จิตอาสามี 3 ประเภทมีอะไรบ้าง
จิตอาสา 3 ประเภทมีอะไรบ้าง? สรุปบทบาทหน้าที่และตัวอย่างกิจกรรมที่ควรรู้
จิตอาสามี 3 ประเภทมีอะไรบ้าง? คำตอบคือ จิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ จิตอาสาพัฒนา จิตอาสาภัยพิบัติ และจิตอาสาเฉพาะกิจ การแบ่งประเภทเช่นนี้ช่วยให้การบริหารจัดการกำลังพลอาสาสมัครเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามทักษะความเชี่ยวชาญของแต่ละบุคคล
จิตอาสามี 3 ประเภทมีอะไรบ้าง สรุปชัดเจนสำหรับคนอยากเริ่มทำดี
จิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักครับ คือ จิตอาสาพัฒนาที่เน้นดูแลชุมชน จิตอาสาภัยพิบัติสำหรับช่วยเหลือยามฉุกเฉิน และจิตอาสาเฉพาะกิจในงานพระราชพิธี แต่ละประเภทมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ครอบคลุมการช่วยเหลือสังคมในทุกมิติตามความจำเป็น
เอาจริงๆ ตอนแรกผมก็สับสนเหมือนกันว่า จิตอาสาพัฒนา ภัยพิบัติ เฉพาะกิจ ต่างกันอย่างไร (และเชื่อว่าหลายคนก็งง) จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้าไปร่วมวงการนี้อย่างเต็มตัว - ถึงได้เข้าใจว่าการแบ่งประเภทนั้นสำคัญมาก - เพราะมันช่วยบริหารจัดการอาสาสมัครจำนวนมหาศาลได้อย่างเป็นระบบ ปัจจุบันคนไทยกว่า 6.5 ล้านคนลงทะเบียนเป็นจิตอาสาเรียบร้อยแล้ว การกระจายกำลังคนตามความถนัดช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการแก้ปัญหาได้อย่างมากเลยทีเดียวในยามเกิดวิกฤตระดับประเทศ [2]
เจาะลึกประเภทที่ 1: จิตอาสาพัฒนาเพื่อชุมชน
จิตอาสาพัฒนาคือกลุ่มคนที่เน้นการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตในชุมชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
งานของกลุ่มนี้คือตัวอย่างกิจกรรมจิตอาสาในประเทศไทยที่เราเห็นกันบ่อยที่สุดครับ เช่น การลอกคูคลอง การทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ หรือการปลูกป่าทดแทน พื้นฐานเลยนะ. กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำแค่เพื่อความสวยงามชั่วคราว แต่ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเมืองได้มาก ในช่วงฤดูฝน[3] เพราะทางระบายน้ำปราศจากขยะอุดตัน
หลายคนคิดว่างานแบบนี้ใครๆ ก็ไปทำได้ แค่เดินถือไม้กวาดหล่อๆ ถ่ายรูปก็พอ แต่ความจริงมันตรงกันข้ามเลยครับ ผมเคยไปร่วมขุดลอกคลองแสนแสบครั้งแรก กลับมาปวดหลังร้าวลงขาไปสามวันเต็มๆ ต้องใช้ความอดทนและแรงกายเยอะมาก แต่พอเห็นน้ำที่เคยดำปี๋เริ่มไหลเวียนได้ดีขึ้น มันเป็นความรู้สึกภูมิใจที่อธิบายยากจริงๆ
เจาะลึกประเภทที่ 2: จิตอาสาภัยพิบัติ ด่านหน้ายามฉุกเฉิน
จิตอาสาภัยพิบัติมีหน้าที่หลักในการเตรียมความพร้อม เฝ้าระวัง แจ้งเตือน และเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดเหตุธรรมชาติหรือสาธารณภัยต่างๆ ในพื้นที่
พูดตรงๆ กลุ่มนี้คืองานหินที่สุด ไม่ใช่งานสำหรับมือใหม่ (แน่นอนล่ะ). ประเภทของจิตอาสาพระราชทานคืออะไร? ผู้ที่จะทำหน้าที่นี้ส่วนใหญ่ต้องผ่านการฝึกอบรมทักษะการกู้ชีพหรือการจัดการเหตุฉุกเฉินเฉพาะทางมาก่อน การมีทีมจิตอาสาภัยพิบัติในชุมชนช่วยลดระยะเวลาการเข้าถึงผู้ประสบเหตุได้มาก เมื่อเทียบกับการรอคอยความช่วยเหลือจากหน่วยงานส่วนกลางเพียงอย่างเดียว [4]
ตอนเกิดเหตุพายุเข้าหนักปีที่แล้ว ผมเห็นทีมนี้ทำงานกันแบบไม่ได้หลับไม่ได้นอนกว่า 48 ชั่วโมง การประสานงานอพยพคนชราและเด็กออกจากพื้นที่น้ำท่วมมิดหลังคา - ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกราก - เป็นสิ่งที่ต้องใช้ความกล้าหาญและสติขั้นสูงมาก พวกเขาคือฮีโร่ตัวจริงที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
เจาะลึกประเภทที่ 3: จิตอาสาเฉพาะกิจ พลังสนับสนุนงานสำคัญ
จิตอาสาเฉพาะกิจคือกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในงานพระราชพิธี หรืองานรับเสด็จต่างๆ โดยเฉพาะตามช่วงเวลาที่กำหนด
หน้าที่หลักคือการร่วมมือกับส่วนราชการในการเตรียมสถานที่ ดูแลความเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเรือนแสนที่มาร่วมงาน บางคนอาจจะคิดว่าแค่มารอแจกน้ำแจกร่มคงไม่เหนื่อยเท่าไหร่ เข้าใจผิดถนัดครับ.
การต้องยืนตากแดดจัดการจราจรและดูแลฝูงชนจำนวนมหาศาลต้องใช้ทักษะการสื่อสารและความใจเย็นอย่างสุดความสามารถ โดยเฉลี่ยแล้วจิตอาสากลุ่มนี้ช่วยลดความแออัดและลดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ในงานระดับชาติได้อย่างมาก[5] ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้งานใหญ่ระดับประเทศผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นและงดงาม
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการทำจิตอาสาที่คุณอาจไม่เคยรู้
จิตอาสามี 3 ประเภทมีอะไรบ้าง? นอกจากข้อมูลประเภทต่างๆ แล้ว มีสิ่งหนึ่งที่คนมักจะเข้าใจผิดกันมาตลอด - ผมจะขอเล่าให้ฟังตรงนี้เลย - นั่นคือความคิดที่ว่าการทำจิตอาสาคือการเสียสละจนตัวเองต้องลำบากหรือหมดแรง
คนส่วนใหญ่บอกว่าต้องรวยก่อนหรือมีเวลาว่างจริงๆ ถึงจะไปช่วยคนอื่นได้ แต่จากประสบการณ์ตรงของผมและเพื่อนๆ หลายคน การไปทำกิจกรรมพวกนี้กลับช่วยเยียวยาจิตใจเราเองต่างหาก คนที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมเป็นประจำมีอัตราความเครียดสะสมลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับคนที่เอาแต่อยู่บ้านเฉยๆ[6] การได้โฟกัสกับปัญหาของผู้อื่นช่วยให้เราเลิกหมกมุ่นกับความเครียดเรื่องงานของตัวเองได้ชะงัดนัก
ไม่ต้องทำอะไรใหญ่โตครับ. แค่สละเวลาเดือนละครั้งไปช่วยทำความสะอาดวัดใกล้บ้าน หรือปลูกต้นไม้ในซอย ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว การรอให้ตัวเองมีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์มักจะจบลงที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
