พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดมีอะไรบ้าง
พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด: รีเฟล็กซ์คืออะไร
การเข้าใจ พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดมีอะไรบ้าง ช่วยให้มนุษย์เข้าใจกลไกการเอาตัวรอดพื้นฐานที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องผ่านการเรียนรู้. กลไกเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นปราการด่านแรกในการป้องกันอันตรายต่อร่างกาย. เรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติเหล่านี้เพื่อเข้าใจความสามารถพิเศษของมนุษย์ในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าฉับพลันโดยไม่ต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์จากสมองส่วนหน้า.
พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดมีอะไรบ้าง และทำงานอย่างไร
พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด คือการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม สิ่งมีชีวิตเกิดมาแล้วทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้ แบ่งเป็น 3 แบบหลักๆ ได้แก่ รีเฟล็กซ์ โอเรียนเทชัน และสัญชาตญาณ
ตำราชีววิทยามักอธิบาย ความหมายของพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด แต่สิ่งที่มักทำให้เกิดความสับสนคือคำว่า “สัญชาตญาณ” เพราะหลายคนใช้คำนี้แทนความรู้สึกส่วนตัวหรือความเคยชิน ทั้งที่ในทางชีววิทยาหมายถึงรูปแบบพฤติกรรมที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
ความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดและการเรียนรู้ เป็นประเด็นสำคัญในการศึกษาพฤติกรรมสัตว์ เพราะสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีทั้งการตอบสนองอัตโนมัติและความสามารถในการปรับตัวจากประสบการณ์
สัตว์ชั้นต่ำกว่าพึ่งพาพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดเกือบทั้งหมดเพื่อการเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ[1] ความจริงก็คือ พวกมันไม่มีเวลามากพอที่จะลองผิดลองถูก ธรรมชาติจึงต้องฝังโปรแกรมเอาชีวิตรอดมาให้ตั้งแต่เกิด
ความหมายของพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด
พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด (Innate Behavior) เป็นพฤติกรรมที่ถูกกำหนดโดยหน่วยพันธุกรรม (DNA) อย่างสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ หรือการสังเกตจากตัวอื่นในฝูง
พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดจึงเป็นลักษณะที่สิ่งมีชีวิตสามารถแสดงออกได้โดยไม่ต้องผ่านการฝึกฝนหรือการเรียนรู้มาก่อน
ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าลูกเต่าทะเลที่เพิ่งฟักออกจากไข่ต้องมารอเรียนรู้วิธีคลานลงทะเลจากแม่เต่า มันคงกลายเป็นอาหารของนกนางนวลไปหมดแล้ว พฤติกรรมนี้จึงต้องติดตัวมาตั้งแต่เกิดเพื่อรับประกันความอยู่รอดเผ่าพันธุ์
ประเภทของพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด
พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดสามารถแบ่งตามลักษณะการตอบสนองได้เป็น 3 ประเภทของพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด ได้แก่ รีเฟล็กซ์ โอเรียนเทชัน และสัญชาตญาณ โดยแต่ละประเภทมีระดับความซับช้อนและหน้าที่แตกต่างกัน
1. รีเฟล็กซ์ (Reflex)
รีเฟล็กซ์คือการตอบสนองอย่างรวดเร็วที่สุดของร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย พฤติกรรมนี้สั่งการโดยไขสันหลังเป็นหลัก ไม่ต้องรอให้สมองส่วนหน้าประมวลผล
อัตราการตอบสนองแบบรีเฟล็กซ์มักใช้เวลาเพียง 0.15 วินาที ซึ่งเร็วกว่าการประมวลผลของสมองส่วนหน้าอย่างมาก [2] ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในมนุษย์คือ การกะพริบตาเมื่อมีฝุ่นปลิวเข้าตา หรือการชักมือกลับทันทีที่เผลอไปสัมผัสของร้อน
หลายคนคิดว่าการเรียนรู้สำคัญที่สุด แต่ในนาทีวิกฤต - เมื่อคุณเผลอจับเตารีดร้อนๆ - รีเฟล็กซ์คือสิ่งเดียวที่ช่วยรักษามือคุณไว้ได้
2. โอเรียนเทชัน (Orientation)
โอเรียนเทชันคือการเคลื่อนที่เข้าหา หรือหนีออกจากสิ่งเร้าอย่างมีทิศทาง ซึ่งมักพบในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง หรือโพรทิสต์ แบ่งย่อยได้เป็น 2 แบบ: ไคเนซิส (Kinesis): การเคลื่อนที่แบบไม่มีทิศทางแน่นอน เช่น ตัวกะปิวิ่งสะเปะสะปะเมื่ออยู่ในที่แห้ง เพื่อหาที่ชื้น แทกซิส (Taxis): การเคลื่อนที่อย่างมีทิศทางชัดเจน เช่น แมลงเม่าบินเข้าหาแสงไฟ หรือพลานาเรียเคลื่อนที่หนีแสง
น่าสนใจใช่ไหมครับ?
