น้ำตาล 180 อันตรายไหม

94 ครั้งเข้าชม
น้ำตาล 180 มก./ดล. (โดยไม่อดอาหาร) หากร่วมอาการปัสสาวะบ่อย, หิวน้ำบ่อย, น้ำหนักลด บ่งชี้เบาหวาน ระดับน้ำตาลสูงกว่า 200 มก./ดล. ยิ่งเสี่ยงสูงภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ควรดูแลอย่างใกล้ชิด: ตา: ต้อกระจก, ต้อหิน, จอประสาทตาเสื่อม ไต: โรคไตวาย เส้นประสาท: ชาปลายมือปลายเท้า, ปัญหาทางเพศ หัวใจและหลอดเลือด: โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง ผิวหนังและแผล: แผลหายช้า, ติดเชื้อง่าย ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินน้ำตาล 180 กรัมต่อวัน อันตรายหรือไม่?

อันตรายมาก! กินน้ำตาล 180 กรัมต่อวันเนี่ยนะ คิดดูสิ ขนมปังแผ่นเดียวก็หลายสิบกรัมแล้ว นี่ 180 กรัม! เท่ากับฉันกินน้ำตาลวันละหลายถ้วยใหญ่ๆเลย จำได้ตอนนั้น ช่วงปี 2020 เพื่อนสนิทฉัน มันติดหวานหนักมาก กินน้ำตาลไม่ใช่เล่น ผลคือน้ำหนักขึ้นพรวด อีกอย่างนะ ตรวจสุขภาพปีที่แล้ว หมอบอกระดับน้ำตาลมันสูงเกินไป เกือบเข้าข่ายเบาหวานแล้วล่ะ

เพื่อนฉันน่ะ มันยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่หมอเตือนแล้ว ว่าถ้ายังกินแบบนี้ต่อ เสี่ยงเป็นเบาหวานสูงมาก อันตรายสุดๆ มันต้องคุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างจริงจังเลย ไม่งั้น โรคแทรกซ้อนมาเยือนแน่ๆ ตาบอด ไตวาย เท้าเน่า นึกภาพแล้วก็กลัวนะ

ส่วนเรื่องตรวจเลือด ถ้าระดับน้ำตาลเกิน 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร พร้อมอาการปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย น้ำหนักลด ก็อันตราย นั่นแหละ เบาหวานชัดๆ เพื่อนฉันเคยบอก มันเคยมีอาการแบบนี้ โชคดีที่ยังไม่สายเกินไป แต่ก็ต้องระวังอยู่ดี เรื่องเบาหวานนี่ น่ากลัวจริงๆ ไม่ใช่เล่นๆเลย

จำได้แม่นเลย ตอนมันไปตรวจ ค่าใช้จ่ายก็ประมาณพันกว่าบาท ค่าตรวจเลือด และค่าพบแพทย์ แพงเหมือนกันนะ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อย่างน้อยก็ต้องระวังตัวเองไว้ก่อน ไม่ควรปล่อยปละละเลย เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุดจริงๆ

DTX ห้ามเกินเท่าไร

งงงงงงงงง DTX นี่มันอะไรวะ จำไม่ได้แล้ว จำได้แค่ว่ามันมีกฎหมายเกี่ยวข้อง แต่กี่ตัว กี่ตัว จำไม่ได้ หาในเน็ตก็ไม่เจอข้อมูลชัดๆเลย เซ็ง!

  • ต้องเช็คกฎหมาย อืมมม แต่กฎหมายไหนวะ เยอะแยะไปหมด
  • แล้วก็องค์กร องค์กรฉันเองก็มีกฎ แต่ฉันก็ไม่รู้กฎละเอียดอ่ะ ถามเจ้านายดีกว่ามั้ยเนี่ย แต่กลัวโดนด่า
  • ความปลอดภัยด้วย อันนี้สำคัญ แต่ก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับจำนวน DTX ยังไง
  • สรุปคือไม่มีคำตอบตายตัวใช่ป่ะ แล้วจะถามทำไมเนี่ย เหนื่อยใจ

ปีนี้ 2024 นะ จำเอาไว้ ปีหน้าก็ลืมอีกแน่ๆ ต้องจดไว้ซะแล้ว ฮือออ สมองฉันนี่มัน... เฮ้อออ เหนื่อย

เอาเป็นว่า ถามผู้เชี่ยวชาญ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นี่แหละ ทางเดียว ได้คำตอบชัวร์ จบ!