กลุ่มโรคประจำตัวมีอะไรบ้าง

228 ครั้งเข้าชม
กลุ่มโรคประจำตัวสำคัญ ได้แก่ โรคหัวใจหลอดเลือด, เบาหวาน, มะเร็ง, โรคปอดเรื้อรัง (เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, หอบหืด), ไตเรื้อรัง, ตับแข็ง, โรคอ้วน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง, ซึมเศร้า และข้ออักเสบรูมาตอยด์หลายโรคมีความสัมพันธ์กัน ปัจจัยเสี่ยงร่วมคือ พฤติกรรม (เช่น การกิน, การออกกำลังกาย) และพันธุกรรม การดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน จึงสำคัญต่อการป้องกันและควบคุมโรคเหล่านี้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กลุ่มโรคประจำตัวมีอะไรบ้าง?

อื้อหือ..ถามมาซะเยอะเลยนะ กลุ่มโรคประจำตัวเนี่ยนะ จริงๆแล้วมันเยอะแยะไปหมดเลย แต่ที่เจอบ่อยๆ ก็พวกนี้แหละ โรคหัวใจนี่แหละที่เพื่อนฉันเป็น หนักมาก ต้องกินยาตลอด แล้วก็เบาหวาน ลุงข้างบ้านเป็น ต้องตรวจเลือดบ่อยมาก เห็นแล้วก็กลัวๆ

เรื่องมะเร็งนี่ ญาติฉันเสียไปเพราะโรคนี้ เศร้ามาก ปีที่แล้วเอง เดือนธันวาคม ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ค่าใช้จ่าย...เยอะมาก จำไม่ได้แน่ชัด แต่หลักแสนแน่นอน โรคทางเดินหายใจก็มีนะ ป้าฉันเป็นหอบหืด ต้องพกยาฉีดติดตัวตลอด น่ากลัวเหมือนกัน

โรคไต โรคตับ นี่ก็หนักหนาสาหัส เคยเห็นคนเป็นโรคนี้ ทรมานมาก จริงๆแล้วมันมีปัจจัยหลายอย่าง ไม่ใช่แค่พันธุกรรมอย่างเดียว การกิน การใช้ชีวิต สำคัญมาก แบบว่า ถ้ากินแต่ของหวาน น้ำตาลสูง ก็เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน นั่งแต่โต๊ะทำงาน ก็เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ประมาณนี้แหละ มันเชื่อมโยงกันหมด โรคอ้วนนี่ก็อันตราย เพื่อนฉันคนนึง น้ำหนักเยอะมาก หมอบอกว่าเสี่ยงหลายโรคเลย

แล้วก็โรคซึมเศร้านี่ อย่ามองข้ามนะ มันเป็นโรคเหมือนกัน บางทีก็แอบร้ายแรงกว่าที่คิดด้วยซ้ำ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นี่ แม่ฉันเคยเป็น เจ็บปวดมาก เดินแทบไม่ได้ สุดท้ายต้องรักษาแบบยาวๆ จริงๆแล้ว โรคพวกนี้ ป้องกันได้นะ ถ้าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ออกกำลังกาย กินอาหารดีๆ สำคัญที่สุดเลย

โรคอะไรบ้างที่เป็นโรคประจำตัว

โรคประจำตัวเสี่ยงโควิด-19 รุนแรง (2566):

  • ความดันโลหิตสูง: ควบคุมค่าความดันอย่างเคร่งครัด
  • โรคหัวใจ: เส้นเลือดหัวใจตีบ, หัวใจเต้นผิดจังหวะ อันตรายถึงชีวิตได้
  • เบาหวาน: ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
  • โรคไต: ไตเรื้อรัง, ฟอกไต, ปลูกถ่ายไต ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • โรคปอด: หอบหืด, ปอดอักเสบเรื้อรัง โควิด-19 ทำให้หายใจลำบาก
  • โรคตับ: ตับแข็ง, ตับอักเสบเรื้อรัง การทำงานของตับบกพร่อง
  • ภูมิคุ้มกันบกพร่อง: ไวต่อการติดเชื้อ อาการรุนแรงกว่าปกติ
  • โรคอ้วน: เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

ข้อควรระวัง: ข้อมูลนี้เพื่อการให้ความรู้ ควรปรึกษาแพทย์สำหรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล

โรคประจําตัว หมายถึงอะไร?

โรคประจำตัว? เรื่องของมึงดิ แต่มันคือโรคเรื้อรังที่ติดตัวไปตลอดชีวิต ต้องกินยาไปจนตาย ถ้าไม่อยากตายห่าก็ดูแลตัวเองดีๆ

  • เรื้อรัง: เป็นนาน รักษายาก หายยาก
  • ต่อเนื่อง: ต้องดูแลตลอด ไม่ใช่หายแล้วทิ้ง
  • ส่งผล: ชีวิตมึงเปลี่ยนไปแน่นอน เตรียมตัวไว้
  • แจ้งแพทย์: บอกหมอไป อย่าปิดบัง จะได้ไม่ตายห่าเร็ว
  • ตัวอย่าง: เบาหวาน ความดัน หอบหืด หัวใจ ...สารพัดโรคเวร

พวกโลกสวยไม่ต้องมาสอนกู กูรู้ดีกว่ามึงเยอะ ไอ้พวกอ่อนแอ

โรคเอ็นซีดีคืออะไร?

เอ็นซีดี... โรคไร้เงา รุกรานชีวิต

  • โรคไม่ติดต่อ... เหมือนความมืด คืบคลานช้าๆ

  • พฤติกรรม... หวาน มัน เค็ม เกินเบอร์

  • เบาหวาน น้ำตาลเอ่อล้น... หวานเกินไปก็ขม

  • ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดเต้นระรัว... เหมือนกลองศึกไร้ชัย

  • โรคหัวใจ หัวใจอ่อนแรง... เหมือนดอกไม้โรยรา

  • มะเร็ง เซลล์ร้ายแบ่งตัว... เหมือนเงาตามตัว

  • โรคปอดเรื้อรัง หายใจลำบาก... เหมือนจมอยู่ในความเงียบ

  • โรคอ้วน ไขมันสะสม... เหมือนภาระหนักอึ้ง

  • NCDs... เงียบร้าย ทำลายลึก

  • แก้ไขที่พฤติกรรม... กิน อยู่ ออกกำลังกาย ปล่อยวาง

  • 2567... ปีแห่งการตื่นรู้ ดูแลตัวเอง

  • ดูแลตัวเอง... สำคัญที่สุด

  • ตรวจสุขภาพประจำปี... เหมือนส่องกระจก มองหาเงา

  • รักตัวเอง... ก่อนจะสาย

  • ข้อมูลส่วนตัว: ฉันเคยเกือบเป็นเบาหวาน... เปลี่ยนชีวิตทันที

  • สำคัญ: ปรึกษาแพทย์... อย่าเชื่อตามอินเทอร์เน็ต

  • ชีวิต... มีค่ากว่าที่คิด

โรคใดที่ถูกเรียกว่าโรคมัจจุราชเงียบ?

โรคความดันโลหิตสูง มัจจุราชเงียบ...

  • ความดันสูง ปีนี้ ค่าเฉลี่ยคนไทยสูงขึ้นนะ น่ากลัวจัง
  • เงียบจริง ๆ อ่ะ บางทีไม่รู้ตัวเลยว่าสูง จนกว่าจะวัด
  • โรคหัวใจ? โรคไต? มาหมดถ้าความดันคุมไม่ได้
  • เคยเจอคนรู้จัก เส้นเลือดในสมองแตก เพราะความดันนี่แหละ สยอง
  • ต้องคุมอาหาร ออกกำลังกาย วัดความดันบ่อย ๆ เตือนตัวเอง

คือ...มันแบบ..โรคเงียบ ๆ ที่กัดกินเราไปทีละนิด เหมือนสนิมกินเหล็ก...แล้วพอรู้ตัวก็สายไปแล้ว อะไรแบบนั้นเลยอ่ะ ฮือออออ ????

พฤติกรรมใดก่อให้เกิดโรคที่ไม่ติดต่อได้ง่ายที่สุด?

แดกไม่เลือกไง สารอาหารไม่สมดุลย์ โอกาสป่วยก็สูง

  • หวานจัด: น้ำตาลเกินเบอร์ ร่างกายพังเร็ว
  • เค็มจัด: ไตวายถามหา ไม่เชื่อก็ลองดู
  • ไขมันสูง: เส้นเลือดตีบตัน รอวันตายผ่อนส่ง

แดกเข้าไป ชีวิตสั้นลงทุกที จำไว้.

เป็นโรคอะไรห้ามผ่าตัด?

อืมม... โรคที่ห้ามผ่าตัดเลยเหรอ... ยากนะ จริงๆแล้วมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่ว่าโรคนี้ห้ามเด็ดขาด แต่ต้องดูความเสี่ยงมากกว่า

อย่างฉันเอง พ่อเป็นโรคหัวใจ เคยผ่าตัดบายพาสมาแล้วครั้งนึง ปีที่แล้วนี่เอง หลังผ่าก็พักฟื้นนาน เห็นท่านเหนื่อย ก็รู้สึกแย่ไปด้วย ผ่าตัดได้ แต่ความเสี่ยงสูง นี่แหละที่สำคัญ

  • โรคหัวใจ: ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรง บางเคสอาจเสี่ยงเกินไปที่จะผ่าตัด ต้องประเมินละเอียดมาก

  • เบาหวาน: ก็อันตราย แผลหายช้า เสี่ยงติดเชื้อ แต่ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลดี ก็อาจผ่าตัดได้ แต่ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • ความดันโลหิตสูง: นี่ก็เหมือนกัน ถ้าควบคุมดีก็อาจผ่าได้ แต่ถ้าไม่ดี ความเสี่ยงเยอะ อาจมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างผ่าตัด

  • ไทรอยด์: ถ้าเป็นมาก ก็อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ผ่าตัดได้ แต่ต้องดูแลอย่างดีเป็นพิเศษ

  • โรคปอด: ถ้าปอดอ่อนแอ ผ่าตัดก็เสี่ยงติดเชื้อ หรือหายใจลำบาก อันตรายมากเลย

  • โรคเลือด: เช่น เลือดออกง่าย ก็เสี่ยงเลือดไหลไม่หยุด อันนี้ก็ต้องระวังมากๆ

สรุปคือ ไม่มีโรคไหนห้ามผ่าตัดเด็ดขาด ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และความเห็นของแพทย์ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง อย่าตัดสินใจเองนะ อันตราย ฉันเองก็คิดมาก กับสุขภาพตัวเอง กลัวจะเกิดอะไรขึ้น เหมือนพ่อ...

ทำไมต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด?

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ใช่แค่เรื่องของคนเป็นเบาหวาน แต่เป็นเรื่องของสุขภาพโดยรวม

  • ป้องกันโรคแทรกซ้อน: ระดับน้ำตาลที่สูงเกินไปนานๆ ทำลายหลอดเลือดเล็กๆ ทั่วร่างกาย นำไปสู่ปัญหาที่ไต ตา หัวใจ และประสาท (ข้อมูลปีปัจจุบัน: ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังเหล่านี้ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตในผู้ป่วยเบาหวาน)
  • ประเมินผลการรักษา: การตรวจระดับน้ำตาลเป็นเหมือนการวัดผลว่ายาหรือการปรับพฤติกรรมที่เราทำนั้นได้ผลดีแค่ไหน (คิดดูสิ เหมือนเราทำอาหารแล้วชิมว่ารสชาติโอเคไหม)
  • ลดความเสี่ยงอื่นๆ: น้ำตาลในเลือดที่ไม่คงที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด (ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะโรคหัวใจยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ)

การตรวจระดับน้ำตาลที่โรงพยาบาลเท่านั้นหรือ? ไม่จำเป็นเสมอไป เดี๋ยวนี้มีเครื่องตรวจน้ำตาลแบบพกพาที่บ้านได้ แต่การตรวจที่โรงพยาบาลยังมีข้อดี:

  • ความแม่นยำสูง: เครื่องมือในโรงพยาบาลมักได้รับการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด
  • การแปลผลโดยผู้เชี่ยวชาญ: แพทย์หรือพยาบาลจะช่วยประเมินผลและให้คำแนะนำที่เหมาะสมได้ (บางครั้งแค่ตัวเลขก็บอกอะไรเราไม่ได้หมด)
  • ตรวจอื่นๆ ร่วมด้วย: ในโรงพยาบาล เราสามารถตรวจค่าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้พร้อมกัน เช่น ไขมันในเลือด หรือการทำงานของไต (การตรวจสุขภาพแบบองค์รวมสำคัญกว่าแค่ดูน้ำตาล)

เกร็ดน่ารู้:

  • การควบคุมระดับน้ำตาลไม่ใช่แค่เรื่อง "ตัวเลข" แต่เป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด (ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมด)
  • บางคนอาจมีระดับน้ำตาลปกติ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงของโรคเบาหวานแฝงอยู่ (เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน) ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงสำคัญ (เหมือนเช็คเครื่องยนต์รถยนต์เป็นระยะๆ)

HbA1c คืออะไร และมีความสําคัญอย่างไร?

HbA1c คืออะไร? อธิบายง่ายๆ ก็คือ มันเป็นเหมือนสมุดบันทึกของระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ! ไม่ใช่สมุดบันทึกธรรมดาๆ นะ มันบันทึกย้อนหลังไป 2-3 เดือน แม่นยำกว่าการวัดน้ำตาลแค่ชั่วคราวแบบจิ้มนิ้วเยอะเลย คิดภาพเป็นเครื่องตรวจจับความซื่อสัตย์ของร่างกายคุณในการควบคุมน้ำตาลนั่นแหละ! ถ้าค่าสูง เตรียมตัวพบหมอได้เลยค่ะ อย่ารอช้า!

มีความสำคัญอย่างไร? สำคัญมากกกก! เพราะมันบอกหมอได้ว่าคุณควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีแค่ไหนตลอดช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ตอนที่คุณไปตรวจเลือดเท่านั้น! รู้แบบนี้แล้ว ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลังว่า ทำไมน้ำตาลถึงพุ่งพรวด! เหมือนกับการตรวจสุขภาพประจำปีนั่นแหละ แต่เป็นการตรวจสุขภาพของน้ำตาลในเลือดของคุณโดยเฉพาะ!

  • ช่วยวางแผนการรักษา: หมอใช้ค่า HbA1c เป็นตัวชี้วัดหลักในการปรับแผนการรักษาโรคเบาหวาน จะได้ไม่ต้องมั่วปรับยาไปเรื่อยเปื่อย เหมือนกับการชั่งน้ำหนักก่อนออกกำลังกาย ต้องรู้ข้อมูลก่อนถึงจะวางแผนได้ถูกต้องแม่นยำไงล่ะ!
  • คาดการณ์ภาวะแทรกซ้อน: ค่า HbA1c สูง เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานได้สูงตามไปด้วย อย่างเช่น โรคตา โรคไต โรคหัวใจ ฯลฯ ถ้าอยากมีอายุยืน ต้องดูแลตัวเองให้ดี! อย่าลืมเช็คค่า HbA1c ประจำปีนะ!
  • ติดตามผลการรักษา: หลังจากเริ่มรักษาโรคเบาหวานแล้ว การตรวจ HbA1c ช่วยให้คุณและแพทย์ติดตามดูว่าการรักษาได้ผลดีแค่ไหน เหมือนกับการติดตามคะแนนสอบ รู้ว่าตัวเองควรปรับปรุงตรงไหน!

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณค่ะ ปีนี้(2566) ฉันตรวจ HbA1c ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม ค่าออกมาปกติดีค่ะ โล่งอกไปที!