คำที่แปลว่าน้ำมีอะไรบ้าง

177 ครั้งเข้าชม
คำศัพท์เกี่ยวกับธรรมชาติน้ำ: คงคา, ชลาลัย, สาคร, นที, สมุทร, อาโป, ธารา, ธาร, สลิล, อัมพุ, อุทก, สินธุ์ ท้องฟ้า: นภา, เวหา, นภาลัย, ทิฆัมพร, อัมพร, คคนางค์ ป่า: ดง, พง, พงพนา, พงไพร, พนัส, พนา, ชัฏ, ไพร, อารัญ พระอาทิตย์: สุริยา, ตะวัน, ทินกร, รวิ, ภาสกร, รพี, ทิวากร, รพี
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำไวพจน์น้ำมีอะไรบ้าง รวมคำศัพท์ที่หมายถึงน้ำในภาษาไทย?

น้ำ... นี่นะ มันไม่ใช่แค่ 'น้ำ' อย่างเดียวหรอกนะ จำได้ตอนไปเที่ยวเชียงรายเมื่อปลายปี 2563 เห็น 'ธาร' เล็กๆ ไหลเอื่อยๆ ใต้สะพานไม้เก่าๆ อดคิดถึงคำว่า 'คงคา' ไม่ได้เลย น้ำใสๆ แบบนั้น สลิลที่นั่นเย็นชื่นใจ จนรู้สึกสดชื่นไปหมดเลยจริงๆ

ส่วน 'ท้องฟ้า' เหรอ อืม... เวลาเงยหน้ามอง 'นภา' ทีไรก็รู้สึกว่าโลกมันใหญ่ดีนะ ตอนนั่งเครื่องบินกลับจากภูเก็ตเมื่อเดือนตุลาฯ ปีที่แล้วนะ มองลงไปเห็นเมฆหนาๆ ข้างล่าง 'เวหา' มันกว้างขวางเกินจะเข้าใจ 'อัมพร' ที่กว้างใหญ่แบบนั้น ไม่ได้เห็นได้ง่ายๆ เลย

ป่า... เคยเกือบหลงไหม ไม่สิ แค่เดินเพลินไปหน่อยเอง ตอนไปเขาค้อเมื่อต้นปี 2566 น่ะ เจอ 'พงไพร' เยอะมาก ต้นไม้ใหญ่ๆ ชัฏๆ ทึบไปหมดเลย แสงสว่างส่องไม่ถึงดินบางที่ 'อารัญ' แบบนั้นก็มีเสน่ห์นะ แต่ก็แอบกลัวนิดๆ

พระอาทิตย์... 'ตะวัน' นี่นะ บางทีก็ใจร้ายเหลือเกิน วันที่ไปเดินตลาดน้ำอัมพวาเมื่อปี 2565 นะ 'สุริยา' มันแผดเผาจนเหงื่อซ่กเลย จำได้เลยว่าร้อนจนแสบผิว 'ทินกร' นี่แรงกว่าปกติรึเปล่าไม่รู้ แต่ก็ยังชอบมองตอน 'รวี' ตกนะ มันสวยดี

คําที่แปลว่าดอกไม้ มีอะไรบ้าง

บุปผา ยามเช้าตรู่แสงแดดรำไร สาดส่องกระทบกลีบ มาลี อบอวลด้วยกลิ่นหอมกรุ่นละมุน บุหงา เริงระบำไปกับสายลม บุษบา เบ่งบานรับอรุณ

โกสุม ส่งกลิ่นหอมเย็นเยียบในยามค่ำ บุษบัน กลีบซ้อนซ่อนเร้นความงาม บุปผชาติ งามสะพรั่งเต็มทุ่งหญ้า

  • บุปผา : ดอกไม้, ความงาม
  • มาลี : ดอกไม้, พวงดอกไม้
  • บุหงา : ดอกไม้ (คำเก่า)
  • บุษบา : ดอกไม้, นางงาม
  • โกสุม : ชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่ง (ดอกสเลอปี้)
  • บุษบัน : ดอกไม้ (คำเก่า)
  • บุปผชาติ : ดอกไม้นานาชนิด

ความหมายแฝง

  • บุปผา : มักหมายถึงความสวยงาม ความอ่อนหวาน
  • มาลี : สื่อถึงความรื่นเริง การจัดดอกไม้
  • บุหงา : ให้ความรู้สึกถึงกลิ่นหอมอันเย้ายวน
  • บุษบา : นัยถึงความงามสง่า
  • โกสุม : อาจสื่อถึงความสงบ ความเย็น
  • บุษบัน : ความงามที่ซ่อนเร้น
  • บุปผชาติ : ความหลากหลาย ความอุดมสมบูรณ์

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • คำไวพจน์เหล่านี้มักพบในบทกวี หรือวรรณคดีไทย
  • การใช้คำไวพจน์ช่วยเพิ่มอรรถรสและความสละสลวยให้แก่ภาษา
  • แต่ละคำมีความหมายหลักเหมือนกันคือ "ดอกไม้" แต่ก็มีนัยยะและบริบทการใช้ที่แตกต่างกันไป

ในข้อสอบ ที่พบเจอ บุปผา มาลี บุหงาบุษบาโกสุมบุษบันบุปผชาติ เหล่านี้ ล้วนแต่คือ ดอกไม้ อันงามตา

คําที่แปลว่าพระจันทร์ มีอะไรบ้าง

หาคำไวพจน์อยู่เหรอ... จดๆ ไว้กันลืม

คำว่า พระจันทร์ มี รัชนีกร แข บุหลัน นิศากร ศศิธร คำว่า แข นี่สั้นดีจัง ไม่ค่อยเห็นคนใช้เลย

แล้วก็ พระอาทิตย์ ทินกร ประภากร ทิวากร ตะวัน สุริยา ตะวันนี่ใช้บ่อยสุดเลยมั้ง

ทองคำ นี่ก็เยอะ สุวรรณ เหม กนก มาศ อุไร เหม... เหมือนในชื่อ เหมราช สิงห์ทองคำปะ

ทำไมคำไวพจน์มันเยอะขนาดนี้ เรียนตอนเด็กๆ ก็งงนะ แต่พอโตมาแล้วรู้สึกว่ามันสวยดี

ป่า ก็มี ไพร พง ดง อารัญ พนา พวกคำเรียกป่านี่ ฟังดูขลังดีจัง

ต่อๆ... เมือง บุรี ธานี นคร ปุระ กรุง บุรี ธานี นคร นี่อยู่ในชื่อจังหวัดเต็มไปหมดเลย

ผู้หญิง สตรี อิตถี นารี กามินี พธู อิตถีนี่ไม่เคยได้ยินคนพูดจริงๆเลยแฮะ อยู่แต่ในหนังสือ

สุดท้าย ดอกไม้ บุปผา บุษบา โกสุม มาลี ผกา บุษบา มาลี ผกา ชื่อคนได้หมดเลย

  • คำส่วนใหญ่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤต เลยทำให้ภาษาไทยมีคลังคำศัพท์เยอะมาก
  • สำหรับ พระจันทร์ ยังมีอีกเยอะ เช่น เดือน, ศศิ, โสม (แปลว่าดวงจันทร์เหมือนกัน), นิศานาถ (เจ้าแห่งกลางคืน)
  • ส่วน พระอาทิตย์ ก็มี รวิ, สุริยัน, สุริยน, อาภากร
  • คำพวกนี้เจอบ่อยในวรรณคดีหรือกวีนิพนธ์ เพื่อให้เสียงมันเพราะขึ้น ไม่ต้องใช้คำซ้ำๆ เดิมๆ

คําว่าฟ้า มีอะไรบ้าง

ฟ้า มีความหมายเยอะมากเลยนะ

  • ท้องฟ้า: อันนี้ตรงไปตรงมาเลย นึกถึงตอนมองขึ้นไปตอนกลางวัน เห็นสีฟ้าๆ มีเมฆลอยไปมา หรือตอนกลางคืนที่เห็นดาว เห็นพระจันทร์
  • ห้วงอากาศ: อันนี้ก็คล้ายๆ ท้องฟ้าแหละ แต่มันจะเน้นไปที่พื้นที่ว่างๆ ที่เรามองไม่เห็นแต่ก็รู้สึกได้ว่ามีอยู่ เช่น เครื่องบินก็บินอยู่ในห้วงอากาศนี่แหละ
  • สวรรค์: บางทีเราก็ใช้คำว่า "ฟ้า" ในความหมายเชิงศาสนาหรือความเชื่อ หมายถึงที่อยู่ของเทพเจ้า หรือที่ที่คนดีไปอยู่หลังจากตายแล้ว
  • สิ่งที่อยู่เบื้องบน: อันนี้กว้างหน่อย อะไรก็ตามที่อยู่เหนือหัวเราลงมา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราเห็นหรือไม่เห็นก็อาจจะเรียกว่า "ฟ้า" ได้เหมือนกัน

เพิ่มเติม:

  • คำว่า "ฟ้า" ยังสะท้อนถึง ความสูงส่ง หรือ อำนาจที่เหนือกว่า ด้วยนะ เช่น "อำนาจฟ้าลิขิต"
  • เวลาพูดถึง ความหวัง หรือ ความโชคดี เราก็อาจจะอ้างถึง "ฟ้า" ได้เหมือนกัน เช่น "ฟ้าส่งมาให้เจอ"
  • ถ้าพูดถึง สภาพอากาศ ก็ใช้ "ฟ้า" ได้ อย่าง "ฟ้าใส" หรือ "ฟ้าครึ้ม"
  • ในทางวรรณกรรมหรือบทกวี "ฟ้า" มักจะถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของ ความกว้างใหญ่ความไม่สิ้นสุด หรือ ความงดงาม
  • บางครั้งคำว่า "ฟ้า" ก็ใช้แทน สีฟ้า โดยตรงเลยนะ เช่น "ชุดสีฟ้า"
  • ลองนึกถึงสำนวนที่ใช้ "ฟ้า" ดูสิ มีเยอะมากเลย "ฟ้าผ่าลงกลางใจ" "ฟ้าหลังฝน" "ฟ้าประทานพร" พวกนี้ก็ใช้คำว่าฟ้าทั้งนั้นเลย
  • จริงๆ มันเชื่อมโยงกับ จักรวาล ด้วยนะ เพราะท้องฟ้าที่เราเห็นก็เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลอันกว้างใหญ่นั่นแหละ

สวยมีคำว่าอะไรบ้าง

ตอนนั้นเดือนมกราคมปีนี้เลย นั่งอยู่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ตรงทองหล่อนี่แหละ แสงแดดส่องเบา ๆ อบอุ่นดี เพื่อนสนิทฉันพลอยมันเล่าเรื่องน้องที่ทำงานใหม่ให้ฟัง หน้าตาก็ดี เรียนเก่งด้วย

พลอยบอกว่า "น้องคนนั้น pretty มากเลยนะแก" คือฟังแล้วฉันก็แบบ เออจริงนะ มันไม่ใช่สวยแบบตระการตา ออร่าจับแบบดารา แต่มันคือความ น่ารัก น่ามอง ดูดีไปหมด ทั้งหน้าตา ผิวพรรณ การแต่งตัว

มันให้ความรู้สึกแบบชื่นชมในความดูดีภายนอกนะ ไม่ได้เจาะลึกไปถึงนิสัยใจคอหรือความสง่าแบบ Beautiful ที่มันดูมีมิติมากกว่าอะ ตอนนั้นฉันคิดในใจว่า คำนี้นี่แหละเหมาะกับน้องเขาแล้วจริงๆ

อีกวันหนึ่งที่ทำงาน เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนนี่เอง ฉันกำลังเร่งเคลียร์งานอยู่ แล้วเพื่อนร่วมงานเอาเอกสารมาให้ ถามว่ายากไหม ฉันดูแล้วก็ตอบไปว่า "อืม มัน pretty hard นะ"

ในประโยคนั้นคำว่า pretty มันไม่ได้หมายถึงสวยเลยนะ แต่มันหมายถึง ค่อนข้าง คือ ค่อนข้างยาก นั่นแหละ เห็นไหมว่ามันเปลี่ยนหน้าที่ไปเลย กลายเป็นคำขยายที่ใช้บอกระดับของคำอื่น

  • ความหมายหลักของคำว่า pretty คือ สวย น่ารัก และน่ามองในแง่ของรูปลักษณ์ภายนอก.
  • แตกต่างจาก beautiful ที่สามารถใช้ชมความงามทั้งภายนอกและภายในได้.
  • เมื่อ pretty ใช้เป็นคำขยาย (adverb) จะมีความหมายว่า ค่อนข้าง หรือ พอสมควร.
  • ตัวอย่างการใช้ pretty เป็น adverb เช่น pretty good (ค่อนข้างดี), pretty often (ค่อนข้างบ่อย).

ดวงดาวคําไวพจน์มีอะไรบ้าง

มองออกไปข้างนอกตอนนี้ เห็นท้องฟ้ามืดสนิท มีดวงดาวบางดวงกระพริบอยู่ไกลๆ เงียบดีนะ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย... นึกถึงคำที่ถามมาเรื่องคำไวพจน์ของดวงดาว

คำเหล่านั้นที่ให้มาน่ะ คคนางค์ คคนานต์ นภ นภดล นภา นภาลัย โพยม เวหา หาว อัมพร... จริงๆ แล้วคำพวกนี้หมายถึง "ท้องฟ้า" นะ ไม่ใช่ "ดวงดาว" มันคือผืนฟ้ากว้างๆ ที่เรามองเห็นต่างหาก

แต่ถ้าถามหาคำไวพจน์ของ ดวงดาว จริงๆ นะ ที่หมายถึงไอ้จุดแสงเล็กๆ ที่ระยิบระยับบนฟ้าน่ะ ก็มีอยู่บ้าง...

  • ดารา
  • ดาว
  • นักขัตฤกษ์

มันก็มีแค่นี้แหละ ที่ใช้กันจริงๆ ก็สองคำแรกนั่นแหละ ง่ายๆ ดี

แต่ก็นั่นแหละนะ เวลาที่พูดถึงดวงดาว เรามักจะเหมารวมไปกับท้องฟ้าเสมอเลย มันอยู่ด้วยกัน แยกกันไม่ค่อยได้หรอก

คิดไปคิดมา...คำพวกนั้นที่หมายถึงท้องฟ้าก็สวยนะ มันให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปเลย

  • คคนางค์ กับ คคนานต์ เหมือนเป็นท้องฟ้าที่งามสง่า มีความอ่อนโยนอยู่ในนั้น เหมือนท้องฟ้าของนางฟ้า
  • นภนภานภาลัยนภดล คำพวกนี้ก็เป็นท้องฟ้าทั่วไปนี่แหละ แต่ก็ให้ความรู้สึกกว้างใหญ่ไพศาลดีนะ
  • โพยมเวหาหาวอัมพร คำพวกนี้จะรู้สึกถึงความสูงส่ง ลึกซึ้ง เหมือนท้องฟ้าที่อยู่สูงมากๆ เข้าถึงยาก

มันเหมือนกับว่าท้องฟ้ามีหลายอารมณ์เลยนะ เวลาที่เราใช้คำต่างกัน มันก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปในใจเรา

แต่สุดท้าย... ไม่ว่าจะเรียกอะไร ดวงดาวก็ยังคงเป็นดวงดาวที่ส่องแสงอยู่ตรงนั้นเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย.