15 โรคร้ายแรง มีอะไรบ้าง

148 ครั้งเข้าชม
โรคร้ายแรง 15 โรคที่ควรระวัง ได้แก่ มะเร็ง: เซลล์เติบโตผิดปกติและแบ่งตัวไม่หยุด โรคหัวใจ: ปัญหาหลอดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง: ขาดเลือดเลี้ยงสมองฉับพลัน COPD: โรคปอดเรื้อรัง หายใจลำบาก เบาหวาน: ร่างกายใช้หรือผลิตอินซูลินไม่ได้ อัลไซเมอร์: ความจำและความคิดเสื่อม โรคไต: ไตทำงานไม่เต็มที่ ตับแข็ง: ตับมีแผลเป็น ทำงานผิดปกติ ข้ออักเสบรูมาตอยด์: ข้ออักเสบ เจ็บปวดเรื้อรัง สะเก็ดเงิน: ผื่นแดงและสะเก็ดบนผิวหนัง ลูปัส: ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีตัวเอง ฮันติงตัน: โรคประสาท เคลื่อนไหวผิดปกติ ซิเคิลเซลล์: เซลล์เม็ดเลือดแดงผิดรูป ริดสีดวงทวาร: เส้นเลือดทวารหนักบวม ไข้ออกผื่น: โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคร้ายแรง 15 อันดับ มีอะไรบ้าง?

จะบอกว่าจำได้หมดสิบห้าโรคนี้เป๊ะๆ เลยก็คงไม่ใช่... แต่พอจำได้คร่าวๆ จากที่ไปหาหมอมาครั้งนั้น จำได้ว่าหมอเคยพูดถึงมะเร็ง ตอนนั้นผมเครียดมากเลย ตรวจเจอเนื้องอกที่ปอด โชคดีที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็ตกใจไม่น้อย เดือนนั้นคือพฤษภาคม ปี 63 ที่ รพ.ศิริราช ค่าใช้จ่ายก็...เยอะอยู่ หมอบอกว่าถ้าเป็นมะเร็งระยะลุกลาม นี่หนักกว่านี้เยอะ ผมเลยคิดว่ามะเร็งนี่อันตรายมากจริงๆ

โรคหัวใจนี่ก็ได้ยินบ่อย คุณป้าผมเสียเพราะโรคนี้แหละ ปี 60 ตอนนั้นเศร้ามาก เห็นคุณยายร้องไห้ โรคนี้มาเร็วมาก ไม่ทันตั้งตัวเลย โรคหลอดเลือดสมองนี่ก็อันตราย เคยเห็นคนเป็น พูดไม่ชัด เดินไม่ไหว น่ากลัวจริงๆ

ส่วนเรื่องโรคปอดนี่ ผมเป็นภูมิแพ้ หายใจไม่ค่อยสะดวก เข้าใจเลยว่าโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนี่ลำบากแค่ไหน โรคเบาหวาน เพื่อนผมเป็น ต้องคอยตรวจเลือด ควบคุมอาหาร ดูแลตัวเองตลอด น่าเหนื่อยแทน

โรคอัลไซเมอร์ คุณตาผมเป็น เห็นท่านจำอะไรไม่ได้เลย ใจหายมาก โรคไต โรคตับนี่ก็เคยได้ยินหมอพูดถึงบ่อยๆ เหมือนกัน แต่รายละเอียดไม่ค่อยแน่ใจ ส่วนโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคสะเก็ดเงิน โรคลูปัส โรคฮันติงตัน โรคซิเคิลเซลล์ โรคริดสีดวงทวาร และโรคไข้ออกผื่น นี่จำได้แค่ชื่อ ไม่รู้รายละเอียดมากนัก อาจจะเคยได้ยินผ่านๆ มาบ้าง แต่จำไม่ค่อยได้จริงๆ

13 โรคร้ายแรง AIA มี อะไร บ้าง

AIA คุ้มครองโรคร้ายแรงอะไรบ้าง? ก็พวกนี้แหละ มะเร็งระยะสุดท้าย เนื้องอกสมองร้ายแรง หัวใจวายเฉียบพลัน ผ่าตัดบายพาส โรคหัวใจร้ายแรง ผ่าตัดหัวใจ แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง

  • มะเร็งระยะลุกลาม (ปี 2566) - เน้นมะเร็งที่รักษาไม่หาย
  • เนื้องอกในสมองร้ายแรง (ปี 2566) - อันตรายถึงชีวิต
  • หัวใจวายเฉียบพลัน (ปี 2566) - ตายได้เลยนะ
  • ผ่าตัดบายพาสหัวใจ (ปี 2566) - ใหญ่ๆ ต้องใช้เงินเยอะ
  • โรคหัวใจร้ายแรง (ปี 2566) - พวกที่ต้องนอนโรงบาลนานๆ
  • ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (ปี 2566) - อันนี้ก็หนักอยู่

หมายเหตุ: ข้อมูลเป็นเพียงตัวอย่าง ตรวจสอบรายละเอียดกับกรมธรรม์โดยตรง อย่ามาถามกูอีก

OPD เบิกอะไรได้บ้าง

โอ้โห! ประกัน OPD นี่มันอะไรกันเนี่ย? ฟังดูเหมือนประกันสำหรับคนขี้โรคอย่างผมเลย (ล้อเล่นนะ!) จริงๆ แล้วมันคือประกันที่ดูแลค่าใช้จ่ายเวลาไปหาหมอแบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาลไงครับ คิดง่ายๆ เหมือนประกันฉุกเฉินสำหรับชีวิตประจำวัน ไม่ต้องรอป่วยหนักถึงจะใช้ได้

  • เบิกได้อะไรบ้าง? อ้อ! เรื่องนี้สำคัญ เบิกได้สารพัด! ค่าหมอ ค่ายา ค่าฉีดยา ค่าทำแผล แม้กระทั่งค่าตรวจร่างกายประจำปี ปีนี้ผมเบิกตรวจสุขภาพไปแล้ว โคตรคุ้ม! แต่ละที่ไม่เหมือนกันนะ ต้องเช็คเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้ดี อย่าไปหลงเชื่อคำโฆษณาเว่อร์ๆ ผมเคยโดนมาแล้ว! เกือบเสียเงินฟรีเลย

  • ข้อควรระวัง: อ่านกรมธรรม์ให้ละเอียด! บางทีมันก็มีเงื่อนไขแอบแฝง เหมือนกับการอ่านสัญญาซื้อขายบ้าน อ่านไม่ดี เสียเงินแบบไม่รู้ตัว อย่าลืมเช็คว่า คลินิกหรือโรงพยาบาลที่เราไปใช้บริการอยู่ในเครือข่ายของบริษัทประกันหรือเปล่าด้วยนะ ไม่งั้นได้จ่ายเองเต็มๆ แน่นอน

  • เพิ่มเติมนิดนึง (จากประสบการณ์ตรงของผม): เลือกบริษัทประกันที่น่าเชื่อถือ อย่าเลือกเพราะราคาถูกอย่างเดียว เคยเจอมาแล้ว แบบที่เคลมยากโคตรๆ กว่าจะได้เงิน เหนื่อยกว่าไปทำงานอีก ผมใช้ประกันของบริษัท X (ขอไม่เอ่ยชื่อเนอะ) ประทับใจมากเรื่องการบริการ เคลมง่ายและเร็วมาก! แต่ถ้าจะให้ดีลองเช็คข้อมูลจากเว็บไซต์กรมธรรม์ออนไลน์ของธนาคารต่างๆหรือเว็บเปรียบเทียบราคาประกันก่อนตัดสินใจก็ได้นะครับ

สรุปแล้ว ประกัน OPD มันคือเพื่อนแท้สำหรับคนที่อยากมีสุขภาพดี แต่ไม่อยากเจ๊งเพราะค่ารักษาพยาบาล แต่ต้องเลือกให้ดี อย่าโลภมาก เลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเองดีที่สุด! อ้อ และอย่าลืมตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือด้วยนะครับ เพราะเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ!

ประกัน OPD จําเป็นไหม

ประกัน OPD จำเป็นไหม? ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างค่ะ จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยงทางการเงินส่วนบุคคลมากกว่า

  • สุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย: ถ้าคุณสุขภาพดี ไปหาหมอปีละครั้งสองครั้ง OPD อาจไม่จำเป็น เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเบื้องต้นไม่สูงมากนัก นี่คือมุมมองที่เน้นการประหยัดสุดๆ แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงเล็กน้อย คิดแบบ pragmatic นิดๆ

  • สุขภาพไม่ค่อยดี เจ็บป่วยบ่อย: กรณีนี้ OPD ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้แน่นอน ค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมไปเรื่อยๆ อาจกลายเป็นจำนวนเงินที่สูงได้ในระยะยาว การมีประกันช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ดีขึ้น เป็นการบริหารความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด

  • การพิจารณาอื่นๆ: ควรดูรายละเอียดความคุ้มครองของแต่ละแผน เพราะเงื่อนไขและวงเงินแต่ละที่ไม่เหมือนกัน บางที่อาจคุ้มค่ากว่า บางที่อาจไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่าย ปีนี้ (2566) ลองหาข้อมูลจากเว็บไซต์ประกันหลายๆ ที่ เปรียบเทียบให้ดีก่อนตัดสินใจ อย่าลืมพิจารณาอายุและโรคประจำตัวด้วยนะคะ เพราะอาจมีผลต่อค่าเบี้ยประกัน

เพิ่มเติมเล็กน้อย: การมีประกันสุขภาพไม่ใช่แค่การลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการเพิ่มความอุ่นใจ ในภาวะที่ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นทุกปี การวางแผนทางการเงินให้รอบคอบ ถือเป็นเรื่องสำคัญ การตัดสินใจมีหรือไม่มีประกัน OPD ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยงและความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของแต่ละคน ไม่มีคำตอบที่ตายตัว ต้องวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตัวเองค่ะ

AIA มี OPD ไหม

เอไอเอมี OPD สิ มีดิ! คือเมื่อก่อนตอนทำประกันสุขภาพให้ตัวเอง ก็เน้น OPD เลย เพราะเป็นพวกปวดหัวตัวร้อนบ่อยไง ไม่ได้แอดมิทบ่อยขนาดนั้น

ตอนนั้นปี 66 ไปทำที่สาขาตรงสยามดิสคัฟเวอรี่อ่ะ จำได้ว่าเดินเข้าไปแบบงงๆ พนักงานก็ให้คำแนะนำดีนะ แต่สุดท้ายเลือก H&S Extra เพราะเห็นว่า OPD มันครอบคลุมค่าหมอ ค่ายา ถ้าจำไม่ผิดนะ ตอนนั้นจ่ายไปประมาณ 2 หมื่นกว่าบาทต่อปีมั้ง

ตอนนี้ปี 68 ก็ยังใช้อยู่นะ H&S Extra เนี่ย แต่ไม่รู้ว่ามันมีตัวอื่นที่ดีกว่าไหม อาจจะต้องลองไปเช็คดูอีกที แต่โดยรวมก็โอเคเลยนะ

  • AIA H&S Extra: ประกันสุขภาพที่มี OPD
  • ค่าห้อง: สูงสุด 6,500 บาท/วัน (ข้อมูลจากปี 66)
  • ค่าแพทย์: สูงสุด 1,200 บาท/วัน (ข้อมูลจากปี 66)
  • ค่าผ่าตัด: สูงสุด 120,000 บาท/ครั้ง (ข้อมูลจากปี 66)