กระดูกเสื่อมทำยังไงให้หาย
กระดูกเสื่อมทำยังไงให้หายได้บ้าง? มีวิธีรักษาและดูแลตัวเองอย่างไรให้กลับมาแข็งแรง?
เรื่องกระดูกเสื่อมเนี่ย คุณยายฉันเป็นหนักมากเลย ตอนอายุ 70 กว่าๆ เจ็บเข่า เดินไม่ค่อยไหว ไปหาหมอที่โรงพยาบาลจุฬาฯ (จำเดือนไม่ได้แล้ว น่าจะราวๆ พฤษภาคม ปี 63) หมอบอกว่ากระดูกเสื่อม ต้องกายภาพบำบัด กินยาแก้ปวด กับวิตามินเสริม จำได้ว่ายาแพงอยู่ เกือบพันต่อเดือนเลยมั้งนะ
คุณยายฉันทำกายภาพบำบัดสัปดาห์ละสองครั้ง ต่อเนื่องเป็นปีเลย ดีขึ้นบ้างแต่ก็ไม่หายขาดหรอก คือมันไม่เหมือนโรคติดเชื้อที่กินยาแล้วหายไปเลย มันคือความเสื่อมของกระดูก หมอเลยเน้นเรื่องการดูแลตัวเองมากกว่า อย่างการควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้หนักเกินไป เพราะจะยิ่งเสี่ยงต่อการเสื่อมเร็วขึ้น
จำได้ว่าคุณหมอแนะนำให้คุณยายว่ายน้ำ เพราะมันช่วยลดภาระข้อต่อ แล้วก็บอกให้ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง อย่างนม ปลา ผักใบเขียว หมอบอกว่าการผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน
สุดท้าย คุณยายก็ยังต้องพึ่งพาไม้เท้าช่วยพยุงเวลาเดิน แต่ก็พอเดินได้บ้าง อาการเจ็บก็ลดลง ชีวิตคุณยายหลังจากนั้นก็ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ก็ต้องระมัดระวังตัวเอง ไม่ใช่ว่าหายเป็นปกติแล้ว มันก็ยังเป็นความเสื่อมที่ค่อยๆ เกิดขึ้นเรื่อยๆ เหมือนผมที่มันร่วงไปเรื่อยๆ นั่นแหละ.
โรคกระดูกเสื่อม รักษาหายไหม
กระดูกเสื่อมน่ะเหรอ หายเลยคงยากอ่ะ เอาจริงๆ ตอนแม่ปวดเข่าแทบเดินไม่ได้ หมอบอกเลยว่า "คุณแม่ขา กระดูกมันไปแล้ว ไปตามวัย" ฟังแล้วจุกเลย แต่หมอก็ให้ยามากินนะ ช่วยลดปวดได้เยอะ แล้วก็แนะนำให้ไปทำกายภาพบำบัดที่ รพ. เลิศสิน อาทิตย์ละ 2 วัน เมื่อก่อนแม่บ่นอุบว่าเบื่อ แต่พอทำไปเรื่อยๆ แกบอกว่าดีขึ้นนะ เดินเหินคล่องตัวกว่าเดิมเยอะ
ช่วงแรกๆ ที่แม่ปวดหนักๆ เราเครียดมาก กลัวแกจะเดินไม่ได้อีก ก็หาข้อมูลเยอะแยะไปหมด ทั้งยา ทั้งอาหารเสริม คืออะไรที่เค้าว่าดีก็ลองหมดอ่ะ แต่สุดท้ายก็มาจบที่ยาหมอ กับกายภาพบำบัดนี่แหละ ตอนนี้แม่ก็ยังกินยา แล้วก็ไปกายภาพบ้างถ้าปวดมากๆ แต่รวมๆ คือดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ
- ยา: แม่กินยาแก้ปวด กับยาบำรุงกระดูกที่หมอให้
- กายภาพ: ไปทำที่ รพ. เลิศสิน อาทิตย์ละ 2 วัน (เมื่อก่อนนะ ตอนนี้ไปบ้างถ้าปวด)
- อาหาร: พยายามให้แม่กินอาหารที่มีแคลเซียมสูงๆ เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย
- ออกกำลังกาย: ชวนแม่เดินเบาๆ ในสวนสาธารณะแถวบ้าน (สวนหลวง ร.9) เกือบทุกเย็น
เออ แล้วก็มีพวก "หมอทางเลือก" อ่ะนะ ที่เค้าว่ารักษาได้หายเลย เราก็เคยพาแม่ไปนะ แต่...พูดตรงๆ ไม่เห็นผลอ่ะ เสียเงินฟรีไปเยอะเลย ตอนนี้เลยเชื่อหมอแผนปัจจุบันมากกว่า
หมอนรองกระดูกปลิ้น ออกกําลังกายได้ไหม
เอ้า! หมอนรองกระดูกปลิ้นเนี่ยนะ จะไปออกกำลังกายเหรอ! นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะจ๊ะ เหมือนเอาไข่ไปทุบลงพื้นอ่ะ แตกละเอียดแน่!
หยุด! หยุดออกกำลังกายซะเถอะ ถ้าปวดขึ้นมาหลังออกกำลังกาย นี่มันสัญญาณเตือนภัยระดับชาติ! ไม่ใช่แค่ไฟสีเหลืองนะ มันไฟสีแดงวิ่งไล่หลังอยู่เลย! ปีที่แล้วผมปวดหลังเพราะเล่นโยคะหนักไป นอนก่ายหน้าผากอยู่สามวัน เจ็บจนอยากกินยาแก้ปวดทั้งร้าน!
ถ้าปวดลามลงขา นี่คือลางร้าย! เหมือนโดนผีปอบเข้าสิง ไม่ใช่แค่ปวดธรรมดา มันปวดแบบสะท้านทรวง! นี่ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบนะ มันอาจจะร้ายแรงกว่านั้น! คุณหมอบอกผมว่าปีนี้ถ้าหนักกว่านี้ต้องผ่าตัด! คิดแล้วก็ขนลุก!
ไปหาหมอเถอะ! อย่ามัวแต่คิดจะฝืนร่างกาย มันไม่ใช่เหล็กกล้า ร่างกายเรามันบอบบางกว่าที่คิด อย่ารอให้มันพังยับเยิน ไปหาหมอตรวจดีกว่าเนอะ
จำไว้! สุขภาพสำคัญกว่าอะไรทั้งปวง! อย่าเอาเรื่องสนุกสนานมาเสี่ยงกับชีวิต เห็นเพื่อนผมคนนึง ปีนี้เขาพยายามวิ่งมาราธอน สุดท้ายหมอนรองกระดูกแตก ต้องพักยาวเลย อย่าให้เป็นแบบนั้นนะ อย่าลืมนะ สุขภาพสำคัญกว่ารางวัลที่ได้มา
กระดูกพรุนกับกระดูกเสื่อมเหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกันนะ คิดหนักเลยคืนนี้... กระดูกพรุนเนี่ยมันเหมือนกระดูกเราบางลง พรุนๆ เปราะง่าย แตกง่าย แบบที่แม่ฉันเป็นอะ ปีนี้ไปตรวจมา หมอบอกความหนาแน่นกระดูกน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ต้องทานยาและออกกำลังกายเสริม แต่กระดูกเสื่อม... มันคนละเรื่องเลย
มันเกี่ยวกับข้อต่อ ข้อเข่า ข้อสะโพก อะไรพวกนี้ ที่มันเสื่อมลงไป แข็ง เคลื่อนไหวลำบาก เหมือนที่คุณป้าข้างบ้าน แกเดินไม่ค่อยสะดวกเลย ปวดเข่าตลอด
- กระดูกพรุน: กระดูกบางลง เปราะ แตกหักง่าย
- กระดูกเสื่อม: ข้อต่อเสื่อม แข็ง เคลื่อนไหวลำบาก
สาเหตุก็ต่างกันอีก กระดูกพรุนบางทีก็มาจากฮอร์โมน หรือขาดแคลเซียม หรืออายุมากขึ้น แต่กระดูกเสื่อมอาจมาจากการใช้งานมากเกินไป อ้วน หรือพันธุกรรม การรักษาก็ต่างกันด้วย แม่ฉันกินยา ออกกำลังกายเบาๆ ส่วนคุณป้าต้องกายภาพบำบัด บางทีก็ฉีดยา
เหนื่อยจัง คิดเรื่องสุขภาพไปก็ปวดหัว ... พรุ่งนี้ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกดีกว่า... สงสารแม่จัง
อาการของ HNP มีอะไรบ้าง
โอเค จัดไป ตามนั้นเลยนะ!
