มีประจําเดือนตรวจร่างกายได้ไหม

0 ครั้งเข้าชม
การมีประจําเดือนตรวจร่างกายได้ไหม ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจร่างกายทั่วไปและเจาะเลือดได้ตามปกติ แต่งวดการตรวจปัสสาวะ ตรวจอุจจาระ ตรวจภายใน และแมมโมแกรม โรงพยาบาลจัดระบบยืดหยุ่นให้ตรวจรายการหลักก่อน แล้วกลับมาเก็บตกส่วนที่เหลือภายหลังรอบเดือนหมดสนิทประมาณ 3 ถึง 7 วัน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

มีประจำเดือนตรวจร่างกายได้ไหม? เช็ครายการที่ตรวจได้

ผู้หญิงหลายคนมักมีความกังวลใจเมื่อถึงวันนัดหมายตรวจสุขภาพประจำปีแล้วพบว่ามีรอบเดือนมาพอดี และมักตั้งคำถามว่า มีประจําเดือนตรวจร่างกายได้ไหม การทำความเข้าใจข้อจำกัดและการเตรียมตัวที่ถูกต้องช่วยให้การเข้ารับบริการเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เสียเวลา การวางแผนล่วงหน้าช่วยให้คุณจัดการตรวจรายการสำคัญได้อย่างมั่นใจ

มีประจําเดือนตรวจร่างกายได้ไหม? เช็กรายการที่ทำได้และควรเลื่อนทันที

การเข้ารับการตรวจสุขภาพในช่วงที่มีรอบเดือน อาจมีข้อจำกัดและข้อควรระวังที่ขึ้นอยู่กับประเภทของการตรวจในแต่ละโปรแกรม สำหรับคำถามที่ว่า เป็นประจําเดือนตรวจสุขภาพได้ไหม การมีประจำเดือนสามารถเข้ารับการตรวจร่างกายทั่วไปและเจาะเลือดได้ตามปกติ แต่จำเป็นต้องงดหรือเลื่อนการตรวจปัสสาวะ ตรวจอุจจาระ ตรวจภายใน รวมถึงการทำแมมโมแกรมออกไปก่อนจนกว่าประจำเดือนจะหมดสนิท [1]

หลายคนมักเกิดความกังวลเมื่อตื่นขึ้นมาในวันนัดตรวจสุขภาพแล้วพบว่าประจำเดือนมาพอดี หลายคนสงสัยว่า มีประจําเดือนตรวจร่างกายได้ไหม ความเป็นจริงคือสถานการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน และไม่จำเป็นต้องยยกเลิกนัดทั้งหมด โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีระบบบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น โดยพยาบาลจะให้เราเข้าตรวจรายการหลักๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบไปก่อน แล้วค่อยกลับมาเก็บตกรายการที่เหลือในภายหลังหลังจากรอบเดือนหมดสนิทประมาณ 3-7 วัน [2]

เป็นประจำเดือนตรวจสุขภาพได้ไหม? ไขข้อข้องใจแยกตามรายการตรวจ

การทำงานของห้องปฏิบัติการทางการแพทย์มีความละเอียดอ่อนสูงมาก เลือดประจำเดือนเพียงหยดเดียวที่ปนเปื้อนลงไปในสิ่งส่งตรวจสามารถเปลี่ยนผลแล็บจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ทันที ซึ่งส่งผลเสียต่อการวินิจฉัยโรคอย่างร้ายแรง

มีประจำเดือนเจาะเลือดได้ไหม?

