6กิโลเดินกี่นาที

93 ครั้งเข้าชม
เดิน 6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความเร็ว โดยเฉลี่ย 6 กม./ชม. เดิน 10,000 ก้าว ประมาณ 6-8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ เผาผลาญ 200-500 แคลอรี่ ปลอดภัยและลดความเสี่ยงบาดเจ็บมากกว่าการวิ่ง ความเร็วเกิน 6 กม./ชม. ถือเป็นการวิ่งแล้ว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เดิน 6 กิโลเมตร ใช้เวลานานเท่าไหร่?

เอ้อ... เดิน 6 โลเนี่ยนะ? แป๊บเดียวก็ถึงมั้ง (ล้อเล่น) คือถ้าเดินเอื่อยๆ ชมวิวไปเรื่อย อาจจะชั่วโมงครึ่งได้เลยนะ เคยเดินจากอนุสาวรีย์ไปสยามดิสฯ ตอนบ่ายแก่ๆ แดดเปรี้ยง! ก็ประมาณนั้นแหละ

แต่ถ้าเดินแบบเอาจริงเอาจัง ออกกำลังกาย เดินเร็วๆ หน่อย ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้วมั้ง... เคยจับเวลาตัวเองตอนเดินสวนลุมฯ รอบนึงก็เกือบๆ ชั่วโมง แต่จำไม่ได้ว่ากี่โลเมตรเป๊ะๆ

แล้วแต่คนด้วยมั้ง บางคนขายาว ก้าวเดียวก็ไปได้ไกลกว่าเราเยอะเลย (แอบอิจฉา) แต่ที่แน่ๆ เดินดีกว่านั่งอยู่เฉยๆ อ่ะนะ เผาผลาญแคลอรี่ด้วย ดีต่อสุขภาพ!

เดิน 10,000 ก้าวอ่ะนะ? อืม... ก็น่าจะประมาณ 6-8 โลจริงๆ แหละ เคยลองนับก้าวตอนเดินไปซื้อข้าวหน้าปากซอย (ไกลขนาดนั้นเลยเหรอ?) ได้ประมาณ 2,000 กว่าก้าวเองมั้ง

แต่เอาจริงๆ นะ เดินนานๆ ก็เมื่อยเหมือนกันนะ! ควรพักบ้างอะไรบ้าง อย่าหักโหม!

ระยะทาง 1 กิโลเมตรใช้เวลาเดินกี่นาที?

1 กม. เดินสลับวิ่ง: 6.45 นาที (โดยประมาณ)

  • สลับ: เดินเร็ว 1 นาที, วิ่ง 2 นาที
  • ความถี่: 4 กม., 5 วัน/สัปดาห์
  • เป้าหมาย: คงน้ำหนัก (ปลายปี 66: 68 กก. ปัจจุบัน: 61.5 กก.)
  • เสริม: ระบบ IF (Intermittent Fasting)

หมายเหตุ: เวลาแปรผันตามสภาพร่างกายและพื้นผิว

เดิน 1 กิโล ลดกี่แคล?

โอ๊ย! ถามเรื่องเดินกิโลลดกี่แคลเนี่ยนะ? นึกว่าถามสูตรลับนางงามจักรวาล!

เอางี้ แบบบ้านๆ เลยนะ เดิน 1 กิโลเนี่ย มันไม่ได้ตายตัวหรอกว่าเบิร์นกี่แคล มันเหมือนถามว่า "กินข้าว 1 จาน อิ่มไหม?" มันก็ต้องดูว่าจานใหญ่แค่ไหน ข้าวอะไร กินกับอะไร เข้าใจ๋?

แต่ถ้าให้ตอบแบบกะๆ เอา ก็ราวๆ 30-100 แคลอรี่ นั่นแหละ ขึ้นอยู่กับ...

  • หุ่นเธอ: อ้วนหน่อยก็เบิร์นเยอะ ผอมแห้งแรงน้อยก็เบิร์นน้อยเป็นธรรมดา
  • ความไว: เดินเอื่อยๆ เหมือนเต่าคลาน กับเดินสับๆ เหมือนหนีหมา มันก็คนละเรื่อง!
  • เนิน: ทางราบๆ มันง่ายจะตาย ลองเดินขึ้นดอยสิ! รับรองแคลอรี่หายวับ
  • ปัจจัยส่วนตั๊ว ส่วนตัว: อายุ เพศ สภาพร่างกาย บลาๆๆๆ

สรุป: อย่าไปยึดติดกับตัวเลขมากนัก ออกไปเดินๆ วิ่งๆ บ้างเหอะ อย่าเอาแต่นั่งจ้องมือถือ!

ป.ล. จะบอกว่าเมื่อวานซืน ฉันเดินไปซื้อข้าวแกงปากซอย เหงื่อซึมเลยนะ! สงสัยแกงร้านป้าเขาใส่พริกเยอะไปหน่อย!

เกร็ดน่ารู้ (เผื่ออยากรู้):

  • เดินขึ้นเนิน: เบิร์นแคลอรี่มากกว่าเดินพื้นราบ เพราะต้องใช้กล้ามเนื้อเยอะกว่า
  • แกว่งแขน: ช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ได้นิดหน่อย (แต่ถ้าแกว่งมากไป เดี๋ยวคนหาว่าบ้า!)
  • ใส่เสื้อผ้าสบายๆ: อย่าใส่ชุดรัดติ้ว จะได้เดินสบายๆ ไม่ต้องพะวง
  • ดื่มน้ำเยอะๆ: สำคัญมาก! ร่างกายขาดน้ำ เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไปซะ
  • ฟังเพลง: ช่วยให้การเดินสนุกขึ้น ไม่น่าเบื่อ (แต่ระวังอย่าใส่หูฟังเสียงดังเกินไป เดี๋ยวไม่ได้ยินเสียงรถ!)

เดินวันละกี่โล ลดน้ําหนัก?

เดินวันละกี่โลลดน้ำหนัก? โอ๊ย ถามมาได้! เหมือนถามว่ากินข้าวเท่าไหร่ถึงจะอิ่ม! มันแล้วแต่คนจ้าาา

เอาเป็นว่าถ้า สายชิลล์ เดินเอื่อยๆ 3 กม./ชม. ครึ่งชั่วโมง ก็เบิร์นไป 75 แคลอรี่ (น้อยกว่ากินขนมปังครึ่งแผ่นอีกนะ!) แต่ถ้า สายสปอร์ต ซอยเท้าถี่ๆ 4-5 กม./ชม. ก็จัดไป 99 แคลอรี่ จุกๆ (แต่ก็ยังน้อยกว่าชานมไข่มุกแก้วนึงอยู่ดี!)

แต่ อย่าไปยึดติดกับตัวเลขมาก!

  • น้ำหนักตัว: คนตัวใหญ่ก็เบิร์นเยอะกว่าคนตัวเล็กเป็นธรรมดา (เศร้าแป๊บ!)
  • ความเร็ว: เดินเร็วขึ้น = เผาผลาญมากขึ้น (อันนี้เบสิก!)
  • สภาพร่างกาย: วันไหนเพลียๆ ก็อย่าฝืน (เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้ง!)
  • เป้าหมาย: อยากลดกี่โลในกี่เดือน? (อันนี้สำคัญมาก!)

สรุป: เดินเท่าที่ไหว! ฟังเสียงร่างกายตัวเอง! อย่าหักโหม! กินให้น้อยกว่าที่ใช้! แล้วเดี๋ยวผอมเองแหละ...มั้งนะ! ????

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (แต่สำคัญมาก):

  • อย่าเดินอย่างเดียว: ควบคุมอาหารด้วยนะจ๊ะ! สำคัญกว่าเดินเยอะ!
  • เวทเทรนนิ่ง: สร้างกล้ามเนื้อช่วยเผาผลาญไขมันได้ดีกว่า (กล้ามเนื้อคือเตาเผาไขมัน!)
  • ดื่มน้ำเยอะๆ: ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น (ผิวสวยด้วยนะเออ!)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: สำคัญมาก! นอนน้อยฮอร์โมนมันรวน! แล้วจะลดไม่ลง! (เคยมาแล้ว!)
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไง ก็ไปหาหมอหรือนักโภชนาการเลย! (อย่าทำเองมั่วๆ!)
  • อย่าท้อ: ลดน้ำหนักมันต้องใช้เวลา! (ไม่ใช่กินยาลดความอ้วนแล้วผอมเลย!)

สุดท้ายนี้...ขอให้ทุกคนผอมเพรียว สุขภาพดี มีความสุขนะจ๊ะ! ????

การเดิน 1 กม. มีประโยชน์อย่างไร?

คือแบบว่าเมื่อวานนี้ ฉันเดินไปเซเว่นแถวบ้าน อ่ะ ประมาณ 1 กิโลได้มั้ง ร้อนชิบหายเลย เดินไปก็เหงื่อท่วมตัว แต่พอถึงเซเว่นได้กินไอติม โอ้ย ชื่นใจมาก รู้สึกว่าการได้เดินนี่มันช่วยให้รู้สึกดีขึ้นนะ ไม่ใช่แค่ได้ของกินนะ แต่แบบรู้สึกตัวเบาๆ หายเครียดไปเยอะเลย ปกติฉันทำงานออฟฟิศ นั่งเป็นเวลานาน เลยคิดว่าการเดินนี่แหละ ช่วยได้เยอะ อย่างน้อยๆ ก็ได้ออกกำลังกาย ไม่ต้องไปฟิตเนสแพงๆด้วย

  • ช่วยเรื่องน้ำหนัก ฉันรู้สึกว่าตัวเองผอมลงนิดหน่อย หลังจากเดินเป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้ลดเยอะมากนะ
  • หัวใจแข็งแรงขึ้น หลังจากเดินบ่อยๆ รู้สึกว่าหายใจได้คล่องขึ้น ไม่เหนื่อยง่ายเหมือนแต่ก่อน
  • อารมณ์ดีขึ้นจริงๆ ได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้ออกไปเจอโลกภายนอกบ้าง ไม่ใช่แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเดียว

วันนี้ก็จะลองเดินไปตลาดดู ไกลกว่าเซเว่นหน่อย อาจจะ 1.5 กิโลได้ หวังว่าจะเจออะไรอร่อยๆกิน แล้วจะมาอัพเดตอีกที ฮ่าๆ แต่เดินเยอะๆนี่ก็เหนื่อยนะ ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่งั้นปวดขาแย่เลย เดินประมาณ 1 กม. ทุกวันนี่ก็ถือว่าดีแล้วแหละ สำหรับคนขี้เกียจอย่างฉัน

ปล. ปีนี้ฉันตั้งใจจะเดินให้ครบ 10,000 ก้าวทุกวัน แต่ก็ยังทำไม่ได้สักที ฮือออ แต่ก็พยายามอยู่ สู้ๆ

คนทั่วไปวิ่ง 1 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณกี่นาที?

คนทั่วไป? 7-12 นาที

  • ความเร็วขึ้นกับระดับความฟิต ปัจจัยอื่นๆมากมาย

นักวิ่งแข่งขัน? 2-3 นาที (ระดับสูง)

  • ข้อมูลจากการสังเกตนักวิ่งในชมรมใกล้บ้าน ปี 2566 ซ้อม 5 กม. 14 นาทีเศษ 推测1 กม. ประมาณ 3 นาที แต่เป็นกลุ่มเฉพาะ

ความเร็วเฉลี่ย ต่างกันมาก ขึ้นกับเป้าหมาย ตัวแปรเยอะ

  • อายุ เพศ สภาพร่างกาย ประสบการณ์ พื้นที่วิ่ง อุปกรณ์ สภาพอากาศ

10กิโลเมตรใช้เวลากี่นาที?

10 กิโลเมตร กี่นาที? ขึ้นอยู่กับคุณ

  • นักวิ่งทั่วไป (2024): 55-90 นาที ความจริงคือช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับตัวคุณ
  • นักวิ่งฝึกฝน: 40-60 นาที ความพยายามสะท้อนผลลัพธ์เสมอ
  • นักวิ่งระดับท็อป: น้อยกว่า 40 นาที พวกเขาไม่ใช่คุณ อย่าเปรียบเทียบ

ตัวเลขเป็นเพียงตัวเลข เวลาของคุณคือของคุณ อย่ามัวแต่สนใจเวลาคนอื่น

10 กิโลเมตร ใช้ เวลา กี่ ชั่วโมง?

ขึ้นอยู่กับความเร็ว. วิ่ง 10K ใช้เวลาเท่าไหร่? ถามแบบนี้ก็ได้คำตอบแค่ "แล้วแต่"

  • เพซ 10 นาที/กิโลเมตร = ประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
  • เพซ 8 นาที/กิโลเมตร = ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
  • เพซ 6 นาที/กิโลเมตร = ประมาณ 1 ชั่วโมง

ปีนี้ผมวิ่ง 10K ใช้เวลา 1 ชม. 25 นาที ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับคนที่ฝึกมาอย่างจริงจัง

  • การคำนวณเวลา: ใช้เวลาต่อกิโลเมตร คูณด้วยระยะทาง 10 กิโลเมตร

  • ตัวแปร: สภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศ ความเหนื่อยล้า ความฟิตของแต่ละบุคคล