G6PD ห้ามได้กลิ่นอะไรบ้าง
ผู้ป่วย G6PD ห้ามกินอะไร ห้ามได้กลิ่นอะไรบ้าง ที่ต้องระวัง?
จริงๆ แล้ว เรื่อง G6PD กับกลิ่นเนี่ย มันยังเป็นอะไรที่งงๆ อยู่เลยนะ ฉันก็เคยสงสัยเหมือนกัน
เคยมีครั้งนึง ที่ไปตลาดสดแถวบ้าน แถวบางปะกอกนะ ฉันได้กลิ่นอะไรสักอย่างแรงๆ เลยรู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากนะ
คือหมอเขาอธิบายว่า G6PD น่ะ หลักๆ คือเกี่ยวกับเม็ดเลือดแดง แล้วก็พวกยาบางตัว อาหารบางอย่างมากกว่า การรับกลิ่นนี่ ไม่ค่อยได้ยินใครพูดถึงตรงๆ เลย
แต่ถ้าเป็นสารเคมีที่แรงๆ อ่ะนะ อย่างน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือพวกสเปรย์ฉีดแมลงอะไรพวกนี้ ถ้าสูดเข้าไปมากๆ ก็ไม่ดีต่อสุขภาพใครอยู่แล้วป่ะ
อันนี้ก็เป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวนะ ไม่ได้อิงงานวิจัยอะไรมาก แค่เล่าจากที่เคยเจอมา
G6PD กินบลูเบอร์รี่ได้ไหม
สำหรับคนเป็น G6PD บลูเบอร์รี่ควรเลี่ยง นะจ๊ะ เหมือนมีของดีแต่กินไม่ได้ มันเจ็บจี๊ดตรงหัวใจใช่ไหมล่ะ? ไม่ใช่แค่บลูเบอร์รี่นะ มีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกเพียบเลยที่ต้องบอกลา
ถ้าไม่อยากให้เม็ดเลือดแดงพากันไปเที่ยวสวรรค์เร็วเกินไป ก็ต้องจำให้แม่น ถั่วปากอ้า นี่คือศัตรูอันดับหนึ่งเลยนะ อย่าคิดลองดีเป็นอันขาด! เหมือนไปท้าต่อยกับนักมวยรุ่นเฮฟวี่เวทนั่นแหละ รับรองไม่เจ็บตัวเปล่า
พืชตระกูลถั่วอื่นๆ ที่มีฝักก็ต้องระวังไว้หน่อย ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วฝักยาว พวกนี้ก็เป็นตัวสร้างเรื่องได้ไม่แพ้กัน บางทีแค่แกล้งๆ ไม่รู้ก็ไม่ได้นะ เพราะร่างกายไม่เล่นด้วย
แล้วไหนจะ ไวน์แดง อีก โอ้โห เหมือนจะดีต่อใจ แต่คน G6PD นี่ต้องมองข้ามไปเลยนะ มองไปทางอื่นที่ไม่มีแอลกอฮอล์จะปลอดภัยกว่าเยอะ
การบูรและพิมเสน นี่ก็ตัวร้ายเลย ไม่ว่าจะเป็นในยาดม ยาหม่อง หรือน้ำมันหอมระเหย คิดซะว่ามันเป็นของต้องห้ามแบบเด็ดขาด เหมือนตู้กับข้าวของแม่ที่ห้ามแตะต้องอะนะ
ยาบางตัวก็ร้ายไม่เบา อย่าง ยากลุ่ม NSAIDs ที่ใช้ลดปวดลดอักเสบ หรือแม้แต่ แอสไพริน ที่บางทีคิดว่าไม่ร้ายแรง แต่กับ G6PD คือของแสลงเลยแหละ
ยาปฏิชีวนะ บางชนิด โดยเฉพาะพวกกลุ่มซัลฟา หรือไนโตรฟูแรนโทอิน รวมถึง ยาต้านมาเลเรีย อย่างควินิน หรือควินิดีน พวกนี้ก็ต้องบอกหมอ บอกเภสัชฯ ให้ละเอียดว่าเราเป็น G6PD นะ ไม่งั้นมีหวังได้นอนโรงพยาบาลแน่
สรุปสิ่งที่ G6PD ควรหลีกเลี่ยงแบบเน้นย้ำ:
- ถั่วปากอ้า อันตรายร้ายแรงสุด!
- พืชตระกูลถั่วที่มีฝัก: ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วฝักยาว
- บลูเบอร์รี่ และ ไวน์แดง
- การบูรและพิมเสน (พบในยาดม ยาหม่อง น้ำมันหอมระเหย)
- ยาแก้ปวดลดอักเสบ: ยากลุ่ม NSAIDs และยาแอสไพริน
- ยาปฏิชีวนะบางชนิด: กลุ่มซัลฟา, ไนโตรฟูแรนโทอิน
- ยาต้านมาเลเรียบางชนิด: ควินิน, ควินิดีน
- สารเคมีบางชนิด เช่น น้ำยาปรับอากาศบางประเภทที่ผสมการบูร ก็ควรระวังด้วย
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติมสำหรับ G6PD:
- ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ ก่อนรับประทานยาหรืออาหารเสริมใดๆ แจ้งว่าเป็น G6PD ทุกครั้งนะ
- อ่านฉลากยาและอาหารอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่เป็นอันตราย
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ซีด ปัสสาวะสีเข้ม หรือมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของเม็ดเลือดแดงแตก
- อาหารส่วนใหญ่ปลอดภัย แค่เลี่ยงรายการที่กล่าวมา ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้วล่ะ
- พกบัตรประจำตัว หรือข้อมูลการเป็น G6PD ติดตัวไว้เสมอ เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน.
จี6พีดี แพ้อะไรบ้าง
G6PD? เลี่ยงยาพวกทำลายเม็ดเลือด NSAIDs บางชนิด แอสไพริน ตัวหลัก ยาปฏิชีวนะ: ซัลฟา, ไนโตรฟูแรนโทอิน – ห้ามเด็ดขาด ยาต้านมาลาเรีย: ควินิน, ควินิดีน ก็เช่นกัน พวกนี้คือภัย เม็ดเลือดแดงแตก
นี่คือสิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจ:
- อาหาร:ถั่วปากอ้า ห้ามแตะ. บางคนมีปัญหากับขมิ้นด้วย.
- สารเคมี:ลูกเหม็น (Naphthalene) คือตัวอันตราย. ระวังสารเคมีในบ้าน.
- ยาอื่น: ยาแก้ปวดลดไข้บางชนิด, สารในสีย้อม หรือสมุนไพรบางตัว. ปรึกษาหมอ/เภสัชกร ทุกครั้ง.
- สังเกตตัวเอง: หากซีด เหลือง ปัสสาวะเข้มหลังสัมผัสสิ่งกระตุ้น. นั่นคือสัญญาณ. รีบไปโรงพยาบาล.
- กฏเหล็ก: ทุกครั้งที่รับยา, หาหมอ, แจ้งว่า เป็น G6PD ทันที. ห้ามลืม.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต