Motion sickness แก้ได้ไหม
โรคเมาการเดินทาง รักษาหายขาดได้หรือไม่?
เอาจริงๆนะ ไอ้เรื่องเมารถเนี่ย ถามว่าหายขาดไหม... เอ่อ, มันตอบยากแฮะ
ฉันจำได้เลย ตอนเด็กๆนั่งรถไปเที่ยวบ้านยายที่ต่างจังหวัด (แถวๆนครสวรรค์น่ะ) คือแบบทรมานสุดๆ กินอะไรเข้าไปก็พุ่งออกมาหมด! แต่พอโตขึ้น... เหมือนมันจะดีขึ้นนะ ไม่รู้ว่าร่างกายมันปรับตัวได้เอง หรือว่าเพราะกินยาแก้เมารถก่อนขึ้นรถทุกทีกันแน่
แต่ที่แน่ๆคือ พอรถจอดปุ๊บ หรือลงจากรถได้เนี่ย อาการมันก็ค่อยๆดีขึ้นจริงๆนั่นแหละ ไม่เกิน 2-3 ชั่วโมงก็เริ่มโอเคแล้วนะ (แต่บางทีก็มีมึนๆหัวไปถึงวันรุ่งขึ้นเหมือนกัน) สรุปว่าหายไหม...อาจจะไม่ "หายขาด" แบบ 100% แต่ถ้าเทียบกับตอนเด็กๆที่แทบจะลงไปนอนกองกับพื้นแล้ว ตอนนี้ถือว่าดีขึ้นเยอะ!
อาการคนเมารถ เกิดจากอะไร?
เมารถเนี่ยนะ เกิดจากอะไร? อืมมม... สมองมันงงงวย! ใช่ๆ สัญญาณมันขัดแย้งกัน ตาเห็นอย่าง หูชั้นในรับรู้แบบนึง งงไปหมด
ตาบอกว่ารถวิ่ง แต่หูชั้นในบอกว่านั่งนิ่งๆ สมองเลยประมวลผลผิดพลาด
ปีนี้ไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนมา เพื่อนฉันเมารถหนักมาก อ้วกแตกเลย สงสารมันจัง
แล้วแต่ละคนก็เมารถไม่เหมือนกันนะ บางคนแค่เวียนหัว บางคนถึงขั้นอาเจียน แล้วแต่ความไวของแต่ละบุคคล
อ๊ากกก ลืมไป อาการมันมีอะไรบ้างนะ จำได้คร่าวๆ มึนๆ เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน บางคนอาจมีเหงื่อออกด้วย
จริง ๆ แล้ว มันมีวิธีป้องกันนะ เช่น นั่งหน้ารถ หรือกินยาแก้เมารถ แต่ฉันไม่เคยกินนะ กลัวผลข้างเคียง
ปีนี้ฉันลองนั่งรถโดยสารไปต่างจังหวัด เลือกนั่งหน้าสุด ไม่เมารถเลย ดีใจมาก โล่งใจไปหนึ่งเปลาะ
อืม... ยังมีอะไรอีกมั้ยนะ... ฉันว่าแค่นี้ก่อนละกัน เดี๋ยวจะคิดไม่ออก สมองฉันมันทำงานแบบสุ่มๆ เหมือนคนเมา 555
ทำไมบางคนเมารถ บางคนไม่เมา?
ทำไมบางคนเมารถ บางคนไม่เมา? ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ!
บางคนน่ะ หูชั้นในมันดัน "ไฮโซ" เกินเหตุ! จับการเคลื่อนไหวได้ละเอียดราวกับเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหว พอรถขยับนิดหน่อย สมองก็ตีความว่า "เฮ้ย! ร่างกายแกกำลังจะหลุดออกจากวงโคจรแล้วนะ!" ก็เลยสั่งการให้คลื่นไส้อาเจียนซะงั้น ส่วนคนที่ไม่เมา...ก็พวกหูชั้นใน "บ้านๆ" หน่อย จับอะไรไม่ค่อยได้ (แซวเล่นนะ!)
แต่เอาน่า! อย่างน้อยคนเมารถก็รู้ตัวว่ากำลัง "อินเทรนด์" กับการเดินทางไงล่ะ! ส่วนคนไม่เมา...ก็แค่พลาดโมเมนต์ "หวาดเสียว" เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง (ฮา)
- หูชั้นในไฮโซ: ไวต่อการเปลี่ยนแปลง เลยส่งสัญญาณผิดพลาดไปที่สมอง
- สมองสายดราม่า: ตีความสัญญาณผิดพลาดว่าร่างกายกำลัง "วิกฤต"
- อาหารเป็นพิษ: ไม่เกี่ยว! แค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ (มั้ง?)
- วิธีแก้: กินยาแก้เมารถ? ปล่อยวาง? หรือไม่ก็...ไม่ต้องขึ้นรถ! (อันนี้พูดจริง!)
เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ: รู้ไหมว่าคนที่ชอบนั่งรถเมล์ฟรี (ช่วงที่เค้ามีนะ!) มีแนวโน้มจะ "ชิน" กับการเมารถมากกว่าคนทั่วไป เพราะนั่งบ่อยจนร่างกายปรับตัวได้! (อันนี้คิดเองนะ!)
อาการเมารถเป็นกรรมพันธุ์ไหม?
เมารถกรรมพันธุ์มั้ยเนี่ย? สงสัยจัง เคยถามหมอเพื่อน แต่ก็ไม่ได้คำตอบชัดๆ มันก็มีปัจจัยอื่นด้วยนี่นา แบบว่า
- พ่อแม่เมารถ ลูกก็มีสิทธิ์ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน ใช่ป่ะ? เหมือนยีนส์มันมีส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
- ประจำเดือน ยาคุม ท้อง อันนี้ฮอร์โมนเปลี่ยน อาจจะทำให้ไวต่อการเคลื่อนไหวมากขึ้น เข้าใจอยู่
- ไมเกรน พาร์กินสัน ปัญหาหูชั้นใน พวกนี้มันก็ส่งผลต่อสมดุลร่างกาย แน่นอนว่ามีโอกาสเมารถสูงกว่าปกติ
เฮ้อออ เหนื่อยจัง เขียนไปเรื่อยเปื่อย สรุปคือยังไม่แน่ใจว่ากรรมพันธุ์ร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องแหละ ปีนี้ไปเที่ยวทะเล เมาเรือมาก กินยาแก้เมารถหมดไปเป็นแผง แพงชะมัด ปีหน้าจะลองวิธีอื่นดูบ้าง หาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บ doctorathome.com ดูดีกว่าเนาะ
จริงๆ แล้วมีอีกหลายปัจจัยนะ เช่น
- อายุ เด็กเล็กๆ กับผู้สูงอายุ มักจะเมารถง่ายกว่า จำได้สมัยเด็กๆ เมารถบ่อยมาก
- สภาพแวดล้อม ในรถร้อนๆ แออัดๆ ก็ทำให้เมารุนแรงขึ้น
- อาหาร กินอะไรก่อนขึ้นรถก็มีผล ท้องว่างก็ไม่ดี กินเยอะเกินก็ไม่ไหว
ปวดหัว เขียนไปเรื่อย คิดอะไรไม่ออกแล้ว เอาแค่นี้ก่อนละกัน
บุคคลใดเสี่ยงต่อการเกิดเมารถมากที่สุด?
เด็ก 2-12 ขวบเมารถง่ายสุด! จริงดิ? เด็กมันตัวเล็กๆ เองนะ ทำไมถึงเป็นงั้นอ่ะ? ????
- เด็ก 2-12 ปี: ระบบทรงตัวยังไม่ fully develop มั้ง (ศัพท์เท่ๆ 555)
- คนท้อง: ฮอร์โมนรึเปล่า? คลื่นไส้ปกติก็แย่อยู่แล้วนะ
- ไมเกรน: เกี่ยวกับสมองป่าว? (เดาเอานะ)
- สมอง: อุบัติเหตุแรงๆ นี่น่ากลัวจริง
เออ แล้วคนที่นอนเล่นมือถือในรถล่ะ? นับมั้ย? น่าจะนับนะ เวียนหัวสุดๆ! ????????
ข้อมูลเพิ่ม (เอามาจาก Google เมื่อกี้เลยนะ)
- พันธุกรรม: บางคนก็เป็นแต่เกิดเลย (กรรมพันธุ์!)
- วิตกกังวล: เครียดก็เมารถได้!? โอ้วมายก็อด
- ยาบางชนิด: พวกยาแก้ปวดบางตัวก็ทำให้เวียนหัวได้นะ ต้องระวัง
รถติดๆ นี่ตัวดีเลย เมารถคูณสอง! ????????????
ปล. สงสัยต้องพกยาแก้เมารถติดตัวตลอดละ ????
เมารถทำยังไงถึงจะหาย?
เมารถเนี่ย...เซ็งเลย! ทำไงดีวะ?
ที่นั่ง: กลางรถอะ...น่าจะนิ่งสุด ชั้นล่างของรถทัวร์ด้วย โอเคกว่ามั้ย? (เคยนั่งบนสุด...เข็ด!) แถวหน้าก็เวิร์คอยู่ ถ้าไม่โดนแดดส่อง
มองไกลๆ: อย่าก้ม! อย่าเล่นมือถือ! เคยอ่านหนังสือ...อ้วกแทบพุ่ง! มองวิวไปเรื่อยๆ...ต้นไม้ ภูเขา...หรือเมฆ? (ถ้ามี)
ยาแก้เมารถ: กินก่อน...สำคัญมาก! 30 นาที...โอเคป่าว? ไดเมนไฮดริเนท...โปรเมทาซีน...ชื่อยากจัง! แต่กินแล้วง่วงนะ...ขับรถเอง...อันตราย! (เคยเกือบหลับใน!)
แว่นกันแดด: อันนี้ไม่ค่อยเก็ท...แต่เค้าว่าช่วย? หรือหลับตาไปเลย...ง่ายดี
เพิ่มเติม:
- ขิง: กินขิง! ดมขิง! อมขิง! (เวอร์ไปมั้ย?) แต่ขิงมันช่วยจริงๆ นะ!
- หมากฝรั่ง: เคี้ยวๆ ไป...เพลินดี...เบี่ยงเบนความสนใจได้
- หายใจลึกๆ: ช่วยได้จริงดิ? ต้องลอง!
- แอร์เย็นๆ: สำคัญมาก! ร้อนๆ นี่...แย่เลย!
- อย่ากินอิ่มเกินไป: ท้องว่างก็ไม่ดี...อิ่มเกินก็ไม่ไหว...พอดีๆ นี่...ยากจัง!
แล้วสรุปคือ...ทำไงถึงจะหายเลย? (ไม่มีทางมั้ง?) แค่บรรเทา...ก็ดีแล้ว! เฮ้อ... ????
นั่งรถแบบไหนไม่เมารถ?
นั่งรถยังไงไม่เมารถวะ? อืมมม... จริง ๆ แล้วก็ขึ้นอยู่กับคนด้วยแหละเนอะ แต่ส่วนใหญ่ที่เค้าบอกกันก็คือ... เบาะหน้าสิ! ใช่ป่ะ? แต่ถ้าเป็นรถทัวร์อะไรแบบนั้น ก็ต้องแถวหน้าๆ แหละ จำได้ตอนไปเชียงใหม่ปีนี้ นั่งแถวหลังแทบตาย เมาหัวทิ่มเลย!
- เบาะหน้าคือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะแรงสั่นสะเทือนน้อยกว่า
- รถทัวร์ก็ต้องแถวหน้าๆๆ จริงๆนะ แถวหลังนี่คือหายนะชัดๆ
- แต่ถ้าเป็นรถตัวเอง ก็เบาะหน้า อีกนั่นแหละ แต่ถ้าคนขับไม่ใช่เราเองล่ะ? อันนี้ก็ไม่แน่ใจนะ
สงสัยต้องลองหลายๆ แบบดู แล้วแต่ดวงด้วยมั้ง บางทีนั่งเบาะหน้ายังเมารถเลยก็มี เห้อออ... เหนื่อยใจจริงๆ ปีนี้ไปเที่ยวเหนื่อยมาก เพราะเรื่องเมารถนี่แหละ
แล้วถ้าเป็นเรือล่ะ? เรือไม่เมารถนะ แต่ถ้าเรือเล็กๆ แล้วคลื่นแรงๆ ล่ะ? อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ เอาเป็นว่า เลี่ยงๆ การเดินทางที่ทำให้เมารถไปก่อนดีกว่า
- ปีนี้ไปเที่ยวทะเล นั่งเรือเร็ว ก็ไม่เมารถนะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย คลื่นแรงๆ อันตราย และอาจทำให้เมารถได้ง่ายๆ
สุดท้ายแล้ว ก็ต้องดูสภาพร่างกายตัวเองด้วยนะ บางวันก็เมารถ บางวันก็ไม่ มันก็งงๆ ดีนะที่ปีนี้ ยังไม่เจอเหตุการณ์แย่ๆ เรื่องเมารถ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต