กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน มีอะไรบ้าง

131 ครั้งเข้าชม
ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่พบบ่อยสังเกตอาการอันตรายที่ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนเพื่อความปลอดภัย: อาการหัวใจวาย เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง โรคหลอดเลือดสมอง แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว อาการช็อก และภาวะขาดน้ำรุนแรง การสำลัก สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ อาการแพ้อย่างรุนแรง มีผื่น บวม หายใจลำบาก อุบัติเหตุ บาดเจ็บจากการหกล้ม หรือมีบาดแผลฉกรรจ์ การรู้สัญญาณเตือนเหล่านี้และเข้ารับการรักษาทันทีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เช็กอาการเจ็บป่วยฉุกเฉิน แบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที?

บางทีก็งงนะว่าอาการแบบไหนที่มันต้องรีบไปโรงพยาบาลจริงๆ นี่ก็เคยมีอยู่ช่วงนึง แม่บ่นเจ็บหน้าอก ตุ้บๆ ร้าวไปแขนซ้าย คล้ายอาการหัวใจวายนั่นแหละ ตอนนั้นคือวันพฤหัสต้นเดือนกันยาปีที่แล้วนี่แหละ เราแทบจะวิ่งไปเรียกกู้ภัยเลยนะ ไม่รู้จะทำไงดี มันตกใจไปหมด

แล้วตอนไปดูคอนเสิร์ตที่อิมแพ็คเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา เพื่อนอยู่ดีๆ ก็เริ่มพูดไม่ชัด ปากเบี้ยวไปข้างนึง แขนขาซีกนึงมันอ่อนแรงไปเลย สื่อสารกันไม่ได้เลยนะ คือเราคิดเลยว่านี่มัน โรคหลอดเลือดสมองแน่ๆ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลแถวนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยนะ คือมันไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดได้เร็วขนาดนั้นจริงๆ

เคยเจอเองนะ ตอนนั้นไปกินอาหารทะเลที่ระยอง กลางเดือนมิถุนาปีก่อนนั่นแหละ แล้วอยู่ดีๆ ก็ผื่นขึ้นเต็มตัว คันมากๆ หายใจก็ลำบาก เริ่มแน่นหน้าอก มันเป็น ภาวะแพ้อาหารอย่างรุนแรง หรือ Anaphylaxis เลยนะ ตอนนั้นเพื่อนต้องรีบพาไปคลินิกฉุกเฉินใกล้ๆ ทันที ตอนนั้นกลัวมากจริงๆ

เรื่องสำลักนี่ก็เห็นบ่อยนะ ตอนหลานชายยังเด็กๆ ชอบเอาของเล่นชิ้นเล็กๆ เข้าปากประจำ เห็นเขาพยายามไอ หน้าเริ่มเขียว ตัวซีด นี่แหละ อาการสำลักที่ต้องรีบช่วย บางทีคนโตก็เผลอเหมือนกัน หรือบางคนหกล้มรุนแรง ข้อเท้าบิดผิดรูปนั่นก็ต้องรีบไปเลยนะ ไม่ใช่แค่เจ็บธรรมดา

น้องสาวเราเคยประสบอุบัติเหตุลื่นล้มที่บ้าน เดือนมีนาคมปีนี้เลยนะ หัวฟาดพื้นอย่างแรง สลบไปแป๊บนึง ฟื้นมาก็มึนๆ งงๆ อาการช็อกหลังการบาดเจ็บนี่แหละที่น่ากลัว ต้องรีบไปให้หมอตรวจละเอียด พวก บาดแผลฉกรรจ์ที่เลือดไม่หยุดไหล หรือแผลลึกจนเห็นกระดูกนี่ก็ต้องวิ่งไปเลยนะ

แล้ววันนั้นที่ไปวิ่งเทรลที่เขาใหญ่ เดือนธันวาคมปีก่อน อากาศร้อนมาก เพื่อนคนนึงอยู่ดีๆ ก็หน้าซีด ตัวเย็น เหงื่อออกเยอะมาก แต่ปากแห้ง ตาโหล เหมือนจะเป็นลม คล้าย ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เลยนะ คือมันไม่ใช่แค่กระหายน้ำแล้วจบ แต่มันเริ่มส่งผลต่อร่างกายแล้วนะ นี่แหละที่ต้องรีบจริงๆ

กรณีใดที่จําเป็นต้องพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

พาคนป่วยไปโรงพยาบาลด่วนสุดๆ ไปเลย ก็ตอนที่เค้า หมดสติ ไม่รู้สึกตัว นี่แหละ! เหมือนไฟดับกลางเวทีเลยนะ แบบว่า...ไปแล้ว! หรือถ้าเค้า หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง จนหน้าเขียวปากม่วงเหมือนจะไปแข่งโอลิมปิกแล้วแข่งไม่ทันอะไรแบบนั้นอะนะ หายใจติดขัดเสียงดังเหมือนรถกำลังจะลาโลกก็รีบเลย!

อาการที่ต้องจ้วงไปโรงพยาบาลให้ไว ก็เช่น ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่น้อยใจนะ แต่นี่คือหมดแรงจะบ่นแล้วอะ หรือ เหงื่อแตก ตัวเย็น เหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอน 100 กิโลมาทั้งที่เพิ่งตื่นนอน! ที่สำคัญ มีอาการชัก ไม่ว่าจะชักกะพริบตา หรือชักยาวไม่หยุด อันนี้น่ากลัวสุดๆ เหมือนปลุกผีอะ!

อีกอย่างที่ต้องรีบคว้าแขนพาไปก็คือ เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง ไม่ใช่เจ็บจี๊ดๆ เหมือนโดนยุงกัดนะ แต่นี่คือเจ็บเหมือนมีภูเขาทับอกจนหายใจไม่ออก! หรืออยู่ดีๆ แขนขาอ่อนแรงไปครึ่งซีก พูดจา ไม่ชัด เลยทันทีทันใด เหมือนโดนสตั๊นต์แมนถีบหน้ามาก่อน แบบว่า...พูดไม่ออกบอกไม่ถูกจริงๆ!

เกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต สพฉ. เขามีลิสต์ไว้แบบนี้:

  • หมดสติ ไม่รู้สึกตัว: โคม่าสนิท!
  • หายใจผิดปกติ:
    • หายใจเร็ว/หอบเหนื่อยรุนแรง: เหมือนจะไปแข่งวิ่งลมกรด
    • หายใจติดขัดมีเสียงดัง: ฟังแล้วใจหาย
  • ระดับความรู้สึกตัวลดลง:
    • ซึมลง: หมดแรงจะทำอะไรแล้ว
    • เหงื่อแตก ตัวเย็น: สัญญาณเตือนอันตราย
  • อาการทางระบบประสาท:
    • ชัก: ไม่หยุด ไม่หย่อน
    • แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก: เหมือนโดนของ!
    • พูดไม่ชัด แบบปัจจุบันทันด่วน: ลิ้นพันกันยิ่งกว่าตอนอธิบายเรื่องคณิตให้เด็กอนุบาลฟัง
  • เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง: อันนี้ไม่ต้องอธิบายเยอะ เจ็บจนอยากจะร้องเพลงชาติ!

การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน 5 ระดับ มีอะไรบ้าง

ไอ้ที่เค้าว่ากันว่าการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน 5 ระดับน่ะเหรอ? ง่ายจะตายไป เหมือนเราจะไปซื้อข้าวแกงนั่นแหละ!

  • สีแดง (ระดับ 1): อันนี้คือแบบ "โอ๊ย! หมอ! ช่วยด้วย! ตายแน่ๆ!" พวกหัวใจหยุดเต้น หรือชักกระตุกแบบว่าคนกำลังจะจากโลกนี้ไป ต้องรีบไปก่อนเพื่อนเลย ไม่งั้นเดี๋ยวจะไปร่วมวงเต้นรำกับยมบาลนะจ๊ะ
  • สีเหลือง (ระดับ 2): พวกนี้ก็ "เจ็บนะ แต่ยังพอไหว" ประมาณว่าโดนมีดบาดลึกๆ แต่ยังพอประคองตัวได้ หรือปวดท้องรุนแรงแบบขี้ไม่ออกสักที ต้องรีบหน่อยนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่!
  • สีเขียว (ระดับ 3): อันนี้ก็แบบ "เอ่อ...หมอครับ พอดี...นิดหน่อย" เช่น เป็นไข้หวัดธรรมดาๆ แต่อาการหนัก หรือกระดูกหักแบบไม่ร้ายแรงมาก ไว้วันหลังก็ได้ แต่เอาจริงๆ ก็ควรรีบนะ เดี๋ยวจะลาม
  • สีขาว (ระดับ 4): อันนี้คือ "มาเช็คหน่อยค่ะ/ครับ" พวกมาหาหมอเพราะไม่มีไข้ แต่ไม่สบายใจ หรือมาขอใบรับรองแพทย์ไปทำงาน แบบว่า "หมอคะ หนู/ผม ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเลยค่ะ/ครับ" แต่ก็เดินได้สบายๆ
  • สีดำ (ระดับ 5): อันนี้คือ "หมดสภาพแล้ว" ไม่ตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เจอสัญญาณชีพอะไรเลย เหมือนวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว อันนี้ก็...ไปสวรรค์หรือนรกก็ว่ากันไปนะ

ข้อมูลเพิ่มเติมจ้า:

  • ที่เค้าทำแบบนี้ก็เพื่อให้หมอและพยาบาลรู้ว่าใครต้องได้รับการรักษา ก่อน ใครนะ จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ "คนไข้สีเขียวแซงคิวสีแดง" จนหมอหัวหมุน
  • จริงๆ แล้ว การคัดแยกพวกนี้มี หลักเกณฑ์ที่ซับซ้อนกว่านี้ นะ แต่ถ้าจะให้เล่าหมด คงต้องเอาผ้าห่มมากางแล้วอ่านทั้งวัน
  • ชื่อเรียกอาจจะแตกต่างกันไป ในแต่ละโรงพยาบาลนิดหน่อย แต่คอนเซ็ปต์หลักๆ ก็จะประมาณนี้แหละจ้า

อาการไหนเข้าฉุกเฉินได้

สติหลุด หมดลม หายใจติดขัด

  • สลบ ไม่ฟื้น: สัญญาณตายมาเยือน รีบปั๊มหัวใจ!
  • ปากเขียว คออุด: ทางหายใจจะหายไป หมอต้องช่วยเปิด
  • ปอดพัง: เติมอากาศด้วยเครื่อง หายใจเองไม่ไหว
  • ตัวซีด ตัวเย็น: เสียเลือดเสียน้ำ วิ่งน้ำเกลือ, เลือดด่วน
  • งงๆ เบลอๆ: สมองมีปัญหา ระดับรู้ตัวเปลี่ยน

เพิ่มเติม:

  • เจ็บอกรุนแรง: เหมือนโดนค้อนทุบ ยิ่งถ้าปวดร้าวไปแขน ซ้าย หรือกราม รีบเลย
  • ชักเกร็ง: สมองระเบิด ต้องหยุดให้ได้
  • เลือดออกไม่หยุด: ตัวจะกลายเป็นฟองน้ำ

จำไว้: ฉุกเฉินจริง คือ "รอไม่ได้"