การเฝ้าระวังไข้เลือดออกกี่วัน

62 ครั้งเข้าชม
การเฝ้าระวังผู้ป่วยไข้เลือดออกที่บ้านเป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้ป่วยที่กำลังพักฟื้นควรงดเว้นไม่ให้ยุงกัดในช่วง 5 วันแรกอย่างเคร่งครัด เพราะระยะนี้ผู้ป่วยยังมีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกอยู่ในร่างกาย หากยุงกัดผู้ป่วยและนำเชื้อไปสู่คนอื่น เชื้ออาจแพร่กระจายไปยังสมาชิกในบ้านได้ จึงควรเฝ้าระวังตนเองและผู้อื่นที่มีอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการระบาดของโรค
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เป็นไข้เลือดออกต้องเฝ้าระวังอาการกี่วันถึงจะถือว่าปลอดภัย?

หลังจากเป็นไข้เลือดออกนะ ฉันว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องนับไปอีก 5 วันหลังจากไข้ลดถึงจะเริ่มใจชื้นหน่อยๆ ช่วงนั้นแหละที่ยังเป็นพาหะได้อยู่ เคยมีประสบการณ์เพื่อนบ้านเพิ่งหายจากไข้เลือดออก พอดีเราไปเยี่ยม คุณแม่เขาก็เน้นย้ำมากเลยว่าช่วง 5 วันแรกหลังไข้ลด ห้ามให้ยุงกัดเด็ดขาด ป้องกันสุดๆ ทั้งมุ้งลวด ทั้งยากันยุง ฟังแล้วก็เข้าใจเลยว่าทำไมต้องระวังขนาดนั้น เพราะเชื้อยังอยู่ ยุงกัดปุ๊บ มันก็ไปต่อได้แล้ว อันตรายจริงๆ.

ที่จริงมันก็ไม่ได้ตายตัวเป๊ะๆ หรอกนะ บางทีร่างกายแต่ละคนก็ฟื้นไม่เท่ากัน แต่หลักการ 5 วันหลังไข้ลดนี่ ฉันว่ามันเป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะตอนนั้นแหละ ร่างกายเราอาจจะยังอ่อนแอ แล้วเชื้อก็ยังสามารถแพร่กระจายได้ ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองให้ดี ปล่อยให้ยุงมากัด ก็เท่ากับเราไปต่อยอดให้เชื้อโรค มันไม่คุ้มกันเลยจริงๆ คิดถึงตอนตัวเองป่วย อยากหายเร็วๆ ก็ต้องช่วยกัน ดูแลทั้งตัวเองและคนรอบข้าง ป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ามารักษาทีหลัง.

จริงๆนะ บางทีพอไข้ลด เราก็รู้สึกเหมือนหายดีแล้ว อยากกลับไปใช้ชีวิตปกติ แต่หารู้ไม่ ว่าช่วง 5 วันนั้นแหละ คือช่วงที่ต้องประคองตัว เหมือนการแข่งขันวิ่งมาราธอน เราวิ่งเข้าเส้นชัยแล้ว แต่ต้องเดินต่อไปอีกนิด เพื่อให้ร่างกายได้พัก และไม่ไปสะดุดล้ม อีกอย่าง ถ้าเป็นที่บ้าน ก็ต้องบอกคนในครอบครัวให้ช่วยกัน อย่าให้เด็กๆ ที่ป่วย ไปวิ่งเล่นนอกบ้าน ให้ยุงกัดได้ง่ายๆ ต้องช่วยกัน จริงๆ.

กี่วันถึงจะรู้ว่าเป็นไข้เลือดออก

โอ๊ยยย! เจ้าไข้เลือดออกตัวแสบเนี่ยะ มันจะเริ่มออกลายให้เห็นก็ตอนประมาณ 5-8 วัน หลังโดนไอ้ยุงลายตัวดีกัดนั่นแหละ เหมือนผีรอเวลาจะมาหลอกเลยนะคุณ!

ครั้งแรกนี่มันก็แค่ลองชิมลาง! ส่วนใหญ่ก็แค่ไข้อ่อนๆ ยังไม่ค่อยออกฤทธิ์แรงเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าเจอซ้ำสองนี่สิ! มันจะเหมือนแค้นเก่าโดนขุดมา ไข้เลือดออกของแท้ ของจริง! มันจะสำแดงเดชโชว์ความโหดเลยนะแก!

แล้วไอ้อาการมันน่ะนะคุณ มันมีถึง 3 ระยะ เชียวนะ ไม่ใช่มาทีเดียวแล้วจบปิ๊ง! เหมือนดูละครซีรีส์นั่นแหละ มีหลายตอนให้ลุ้นระทึก!

  • ระยะไข้ (Febrile Phase): ช่วงนี้ไข้จะสูงปรี๊ดดด! เหมือนปรอทจะระเบิด ตัวแดงเป็นกุ้งต้ม! ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อไปหมด บางคนก็คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย กินอะไรไม่ลง เอาซี้! มันเล่นเราจนหมดแรง!

  • ระยะวิกฤต (Critical Phase): นี่แหละช่วงระทึกขวัญ! ไข้มันจะลดลงมา ดูเหมือนจะดีขึ้นใช่มะ? แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจ! มันคือช่วงที่น้ำเหลืองรั่ว ความดันตก เลือดออกง่าย! บางคนอาจมีอาการปวดท้อง ตับโต กระหายน้ำ ไม่ปัสสาวะ อันตรายสุดๆ เหมือนยืนอยู่บนปากเหว!

  • ระยะฟื้นตัว (Recovery Phase): ถ้าเราผ่านระยะวิกฤตมาได้นะ! ก็จะเข้าสู่ระยะฟื้นไข้ ร่างกายจะเริ่มฟื้นตัว กินข้าวได้ นอนหลับสบายขึ้น บางคนอาจจะมีผื่นแดงๆ คันๆ ขึ้นตามตัว แต่ก็ดีกว่าตอนวิกฤตนั่นแหละ ค่อยๆ กลับมาเป็นคน! เย้!