HPV ติดจากปากได้ไหม

80 ครั้งเข้าชม
HPV ติดต่อทางปากได้ไหม?เชื้อ HPV สามารถติดต่อทางปากได้จริงผ่านการมีเพศสัมพันธ์ (Oral Sex) และยังแพร่กระจายผ่านช่องทางอื่นได้แก่: การสัมผัสโดยตรง: เชื้อแพร่ผ่านรอยแผลหรือรอยถลอกบนผิวหนัง รวมถึงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้มีเชื้อ จากแม่สู่ลูก: หญิงตั้งครรภ์สามารถส่งต่อเชื้อไปยังทารกได้ในระหว่างการคลอด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

เรื่องเชื้อ HPV นี่นะ ฉันเคยคุยกับเพื่อนสนิทนะ มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าเชื้อโรคพวกนี้มันมายังไงกันแน่ คือใครๆ ก็พูดเรื่องสัมพันธ์นะ ไม่ว่าจะแบบไหน ช่องคลอด ทวารหนัก หรือปากอะไรแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ฉันก็เพิ่งรู้ไม่นานมานี้เอง ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องพวกนั้นอย่างเดียว คือผิวหนังที่มีแผลหรือแค่โดนกันบางทีมันก็ติดได้ โอ้โห มันแบบ... ตกใจหน่อยๆ ตอนรู้

คือตอนนั้นฉันจำได้เลยนะ เดือนพฤษภาคมปีที่แล้วนี่เอง แถวร้านกาแฟหน้าปากซอยบ้านฉัน แม่เพื่อนคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเคยเจอเคสที่ติดจากของใช้เนี่ยแหละ ฉันแบบเหรอ? จริงเหรอ? คือก็รู้แหละว่าต้องระวัง แต่ก็ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนั้น มันเลยทำให้ฉันระแวงการใช้ของร่วมกับคนอื่นไปพักใหญ่เลย ต้องคอยดูของอะไรที่หยิบจับบ่อยๆ นะ มันอดคิดไม่ได้จริงๆ

มีเพื่อนฉันคนหนึ่งนะ ตอนนี้กำลังท้องได้เจ็ดเดือนแล้ว ฉันก็นึกถึงเรื่องนี้นะ มันเป็นกังวลมากๆ เลย คือถ้าแม่มีเชื้อ HPV เนี่ย มันก็ส่งไปถึงลูกได้เลยนะ ตอนที่คลอดนั่นแหละ การสัมผัสโดยตรงตรงนั้น มันน่ากลัวจริงๆ สำหรับเด็กที่เพิ่งเกิดมา คือเราก็อยากให้เขาปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ไม่ใช่เหรอ มันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะเลยนะเรื่องแบบนี้

เชื้อ HPV อยู่ในน้ำลายไหม

เชื้อ HPV อยู่ในน้ำลายได้จ้ะ

เหมือนคุณผีที่แอบซ่อนตามซอกหลืบในร่างกาย เชื้อ HPV เนี่ย ก็สามารถไปเที่ยวเล่นอยู่ในน้ำลายของเราได้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่อยู่ตามน้องหนู หรือทวารหนักนะ แต่อาจจะแอบไปตั้งรกรากอยู่ในโพรงจมูก ลิ้น หรือแม้แต่ในลำคอของเราได้

นึกภาพว่าเหมือนเวลาเราคุยกันใกล้ๆ จาม หรือจูบกัน เชื้อ HPV ก็พร้อมจะโบกมือลาเจ้าบ้านเดิม แล้วไปผจญภัยในน้ำลายของคนใหม่ เหมือนนักท่องเที่ยวสายผจญภัยที่ชอบย้ายที่ไปเรื่อยๆ

สรุปสั้นๆ:

  • HPV ในน้ำลาย? ได้เลยจ้า
  • ไปอยู่ตรงไหนได้บ้าง? ปาก ลิ้น ลำคอ จมูก (เหมือนบ้านเช่าชั่วคราว)
  • มาได้ไง? ผ่านการสัมผัสใกล้ชิด เช่น การจูบ การพูดคุย (อันหลังนี่เบาๆ หน่อย)

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่ออยากรู้ลึกกว่าเดิม):

  • HPV ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง: หลายคนคิดว่า HPV เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วเชื้อนี้กระจายได้ง่ายกว่าที่คิด ผ่านการสัมผัสผิวหนังสู่ผิวหนัง หรือเยื่อเมือกสู่เยื่อเมือก
  • มีหลายสายพันธุ์: HPV มีเป็นร้อยๆ สายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก็แค่เป็นหวัดธรรมดา (ในแง่ไวรัส) แต่บางสายพันธุ์ก็เป็นตัวการร้ายที่นำไปสู่มะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งปากมดลูก และยังรวมถึงมะเร็งช่องปากและลำคอด้วยนะ
  • ร่างกายกำจัดได้เอง: โชคดีที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายส่วนใหญ่สามารถจัดการกับเชื้อ HPV ได้เองภายใน 1-2 ปี แต่ก็ใช่ว่าจะหายขาด 100% เสมอไป
  • วัคซีนช่วยได้นะ: วัคซีน HPV เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ที่อันตรายที่สุด (ปัจจุบันมีวัคซีนที่ครอบคลุมถึง 9 สายพันธุ์) ควรฉีดตั้งแต่อายุยังน้อยก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • ตรวจคัดกรองคือเพื่อนแท้: สำหรับผู้หญิง การตรวจมะเร็งปากมดลูก (Pap smear หรือ HPV test) เป็นประจำ ช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้สูงมากๆ

การจูบมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

จูบมีความเสี่ยง. มันเป็นกลไกหนึ่ง.

เชื้อโรคเดินทางผ่านความใกล้ชิด นั่นคือสัจธรรม. การแบ่งปันนั้นซับซ้อนกว่าที่คิด.

  • ทางตรง: น้ำลายส่งผ่านแบคทีเรีย, ไวรัสจากคอและปาก. แลกเปลี่ยนสิ่งที่มองไม่เห็น.

  • ทางอ้อม: ลมหายใจเมื่อประชิด. ไวรัสโคโรนา, หัด, ไข้หวัด คือสิ่งที่ติดมา. ความใกล้ชิดนำพาสิ่งไม่พึงประสงค์.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การแพร่เชื้อ: ไม่จำกัดเพียงจูบ แต่รวมถึงการใช้ภาชนะร่วมกัน.
  • เชื้อไวรัสที่พบบ่อย:
    • ไวรัสเริม (HSV): ทำให้เกิดแผลร้อนในหรือตุ่มใส.
    • ไวรัสอีบีวี (Epstein-Barr virus): สาเหตุของไข้ต่อมน้ำเหลือง หรือ "โรคจูบ".
    • ไข้หวัดใหญ่และโควิด-19: แพร่ทางละอองฝอยในลมหายใจ.
  • เชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อย:
    • สเตรปโตคอคคัส (Streptococcus): ทำให้เกิดโรคคออักเสบ.
    • เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลรี (H. pylori): สัมพันธ์กับแผลในกระเพาะ.
  • ปัจจัยเสริมความเสี่ยง: ภูมิคุ้มกันต่ำ, สุขอนามัยไม่ดี, การมีบาดแผลในปาก.
  • ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงการจูบเมื่อป่วย หรือเมื่ออีกฝ่ายมีอาการ. สุขภาพกายสะท้อนผ่านการกระทำ.

จูบยังไงให้ปลอดภัย

ก่อนจะแลกเปลี่ยนของเหลวชีวภาพใดๆ โปรดท่องไว้ในใจ: ความโรแมนติกกับห้องฉุกเฉินมันคนละเรื่องกันนะ ถึงปากเค้าจะน่าจุ๊บแค่ไหนก็ต้องเบรกตัวเองไว้บ้าง การจูบแบบผิวเผินเหมือนผีเสื้อขยับปีกน่ะปลอดภัยกว่าเยอะ

ส่วนการจูบแบบดูดดื่มแลกลิ้นพันกันนัวเนียประหนึ่งสงครามลิ้น...พักก่อน มันคือการเปิดประตูเมืองให้กองทัพแบคทีเรียและไวรัสยกพลขึ้นบกแบบด่วนจี๋ ถ้าป่วย เป็นไข้ หรือมีแผลร้อนในที่ปาก งดจูบดูดดื่ม สถานเดียว รักแท้ต้องดูแลยันแบคทีเรียในปากของกันและกัน

ถ้าเห็นสัญญาณไม่ดี เช่น มีแผลเริมผุดขึ้นมาทักทายที่ริมฝีปากอีกฝ่าย จงทำตัวเป็นนินจา หายตัวจากการจูบนั้นซะ บอกไปเลยว่า "วันนี้เรามาจับมือกันดีกว่านะ ที่รัก" ความรักไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ผ่านการแลกน้ำลายเสมอไป

เคล็ดลับสู่การจูบที่ปลอดภัยกว่าเดิม:

  • สุขภาพช่องปาก คือปราการด่านแรก แปรงฟัน บ้วนปากให้เป็นนิสัย สมรภูมิต้องสะอาดก่อนออกรบเสมอ นี่คือความรับผิดชอบต่อคู่จูบของคุณและของตัวคุณเอง

  • สแกนด้วยสายตา ก่อนลงจอด สังเกตริมฝีปากและบริเวณรอบๆ ว่ามีแผล ตุ่ม หรือสิ่งผิดปกติใดๆ หรือไม่ ถ้าเจอสัญญาณเตือนภัยสีแดง ให้เปลี่ยนไปหอมแก้มแทน

  • สื่อสารกันตรงๆ ถ้าคุณป่วยหรือมีแผลในปาก บอกคู่ของคุณไปเลยตรงๆ ไม่ต้องอาย มันคือการแสดงความใส่ใจขั้นสุดยอด ไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ

  • รักทางเลือก ในวันที่จูบไม่ได้ การกอด การจับมือ หรือการซบไหล่ก็แสดงความรักได้ลึกซึ้งไม่แพ้กัน ภาษากายมีอะไรมากกว่าแค่การประกบปาก