรมสัญชาตญาณคืออะไร แตกต่างจากรีเฟล็กซ์อย่างไร?

รีเฟล็กซ์เป็นการตอบสนองสั้นๆ ทันทีทันใด (เช่น ชักมือหนีของร้อน) แต่สัญชาตญาณเป็นชุดพฤติกรรมที่ซับซ้อนและต้องทำต่อเนื่องเป็นลำดับขั้นตอน (เช่น การชักใยของแมงมุม หรือการสร้างรังของนก) ทั้งสองอย่างล้วนถูกควบคุมโดยพันธุกรรม

ตัวอย่างพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดในทารกมนุษย์มีอะไรบ้าง?

ทารกแรกเกิดมีรีเฟล็กซ์หลายอย่างเพื่อการเอาชีวิตรอด เช่น รีเฟล็กซ์การดูด (เมื่อมีสิ่งของสัมผัสริมฝีปาก) รีเฟล็กซ์การกำมือ (เมื่อมีคนเอานิ้วไปวางบนฝ่ามือทารก) และการร้องไห้เมื่อรู้สึกหิวหรือเจ็บปวด

หมายเหตุ

  • [1] Scimath - สัตว์ชั้นต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์พึ่งพาพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดเกือบทั้งหมดเพื่อการเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
  • [2] En - อัตราการตอบสนองแบบรีเฟล็กซ์มักใช้เวลาเพียง 0.15 วินาที ซึ่งเร็วกว่าการประมวลผลของสมองส่วนหน้าอย่างมาก