ผมเคยนั่งมองแมลงเม่าบินเข้ากองไฟแล้วสงสัยว่าทำไมมันถึงโง่จัง แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้โง่ มันแค่ทำตามโปรแกรมที่ฝังอยู่ในยีน ซึ่งในธรรมชาติแสงสว่างมักหมายถึงทางออกสู่ที่โล่ง แต่มนุษย์ดันสร้างหลอดไฟขึ้นมาหลอกโปรแกรมนี้เสียเอง
3. สัญชาตญาณ (Instinct)
และนี่คือจุดที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้ หลายคนเข้าใจผิดว่า พฤติกรรมสัญชาตญาณคืออะไร แต่ในทางชีววิทยา สัญชาตญาณคือรูปแบบพฤติกรรมที่ตายตัว (Fixed Action Pattern) ซึ่งซับซ้อนมากและต้องทำตามลำดับขั้นตอนเป๊ะๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ
หากถูกขัดจังหวะกลางคัน สัตว์จะไม่สามารถทำต่อจากจุดเดิมได้ แต่มันจะต้องกลับไปเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนแรกสุดเสมอ
เช่น การสร้างรังของนก นกจะคาบกิ่งไม้มาสานตามลำดับเป๊ะๆ ถ้ากิ่งไม้หลุด มันจะไม่แค่เก็บกิ่งนั้นมาสานต่อ แต่พฤติกรรมของมันอาจรวนจนต้องเริ่มกระบวนการจัดระเบียบใหม่ นี่คือข้อจำกัดของพฤติกรรมที่ถูกเขียนโปรแกรมมาตายตัว ซึ่งต่างจากนิสัยของมนุษย์ที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ
เปรียบเทียบพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดกับการเรียนรู้
เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างพฤติกรรมทั้งสองแบบ เราลองมาดูข้อแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดกันครับพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด (Innate Behavior)
รูปแบบตายตัว ค่อนข้างแข็งทื่อ ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
พบมากในสัตว์ชั้นต่ำ แมลง และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
สามารถแสดงออกได้ทันทีตั้งแต่เกิดโดยไม่ต้องฝึก
ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (DNA) จากรุ่นสู่รุ่น
พฤติกรรมจากการเรียนรู้ (Learned Behavior)
ยืดหยุ่นสูงมาก สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ดี
พบมากในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์ชั้นสูงที่มีระบบประสาทซับซ้อน
ต้องใช้เวลาในการจดจำ ฝึกฝน และลองผิดลองถูก
เกิดจากประสบการณ์และการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม
ในธรรมชาติ สัตว์ชั้นสูงอย่างมนุษย์หรือสุนัขจะใช้พฤติกรรมแบบเรียนรู้เป็นหลักเพื่อความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหา แต่ก็ยังคงเก็บพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดอย่างรีเฟล็กซ์ไว้เพื่อป้องกันตัวในสถานการณ์ฉุกเฉินการสังเกตพฤติกรรมลูกสุนัขของก้อง
ก้อง นักศึกษาสัตววิทยาวัย 21 ปีในกรุงเทพฯ รับลูกสุนัขแรกเกิดที่กำพร้าแม่มาดูแล เขาพบปัญหาใหญ่คือลูกสุนัขมักจะร้องกวนตลอดคืนและตะกุยที่นอนจนพัง ก้องพยายามจัดที่นอนใหม่หลายรอบแต่ก็ไม่เป็นผล
คืนหนึ่งเขาพยายามป้อนนมอุ่นๆ แต่ลูกสุนัขกลับเอาหัวดุนและใช้เท้าหน้าย่ำไปมาบนผ้าห่มจนนมหกเลอะเทอะ ก้องหงุดหงิดมาก - เขาเกือบจะยอมแพ้และคิดว่าสุนัขตัวนี้ดื้อเกินไป
จนกระทั่งเขาฉุกคิดเนื้อหาในห้องเรียนได้ว่า พฤติกรรมนี้คือการย่ำเต้านมแม่ (Kneading) เพื่อกระตุ้นให้น้ำนมไหลออกมา - มันคือพฤติกรรมสัญชาตญาณที่ฝังอยู่ในยีน ไม่ใช่อาการดื้อรั้น ก้องจึงเปลี่ยนวิธีโดยใช้ตุ๊กตานุ่มๆ ที่มีจังหวะเต้นของหัวใจจำลองให้สุนัขซุกและดุนแทน
หลังจากปรับสภาพแวดล้อมให้ตรงกับสิ่งที่สัญชาตญาณลูกสุนัขต้องการ ลูกสุนัขสงบลงและหลับได้ยาวขึ้นถึง 4 ชั่วโมงต่อคืน ก้องได้เรียนรู้ว่าเราไม่สามารถฝืนพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดได้ แต่เราต้องเข้าใจและปรับตัวเข้าหามัน
ภาพรวมทั่วไป
ถูกฝังอยู่ในรหัสพันธุกรรมพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ สิ่งมีชีวิตสามารถแสดงออกได้ทันทีที่เผชิญกับสิ่งเร้าที่เหมาะสม
แบ่งเป็น 3 ระดับหลักประกอบด้วย รีเฟล็กซ์ (ตอบสนองไว) โอเรียนเทชัน (เคลื่อนที่มีทิศทาง) และสัญชาตญาณ (รูปแบบพฤติกรรมซับซ้อนที่เป็นลำดับ)
เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์สัตว์หลายชนิดพึ่งพาพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดเพื่อช่วยให้ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มโอกาสในการอยู่รอด โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการหาอาหาร การหลบภัย และการสืบพันธุ์
ความเข้าใจผิดทั่วไป
สับสนระหว่างพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดกับพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ ต้องแยกอย่างไร?
วิธีสังเกตที่ง่ายที่สุดคือ ให้ดูว่าสัตว์ตัวนั้นเคยมีประสบการณ์เรื่องนี้มาก่อนหรือไม่ ถ้ารู้จักทำได้ทันทีตั้งแต่เกิดหรือทำได้เองโดยไม่มีใครสอน นั่นคือพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด แต่ถ้าต้องอาศัยการฝึกฝนหรือเลียนแบบ ถือเป็นการเรียนรู้
พฤติกรรมสัญชาตญาณคืออะไร แตกต่างจากรีเฟล็กซ์อย่างไร?
รีเฟล็กซ์เป็นการตอบสนองสั้นๆ ทันทีทันใด (เช่น ชักมือหนีของร้อน) แต่สัญชาตญาณเป็นชุดพฤติกรรมที่ซับซ้อนและต้องทำต่อเนื่องเป็นลำดับขั้นตอน (เช่น การชักใยของแมงมุม หรือการสร้างรังของนก) ทั้งสองอย่างล้วนถูกควบคุมโดยพันธุกรรม
ตัวอย่างพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดในทารกมนุษย์มีอะไรบ้าง?
ทารกแรกเกิดมีรีเฟล็กซ์หลายอย่างเพื่อการเอาชีวิตรอด เช่น รีเฟล็กซ์การดูด (เมื่อมีสิ่งของสัมผัสริมฝีปาก) รีเฟล็กซ์การกำมือ (เมื่อมีคนเอานิ้วไปวางบนฝ่ามือทารก) และการร้องไห้เมื่อรู้สึกหิวหรือเจ็บปวด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต