อาการของโรคกล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัวมีอะไรบ้าง

0 ครั้งเข้าชม
อาการของโรคกล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัว คือกล้ามเนื้อส่วนต้นอ่อนแรง ค่อยเป็นค่อยไป ยกแขน ลุกจากเก้าอี้ยาก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเรื้อรังร่วมกับแรงกล้ามเนื้อลดลงต่อเนื่อง ผื่นผิวหนังเด่นชัดในผู้ป่วยกลุ่ม Dermatomyositis ช่วยแยกโรค ค่า Creatine Kinase ในเลือดสูงกว่า 200 U/L และบางรายสูงเป็นพัน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาการของโรคกล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัว: สัญญาณกล้ามเนื้ออ่อนแรง

อาการของโรคกล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัว เริ่มจากกล้ามเนื้ออ่อนแรงและปวดเมื่อยเรื้อรัง ส่งผลต่อการยกแขน เดินขึ้นบันได และกิจวัตรประจำวัน การรู้สัญญาณสำคัญช่วยให้พบโรคเร็ว ลดความสับสนกับอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป และเตรียมพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหรือประเมินเพิ่มเติม ศึกษารายละเอียดอาการหลักเพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

รู้ได้อย่างไรว่านี่คืออาการของโรคกล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัว

อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและปวดเมื่อยเรื้อรังอาจมีสาเหตุจากหลายอย่าง แต่สำหรับอาการของโรคกล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัว (Myositis) มักมีรูปแบบเฉพาะที่ช่วยแยกแยะได้ ข้อมูลเบื้องต้นจากแหล่งที่เชื่อถือได้ชี้ให้เห็นว่าอาการหลักคือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อส่วนต้น แบบค่อยเป็นค่อยไป และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย[1] - เราจะมาดูรายละเอียดกัน

อาการหลักที่ต้องจับตา: กล้ามเนื้อส่วนต้นอ่อนแรง

อาการสำคัญที่สุดคือกล้ามเนื้ออ่อนแรงบริเวณใกล้ลำตัวหรืออาการปวดกล้ามเนื้อส่วนต้น (Proximal Muscles) ซึ่งพบได้บ่อยในกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ สะโพก และต้นขา แทนที่จะเป็นแขนหรือขาส่วนล่าง ยกแขนไม่ขึ้น: รู้สึกหนักและอ่อนแรงเวลาแปรงผม ใส่เสื้อ หรือหยิบของจากชั้นสูง ลุกนั่งลำบาก: ต้องใช้มือช่วยผลักตัวขึ้นจากเก้าอี้หรือเตียง ขึ้นลงบันไดทีละขั้นด้วยความรู้สึกหนักขา เดินเซหรือล้มง่าย: รู้สึกไม่มั่นคงเวลาเดิน ข้อเท้าแพลงบ่อยเพราะกล้ามเนื้อสะโพกไม่สามารถประคองร่างกายได้ดี

อาการปวดกล้ามเนื้อและอาการทั่วไปอื่นๆ

นอกจากอ่อนแรงแล้ว กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดเมื่อยเรื้อรัง ก็เป็นสัญญาณหนึ่ง ผู้ป่วยหลายรายรายงานความรู้สึกปวดเมื่อยทั่วตัวคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่เป็นอยู่นานหลายสัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น อาการอื่นที่อาจพบร่วมได้แก่: อ่อนเพลียเรื้อรังแม้พักผ่อนเพียงพอ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจมีไข้ต่ำๆ เป็นระยะ รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว

เมื่อโรคกล้ามเนื้ออักเสบแสดงออกทางผิวหนัง: สัญญาณของ Dermatomyositis

ในผู้ป่วยกลุ่ม Dermatomyositis จะมีอาการทางผิวหนังเด่นชัดเป็นลักษณะเฉพาะ ซึ่งช่วยให้แพทย์แยกโรคได้แม่นยำยิ่งขึ้น [3]

ผื่นแดงม่วงบริเวณเปลือกตา (Heliotrope Rash)

ผื่นสีแดงอมม่วงหรือสีไลแลคบริเวณเปลือกตาบน มักเห็นชัดเมื่อตื่นนอนและอาจมีอาการบวมร่วมด้วย นี่คือหนึ่งในสัญญาณที่ค่อนข้างเฉพาะสำหรับผื่นกล้ามเนื้ออักเสบ

ผื่น Gottron และผื่นอื่นๆ

ผื่น Gottrons Papules: ผื่นสีแดงหรือม่วงเป็นปื้นนูนเล็กๆ บริเวณข้อนิ้วมือ ข้อศอก หัวเข่า หรือข้อเท้า ผื่น V-neck และ Shawl Sign: ผื่นแดงบริเวณหน้าอกช่วงที่เสื้อเปิด V-neck และแผ่นหลังช่วงบน ผิวหนังหยาบกร้าน: มืออาจแห้ง แตก เป็นสะเก็ด โดยเฉพาะที่ริมนเล็บ (Mechanics Hands)

อาการที่น่ากังวลและต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

บางอาการบ่งชี้ว่าการอักเสบอาจลุกลามไปยังอวัยวะสำคัญ นี่คือสัญญาณที่คุณไม่ควรนิ่งนอนใจเป็นอันขาด

กลืนลำบากและสำลักบ่อย

หากการอักเสบลามไปถึงกล้ามเนื้อหลอดอาหารและลำคอ คุณอาจเริ่มกลืนอาหารหรือแม้แต่น้ำลายลำบาก รู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ สำลักง่ายขณะกินหรือดื่ม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารและปอดอักเสบจากการสำลัก

หายใจเหนื่อยหรือแน่นหน้าอก

การอักเสบของกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ หรือการอักเสบของปอดโดยตรง (Interstitial Lung Disease) ซึ่งพบร่วมได้ในผู้ป่วยส่วนหนึ่ง อาจทำให้หายใจสั้น แน่นหน้าอก โดยเฉพาะเวลาออกแรง หรือมีไอเรื้อรังแห้งๆ

ไข้สูงร่วมกับปวดกล้ามเนื้อรุนแรง

ไข้สูงและปวดกล้ามเนื้อมากจนขยับตัวแทบไม่ได้ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่ต้องการการรักษาเร่งด่วน

แยกโรค: อาการคล้ายกันแต่สาเหตุต่างกัน

เมื่อสงสัยว่ากล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัว อาการเป็นอย่างไร และมีอาการปวดเมื่อยและอ่อนแรงไม่ใช่เฉพาะโรคกล้ามเนื้ออักเสบ นี่คือวิธีคิดแบบคร่าวๆ เพื่อช่วยแยกแยะเบื้องต้น แต่ข้อสำคัญ - การวินิจฉัยที่แท้จริงต้องมาจากแพทย์เท่านั้น

ถ้าอาการปวดเมื่อยเป็นหลัก อ่อนแรงไม่ชัดเจน และดีขึ้นหลังพัก → มักเป็นจากความเครียด การนอนไม่ดี การทำงานหนัก หรือ Fibromyalgia

วินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัว: แพทย์ทำอย่างไร

เมื่อมีข้อสงสัย แพทย์เฉพาะทาง (มักเป็นอายุรแพทย์โรคข้อและรูมาติซั่ม) จะใช้หลายวิธีประกอบกันเพื่อยืนยันโรค Myositis อาการ

การตรวจเลือด: ค่าเอนไซม์กล้ามเนื้อ (CK) คืออะไร

การตรวจที่สำคัญมากคือการดูระดับ Creatine Kinase (CK) ในเลือด ค่านี้เปรียบเสมือน เศษซาก จากกล้ามเนื้อที่กำลังถูกทำลายจากกระบวนการอักเสบ ค่า CK ปกติมักอยู่ต่ำกว่า 200 U/L แต่ในผู้ป่วยอาการของโรคกล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัว ค่านี้มักสูงขึ้นหลายเท่า บางรายอาจสูงเป็นพัน [2] ที่ต้องเข้าใจคือ ค่า CK ที่สูงช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย แต่ค่า CK ปกติก็ไม่ตัดสิทธิ์โรคนี้ทิ้งเสียเลย ผู้ป่วยบางกลุ่มอาจมีค่า CK ไม่สูงมากนัก

การตรวจชิ้นเนื้อกล้ามเนื้อ (Muscle Biopsy)

นี่คือการตรวจที่ให้คำตอบชัดเจนที่สุด แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อกล้ามเนื้อขนาดเล็ก (มักเป็นที่ต้นขาหรือต้นแขน) ไปส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูการอักเสบ การบาดเจ็บของเซลล์กล้ามเนื้อ และแยกโรคอื่นๆ ออกไป

การตรวจอื่นๆ ที่อาจจำเป็น

ตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG): ดูการทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท ช่วยบอกตำแหน่งและลักษณะของการผิดปกติ ตรวจเอกซเรย์ปอดหรือซีทีสแกนปอด: เพื่อประเมินว่ามีการอักเสบของปอดร่วมด้วยหรือไม่ ตรวจเลือดหาตัวแอนติบอดีเฉพาะ: ช่วยจำแนกประเภทของโรคและประเมินความเสี่ยงต่อการมีปอดอักเสบ

เปรียบเทียบอาการ Polymyositis กับ Dermatomyositis

แยกให้ออก: Polymyositis กับ Dermatomyositis ต่างกันอย่างไร

โรคกล้ามเนื้ออักเสบทั่วตัวมีหลายประเภท แต่สองชนิดหลักที่พบบ่อยคือ Polymyositis และ Dermatomyositis ซึ่งมีอาการคาบเกี่ยวกันแต่ก็มีจุดต่างที่สำคัญ

Polymyositis (พอลิไมโอไซติส)

- มีเฉพาะอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและอักเสบเป็นหลัก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อส่วนต้น

- พบบ่อยในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไป

- โดยทั่วไปไม่มีผื่นลักษณะเฉพาะของโรคนี้

- มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งได้บ้าง แต่ความสัมพันธ์น้อยกว่า Dermatomyositis

Dermatomyositis (เดอร์มาโตไมโอไซติส)

- มีทั้งอาการกล้ามเนื้ออักเสบและมีผื่นผิวหนังลักษณะเฉพาะเป็นสัญญาณบ่งชี้

- พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

- มีผื่นเด่นชัด เช่น ผื่นสีม่วงที่เปลือกตา (Heliotrope rash) ผื่น Gottron ที่ข้อนิ้ว

- มีความเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งในผู้ใหญ่ได้มากขึ้น จึงมักต้องตรวจคัดกรองมะเร็งเพิ่มเติม

สรุปง่ายๆ คือ Dermatomyositis จะมี "ผื่นผิวหนังลักษณะเฉพาะ" เป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจน ในขณะที่ Polymyositis จะแสดงออกที่กล้ามเนื้อล้วนๆ การแยกแยะนี้สำคัญต่อการพยากรณ์โรคและการตรวจหาภาวะแทรกซ้อน เช่น ความเสี่ยงต่อมะเร็ง

เส้นทางวินิจฉัยของป้าส้ม: จากอ่อนแรงเล็กน้อยสู่การรักษาที่ตรงจุด

ป้าส้ม อายุ 52 ปี ช่างตัดผ้าในกรุงเทพฯ เริ่มสังเกตว่าตัวเองยกแขนขึ้นสอยผ้าบนห้างได้ลำบากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเวลา 3 เดือน เธอคิดว่าเป็นเพราะอายุและงานหนัก พยายามทาครีมและนวดแต่ไม่ดีขึ้น จนวันหนึ่งลุกจากเก้าอี้ไม่ได้ต้องให้ลูกสาวมาช่วยดึง

เธอไปคลินิกแรกเริ่ม ได้ยาคลายกล้ามเนื้อและยาแก้ปวด ผลคืออาการปวดลดแต่ยังอ่อนแรงเหมือนเดิม แพทย์สงสัยเรื่องหมอนรองกระดูก เธอกลัวการผ่าตัดและลังเลที่จะตรวจเพิ่ม

จุดเปลี่ยนมาหลังจากที่ป้าส้มสังเกตเห็นผื่นสีแดงอมม่วงขึ้นบริเวณเปลือกตาทั้งสองข้างตอนตื่นนอน ลูกสาวเห็นจึงรีบพาไปพบอายุรแพทย์โรคข้อ หลังจากเล่าอาการและแสดงผื่น แพทย์นัดตรวจเลือดทันที

ผลเลือดออกมาค่า Creatine Kinase (CK) สูงถึง 1,800 U/L และหลังการตรวจเพิ่มเติม ป้าส้มได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Dermatomyositis เริ่มต้นการรักษาด้วยยาที่เหมาะสม อาการอ่อนแรงดีขึ้นชัดเจนภายใน 2 เดือนแรกของการรักษา

คำตอบด่วน

แค่ปวดเมื่อยธรรมดากับอาการโรคกล้ามเนื้ออักเสบ ดูต่างกันยังไง?

ปวดเมื่อยจากงานหนักหรือความเครียดมักดีขึ้นหลังพักผ่อน 1-2 วัน และมักปวดทั่วๆ ไป แต่ถ้าเป็นโรคกล้ามเนื้ออักเสบ อาการอ่อนแรงจะเด่นชัดกว่าและเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ติดต่อกันหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะอ่อนแรงเวลาทำกิจกรรมเช่นลุกนั่ง ยกแขน ซึ่งพักแล้วไม่ดีขึ้น

ถ้าเป็นโรคนี้แล้ว มีโอกาสหายขาดและกลับมาใช้ชีวิตปกติไหม?

โรคนี้จัดเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องควบคุมอาการ แต่ด้วยการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที ผู้ป่วยส่วนมากสามารถควบคุมการอักเสบได้ดี กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ[4] เป้าหมายหลักคือทำให้โรคสงบและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

การตรวจค่า CK สูง แปลว่าต้องเป็นโรคกล้ามเนื้ออักเสบเสมอไหม?

ไม่เสมอไป ค่า CK สูงได้จากหลายสาเหตุ เช่น การออกกำลังกายหักโหมมากๆ การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ โรคทางพันธุกรรมบางชนิด หรือผลจากยาบางตัว แพทย์จึงต้องอาศัยประวัติอาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อวินิจฉัยแยกโรค

ยาที่ใช้รักษาโรคกล้ามเนื้ออักเสบมีผลข้างเคียงรุนแรงไหม?

ยาหลักคือยากดภูมิคุ้มกัน เช่น สเตียรอยด์ ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงเช่น น้ำหนักเพิ่ม กระดูกบาง ความดันโลหิตสูงหากใช้ในขนาดสูงนานๆ แพทย์จะพยายามปรับยาให้อยู่ในระดับต่ำสุดที่ควบคุมโรคได้ และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองเพื่อลดผลข้างเคียง เช่น กินอาหารที่มีแคลเซียม ตรวจความดันและน้ำตาลสม่ำเสมอ

ขั้นตอนถัดไป

จับจุดอ่อนแรงที่ "กล้ามเนื้อส่วนต้น"

ให้สนใจอาการอ่อนแรงเวลาลุกนั่ง ยกแขน ขึ้นบันได ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญมากกว่าอาการปวดเมื่อยทั่วไป

ผื่นผิวหนังคือตัวบอกสำคัญ

ผื่นสีแดงม่วงที่เปลือกตา ใบหน้า หรือข้อนิ้วมือ โดยเฉพาะถ้ามาร่วมกับกล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์โรคข้อโดยตรง

รีบพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย

อาการกลืนลำบาก สำลักบ่อย หายใจเหนื่อยง่าย หรือไข้สูงร่วมกับปวดกล้ามเนื้อรุนแรง เป็นสัญญาณให้ต้องพบแพทย์ทันที

การวินิจฉัยต้องใช้หลายวิธีประกอบกัน

ไม่ใช่แค่ตรวจเลือดดูค่า CK อย่างเดียว แต่ต้องอาศัยประวัติ อาการ การตรวจร่างกาย และอาจจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจเพื่อยืนยันการวินิจฉัยที่แน่ชัด

เอกสารสำหรับอ้างอิง

  • [1] Thairheumatology - อาการหลักคือการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อส่วนต้น แบบค่อยเป็นค่อยไป และมักมีอาการอื่นร่วมด้วย
  • [2] Doi - ค่า CK ปกติมักอยู่ต่ำกว่า 200 U/L แต่ในผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออักเสบ ค่านี้มักสูงขึ้นหลายเท่า บางรายอาจสูงเป็นพัน
  • [3] Greenbellclinic - ในผู้ป่วยกลุ่ม Dermatomyositis จะมีอาการทางผิวหนังเด่นชัดเป็นลักษณะเฉพาะ ซึ่งช่วยให้แพทย์แยกโรคได้แม่นยำยิ่งขึ้น
  • [4] Apollohospitals - โรคนี้จัดเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องควบคุมอาการ แต่ด้วยการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที ผู้ป่วยส่วนมากสามารถควบคุมการอักเสบได้ดี กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