Pmh ย่อมาจากอะไร

101 ครั้งเข้าชม
PMH = Past Medical History (ประวัติทางการแพทย์ในอดีต)ข้อมูลสำคัญที่แพทย์ใช้ประเมินสุขภาพผู้ป่วย ประกอบด้วย: โรคประจำตัว ประวัติการผ่าตัด อาการแพ้ยา ประวัติการฉีดวัคซีน สุขภาพในอดีตที่อาจส่งผลต่อปัจจุบัน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำว่า PMH คืออะไร ย่อมาจากคำไหน และมีความหมายว่าอย่างไร?

PMH น่ะเหรอ? มันคือ Past Medical History. ภาษาบ้านๆ ก็คือประวัติสุขภาพเก่าๆ ของเราไง.

หมอเค้าเอาไว้ดูว่าเราเคยเป็นอะไรมาก่อน. แบบเป็นโรคประจำตัว, เคยผ่าตัด, แพ้ยาอะไรมั้ย, ฉีดวัคซีนอะไรไปแล้วบ้าง.

มันเหมือนเป็นแผนที่สุขภาพของเราเลย. ช่วยให้หมอรู้ว่าควรจะรักษาเรายังไงต่อ.

ตอนที่แม่เราป่วยเข้าโรงพยาบาลครั้งแรก, หมอก็ถามเรื่องพวกนี้เยอะแยะเลย. เราก็พยายามนึกๆๆ.

บางทีเราก็ลืมๆ ไปบ้างนะ, คือมันเยอะเกิน. แต่พอหมอถามนี่ เราก็นึกออก.

ข้อมูลพวกนี้สำคัญมากจริงๆ. ทำให้การรักษาแม่แม่นยำขึ้นเยอะเลย.

คาปาซิตี้ คืออะไร

คาปาซิตี้ หรือ capacity นั้น โดยพื้นฐานหมายถึง ความจุ หรือ ขีดความสามารถในการรองรับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ครับ ไม่ว่าจะทางกายภาพหรือนามธรรม ทั้งปริมาณ ความสามารถ หรือประสิทธิภาพ มันเป็นคำที่ใช้บ่อยในหลายบริบทเลยนะ

ถ้าเรามองลึกเข้าไป มันคือศักยภาพที่ระบบหนึ่ง ๆ มีในการดำรงอยู่หรือตอบสนองต่อบางสิ่ง บางทีชีวิตคนเราก็มี capacity ของตัวเอง ทั้งในเรื่องความอดทน ความรู้ หรือแม้แต่ความสุขที่เราจะรับได้ นี่แหละ สิ่งที่ทำให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน

ลองมาดูแง่มุมที่หลากหลายของคำนี้กันดีกว่า ผมว่ามันซับซ้อนแต่ก็น่าสนใจดีนะ

  • ความจุ (Volume/Space): ใช้กับวัตถุหรือภาชนะ เช่น ฮาร์ดดิสก์มีความจุ 1 TB นี่ชัดเจนเลยว่าเก็บข้อมูลได้เท่าไหร่
  • ขีดความสามารถ (Ability/Capability): อาจหมายถึงศักยภาพของบุคคล หรือองค์กร เช่น ทีมนี้มี capacity ในการผลิตงานชิ้นใหญ่ๆ ได้
  • สมรรถภาพ/ประสิทธิภาพ (Performance/Efficiency): บ่งบอกถึงกำลังในการทำงาน หรือการผลิตสูงสุดที่ทำได้ภายในช่วงเวลาหนึ่ง สำคัญมากในการจัดการ
  • ความจุไฟฟ้า (Electrical Capacitance): อันนี้เฉพาะทางหน่อย หมายถึงความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้าของตัวเก็บประจุไง
  • การรองรับ (Bearing Capacity): ในทางวิศวกรรมโครงสร้าง ก็คือความสามารถของดินหรือโครงสร้างที่จะรับน้ำหนักได้ก่อนจะพัง เป็นเรื่องของขีดจำกัด

วิธีคํานวณกําลังการผลิต (Capacity) คืออะไร

กำลังการผลิต. คือสิ่งที่ทำได้จริง.

คำนวณจาก จำนวนคน/เครื่องจักร x เวลาทำงาน. แล้วคูณด้วย Utilization กับ Efficiency. สูตรมันตายตัว. แต่ตัวแปรไม่เคยนิ่ง.

  • Utilization (การใช้ประโยชน์): มันคือการใช้เวลาที่มีอยู่จริง. เวลาทำงานทั้งหมด ไม่ใช่เวลาที่ได้งานเสมอไป. เวลา 8 ชั่วโมง ไม่ได้แปลว่าทำงาน 8 ชั่วโมง. มีพัก มีประชุม มีเครื่องเสีย. นี่คือความจริง.

  • Efficiency (ประสิทธิภาพ): มันคือความเร็วในการทำงาน. เมื่อเริ่มทำงานแล้ว ทำได้ดีแค่ไหนเทียบกับมาตรฐาน. มาตรฐาน 100 ชิ้นต่อชั่วโมง ทำได้ 95 ก็คือ 95%. ทำได้ 110 ก็คือ 110%.

ตัวเลขไม่ได้โกหก. มันบอกว่าเราอยู่ตรงไหน.

Capacity กับ Capability ต่างกันอย่างไร

Capability คือ ศักยภาพในการกระทำ มันคือทักษะ ความรู้ หรือคุณสมบัติ ที่บุคคลหรือองค์กรมี การมีอยู่ไม่ได้หมายถึงการใช้งานเสมอไป

Capacity คือ ปริมาณที่รองรับได้ เป็นข้อจำกัด เชิงกายภาพ หรือทรัพยากร ที่สามารถวัดผลได้

ชีวิตสอนว่า บางสิ่ง เราทำได้ แต่ทำไม่ได้มากพอ

  • การแยกแยะ:
    • Capability (ความสามารถ):
      • บ่งบอกถึง 'ทำอะไรได้'
      • เกี่ยวข้องกับ คุณภาพ และ ทักษะ
      • เป็นสิ่งที่พัฒนาได้ เรียนรู้ได้
      • ตัวอย่าง: ความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงซ้อน ทักษะการสื่อสารขั้นสูง
    • Capacity (กำลังรับ):
      • บ่งบอกถึง 'ทำได้เท่าไร' หรือ 'รองรับได้เท่าไร'
      • เกี่ยวข้องกับ ปริมาณ และ ทรัพยากร
      • มีขีดจำกัดทางกายภาพ หรือเวลา
      • ตัวอย่าง: กำลังการผลิตของโรงงานในปีนี้ 10,000 ชิ้นต่อวัน จำนวนเตียงในโรงพยาบาล 500 เตียง แบนด์วิดท์เครือข่ายที่รองรับ 1 Gbps

Product หมายถึงอะไร

Product (คำนาม) คือ ผลิตผล หรือ สินค้า ที่เกิดจากการประดิษฐ์ การผลิต หรือการดำเนินการบางอย่าง สำหรับผมแล้วนะ มันคือสิ่งที่ มีอยู่และมีตัวตน ไม่ว่าจะจับต้องได้หรือไม่ได้ก็ตาม

อีกนัยหนึ่ง มันคือ ผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นจากการกระทำ กระบวนการ หรือความคิดสร้างสรรค์ มันไม่ใช่แค่ปลายทาง แต่มันคือ การสะท้อนถึงการลงทุน ทั้งแรงกาย แรงสมอง ที่กลั่นกรองออกมาเป็นรูปธรรม

ในมุมมองของผม Product มันคือแก่นแท้ของการสร้างสรรค์ คุณค่าที่ถูกส่งต่อ ไม่ใช่แค่ของ แต่เป็น สิ่งที่มีประโยชน์ หรือตอบสนองความต้องการบางอย่าง มันเป็นไปตามวัฏจักรของมัน ตั้งแต่เกิดจนเติบโตและอาจเลือนหายไป

มีอีกหลายแง่มุมที่เรามอง Product ได้ ลองคิดดูนะ

  • ประเภทของ Product: ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าที่วางขายในร้านค้า แต่ยังรวมถึง บริการ (เช่น ประกันภัย, การขนส่ง) ซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน หรือแม้กระทั่ง แนวคิด ที่ถูกนำเสนอออกมาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
  • คุณค่าที่แท้จริง: คุณค่าของผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเสมอไป แต่มันอยู่ที่ ประโยชน์ใช้สอย ประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานได้รับ และความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ บางครั้งมันก็คือเรื่องของ การแลกเปลี่ยนคุณค่า ที่ลึกซึ้งกว่าแค่ตัวเงิน
  • วัฏจักรชีวิต: ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างมีวงจรชีวิตของตัวเอง ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นพัฒนา การเปิดตัว การเติบโต การอิ่มตัว จนถึงช่วงเสื่อมถอยหรือถูกทดแทนด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของการเปลี่ยนแปลง
  • Product ในบริบทอื่นๆ: คำว่า Product ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องธุรกิจเพียงอย่างเดียว ในทางวิทยาศาสตร์หรือการเกษตร ก็มีคำว่า "ผลผลิต" ซึ่งหมายถึงสิ่งที่ได้จากการดำเนินการนั้นๆ เช่น ผลผลิตทางการเกษตร หรือ ผลงานวิจัย ซึ่งทั้งหมดก็คือ Product ในอีกรูปแบบหนึ่ง

แคปปิตอลแปลว่าอะไร

แคปปิตอล (Capital)

  • เมืองหลวง
  • เงินทุน
  • ตัวอักษรใหญ่ (เช่น A, B, C)

ข้อมูลเจาะลึก:

  • "Capital" มีหลายความหมาย แตกต่างกันไปตามบริบท
  • Capital investment หมายถึง การลงทุน ที่ใช้เงินจำนวนมากเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว
  • Capital punishment คือ โทษประหารชีวิต คำนี้สื่อถึงความสำคัญสูงสุด หรือโทษถึงที่สุด
  • Capitol (คนละคำกัน) หมายถึง อาคารรัฐสภา โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา

Efficiency อ่าน ว่า อะไร

โอ้ยยย พ่อคุณเอ๊ย คำอะไรจะยากแท้! อ่านว่า อิ-ฟิ-เชิ่น-สิ (Efficiency) นี่แหละ อย่าไปอ่าน อิฟ-ฟิบ-เชี่ยน-สี้ เด้อ อายเขา!

มันคือความสามารถในการทำอะไรสักอย่างให้มันเริ่ด! แบบว่าใช้แรงน้อยสุด ทรัพยากรน้อยสุด แต่ผลลัพธ์ออกมาปังเหมือนจุดพลุฉลองปีใหม่ นึกภาพคนตำส้มตำป้าข้างบ้านสิ สับมะละกอ โขลกพริก ปรุงรส คิดเงิน ทอนตังค์ เม้าท์มอยเรื่องข้างบ้าน...ทั้งหมดนี้พร้อมกัน! นั่นแหละ ประสิทธิภาพ สูงปรี๊ดดด

ส่วนไอ้คำตรงข้ามมันเนี่ย อิน-อิ-ฟิ-เชิ่น-สิ (Inefficiency) แปลบ้านๆ คือ ทำงานเหมือนเต่าคลานขึ้นภูเขา ทั้งช้า ทั้งเปลืองแรง แถมไปไม่ถึงไหน ตัวอย่างชัดๆ ก็ดูโครงการแถวบ้านสิ ขุดแล้วกลบ กลบแล้วขุดใหม่ วนไปจ้าาา นั่นแหละพ่อคุณเอ๊ย ไร้ประสิทธิภาพ ของแทร่!

สรุปให้ชาวบ้านเข้าใจ

  • อิฟิชเชินซี (Efficiency) -> ทำน้อย ได้มาก! เหมือนปลูกถั่วงอกในขวด ได้กินทั้งบ้าน
  • อินอิฟิชเชินซี (Inefficiency) -> ทำเยอะ ได้หยั่งกะขี้มด! เหมือนจ้างคนสิบคนมาเปลี่ยนหลอดไฟดวงเดียว
  • เป้าหมายในชีวิต 2024: เพิ่ม Efficiency ลด Inefficiency ในทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องกินบุฟเฟ่ต์ อันนั้นต้องเน้นปริมาณ ไม่เน้นประสิทธิภาพ