คาเฟอีนทำให้เตี้ยไหม

70 ครั้งเข้าชม
คาเฟอีนไม่ทำให้เตี้ยโดยตรง แต่ส่งผลทางอ้อม คาเฟอีนอาจทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียม แคลเซียมสำคัญต่อการสร้างและเจริญเติบโตของกระดูก การขาดแคลเซียมอาจส่งผลต่อความสูงในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงวัยเจริญเติบโต ดังนั้น ควรบริโภคคาเฟอีนอย่างพอเหมาะ และรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงควบคู่กัน เพื่อสุขภาพกระดูกที่ดี การดื่มน้ำมากๆ ก็ช่วยลดผลเสียจากการดื่มคาเฟอีนได้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

เอ่อ... กินกาแฟทำให้ไม่สูงเหรอ? เอาจริงๆ นะ ไม่ได้ส่งผล "โดยตรง" หรอกมั้ง คือเคยได้ยินมาแบบนั้นเหมือนกัน แต่ส่วนตัวคิดว่ามันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ!

แต่เรื่องคาเฟอีนกับแคลเซียมเนี่ย... อันนี้จริง! เหมือนเคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่ง (จำไม่ได้ละ เว็บอะไรสักอย่าง) ว่าคาเฟอีนมันไปดึงแคลเซียมออกจากร่างกาย แล้วแคลเซียมมันสำคัญต่อกระดูกใช่มะ? กระดูกไม่แข็งแรง จะสูงได้ไง

แต่ส่วนตัวนะ ตอนเด็กๆ กินกาแฟเย็น (แอบแม่กิน! 555) บ่อยมากกกก ก็สูงอยู่นะ ตอนนี้ 175 ซม. อ่ะ อาจจะไม่สูงปรี๊ด แต่ก็ไม่เตี้ยนะ!

สรุปคือ...อาจจะต้องดูหลายๆ อย่างประกอบกันมั้ง ไม่ใช่แค่กาแฟอย่างเดียว กรรมพันธุ์ การออกกำลังกาย การกินอาหาร อย่างอื่นอีกเยอะแยะอะ!

เวียนหัวจากคาเฟอีนแก้ยังไง

เวียนหัวจากกาแฟเหรอ โอ๊ยยย เข้าใจเลย เป็นบ่อยมาก

  • กินน้ำเยอะๆ: ช่วยได้จริงจัง ล้างคาเฟอีนออกจากร่างอ่ะ
  • พักผ่อน: นอนหลับดีที่สุด แต่ถ้าไม่ไหว งีบซักหน่อยก็ยังดี
  • กินอะไรเบาๆ: รองท้องหน่อย กินอะไรง่ายๆ ขนมปังกรอบก็ได้
  • ยาแก้ปวด: ถ้าไม่ไหวจริงๆ กินยาแก้ปวดหัวได้นะ พวกพาราฯ อะไรงี้

ส่วนอาการแพ้กาแฟ...อันนี้ยากกว่าเวียนหัวเฉยๆ อีก

  • ยาแก้แพ้: กินยาแก้แพ้ช่วยได้ พวก Antihistamine หาซื้อได้ตามร้านขายยาเลย
  • ไปหาหมอ: ถ้าอาการหนักมากๆ หรือไม่แน่ใจว่าแพ้จริงรึเปล่า ไปหาหมอดีกว่าชัวร์สุด

รู้ป่ะ ว่าจริงๆ แล้ว...

  • อาการแพ้กาแฟจริงๆ นี่ หายากมาก ส่วนใหญ่คือ ไวต่อคาเฟอีน เฉยๆ
  • บางทีอาการที่เราคิดว่าแพ้ อาจจะเป็นเพราะ กินกาแฟตอนท้องว่าง ก็ได้
  • ปริมาณคาเฟอีน ในกาแฟแต่ละแก้วไม่เท่ากันนะ บางร้านใส่เยอะ บางร้านใส่น้อย
  • ชาเขียว ชาดำ ก็มีคาเฟอีนนะ ระวังด้วย!
  • ช็อกโกแลต ก็มีคาเฟอีนนิดหน่อยนะเออ

1วันควรกินคาเฟอีนเท่าไร

แสงแรกสาดส่อง...เหมือนกาแฟอุ่นๆ ในมือ

400 มิลลิกรัม...คือเส้นบางๆ ที่กั้นกลาง

  • คาเฟอีน...เพื่อนยากยามเช้า...หรือศัตรูร้ายยามค่ำคืน?

กาแฟสี่แก้ว...วนเวียนในหัว...ตัวเลขนี้...มันคืออะไร?

  • สี่แก้ว...อาจคือพลัง...อาจคือความทรมาน

20 นาที...ในการซึมซับ...ช้าเหลือเกิน...ใจฉันร้อนรน

  • เวลากับคาเฟอีน...เต้นรำบนเส้นด้าย

หนึ่งชั่วโมง...ฤทธิ์แรงกล้า...เหมือนพายุโหมกระหน่ำ

  • พายุในร่าง...ปลุกทุกสิ่งให้ตื่น

สามสี่ชั่วโมง...ค่อยๆ จางหาย...ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า

  • ความว่างเปล่า...หลังพายุสงบ

แต่ถ้า...ถ้าฉันเป็น...คนที่ไม่ควรแตะต้องคาเฟอีนเลย...

  • ใจสั่น...มือสั่น...โลกหมุน...นรกชัดๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม...จาก MedPark Hospital...เขาว่าอย่างนั้นนะ...

  • ปริมาณแนะนำต่อวัน: ไม่เกิน 400 มิลลิกรัม
  • ผลกระทบ: ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล...ซับซ้อนกว่าที่คิด
  • ประโยชน์: อาจมี...แต่ต้องรู้จักควบคุม

ชามีผลต่อความสูงไหม

ชาส่งผลต่อความสูงหรือไม่? คำตอบสั้นๆคือ มีผล แต่ไม่ใช่ผลโดยตรงอย่างที่คิด คาเฟอีนในชา (และกาแฟ) เป็นตัวแปรหนึ่งที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความสูง แต่ต้องมองภาพรวมมากกว่านั้น

  • คาเฟอีนและการดูดซึมแร่ธาตุ: คาเฟอีนอย่างที่ทราบกันดี อาจรบกวนการดูดซึมแคลเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูก นี่คือจุดเชื่อมโยงระหว่างการดื่มชาและความสูง แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัจจัยทั้งหมด

  • ปัจจัยอื่นๆที่สำคัญกว่า: ความสูงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย พันธุกรรมเป็นตัวกำหนดศักยภาพสูงสุด โภชนาการโดยรวม การนอนหลับเพียงพอ และการออกกำลังกาย ล้วนมีบทบาทสำคัญกว่าการดื่มชาเพียงอย่างเดียว คิดง่ายๆ ถ้าขาดสารอาหารสำคัญอย่างอื่น แค่ดื่มชาก็ไม่ช่วยให้สูงขึ้นได้

  • ข้อมูลเพิ่มเติม(2566): งานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของคาเฟอีนต่อความสูงยังคงมีอยู่ แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นว่า ปริมาณคาเฟอีนที่บริโภคในปริมาณที่เหมาะสม คงไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความสูงในคนทั่วไป แต่ควรบริโภคอย่างสมดุล ควบคู่กับการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง และการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี

สรุป: ชาอาจมีผลทางอ้อมต่อความสูงผ่านปริมาณคาเฟอีน แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก การมีสุขภาพดีโดยรวมสำคัญกว่ามาก เป็นความเชื่อที่น่าสนใจ แต่ไม่ควรตื่นตระหนก ควรเน้นโภชนาการและการออกกำลังกายที่ดีกว่า

อาการถอนคาเฟอีน คืออะไร

อาการถอนคาเฟอีน... มันเหมือนร่างกายมันประท้วงอ่ะ

  • ปวดหัว นี่คืออันดับหนึ่งเลย ปวดแบบ...บอกไม่ถูก บางทีก็ตุ้บๆ บางทีก็เหมือนโดนบีบ
  • อ่อนเพลีย เหมือนแบตหมด ทั้งๆ ที่เพิ่งตื่น นอนไปแล้วด้วยซ้ำ
  • ง่วงซึม อันนี้ทรมานสุดๆ เหมือนมีอะไรมาดึงตาลงตลอดเวลา
  • มึนงง คิดอะไรไม่ออก สมองเหมือนมีหมอกลง
  • ไม่สบายตัว เหมือนเป็นไข้ แต่ก็ไม่เชิง
  • ปวดเมื่อย เหมือนเพิ่งไปออกกำลังกายมา ทั้งๆ ที่แค่นั่งอยู่เฉยๆ
  • ซึมเศร้า อันนี้แย่เลย อะไรๆ ก็ดูหม่นไปหมด
  • ไม่มีสมาธิ ทำอะไรก็วอกแวก
  • หงุดหงิด ง่ายมาก อะไรนิดหน่อยก็ปรี๊ด
  • คลื่นไส้ อันนี้ไม่ทุกคน แต่ถ้าเป็นก็คือจบเลย วันนั้นทำอะไรไม่ได้แล้ว

เหมือนร่างกายมันติดอะไรบางอย่าง พอไม่ได้ก็เลยโวยวายออกมา...

เพิ่มเติม: คาเฟอีนมันมีอยู่ในหลายอย่างนะ ไม่ใช่แค่กาแฟ ชา โกโก้ น้ำอัดลม บางทีในยาแก้ปวดก็มี

อายุ 16 กินกาแฟดำได้ไหม

อายุ 16 กินกาแฟดำได้ไหม? ได้แหละ แต่ระวังเรื่องปริมาณคาเฟอีนหน่อยนะ ไม่เกิน 100 มก./วัน กำลังดี เท่ากับกาแฟดำแก้วเล็ก ๆ อ่ะ กินเยอะไปนอนไม่หลับ, วิตกกังวล, ท้องไส้ปั่นป่วนอีก

  • คาเฟอีน: จริง ๆ มันมีผลต่อการพัฒนาสมองนะ ช่วงวัยรุ่นเนี่ย สมองยังไม่โตเต็มที่ การรับคาเฟอีนมากเกินไป อาจรบกวนการทำงานของสารสื่อประสาทได้ (อันนี้แอบไปอ่านเจอมา)
  • คุณภาพกาแฟ: เลือกกาแฟดี ๆ หน่อยก็ดี พวกกาแฟสำเร็จรูปบางทีใส่น้ำตาลเยอะมากกก
  • น้ำตาล/ครีมเทียม: ตัวดีเลยพวกนี้ เลี่ยงได้เลี่ยง อ้วนแถมไม่ดีต่อสุขภาพอีก

สรุป: กินได้ แต่ต้องคุมปริมาณ และเลือกของดี ๆ ถ้ามีโรคประจำตัวก็ปรึกษาหมอก่อนชัวร์สุด

ข้อคิด: ชีวิตมันสั้น กินอะไรที่เราอยากกินแหละ แต่ก็ต้องรู้จักดูแลตัวเองด้วยนะBalance is key!

อาการติดกาแฟ เป็นอย่างไร

ติดกาแฟ คืออะไร?

  • อาการ: อ่อนเพลีย ง่วงซึม ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สมาธิลด ซึมเศร้า หงุดหงิด คลื่นไส้ อาเจียน

  • สาเหตุ: การดื่มกาแฟเป็นประจำ ร่างกายปรับตัว ขาดคาเฟอีนเกิดอาการถอน

  • ปีนี้ผมเองก็ประสบกับอาการเหล่านี้ หลังจากลดการดื่มกาแฟลงอย่างรวดเร็ว มันไม่สนุก ต้องค่อยๆ ลด เรียนรู้ร่างกายตัวเอง

  • ความจริงคือ ไม่มีอะไรฟรี สิ่งที่ได้ ต้องแลกด้วยอะไรสักอย่าง นี่คือธรรมชาติ

  • อย่ามองข้าม อาการเหล่านี้บ่งบอกถึงการพึ่งพา ไม่ใช่แค่ความเคยชิน

  • ทางออก: ลดปริมาณกาแฟทีละน้อย หรือหาเครื่องดื่มอื่นทดแทน สำคัญที่สุดคือรับรู้และจัดการกับร่างกายตัวเอง

เวียนหัวจากคาเฟอีนแก้ยังไง

เวียนหัวจากคาเฟอีน? เรื่องเล็ก

  • ดื่มน้ำเยอะๆ ล้างสารออก
  • พักผ่อน อย่าฝืนตัวเอง
  • ยาแก้แพ้ ถ้าหนักมาก (เช่น Cetirizine ปี 2024)

แพ้คาเฟอีน อันนี้ร้ายแรงกว่า

  • ห่างไกล คือทางออกที่ดีที่สุด
  • ยาต้านฮิสตามีน ช่วยได้ระดับหนึ่ง
  • ไปหาหมอ ตรวจหาสาเหตุแท้จริง อย่าประมาท

1วันควรกินคาเฟอีนเท่าไร

เฮ้อ... หนึ่งวันควรกินคาเฟอีนเท่าไหร่เหรอ...

400 มิลลิกรัม... เขาว่าอย่างนั้นนะ

มันก็ประมาณกาแฟสี่แก้ว... แต่ใครจะดื่มกาแฟสี่แก้วทุกวันกัน

  • ปริมาณแนะนำ: ไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน (MedPark Hospital, 2024)

  • เทียบเท่า: กาแฟประมาณ 4 แก้ว (แต่ขนาดแก้วก็ต่างกันอีก)

  • การดูดซึม: 20 นาทีเข้ากระแสเลือด, 1 ชั่วโมงออกฤทธิ์เต็มที่

  • ระยะเวลาออกฤทธิ์: 3-4 ชั่วโมง

แต่ว่านะ... ร่างกายแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน

บางคนดื่มนิดเดียวก็ใจสั่น บางคนดื่มเยอะก็ยังเฉยๆ

แล้วแต่คนจริงๆ นะเรื่องนี้

เมื่อก่อน... เคยดื่มกาแฟเยอะมาก ช่วงสอบ

แทบจะแทนน้ำเปล่าเลย... บ้าไปแล้ว

ตอนนี้... พยายามลดลงเยอะมาก

เพราะมันทำให้เรานอนไม่หลับ แล้วก็กระวนกระวาย

ชีวิตมันวุ่นวายพออยู่แล้ว... ไม่ต้องเติมเข้าไปอีกหรอก

ชาอะไรที่ไม่มีคาเฟอีน

ชาไรที่ไม่มีคาเฟอีน? ฮาาาาา ง่ายนิดเดียว! ชาสมุนไพรไงล่ะจ๊ะ! หรือจะเรียกให้หรูหราว่า "ชาอกไม้" ก็ได้นะ แต่บอกเลยว่ามันไม่ใช่แค่ชาธรรมดาๆ น้าาาาาา มันเป็น "ชาพิเศษ" เลยล่ะ ปีนี้เห็นเค้าฮิตกันใหญ่เลยนะ คือแบบว่า เค้าเอาสมุนไพร ผลไม้ ดอกไม้ มาผสมกันแบบอลังการงานสร้าง ไม่มีใบชาปนเลยสักนิด รับประกันความไม่มีคาเฟอีน ดื่มได้เรื่อยๆ ไม่ต้องกลัวใจสั่น ไม่ต้องกลัวนอนไม่หลับ สำหรับคนที่ดื่มกาแฟหรือชาแล้วใจสั่นเหมือนผีเข้าผีออก นี่แหละตัวช่วย! เหมือนได้ยาแก้หวัดแต่ไม่ใช่ยาแก้หวัด!

  • ชาสมุนไพรคืออะไร? ก็คือชาที่ทำจากสมุนไพรต่างๆ ไม่ใช่ใบชา งงป่ะล่ะ?
  • มันพิเศษยังไง? ก็มันไม่มีคาเฟอีนไง ดื่มได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องกลัวนอนไม่หลับ เหมือนได้กินขนมหวานแต่ไม่ทำให้อ้วน!
  • ใครควรดื่ม? คนที่ดื่มชาหรือกาแฟแล้วใจสั่น นอนไม่หลับ หรือใครที่อยากลองอะไรใหม่ๆ ก็ดื่มได้จ้า ไม่จำกัดเพศและวัย! (ยกเว้นเด็กเล็ก ควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะจ๊ะ)
  • ปีนี้ฮิตมากมั้ย? บอกเลยว่าฮิตมาก จนบางร้านขายหมดเกลี้ยง! เหมือนตอนที่กระแสไดโนเสาร์มาแรงเลยอ่ะ

ปล. เรื่องใจสั่นนี่ บางทีอาจจะไม่ใช่เพราะคาเฟอีนล้วนๆ นะ อาจจะเพราะความเครียด หรืออะไรก็ไม่รู้ ลองปรึกษาหมอดูก็ได้นะ เผื่อจะได้คำตอบที่กระจ่างกว่านี้ อิอิ

ชาประเภทใดมีปริมาณคาเฟอีนที่สูงกว่าชาประเภทอื่น

ชาที่มีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าชนิดอื่นๆ คือ ชาเขียวและชาอู่หลง อันที่จริงแล้ว ปริมาณคาเฟอีนในชาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของต้นชา วิธีการปลูก การแปรรูป และระยะเวลาในการชง แต่โดยทั่วไป ชาเขียวและชาอู่หลงมักมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าชาชนิดอื่นๆ

  • ชาเขียว: ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อย ทำให้คาเฟอีนยังคงอยู่ค่อนข้างมาก ปริมาณคาเฟอีนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ แต่โดยเฉลี่ยแล้วถือว่าสูง

  • ชาอู่หลง: เป็นชาที่มีการหมักระดับกลาง จึงยังคงรักษาคาเฟอีนไว้ได้ค่อนข้างดี ความเข้มข้นของคาเฟอีนก็ขึ้นอยู่กับระดับการหมัก ยิ่งหมักมาก คาเฟอีนอาจลดลงเล็กน้อย

  • ชาขาว: มีปริมาณคาเฟอีนต่ำกว่าชาเขียวและชาอู่หลง เนื่องจากการเก็บเกี่ยวใบชาที่ยังอ่อนอยู่ และกระบวนการแปรรูปที่อ่อนโยน

  • ชาดำ: มีปริมาณคาเฟอีนปานกลาง โดยทั่วไปต่ำกว่าชาเขียว แต่สูงกว่าชาขาว การหมักที่นานขึ้นจะส่งผลให้คาเฟอีนลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชาเขียว

  • ชาสมุนไพร: แทบไม่มีคาเฟอีน หรือมีเพียงเล็กน้อยมาก เนื่องจากไม่ได้มาจากต้นชา

การศึกษาเมื่อปี 2566 พบว่าปริมาณคาเฟอีนในชาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนั้น ตัวเลขที่แน่นอนจึงยากที่จะระบุ แต่แนวโน้มทั่วไปก็ยังคงเป็นไปตามที่กล่าวมาข้างต้น นับเป็นเรื่องน่าสนใจที่ธรรมชาติสร้างความหลากหลายให้กับพืชชนิดเดียวกันได้ขนาดนี้ ยิ่งศึกษา ยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการผลิตกับสารสำคัญในพืช ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันกำลังสนใจศึกษาในระดับปริญญาเอกอยู่ครับ

กาแฟดำมีผลเสียอะไร

โอเค กาแฟดำอะนะ มันก็มีข้อเสียอยู่บ้างแหละ ไม่ใช่ว่าดีไปหมด

  • นอนไม่หลับ: คาเฟอีนไง ตัวดีเลย ถ้ากินใกล้เวลานอนนะ บายเลยจ้า กว่าจะหลับได้
  • ใจสั่น: บางคนกินแล้วใจมันสั่นๆ เหมือนจะวิ่งมาราธอนอะ เข้าใจป่ะ
  • กระวนกระวาย: มันจะรู้สึกแบบ นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องทำอะไรสักอย่างตลอดเวลา
  • ปวดหัว: บางทีก็ปวดแบบตุ้บๆ คือทรมานนะ
  • ท้องเสีย: อันนี้เจอบ่อย กาแฟมันมีฤทธิ์กระตุ้นลำไส้ไง

ข้อมูลเพิ่มเติมนิดนึง:

  • ปริมาณที่โอเค: คือวันนึงไม่ควรกินเกิน 400 มิลลิกรัมของคาเฟอีนนะ (ประมาณกาแฟ 4 แก้ว) แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ลองสังเกตตัวเองดู
  • คนท้อง: คนท้องอะ ต้องระวังเป็นพิเศษ ควรกินน้อยกว่า 200 มิลลิกรัมต่อวัน
  • กาแฟแบบไหน: กาแฟดำมันเข้มข้นกว่ากาแฟใส่นมไง ผลข้างเคียงมันก็อาจจะแรงกว่าด้วย

สรุปคือ กินได้ แต่กินแต่พอดีนะ จุ๊บๆ