หลายคนอาจสงสัยว่า มีประจำเดือนเจาะเลือดได้ไหม คำตอบคือสามารถเจาะเลือดตรวจได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรองเบาหวาน ตรวจระดับไขมัน คอเลสเตอรอล การทำงานของตับ หรือการทำงานของไต

อย่างไรก็ตาม การสูญเสียเลือดจากประจำเดือนอาจส่งผลให้ค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดบางรายการ โดยเฉพาะระดับฮีโมโกลบินและฮีมาโตคริต มีแนวโน้มลดต่ำลงกว่าปกติเล็กน้อยในผู้หญิงบางราย แต่ระดับที่ลดลงนี้มักไม่ได้สะท้อนถึงภาวะโลหิตจางรุนแรงที่แท้จริง ยกเว้นในกลุ่มที่มีภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติอยู่เดิม นอกจากนี้ ควรงดเว้นการเจาะตรวจระดับฮอร์โมนเพศบางชนิดในช่วงนี้ เนื่องจากระดับฮอร์โมนในร่างกายจะมีความผันผวนสูงมากตามกลไกธรรมชาติของรอบเดือน

เป็นเมนส์ตรวจฉี่ได้ไหม?

นี่คือข้อห้ามสำคัญที่แพทย์ทุกคนเน้นย้ำว่าไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง หากมีข้อสงสัยว่า เป็นเมนส์ตรวจฉี่ได้ไหม ขอเตือนว่าหลีกเลี่ยงดีกว่า เนื่องจากเม็ดเลือดแดง เซลล์บุผิวโพรงมดลูก และโปรตีนพลาสมาในเลือดประจำเดือนจะเกิดการปนเปื้อนลงในถ้วยเก็บปัสสาวะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อสารปนเปื้อนเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการตรวจวิเคราะห์ด้วยแถบสีจุ่ม (Urine Dipstick) สารฮีมในเม็ดเลือดแดงจะกระตุ้นปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้เครื่องรายงานผลเป็นบวกทันที เช่นเดียวกับช่องตรวจโปรตีนที่จะรายงานผลผิดพลาดว่ามีไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ การแปลผลแล็บที่คลาดเคลื่อนนี้อาจทำให้แพทย์เข้าใจผิดว่าผู้ป่วยกำลังเผชิญกับภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ มีนิ่วในไต หรือมีอาการไตอักเสบเรื้อรัง ทั้งที่ร่างกายปกติทุกประการ

ตรวจอุจจาระ ตรวจภายใน และแมมโมแกรม

การตรวจอุจจาระเพื่อหาภาวะเลือดแฝง (Occult Blood) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะให้ผลบวกปลอมทันทีหากมีเลือดประจำเดือนเปรอะเปื้อน

สำหรับการตรวจภายในและตรวจมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) ปริมาณเลือดที่ปกคลุมอยู่จะบดบังทัศนียภาพของแพทย์ และรบกวนการเก็บตัวอย่างเซลล์บริเวณปากมดลูก ทำให้ผลตรวจอ่านยากหรือไม่ชัดเจน หากสงสัยว่า ตรวจสุขภาพประจําปี ห้ามอะไรบ้าง ผู้หญิง ควรหลีกเลี่ยงการตรวจภายใน ส่วนการตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) แม้จะไม่เกี่ยวกับเลือดโดยตรง แต่ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่เต้านมคัดตึงจากอิทธิพลของฮอร์โมน การกดหน้าอกด้วยเครื่องเอกซเรย์จะสร้างความเจ็บปวดอย่างมาก และความหนาแน่นของเนื้อเยื่อที่เพิ่มขึ้นอาจลดความแม่นยำในการค้นหาก้อนเนื้อขนาดเล็ก

ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อไปโรงพยาบาลและกำลังมีรอบเดือน

คุณไม่จำเป็นต้องอายหรือปิดบังข้อมูลใดๆ กับบุคลากรทางการแพทย์ การแจ้งสถานะร่างกายอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้คุณได้รับการดูแลที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

สิ่งที่ต้องทำคือการเดินไปแจ้งเจ้าหน้าที่จุดลงทะเบียนหรือพยาบาลคัดกรองตั้งแต่ก้าวแรกว่า กำลังมีประจำเดือน พยาบาลจะทำการบันทึกข้อมูลลงในระบบ และแยกหลอดสิ่งส่งตรวจอย่างชัดเจน เมื่อทราบแล้วว่า มีประจําเดือนตรวจร่างกายได้ไหม โดยแพทย์มักแนะนำให้คุณเข้ารับการเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายทั่วไป (Physical Examination) ให้เสร็จสิ้นภายในวันนั้น จากนั้นทางโรงพยาบาลจะออกใบนัดหมายพิเศษแยกต่างหาก เพื่อให้คุณกลับมาส่งสิ่งส่งตรวจปัสสาวะ อุจจาระ หรือเข้ารับการตรวจภายในอีกครั้งในภายหลัง วิธีนี้จะช่วยรักษาผลประโยชน์ของคุณให้สามารถใช้สิทธิ์ตรวจสุขภาพได้ครบทุกรายการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

ตารางสรุปประเภทการตรวจสุขภาพในช่วงมีประจำเดือน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและวางแผนการเดินเข้ารับบริการได้อย่างถูกต้อง นี่คือการจำแนกหมวดหมู่การตรวจสุขภาพที่สามารถทำได้ทันที และรายการที่ต้องชะลอออกไปก่อน

รายการที่ตรวจได้ทันที

• เอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) และการทำอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนหรือส่วนล่างสามารถทำได้

• การวัดความดันโลหิต ชีพจร ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)

• ตรวจคัดกรองเบาหวาน ไขมัน การทำงานของตับ ไต และสารบ่งชี้มะเร็งบางชนิดทำได้ปกติ

รายการที่ต้องเลื่อนออกไปก่อน

• ต้องงดเว้น เลือดจะบดบังเซลล์ปากมดลูก ทำให้ไม่สามารถแปรผลหาเซลล์มะเร็งได้

• เสี่ยงต่อการเกิดผลบวกปลอมในอุจจาระ และสร้างความเจ็บปวดขณะกดเต้านมที่กำลังคัดตึง

• ต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากเลือดจะปนเปื้อนทำให้ผลค่าเม็ดเลือดแดงและโปรตีนผิดพลาด

จากการเปรียบเทียบจะเห็นว่าโครงสร้างหลักของการตรวจสุขภาพประจำปียังคงดำเนินต่อไปได้เกือบทั้งหมด มีเพียงรายการที่ต้องสัมผัสกับสารคัดหลั่งโดยตรงหรือได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนเท่านั้นที่จำเป็นต้องนัดหมายใหม่

ประสบการณ์ตรวจสุขภาพประจำปีของมนตรี: การจัดการนัดหมายแบบแยกส่วน

มนตรี พนักงานบริษัทเอกชนอายุ 28 ปี ในกรุงเทพฯ มีนัดตรวจสุขภาพประจำปีกับทางบริษัท แต่ตื่นเช้ามาพบว่าประจำเดือนมาเป็นวันแรก เธอรู้สึกกังวลใจอย่างมากเพราะกลัวว่าจะเสียสิทธิ์การตรวจบางรายการและอายที่จะต้องบอกพยาบาล

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล มนตรีตัดสินใจกระซิบแจ้งพยาบาลจุดคัดกรองตรงๆ พยาบาลยิ้มรับและบอกว่าเป็นเรื่องปกติมาก พร้อมทำการแก้ไขชุดตรวจในระบบทันทีเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด

มนตรีเข้ารับการเจาะเลือดและเอกซเรย์ตามขั้นตอนปกติอย่างราบรื่น โดยพยาบาลได้ดึงใบนัดเก็บปัสสาวะและตรวจมะเร็งปากมดลูกแยกออกมา และนัดให้เธอกลับมาทำใหม่อีกครั้งในอีกสองสัปดาห์ถัดไป

หลังจากผ่านไป 10 วัน มนตรีกลับมาส่งปัสสาวะและตรวจภายในเสร็จสิ้น ผลแล็บทุก daint ถูกต้องแม่นยำ ไม่มีการปนเปื้อน ทำให้เธอตระหนักว่าการแจ้งข้อมูลตรงๆ ช่วยลดความเครียดและได้ผลตรวจที่สมบูรณ์ที่สุด

คำแนะนำที่เป็นประโยชน์

แจ้งพยาบาลทันทีที่ถึงโรงพยาบาล

การบอกสถานะการมีรอบเดือนช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สลับลำดับการตรวจและบริหารจัดการสิ่งส่งตรวจได้อย่างปลอดภัย

เจาะเลือดและเอกซเรย์ทำได้ไม่มีข้อห้าม

ระบบหลักในการตรวจร่างกายส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนหรือเลือดประจำเดือน สามารถดำเนินนัดหมายต่อได้

เลื่อนการตรวจปัสสาวะและตรวจภายในเสมอ

การฝ่าฝืนตรวจปัสสาวะหรือตรวจภายในช่วงมีรอบเดือนจะทำให้เกิดการปนเปื้อนแล็บคลาดเคลื่อน และต้องเสียเวลามาตรวจซ้ำในที่สุด

คำแนะนำอื่นๆ

มีประจำเดือนแล้วเจาะเลือด จะทำให้ผลเลือดจางไหม?

การมีประจำเดือนอาจทำให้ระดับฮีโมโกลบินในเลือดลดลงเล็กน้อยจากสภาวะสูญเสียเลือดตามธรรมชาติ แต่หากไม่ได้เป็นผู้ที่มีภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติเป็นประจำ ค่าเม็ดเลือดแดงที่ได้จะไม่ต่ำลงจนถึงขั้นทำให้แพทย์วินิจฉัยผิดพลาดว่าเป็นโรคโลหิตจางรุนแรง

หากคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมตัว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตรวจสุขภาพประจำปี บอกอะไรบ้าง เพื่อความมั่นใจก่อนเข้ารับการตรวจ

ควรเว้นระยะห่างกี่วันหลังประจำเดือนหมด ถึงจะเก็บปัสสาวะหรือตรวจภายในได้?

ควรรอให้ประจำเดือนหมดสนิทอย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อมั่นใจว่าจะไม่มีคราบเลือดเก่าหรือเซลล์ตกค้างหลงเหลืออยู่ภายในช่องคลอด ซึ่งอาจจะเข้าไปปนเปื้อนในปัสสาวะหรือรบกวนการเก็บเซลล์บริเวณปากมดลูกอีกครั้ง

ถ้าเผลอเก็บปัสสาวะส่งตรวจไปแล้วตอนมีประจำเดือนต้องทำอย่างไร?

ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการหรือพยาบาลทันที เพื่อให้แพทย์บันทึกข้อมูลการมีประจำเดือนลงในใบรายงานผล หรือทำการยกเลิกสิ่งส่งตรวจนั้นแล้วนัดหมายมาเก็บปัสสาวะใหม่อีกครั้ง เพื่อป้องกันการแปลผลที่ผิดพลาดชึ่งอาจนำไปสู่การรักษาที่ไม่จำเป็น

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้นและไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ สภาพร่างกายและข้อกำหนดของแต่ละโรงพยาบาลอาจมีความแตกต่างกัน โปรดปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำสถานพยาบาลก่อนเข้ารับการตรวจทุกครั้ง

แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง

  • [1] Phyathai - การมีประจำเดือนสามารถเข้ารับการตรวจร่างกายทั่วไปและเจาะเลือดได้ตามปกติ แต่จำเป็นต้องงดหรือเลื่อนการตรวจปัสสาวะ ตรวจอุจจาระ ตรวจภายใน รวมถึงการทำแมมโมแกรมออกไปก่อนจนกว่าประจำเดือนจะหมดสนิท
  • [2] Phyathai - โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีระบบบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น โดยพยาบาลจะให้เราเข้าตรวจรายการหลักๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบไปก่อน แล้วค่อยกลับมาเก็บตกรายการที่เหลือในภายหลังหลังจากรอบเดือนหมดสนิทประมาณ 3-7 วัน