อายุ 60 แล้วทําประกันสังคมได้ไหม

0 ครั้งเข้าชม
การขยายฐานอายุแรกเข้าของผู้ประกันตนมาตรา 33 ขยายเป็น 15 ถึง 65 ปี และผู้มีอายุระหว่าง 60 ถึง 65 ปี สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้อย่างเต็มรูปแบบ อายุ 60 แล้วทำประกันสังคมได้ไหม ขึ้นอยู่กับการเลือกสมัครตามประเภทที่กฎหมายกำหนดสำหรับผู้สูงอายุ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อายุ 60 แล้วทำประกันสังคมได้ไหม: สรุปเงื่อนไขและมาตรา

การเตรียมตัวเข้าสู่วัยเกษียณทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองที่ยังคงได้รับ ผู้สูงอายุควรทำความเข้าใจเงื่อนไขและข้อกำหนดทางกฎหมายให้รอบคอบเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองอย่างถูกต้อง อายุ 60 แล้วทำประกันสังคมได้ไหม โปรดศึกษาข้อมูลรายละเอียดด้านล่างเพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสิทธิประกันสังคม

อายุ 60 แล้วทำประกันสังคมได้ไหม เช็กสิทธิ์และเงื่อนไขล่าสุดแยกตามมาตรา

คำถามที่ว่าอายุ 60 แล้วทำประกันสังคมได้ไหม อาจเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขทางกฎหมายและบริบทส่วนบุคคลที่แตกต่างกันไปในแต่ละกรณี ดังนั้นคำตอบจึงขึ้นอยู่กับมาตราของประกันสังคมที่คุณต้องการสิทธิ์ รวมถึงสถานะการทำงานในปัจจุบันของคุณด้วย

สำหรับผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไปที่อยากรู้ว่าตัวเองยังสามารถอยู่ในระบบประกันสังคม หรือเพิ่งคิดจะสมัครใหม่เพื่อรับความคุ้มครองต่างๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทนการขาดรายได้ หรือเงินชราภาพ ข้อมูลล่าสุดระบุว่าระบบเปิดช่องทางให้เข้าถึงได้ทั้งผู้ที่ทำงานประจำและแรงงานอิสระ โดยแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลักตามสถานการณ์จริง

กรณีทำงานต่อเนื่องกับนายจ้างเดิมหลังอายุ 60 ปีตามมาตรา 33

หากคุณทำงานประจำและเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 อยู่ก่อนแล้ว เมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แต่ยังคงทำงานต่อเนื่องกับนายจ้างรายเดิม สถานะของคุณจะยังคงอยู่ต่อไปโดยอัตโนมัติ ไม่หลุดจากระบบ และต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนตามปกติ

ผมเคยเห็นพี่ๆ หลายคนกังวลว่าพอเลขอายุเปลี่ยนเป็นเลข 6 แล้ว ฝ่ายบุคคลจะยกเลิกสิทธิ์ประกันสังคมทันที ขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง ตราบใดที่คุณยังสนุกกับการทำงานประจำและมีสัญญากับบริษัทเดิม นายจ้างจะยังหักเงินสมทบ 5% จากฐานเงินเดือนเพื่อส่งประกันสังคมเหมือนเดิมทุกประการ ทำให้คุณได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องครบทั้ง 7 กรณี โดยไม่ต้องยื่นเอกสารสมัครใหม่ให้วุ่นวายเลย

กรณีเพิ่งเริ่มต้นเข้าทำงานใหม่กับนายจ้างตอนอายุเกิน 60 ปี

ในกรณีที่คุณเพิ่งได้งานใหม่หรือเซ็นสัญญาเข้าทำงานกับบริษัทแห่งใหม่หลังจากอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ไปแล้ว กฎหมายระบุว่าคุณจะไม่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน ประกันสังคมมาตรา 33 อายุ 60 รายใหม่ได้อีกต่อไป

การขยายฐานอายุแรกเข้าของผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 60 ปี ได้รับการปรับปรุงกฎหมายเพื่อขยายเป็น 15 ถึง 65 ปี เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและการจ้างงานผู้สูงอายุในยุคปัจจุบัน แต่รายละเอียดการบังคับใช้ในส่วนของการหักเงินสมทบสำหรับพนักงานที่เข้าทำงานหลังอายุ 60 ปีบริบูรณ์นั้น นายจ้างจะไม่ต้องหักเงินสมทบ 5% จากค่าจ้างอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ลูกจ้างสูงวัยกลุ่มนี้จะยังคงได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนโดยอัตโนมัติ ซึ่งให้สิทธิ์ดูแลความปลอดภัยและการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการทำงานโดยตรง

อายุ 60 ลาออกจากงานประจำ สมัครประกันสังคมมาตรา 39 ได้ไหม

สำหรับผู้ที่พึ่งตัดสินใจลาออกจากงานประจำหรือเกษียณอายุหลังวัย 60 ปี แต่อยากรักษาความคุครองเดิมไว้ อายุ 60 ลาออกทำมาตรา 39 ได้ไหม คุณสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจตามมาตรา 39 ได้ แต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาที่ต้องระวังอย่างเคร่งครัด

สิทธิ์ในการส่งมาตรา 39 ด้วยตัวเองในอัตราคงที่ 432 บาทต่อเดือน จะเปิดโอกาสให้เฉพาะผู้ที่เคยส่งเงินสมทบมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และต้องดำเนินการยื่นใบสมัครภายในเวลาไม่เกิน 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่ออกจากงานประจำเท่านั้น แต่มีข้อคิดที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินออมชราภาพที่คนมักจะมองข้ามไป - ผมจะเฉลยเรื่องนี้ในส่วนของกรอบการตัดสินใจด้านล่าง

สิทธิ์ของแรงงานอิสระและฟรีแลนซ์วัย 60-65 ปี ในมาตรา 40

สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทำงานประจำ เป็นพ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร หรือฟรีแลนซ์อิสระ และไม่เคยอยู่ในระบบประกันสังคมมาก่อนเลย ระบบปัจจุบันได้เปิดโอกาสให้บุคคลที่มีอายุระหว่าง 60 ถึง 65 ปีบริบูรณ์ สมัครประกันสังคมมาตรา 40 อายุ 60-65 ได้อย่างเต็มรูปแบบ

การส่งเงินสมทบของมาตรา 40 มีให้เลือก 3 ทางเลือกหลักตามกำลังทรัพย์ ได้แก่ 70 บาท 100 บาท และ 300 บาทต่อเดือน โดยจะได้รับสิทธิ์ประโยชน์ทดแทนแตกต่างกันไป และที่สำคัญไม่มีสิทธิ์รักษาพยาบาลให้ เพราะผู้ส่งมาตรา 40 จะต้องใช้สิทธิ์บัตรทองควบคู่ไปด้วยเสมอ แต่จุดเด่นคือจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น สิทธิ์ประโยชน์ของมาตรา 40 ได้รับการปรับเพิ่มวงเงินชดเชยการขาดรายได้กรณีไปพบแพทย์ผู้ป่วยนอกโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาลเป็น 200 บาทต่อครั้ง สูงสุดไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน

ตารางสรุปทางเลือกประกันสังคมสำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกช่องทางที่ตรงกับสถานะของตัวเองได้ง่ายขึ้น นี่คือการเปรียบเทียบข้อแตกต่างของแต่ละมาตราสำหรับวัย 60 ปีครับ

มาตรา 33 (ทำงานต่อเนื่องกับที่เดิม)

- ครบทั้ง 7 กรณี รวมถึงสิทธิ์รักษาพยาบาลและเงินบำนาญชราภาพ

- หักจากเงินเดือน 5% ตามฐานค่าจ้างจริง

- ภาคบังคับสำหรับพนักงานประจำที่อยู่กับนายจ้างเดิมต่อเนื่องมา

มาตรา 39 (ส่งต่อเองหลังลาออก)

- คุ้มครอง 6 กรณี (ไม่รวมกรณีว่างงาน) ได้สิทธิ์รักษาโรงพยาบาลเดิม

- จ่ายยอดคงที่เท่ากันทุกคน 432 บาทต่อเดือน

- ภาคสมัครใจ ต้องยื่นเรื่องภายในเวลาไม่เกิน 6 เดือนหลังจากลาออกจากงานประจำ

⭐ มาตรา 40 (แรงงานอิสระ/สมัครใหม่)

- เงินชดเชยเมื่อขาดรายได้/ทุพพลภาพ/ค่าทำศพ (ใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลร่วมกับบัตรทอง)

- เลือกได้ 3 ระดับราคาตามใจชอบคือ 70 บาท, 100 บาท หรือ 300 บาท

- ภาคสมัครใจ สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระที่อายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์

หากคุณยังมีงานประจำทำอยู่ที่เดิม มาตรา 33 คือทางเลือกที่ดีและคุ้มค่าที่สุด แต่หากเกษียณออกมาแล้วและต้องการเงินชดเชยรายวันรวมถึงเงินก้อนบำเน็จตอนแก่ มาตรา 40 ถือเป็นตัวเลือกเสริมที่ตอบโจทย์แรงงานนอกระบบวัยสูงอายุได้อย่างดี

บทเรียนจากความสับสนของลุงสมชาย: เกษียณอายุแล้วเลือกส่งต่อมาตราไหนดี

ลุงสมชาย อายุ 60 ปี อดีตพนักงานบริษัทในกรุงเทพฯ ตัดสินใจลาออกจากงานมาอยู่บ้านเฉลยๆ แต่แกไม่อยากเสียสิทธิ์รักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งเดิมที่เคยหาอยู่เป็นประจำ แกเกือบจะกดสมัครมาตรา 39 ทันทีเพราะเพื่อนแนะนำมา

แต่ความจริงแกเกือบพลาดเรื่องสำคัญ เพราะแกส่งเงินมาตรา 33 มาเกิน 15 ปีแล้ว ถ้าสมัครมาตรา 39 ฐานเงินเดือนในการคำนวณบำนาญชราภาพจะลดลงเหลือแค่ 4,800 บาททันที ซึ่งจะทำให้เงินบำนาญรายเดือนลดลงไปเยอะมาก

หลังจากลุงสมชายได้พูดคุยศึกษาเงื่อนไขอย่างละเอียด แกเปลี่ยนใจไม่สมัครมาตรา 39 แต่เลือกที่จะไปติดต่อขอรับเงินบำนาญชราภาพมาตรา 33 แทน แล้วหันไปสมัครมาตรา 40 ทางเลือกที่ 2 เพื่อออมเงินบำเน็จและรับเงินชดเชยรายวัน

ผลลัพธ์คือ ลุงสมชายได้รับเงินบำนาญโอนเข้าบัญชีทุกเดือนตามสิทธิ์เดิม และยังมีสิทธิ์ชดเชยรายวันเวลาเจ็บป่วยจากมาตรา 40 พ่วงด้วยสิทธิ์รักษาพยาบาลจากบัตรทอง ทำให้แกใช้ชีวิตวัยเกษียณได้อย่างสบายใจและไม่เสียประโยชน์ที่สะสมมาตลอดชีวิตทำงาน

สรุปกลยุทธ์

อยู่กับนายจ้างเดิมสิทธิ์ไม่เปลี่ยน

พนักงานออฟฟิศหรือลูกจ้างเอกชนที่ทำงานที่เดิมหลังอายุ 60 ปี จะยังคงสิทธิ์มาตรา 33 และได้รับความคุ้มครองครบถ้วนทุกกรณีต่อเนื่องไปยาวๆ

ระวังเรื่องฐานเงินบำนาญก่อนต่อมาตรา 39

ผู้ที่ส่งมาตรา 33 มานานจนได้สิทธิ์บำนาญรายเดือน ควรคิดให้ดีก่อนสมัครมาตรา 39 เพราะฐานเงินคำนวณที่ลดลงอาจทำให้ยอดบำนาญหดหายไปอย่างน่าเสียดาย

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจ้างงานวัยเกษียณ สามารถอ่านได้ที่ จ้างพนักงานอายุเกิน 60 ได้ไหม
มาตรา 40 ทางออกของวัย 60-65 ปี

กลุ่มอาชีพอิสระที่อายุยังไม่เกิน 65 ปี สามารถใช้มาตรา 40 เพื่อรับสิทธิ์เงินชดเชยรายวันและเงินบำเน็จก้อนโตตอนลาออกได้ ถือเป็นตัวช่วยกระจายความเสี่ยงที่ดี

หัวข้อเดียวกัน

อายุครบ 60 ปีแล้วเพิ่งสมัครใจทำประกันสังคมเป็นครั้งแรกในชีวิต ต้องเลือกสมัครมาตราไหน

คุณต้องสมัครประกันสังคมมาตรา 40 สำหรับแรงงานอิสระเท่านั้นครับ เนื่องจากมาตรา 33 และมาตรา 39 มีเงื่อนไขผูกพันกับการเป็นพนักงานประจำมาก่อน โดยมาตรา 40 เปิดรับสมัครผู้ที่มีอายุเริ่มต้นตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึงสูงสุดไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์

ถ้าทำงานอยู่บริษัทเดิมจนอายุเกิน 60 ปี สิทธิ์ประกันสังคมจะหลุดไปตอนไหน

สิทธิ์จะไม่หลุดตราบใดที่คุณยังคงสภาพความเป็นลูกจ้างกับบริษัทเดิมอยู่ครับ นายจ้างจะยังหักเงินสมทบและส่งรายชื่อให้ตามปกติจนกว่าคุณจะลาออก สิ้นสุดสัญญาจ้าง หรือบริษัทแจ้งเลิกจ้างตามเกณฑ์อายุเกษียณขององค์กรนั่นเอง

สมัครมาตรา 40 ตอนอายุ 60 ปี จะได้สิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาลเวลาเข้าโรงพยาบาลไหม

ประกันสังคมมาตรา 40 ไม่คุ้มครองเรื่องค่ารักษาพยาบาลครับ ผู้ประกันตนมาตรานี้จะใช้สิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือสิทธิ์บัตรทองในการรักษาพยาบาลฟรีตามโรงพยาบาลรัฐ แต่มาตรา 40 จะช่วยจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ให้ทดแทน เช่น วันละ 200-300 บาทตามเงื่อนไขของแต่ละทางเลือก