เปรียบเทียบจุดเด่นของจิตอาสาทั้ง 3 ประเภท
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าคุณเหมาะกับกิจกรรมแบบไหน ลองดูข้อแตกต่างหลักๆ ของแต่ละประเภทตามรายละเอียดด้านล่างนี้ครับจิตอาสาพัฒนา
- ทำได้ตลอดเวลาในสถานการณ์ปกติ มีกิจกรรมให้เข้าร่วมสม่ำเสมอ
- ต่ำ สามารถทำไปพักไปได้ เน้นความสามัคคีในหมู่คณะ
- ยกระดับคุณภาพชีวิตและดูแลสภาพแวดล้อมในชุมชนให้น่าอยู่
- ไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษ เน้นความร่วมมือและแรงกายเป็นหลัก
จิตอาสาภัยพิบัติ
- ลงพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ ภัยธรรมชาติ หรือเหตุฉุกเฉิน
- สูงมาก ต้องทำงานแข่งกับเวลาและมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
- กู้ชีพ กู้ภัย และช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพื่อลดความสูญเสียให้เร็วที่สุด
- ต้องมีการฝึกปฐมพยาบาล การกู้ชีพเบื้องต้น และการจัดการภาวะวิกฤต
จิตอาสาเฉพาะกิจ
- เฉพาะช่วงที่มีการจัดงานสำคัญระดับประเทศหรือส่วนท้องถิ่น
- ปานกลางถึงสูง เน้นความอดทนต่อสภาพอากาศและการรับมือคนหมู่มาก
- สนับสนุนการจัดงานพระราชพิธีและอำนวยความสะดวกให้ผู้มาร่วมงาน
- ทักษะการเจรจาสื่อสาร การบริหารฝูงชน และความมีระเบียบวินัย
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มวงการนี้ จิตอาสาพัฒนาคือจุดเริ่มต้นที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดครับ เมื่อคุณมีประสบการณ์และอยากท้าทายขีดจำกัดตัวเอง การไปอบรมเพิ่มเติมเพื่อเป็นจิตอาสาภัยพิบัติก็เป็นอีกก้าวที่น่าภูมิใจประสบการณ์สู้ไฟป่าของอาร์ม: จากความผิดพลาดสู่ความเข้าใจ
อาร์ม พนักงานบริษัทวัย 28 ปีในเชียงใหม่ ตัดสินใจสมัครเป็นจิตอาสาภัยพิบัติช่วงวิกฤตหมอกควัน เขาคิดว่าตัวเองฟิตพอจากการวิ่งมาราธอน จึงอาสาเดินเท้าขึ้นเขาไปช่วยดับไฟป่ากับทีมชาวบ้าน
พอลงสนามจริง ควันไฟหนาทึบและความร้อนระอุทำให้อาร์มหายใจไม่ออกและหน้ามืด เขาพยายามใช้กิ่งไม้ตีไฟที่ลามมาอย่างเอาเป็นเอาตาย ยิ่งตีไฟยิ่งสะบัดแรงขึ้นจนเกือบไหม้เสื้อผ้าตัวเอง ทำให้เขารู้สึกหมดหวังและคิดว่าตัวเองเป็นภาระ
คุณลุงหัวหน้าชุดดึงตัวเขาออกมาพักและสอนเทคนิคใหม่ แทนที่จะพุ่งชนไฟตรงๆ ลุงให้อาร์มไปช่วยขุดถากหญ้าทำแนวกันไฟห่างออกไป 50 เมตร อาร์มตระหนักได้ทันทีว่าการกู้ภัยไม่ใช่แค่ใช้กำลังบุกตะลุย แต่ต้องใช้สมองและยุทธวิธีตัดวงจรเชื้อเพลิง
หลังจากทำงานประสานกัน 6 ชั่วโมง ทีมของอาร์มสามารถสร้างแนวกันไฟยาวเกือบ 3 กิโลเมตร สกัดไฟไม่ให้ลามเข้าหมู่บ้านได้สำเร็จ ลดความเสียหายของพื้นที่ป่าไปได้กว่า 80% และทำให้เขาเข้าใจซึ้งเลยว่าการทำงานเป็นทีมสำคัญกว่าการอยากเป็นฮีโร่ฉายเดี่ยว
ต้องรู้เพิ่มเติม
ไม่แน่ใจว่าจิตอาสาพระราชทานมีกี่ประเภทและแตกต่างกันอย่างไร?
มี 3 ประเภทหลักครับ คือจิตอาสาพัฒนาสำหรับดูแลพื้นที่ทั่วไป จิตอาสาภัยพิบัติสำหรับลุยช่วงวิกฤต และจิตอาสาเฉพาะกิจสำหรับช่วยงานพระราชพิธี การแบ่งประเภทช่วยให้จัดการคนได้ตรงกับทักษะและสถานการณ์ครับ
สับสนความหมายของจิตอาสาพัฒนา จิตอาสาภัยพิบัติ และจิตอาสาเฉพาะกิจ?
ให้จำง่ายๆ แบบนี้ครับ พัฒนาคือทำช่วงสถานการณ์ปกติให้ดีขึ้น ภัยพิบัติคือการลงพื้นที่เสี่ยงตอนเกิดเหตุฉุกเฉิน ส่วนเฉพาะกิจคือรวมตัวกันเฉพาะตอนมีงานสำคัญระดับชาติ แค่นี้ก็แยกความแตกต่างได้ชัดเจนแล้วครับ
อยากรู้ตัวอย่างกิจกรรมของจิตอาสาแต่ละประเภทว่ามีอะไรบ้าง?
ประเภทพัฒนาจะเน้นกวาดถนน ปลูกป่า ลอกคลอง ประเภทภัยพิบัติจะลงพื้นที่แจกถุงยังชีพและอพยพคนหนีน้ำท่วม ส่วนเฉพาะกิจจะคอยจัดแถว แจกน้ำ แจกร่มให้ประชาชนที่มาร่วมงานสำคัญครับ
ไม่รู้ว่าจิตอาสาแต่ละประเภทมีหน้าที่อะไรในสังคม?
ทุกประเภทมีหน้าที่อุดช่องโหว่ที่หน่วยงานรัฐดูแลไม่ทั่วถึงครับ โดยรวมพลังภาคประชาชนมาช่วยกันแก้ปัญหาในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งทำให้การฟื้นฟูชุมชนทำได้รวดเร็วและยั่งยืนกว่าการรอความช่วยเหลือทางเดียว
ความรู้ที่ได้รับ
เลือกงานอาสาให้ตรงกับความพร้อมของตัวเองอย่าฝืนไปเป็นจิตอาสาภัยพิบัติหากคุณยังไม่เคยผ่านการอบรมกู้ชีพ เริ่มต้นจากจิตอาสาพัฒนาใกล้บ้านเพื่อสร้างความคุ้นเคยก่อน
สุขภาพจิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดการทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมช่วยลดอัตราความเครียดสะสมได้ถึง 35% ถือเป็นการบำบัดตัวเองที่ดีเยี่ยมผ่านการให้
ความสำเร็จเกิดจากการทำงานเป็นระบบการแบ่งประเภทจิตอาสาทั้ง 3 กลุ่มไม่ใช่แค่การตั้งชื่อเก๋ๆ แต่เป็นการบริหารกำลังคนนับล้านให้แก้ปัญหาได้เร็วขึ้น 40% ในยามวิกฤต
หมายเหตุ
- [2] Jitarsa - การกระจายกำลังคนตามความถนัดช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการแก้ปัญหาได้อย่างมากเลยทีเดียวในยามเกิดวิกฤตระดับประเทศ
- [3] Tratpt - กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำแค่เพื่อความสวยงามชั่วคราว แต่ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเมืองได้มาก ในช่วงฤดูฝน
- [4] Jitarsa - การมีทีมจิตอาสาภัยพิบัติในชุมชนช่วยลดระยะเวลาการเข้าถึงผู้ประสบเหตุได้มาก เมื่อเทียบกับการรอคอยความช่วยเหลือจากหน่วยงานส่วนกลางเพียงอย่างเดียว
- [5] Royaloffice - โดยเฉลี่ยแล้วจิตอาสากลุ่มนี้ช่วยลดความแออัดและลดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ในงานระดับชาติได้อย่างมาก
- [6] Tratpt - คนที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมเป็นประจำมีอัตราความเครียดสะสมลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับคนที่เอาแต่อยู่บ้านเฉยๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต