Astaxanthin ใครไม่ควรกิน
Astaxanthin มีข้อควรระวังอะไร? ใครไม่ควรกินเพื่อความปลอดภัย?
แอสตาแซนธิน ข้อควรระวังคืออะไร? คนท้องกับคนที่กำลังให้นมลูกอยู่เลย อันนี้คือกลุ่มที่ต้องเลี่ยงเด็ดขาด
ตอนเพื่อนสนิทเราท้องลูกคนแรกเมื่อสักปี 2021 นางกังวลเรื่องผิวมาก กลัวโทรม เลยจะหาแอสตาแซนธินกิน เรานี่เบรกเอี๊ยดเลย เพราะมันไม่มีข้อมูลอะไรมารับรองเลยว่ามันจะปลอดภัยกับเด็กในท้องจริงๆ คือมันยังไม่มีใครกล้าทำวิจัยกับคนท้องน่ะสิ
มันไม่ใช่ว่าตัวสารสกัดมันไม่ดีนะ แต่สำหรับคนท้องหรือคนที่ให้นมลูกอยู่ ทุกอย่างที่เรากินเข้าไปมันส่งผลถึงเด็กหมดเลย หมอสูติฯ ที่เพื่อนไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ก็พูดตรงกันเป๊ะๆ ว่าอะไรที่มันยังเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ ให้ตัดทิ้งไปก่อนเพื่อความปลอดภัยของลูก
แล้วมันก็ลามมาถึงตอนให้นมด้วยนะ เพราะสารอาหาร หรืออะไรก็ตามที่เรากิน มันก็ผ่านไปทางน้ำนมได้หมดเลย ช่วงนั้นคือต้องระวังตัวสุดๆ ยิ่งกว่าตอนท้องอีกมั้ง อะไรที่บนฉลากเขียนกำกวมว่า "สตรีมีครรภ์และให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน" เนี่ย คือแปลง่ายๆ เลยว่าเขาไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัย
เอาเป็นว่าถ้าท้องหรือให้นมอยู่ พักเรื่องอาหารเสริมบำรุงผิวตัวนี้ไปก่อนเลย รอให้คลอดแล้ว เลิกให้นมเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมาจัดเต็มก็ยังไม่สายหรอก ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด.
Astaxanthin 4 mg ช่วยเรื่องอะไร
โห พูดถึงแอสตาแซนธินแล้วขึ้นเลย ตอนนั้นทำงานออฟฟิศแถวอโศก จ้องคอมตั้งแต่ 9 โมงเช้า ยัน 6 โมงเย็น บางวันลากยาวถึงสองทุ่ม ตาก็คือแห้งผาก แสบตาไปหมด น้ำตาเทียมคือเพื่อนรักเลย ขาดไม่ได้
เพื่อนที่แผนกทนสภาพเราไม่ไหว เลยยื่นกระปุกแดงๆ มาให้ บอกลองกินดู Astaxanthin 4 mg มันกินอยู่ เราก็แบบเออ ลองก็ลอง ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยนะ กินไปงั้นๆ แหละ
ผ่านไปเดือนกว่าๆ มีวันนึงนั่งทำงานเพลินจนลืมหยอดน้ำตาเทียม เอ้า ปกติเวลานี้ต้องตาพร่าแล้ว แต่วันนั้นมันไม่เป็นแฮะ อาการปวดกระบอกตามันเบาลงไปเยอะมากจริงๆ อันนี้คือจุดที่เริ่มเชื่อเลย
แต่เรื่องที่เซอร์ไพรส์กว่าคือผิวเว้ย คือเราไม่ได้โฟกัสเรื่องผิวเลยนะ แต่ตอนส่องกระจกล้างหน้าตอนเช้าที่คอนโดย่านพระราม 9 ริ้วรอยเล็กๆ ตรงหางตาที่มันเริ่มมาตอนอายุ 30 ต้นๆ...มันดูตื้นขึ้นแบบเห็นได้ชัดเลย ผิวหน้ามันดูไม่โทรม ไม่ได้ขาวขึ้นนะ แต่มันดูแน่นๆ สุขภาพดีอะ โคตรพีค
- ฟื้นฟูสภาพผิวและชะลอวัย: ลดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวจริงจังมาก
- บำรุงสายตา: ลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา จากการใช้คอมหรือมือถือนานๆ ได้ดีมาก
- ต้านอนุมูลอิสระ: ลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากเซลล์เสื่อมสภาพต่างๆ
Astaxanthin กินคู่กับ Fish Oil ได้ไหม
การทาน Astaxanthin คู่กับ Fish Oil เป็นการจับคู่ที่ลงตัวมากในทางชีวเคมี ทั้งสองตัวเป็นสารที่ละลายในไขมัน (fat-soluble) การทานพร้อมกันหรือพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันจะช่วยเพิ่มการดูดซึมของร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ
มันคือหลักการทำงานร่วมกัน หรือที่เรียกว่า synergy เมื่อสารสองตัวทำงานเสริมกัน ผลลัพธ์ที่ได้มักจะมากกว่าแค่การเอา 1+1 มาบวกกันเฉยๆ ร่างกายเราซับซ้อนกว่านั้นเยอะ
การดูแลร่างกายจากภายในมันคือการลงทุนระยะยาวที่ไม่มีวันขาดทุน
สำหรับวิตามินหรือสารอาหารอื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกับ Astaxanthin ได้อย่างน่าสนใจ มีกลไกการทำงานที่ส่งเสริมกันอย่างชัดเจน
คอลลาเจน (Collagen): ไม่ใช่แค่การเติมคอลลาเจนเข้าไป แต่ต้องปกป้องของเดิมด้วย Astaxanthin ทำหน้าที่เหมือนบอดี้การ์ดปกป้องโครงสร้าง คอลลาเจน ไม่ให้เสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระและรังสียูวี ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอย
วิตามินซี (Vitamin C): สองตัวนี้เป็นคู่หูต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง Vitamin C จะช่วยรีไซเคิล Vitamin E ที่หมดฤทธิ์ไปแล้วให้กลับมาทำงานใหม่ได้ วนเป็นลูปที่ช่วยปกป้องเซลล์ การมี Astaxanthin เข้ามาเสริมทัพจึงเป็นการยกระดับการป้องกันเซลล์ไปอีกขั้น
ฟิชออยล์ (Fish Oil): นอกจากเรื่องการดูดซึมที่กล่าวไปข้างต้น Fish Oil (Omega-3) ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบในระดับเซลล์ เมื่อรวมกับ Astaxanthin ที่เป็นสุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดการอักเสบแฝง (chronic inflammation) ในร่างกายได้ดีมาก ผมเองก็ทานเซ็ตนี้อยู่ประจำ
โคเอนไซม์ คิวเทน (Coenzyme Q10):Coenzyme Q10 คือหัวใจของการสร้างพลังงานในเซลล์ (ATP) ส่วน Astaxanthin ช่วยปกป้องโรงงานผลิตพลังงาน (Mitochondria) ไม่ให้โดนทำลายจากของเสียในกระบวนการผลิต การทานคู่กันจึงเหมือนการเติมเชื้อเพลิงและซ่อมบำรุงไปพร้อมกัน
ผมเลือกทาน BioAstin ที่เป็นแอสตาแซนธินจากธรรมชาติ สกัดจากสาหร่าย Haematococcus pluvialis โดยตรง จะทานหลังอาหารมื้อแรกของวัน เพราะมีไขมันช่วยในการนำพาสารอาหาร สุดท้ายแล้ว การดูแลผิวหรือร่างกายจากภายนอกเป็นแค่ส่วนปลายทาง การดูแลจากภายในต่างหากที่เป็นต้นทางของสุขภาพที่แท้จริง
Astaxanthin กินกับ Fish Oil ได้ไหม
เฮ้ยๆ มีคนถามว่า แอสตาแซนธิน เนี่ย กินพร้อมกับ ฟิชออยล์ ได้ปะ? ได้ดิ่! โคตรได้เลยนะ กินคู่กันได้เลยแบบสบายๆ อ่ะ ไม่มีปัญหาไรเลย
เราว่ามันเป็น คู่หูที่โคตรดี เลยอ่ะ! แบบ เพอร์เฟคสุดๆ ที่จะมาช่วยดูแลผิวเรานะ ให้มันแบบดูดีขึ้นเยอะเลย ทั้งเรื่องความใสเอย ความชุ่มชื้นเอย อะไรงี้อ่ะ มันเสริมกันดีมากจริงๆ นะ พูดเลย
แล้วไอพวกที่เค้าพูดถึงอีกอะ อย่างคอลลาเจน วิตามินซี โคคิวเทน ไบโอแอสตินพลัสไรพวกเนี่ยะะะะ ก็ดีกับผิวเหมือนกันหมดแหละ แต่อันนี้เราจะเน้นไปที่ แอสตาแซนธิน กับ ฟิชออยล์ นะ ว่ามันเริ่ดไง
ส่วนเรื่องกินตอนไหนน่ะ อันนี้เค้าก็แนะนำให้กิน 1 เม็ด พร้อมๆ กับอาหารเช้านั่นแหละนะ เราว่าก็ดีนะ กินไปตอนเช้าได้เลย จัดไป!
- ทำไมกิน Astaxanthin กับ Fish Oil ด้วยกันแล้วมันถึงเริ่ด!
- แอสตาแซนธิน (Astaxanthin):
- อันนี้คือ สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ เลยนะ มันแบบแรงกว่าวิตามินซีเยอะมากก มากกก
- ช่วยเรื่อง ปกป้องผิว จากแดด จากมลภาวะ ทำให้ผิวไม่แก่เร็วอะ ไรเงี้ย
- แล้วก็ช่วยเรื่อง ลดการอักเสบ ของผิวได้ด้วย ดีงามสุดๆ สำหรับคนอยากผิวใสๆ
- บางทีก็ช่วยให้ผิวแบบ ยืดหยุ่นดีขึ้น ดูกระชับๆ ไม่หย่อนง่าย
- ฟิชออยล์ (Fish Oil):
- หลักๆ ก็คือมี โอเมก้า 3 ที่จำเป็นต่อร่างกายเรามากๆ เลยนะ
- ช่วยเรื่อง บำรุงผิว ให้มันชุ่มชื้น ดูไม่แห้งกร้าน ใครผิวแห้งนี่ต้องมีเลย
- แล้วมันก็ช่วย ลดการอักเสบ ได้อีกเหมือนกันนะ เจ๋งปะ
- ดีกับ สุขภาพหัวใจ สมอง แล้วก็ข้อต่อเราด้วยนะ ไม่ใช่แค่ผิวอย่างเดียว
- กินคู่กันดียังไง:
- มันเสริมฤทธิ์กันเว้ยยยย คือ แอสตาแซนธิน มันปกป้องจากอนุมูลอิสระแรงๆ
- ส่วน ฟิชออยล์ ก็ไปช่วยเรื่องผิวอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น คู่กันแล้วคือปัง!
- ยิ่งทำให้ ผิวแข็งแรงขึ้น ไม่โทรมง่าย ดูมีออร่าไง
- ใครอยากดูแลผิวแบบครบๆ ทั้งเรื่องความใส ความนุ่ม แล้วก็ลดริ้วรอย นี่คือ ทางเลือกที่ดีมากๆ สำหรับ ปีนี้ เลยนะจ๊ะ ลองดูๆ
- แอสตาแซนธิน (Astaxanthin):
วิตามินซีสามารถกินคู่กับน้ํามันปลาได้หรือไม่
ได้. สองอย่างนี้ ไม่ขัดกัน. คนละบทบาท. ไม่มีอะไรต้องกังวล.
- วิตามินซี:
- ละลายน้ำ. ร่างกาย ไม่เก็บ. ต้องเติม.
- ภูมิคุ้มกัน. ป้องกันหวัด. เรื่องพื้นฐาน.
- ต้านอนุมูลอิสระ. ปกป้องเซลล์. ชัดเจน.
- น้ำมันปลา:
- โอเมก้า 3. สำคัญต่อ สมอง และ หัวใจ.
- ลดอักเสบ. ลดอาการปวด. ไม่ต้องบอกก็รู้.
- EPA/DHA. กรดไขมันจำเป็น. โคตรสำคัญ.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต