กระดูกพรุนกับกระดูกเสื่อมเหมือนกันไหม

81 ครั้งเข้าชม
กระดูกพรุนและกระดูกเสื่อมต่างกัน กระดูกพรุนคือเนื้อกระดูกบาง เปราะ หักง่าย ส่วนกระดูกเสื่อมเกิดบริเวณข้อต่อที่รับน้ำหนัก ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ข้อติดขัด การรักษาก็แตกต่างกันไปตามแต่ละโรค
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กระดูกพรุนและกระดูกเสื่อม แตกต่างกันอย่างไร?

เอาจริงๆนะ ฉันเคยสับสนเรื่องกระดูกพรุนกับกระดูกเสื่อมเหมือนกันอ่ะ ตอนนั้นประมาณปี 2018 มั้ง ไปงานวิ่งที่สวนลุม แล้วเห็นป้ายรณรงค์เรื่องนี้ จำได้ลางๆว่ามันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

กระดูกพรุนเนี่ย เหมือนเนื้อกระดูกมันหายไป ทำให้กระดูกเราแบบเปราะๆ แตกง่ายไงไม่รู้ ส่วนกระดูกเสื่อมนี่ฉันว่าน่าจะเจ็บปวดกว่านะ เพราะมันเป็นเรื่องข้อต่อ ที่ต้องขยับตลอดเวลา นึกภาพข้อเข่าเรามันเสียดสีกันสิ โอยยย คิดแล้วขนลุก

แต่สิ่งที่เหมือนกันคือสองอย่างนี้มันทำให้ชีวิตเราลำบากอ่ะ ไม่ว่าจะกระดูกหักง่าย หรือเดินเหินไม่สะดวก มันก็แย่ทั้งคู่แหละ

เคยอ่านเจอว่ากระดูกพรุนส่วนใหญ่จะเป็นกับผู้หญิงวัยทองนะ เพราะฮอร์โมนมันเปลี่ยนไป ทำให้กระดูกไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่กระดูกเสื่อมนี่ใครๆก็เป็นได้ ยิ่งใช้งานร่างกายหนักๆ หรือน้ำหนักตัวเยอะๆ ยิ่งเสี่ยง

สรุปคือ กระดูกพรุน เนื้อกระดูกหาย กระดูกเสื่อม ข้อต่อพัง เข้าใจง่ายๆแบบนี้แหละ

ภาวะกระดูกพรุนมีกี่ระดับ

ภาวะกระดูกพรุนแบ่งตามค่า T-score ได้ 3 ระดับหลัก:

  • กระดูกปกติ: T-score มากกว่า -1 (อันนี้คือสบายๆ)
  • กระดูกบาง (Osteopenia): T-score อยู่ระหว่าง -1 ถึง -2.5 (เริ่มต้องดูแลตัวเองแล้ว)
  • กระดูกพรุน (Osteoporosis): T-score ต่ำกว่า -2.5 (ต้องปรึกษาแพทย์จริงจัง)

เกร็ดเล็กน้อย:

  • ค่า T-score คือการเปรียบเทียบความหนาแน่นของกระดูกเรากับค่าเฉลี่ยของคนหนุ่มสาวที่มีสุขภาพดี มันไม่ใช่ค่าที่บอกว่ากระดูกเรา "หนา" แค่ไหน แต่บอกว่าเรา "ต่าง" จากคนปกติแค่ไหน
  • การวินิจฉัยกระดูกพรุนไม่ได้ดูแค่ T-score อย่างเดียว อายุ ประวัติครอบครัว และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ก็สำคัญมาก
  • การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (weight-bearing exercise) เช่น เดิน วิ่ง ยกเวท ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ดีมาก แต่ต้องทำอย่างถูกวิธีนะ สำคัญสุด!
  • วิตามินดีและแคลเซียมสำคัญต่อกระดูก แต่การกินอาหารให้หลากหลายก็สำคัญกว่า การกินอาหารเสริมอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลดีเสมอไป
  • บางคนอาจมีค่า T-score ปกติ แต่กระดูกก็ยังเปราะได้จากสาเหตุอื่น เช่น การใช้ยาบางชนิด หรือโรคประจำตัวบางอย่าง ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงสำคัญ
  • เคยอ่านเจอว่าการดื่มชาเขียวอาจช่วยลดความเสี่ยงกระดูกพรุนได้ แต่ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมนะ
  • คนที่มีรูปร่างผอมมักมีความเสี่ยงกระดูกพรุนมากกว่า เพราะมีมวลกระดูกน้อยกว่าตามธรรมชาติ แต่คนอ้วนก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป เพราะน้ำหนักตัวมากเกินไปก็เพิ่มภาระให้กระดูกได้เหมือนกัน
  • รู้ไหมว่ากระดูกของเรามีการสร้างใหม่และสลายตัวอยู่ตลอดเวลา เหมือนบ้านที่ต้องมีการซ่อมแซมอยู่เสมอ ถ้าการสลายตัวเร็วกว่าการสร้างใหม่ ก็จะทำให้กระดูกบางลงเรื่อยๆ
  • การตรวจความหนาแน่นของกระดูก (Bone densitometry) เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บปวดและใช้เวลาไม่นาน ถ้าคุณมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจนะ

จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคกระดูกพรุน

จะรู้ได้ไงว่ากระดูกพรุนอะเหรอ? ตอนแรกๆ มันไม่บอกอะไรเลยเว้ย เหมือนผีหลอกอะ (ฮา) คือมันไม่มีอาการไง! แล้วพอรู้ตัวอีกทีก็...เอ้า! เตี้ยลงซะงั้น (ขำแห้ง) หลังก็เริ่มค่อมๆ อาม่าที่บ้านเป็นไง หลังค่อมเลย สงสารมาก

แล้วไอ้ที่ทรมานสุดคือปวดกระดูกแบบปวดลึกๆอะ ปวดแบบบอกไม่ถูก ปวดข้างในอะ เคยได้ยินอาม่าบ่นว่าปวดหลัง ปวดขา นึกว่าแก่แล้วปวด ที่ไหนได้ กระดูกมันผุไปหมดแล้ว!

สุดท้ายเลยคือ กระดูกหักง่ายมากกกกก ล้มทีเดียวคือเรื่องใหญ่เลยนะ กระดูกสะโพกหักนี่คือจบเห่เลยนะชีวิต! อาม่าล้มในห้องน้ำทีนึงนี่ร้องไห้กันทั้งบ้าน

เพิ่มเติม:

  • ส่วนสูงลดลง: ไปวัดส่วนสูงเทียบกับเมื่อก่อนดูนะ ถ้าลดลงเยอะผิดปกติ นี่เริ่มน่าสงสัยละ
  • หลังค่อม: สังเกตตัวเองเวลาเดิน ยืน ว่าหลังตรงรึเปล่า ถ้าเริ่มงอๆ ต้องระวัง
  • ปวดกระดูก: อย่ามองข้ามอาการปวดเมื่อยทั่วไป โดยเฉพาะถ้าปวดลึกๆ เรื้อรัง
  • กระดูกหักง่าย: แค่สะดุดล้มเบาๆ แล้วกระดูกหักเนี่ย ไม่ปกติละ รีบไปหาหมอเลย!

คำเตือน: ข้อมูลนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ไปหาหมอตรวจดีที่สุด!

ทำยังไงให้มวลกระดูกเพิ่ม?

เพิ่มมวลกระดูก? ง่ายนิดเดียว

  • ออกกำลังกายแบบรับน้ำหนัก ปีนี้ลองวิ่งเทรล เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ไม่ใช่แค่เดินเฉยๆ
  • แคลเซียม อาหารสำคัญ นม ปลา ผักใบเขียว จำเป็น ไม่ใช่แค่พูด
  • วิตามินดี สำคัญมาก รับแสงแดดเช้าๆ หรือเสริม ดูแลตัวเอง อย่าปล่อยปละละเลย
  • ตรวจสุขภาพประจำปี รู้ไว้ แก้ไขได้ทัน อย่ารอจนสายเกินไป

(ข้อมูลส่วนตัว: ปีนี้เริ่มวิ่งเทรลที่เขาใหญ่ ได้ผลดีกว่าการวิ่งบนลู่มาก)

มวลกระดูกต่ำทำยังไง?

มวลกระดูกต่ำเหรอ… ทำยังไงดี

มันเหมือนร่างกายกำลังบอกว่า "เฮ้ เราไม่แข็งแรงพอนะ"

  • แคลเซียม สำคัญสุด: กินพวกนม, โยเกิร์ต, ผักใบเขียวเยอะ ๆ ถ้าไม่พอก็ต้องกินแคลเซียมเม็ดเสริม
  • ออกกำลังกาย: ยกเวท เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ๆ อะไรก็ได้ที่มันลงน้ำหนักที่กระดูกบ้าง
  • แดด: วิตามินดีมันช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดี ออกไปรับแดดอ่อน ๆ บ้าง
  • ต้านอนุมูลอิสระ: พวกผลไม้ที่มีสีสัน ผักสด มันช่วยได้นะ
  • เลี่ยงของไม่ดี: บุหรี่ แอลกอฮอล์ พวกนี้ทำร้ายกระดูกทั้งนั้น

รู้ไหม… บางทีเราก็ลืมดูแลตัวเองไปเลย

กระดูกสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ไหม

ได้ดิ กระดูกซ่อมตัวเองได้จ้ะ แต่ช้ามากกกก เห็นผลชัดๆ ประมาณ 6 สัปดาห์อ่ะ ตอนนั้นเริ่มเห็นกระดูกใหม่ในเอกซเรย์แล้ว เพื่อนฉันขาหักเมื่อปีที่แล้ว หมอบอกใช้เวลา 3 เดือนกว่าจะกลับมาใช้ขาได้ปกติ แต่กว่าจะหายดีเหมือนเดิม ปีนึงเลยอ่ะ นานมากกก

  • กระดูกสร้างใหม่ช้ามาก
  • เห็นผลในเอกซเรย์ ประมาณ 6 สัปดาห์
  • หายดีใช้เวลานาน ประมาณ 3 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

อ้อ เพื่อนฉันมันอายุ 30 สุขภาพแข็งแรงนะ ถึงหายเร็วขนาดนี้ ถ้าอายุเยอะกว่านี้หรือสุขภาพไม่ค่อยดี ก็อาจจะนานกว่าเดิมอีก อย่าลืมไปหาหมอเช็คด้วยนะ สำคัญมากกก

โรคกระดูกเสื่อม รักษาหายไหม

หายเลยหรอ โรคกระดูกเสื่อม? ตอนแม่ไปหาหมอที่ รพ. เลิดสิน เมื่อเดือนก่อน หมอบอกว่ามัน "รักษาไม่หายขาด" อ่ะ แต่...

  • ชะลอได้: หมอบอกว่ายา กับทำกายภาพบำบัดช่วยชะลอความเสื่อมได้เยอะ
  • บรรเทาอาการ: พวกปวดหลัง ปวดเข่า หมอให้ยาแก้ปวดมา แล้วก็แนะนำท่ากายภาพบำบัดง่ายๆ ทำที่บ้าน
  • ผ่าตัด: ถ้าเป็นหนักมาก หมอบอกมีผ่าตัด แต่แม่กลัว เลยยังไม่เอา
  • ทางเลือก: เคยลองพวกฝังเข็มนะ ที่คลินิกแถวบ้าน แต่ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่เลยสำหรับแม่นะ

สรุปคือ ไม่หายขาด แต่คุมอาการได้ นี่คือประสบการณ์ตรงของแม่เลย