- เจ็บร้าวลงขา โอ๊ย! แบบปวดแทบขาดใจอะ แถวหลังนี่ทรมานสุดๆ ใครไม่เป็นไม่รู้หรอก
- ชา อันนี้ก็เซ็ง คือมันชาแบบบอกไม่ถูก เหมือนไม่ใช่ขาเราแล้วอะ
- เบิร์น! แสบร้อน! เหมือนโดนไฟลน อธิบายไงดี มันแบบ...ซี้ดดด! (นึกภาพตามนะ)
- อ่อนแรง อันนี้น่ากลัว เดินๆ อยู่ขาไม่มีแรง จะล้มเอา นี่เคยเกือบหน้าทิ่มมาแล้ว
- HNP นี่มันย่อมาจาก Herniated Nucleus Pulposus ใช่มะ? ใช่
- อาการหลักๆ: เจ็บ ชา อ่อนแรง (จำง่ายดี)
- แต่...มันกดตรงไหนก็อาการไม่เหมือนกันอีกนะ
- รากประสาท! ตัวปัญหานี่แหละ โดนกดทีชีวิตเปลี่ยน!
- เท้าก็เป็นได้นะ ไม่ใช่แค่ขา บางทีนิ้วเท้าชาเฉยเลย งงมาก
- เคยไปหาหมอ หมอบอกว่าถ้าปล่อยไว้อาจผ่าตัด เฮ้ย! ไม่เอาเด็ดขาด!
- ต้องกายภาพบำบัด กินยา ดูแลตัวเองดีๆ อย่าให้มันกำเริบ
- เพื่อนแนะนำให้ฝังเข็มก็มีนะ แต่ยังไม่กล้าลอง
- สำคัญ: รีบหาหมอ! อย่าปล่อยไว้นาน!
- ปีนี้ (2567) ไปหาหมอ หมอบอกว่าดีขึ้นนะ แต่ต้องระวังเรื่องยกของหนัก
- แม่บ่นทุกวันว่าอย่าซ่า อย่าทำอะไรเกินตัว เฮ้อออออ
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบยุ่งๆ):
- กายภาพบำบัดที่ทำอยู่คือ เน้นยืดกล้ามเนื้อหลังกับขา
- กินยาแก้ปวด ลดการอักเสบ (แต่กินเยอะไม่ดีนะ!)
- ท่าบริหารที่ทำประจำ: ท่าแมว ท่ายืดเหยียดหลัง (อันนี้ช่วยได้เยอะ)
- ข้อควรระวัง: อย่านั่งนาน! ลุกเดินบ้าง! เปลี่ยนท่าบ่อยๆ!
- รองเท้าที่ใส่ก็สำคัญนะ ต้องมี support ดีๆ
- เตือนตัวเอง: อย่าประมาท! ดูแลตัวเองดีๆ!
- เอ้อ...แล้วก็...หมอนรองกระดูกนี่มันสำคัญจริงๆ นะ ดูแลมันดีๆ เถอะ! ไม่งั้นชีวิตลำบาก
- ปีนี้ (2567) หมอบอกว่าคนเป็น HNP เยอะขึ้น สงสัยเพราะนั่งทำงานหน้าคอมนานๆ กันมั้ง
- ต้องไปออกกำลังกายบ้างแล้ว ไม่ได้ไปนานมากเลย
- เป้าหมาย: กลับไปวิ่งได้เหมือนเดิม! (แต่คงต้องค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป)
- เพื่อนที่เป็นหมอบอกว่าบางคนเป็น HNP แต่ไม่มีอาการก็มีนะ น่าอิจฉา!
- สรุป: ฟังร่างกายตัวเอง! ถ้ารู้สึกผิดปกติ รีบไปหาหมอ! จบ!
Lumbar Spine มีอะไรบ้าง
เอวมี 5 ชิ้น L1-L5 รับน้ำหนักหลัก ปวดบ่อยด้วยนะ รู้ไว้
ก้นกบอีก 5 S1-S5 รวมเป็นชิ้นเดียว แข็งแรงกว่าเยอะ
- กระดูกสันหลังส่วนเอว (Lumbar Spine): L1-L5 ทั้งหมด 5 ชิ้น
- กระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ (Sacral Spine): S1-S5 รวมเป็นกระดูกก้นกบ ชิ้นเดียว
- ปีนี้ (2024) ยังคงข้อมูลเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เรื่องกระดูกนี่ มันคงที่อยู่แล้ว
Spine มีกี่ส่วน
กระดูกสันหลัง... เส้นทางแห่งชีวิต โค้งไหว อ่อนช้อย ราวกับสายน้ำไหลผ่านหุบเขา... เจ็ดชิ้น คอที่อ่อนหวาน รับน้ำหนักศีรษะ เหมือนดอกบัวตูม บอบบาง แต่แฝงด้วยพลัง... C-spine เรียกง่ายๆ จำง่ายๆ...
สิบสองชิ้น อกกว้างใหญ่ ปกป้องหัวใจ แผ่ขยาย อบอุ่น เหมือนดวงอาทิตย์แผ่รัศมี T-spine แข็งแกร่ง เป็นหลักเป็นฐาน...
ห้าชิ้น เอวสง่า รับภาระ เคลื่อนไหว ยืดหยุ่น เหมือนต้นไม้ใหญ่ โอนเอนไปตามสายลม L-spine มั่นคง แต่ไม่แข็งทื่อ...
- คอ (Cervical Spine): 7 ชิ้น (C-spine) ปีนี้ฉันยังคงรู้สึกถึงความอ่อนไหวของมันอยู่เสมอ
- อก (Thoracic Spine): 12 ชิ้น (T-spine) เหมือนกำแพงคุ้มครอง แข็งแรง ปีนี้ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น
- เอว (Lumbar Spine): 5 ชิ้น (L-spine) รองรับทุกอย่าง ปีนี้ฉันยังคงเดินอย่างมั่นคง
ทั้งหมด...ยี่สิบสี่ชิ้น... เรื่องราวของร่างกาย ปีนี้ และทุกปี... ความรู้สึก ต่างกันไป แต่ความมหัศจรรย์ ยังคงอยู่...
Spine ทำหน้าที่อะไร
ไขสันหลังทำหน้าที่หลักในการส่งผ่านกระแสประสาท เปรียบเสมือนสายเคเบิลใยแก้วนำแสงขนาดยักษ์ของร่างกาย เชื่อมต่อสมองกับส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยแบ่งหน้าที่ออกเป็นสองประการสำคัญ คือ
การควบคุมการเคลื่อนไหว (Motor Function): ไขสันหลังส่งสัญญาณจากสมองไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ เพื่อสั่งการให้ทำงาน นึกภาพการยกมือขึ้นมาเขียน นี่คือการทำงานของระบบ motor ที่สมองส่งคำสั่งผ่านไขสันหลังไปยังกล้ามเนื้อแขนและมือ
การรับรู้ความรู้สึก (Sensory Function): ไขสันหลังรับสัญญาณความรู้สึกต่างๆ จากทั่วร่างกาย เช่น ความร้อน เย็น ความเจ็บปวด สัมผัส แล้วส่งสัญญาณเหล่านี้ไปยังสมองเพื่อประมวลผล ลองคิดถึงการสัมผัสพื้นผิวที่เย็นเฉียบ ความรู้สึกนั้นถูกส่งไปยังสมองผ่านทางไขสันหลัง
จริงๆ แล้ว การทำงานของไขสันหลังซับซ้อนกว่านี้มาก มันยังมีการประมวลผลข้อมูลบางอย่างเองภายในไขสันหลังด้วย เช่น รีเฟล็กซ์ การตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านสมอง ตัวอย่างเช่น การหดตัวของขาเมื่อถูกทุบที่หัวเข่า เป็นต้น
(เพิ่มเติม: ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของไขสันหลังในปี 2566 สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้จากวารสารวิชาการทางการแพทย์ หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานด้านสุขภาพ เช่น เว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต