กินยาต้านเกล็ดเลือดห้ามกินอะไร

111 ครั้งเข้าชม
ยาต้านเกล็ดเลือด: ข้อควรระวัง อาหารเสริม: หลีกเลี่ยงโสม, วิตามินอี (ขนาดสูง) เสี่ยงเลือดออก แอลกอฮอล์: ระวัง, อาจเพิ่มฤทธิ์ยา, เสี่ยงเลือดออก ปรึกษาแพทย์/เภสัชกร: ก่อนทานอาหารเสริมเสมอ สังเกตอาการ: หากเลือดออกง่ายผิดปกติ, แจ้งแพทย์ทันที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ยาต้านเกล็ดเลือดห้ามกินคู่กับอะไร อาหารที่ต้องระวัง?

เฮ้อออ เรื่อง ยาต้านเกล็ดเลือด เนี่ยนะ ฉันก็เพิ่งมารู้จริงจังไม่นานนี่เอง หลังจากที่เคยเกือบพลาดไปแล้วรอบนึง ตอนนั้นที่มือช้ำง่าย ๆ บ่อย ๆ ก็สงสัยนะ ว่าเอ๊ะ มันเป็นอะไร คือมันเหมือนจะดูธรรมดาๆ เนอะ แต่พอเจอเข้าจริงๆ ก็กลัวเหมือนกันแหล่ะ.

จำได้เลย ตอนนั้นช่วงประมาณต้นปีที่แล้ว มกราคมนี่แหละ ตรงร้านขายยาเล็กๆ แถวบ้าน ซอยอ่อนนุช 53 ฉันไปซื้อโสมเม็ดมา ว่าจะบำรุงหน่อย เพราะเห็นเขาว่าดี๊ดีนะ วิตามินอีเม็ดโตๆ ก็ด้วย ซื้อมาซะแพงเลย กระปุกละสามร้อยกว่าบาท คิดว่ากินแล้วจะสดชื่นอะไรแบบนั้น.

แต่โชคดีนะ วันนั้นคุยกับเภสัชกรประจำร้าน แกก็ถามกินยาอะไรอยู่ ฉันก็บอกว่ากำลังกิน ยาต้านเกล็ดเลือด อยู่ แกเลยบอกเลยว่า โสมเนี่ยนะ ไม่ค่อยเหมาะเลย มันจะไปเพิ่มเสี่ยงเลือดออกง่ายนะเออ วิตามินอีที่กินเยอะๆ ก็ด้วย.

ส่วน แอลกอฮอล์ นี่สิ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องระวังนะ ตอนแรกนึกว่านิดๆ หน่อยๆ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เดือนก่อนนู้นเองแหละ ที่ร้านเหล้าประจำแถวทองหล่อ ดื่มเบียร์ไปแค่แก้วเดียว ก็รู้สึกเหมือนเวียนหัว หน้ามืด แล้วเลือดกำเดาก็มาง่ายกว่าปกติทันทีเลย ตกใจมาก รีบหยุดเลยนะตอนนั้น.

ฉันเลยได้ข้อคิดสำคัญเลยนะ ตั้งแต่นั้นมา ฉันจะไม่เอาอะไรเข้าปากเด็ดขาด ถ้ายังไม่ได้ถามหมอ หรือเภสัชกรประจำตัวก่อน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมอะไรก็ตาม มันสำคัญจริงๆ เพราะเรื่องยาแบบนี้ ถ้าไม่ระวัง อาจมีผลเสียตามมาเยอะเลยแหละ.

ทำไมต้องกินยาต้านเกล็ดเลือด

เรื่องยาต้านเกล็ดเลือดนี่นึกถึงพ่อเลย ตอนนั้นพ่อไปตรวจสุขภาพประจำปีที่รามาฯ เมื่อสักสองปีก่อน เจอว่าเส้นเลือดหัวใจเริ่มตีบ ใจหายแวบเลยตอนหมอโทรมาบอก

เห็นพ่อนั่งเงียบๆ คือรู้เลยว่าแกก็กังวล วันที่ไปฟังผลกับหมอที่ห้องตรวจเบอร์ 5 บรรยากาศมันอึดอัดมาก หมออธิบายว่ามันยังไม่ถึงขั้นต้องทำบอลลูน แต่ต้องเริ่มกินยาเพื่อป้องกันไม่ให้มันอุดตันไปมากกว่านี้

ยาที่ได้มาก็คือยาต้านเกล็ดเลือดนี่แหละ หมอพูดชัดเลยว่ายาตัวนี้ไม่ใช่ยาละลายลิ่มเลือดที่คนชอบเรียกกันติดปากนะ แต่มันคือ ยาต้านเกล็ดเลือด ทำหน้าที่ตรงๆ เลยคือไปห้ามไม่ให้เกล็ดเลือดมันเกาะกลุ่มกัน

ภาพที่หมออธิบายคือเหมือนท่อประปาที่เริ่มมีตะกรันเกาะ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ตะกรันมันก็จะหนาขึ้นจนท่อตัน แต่ยาตัวนี้จะเข้าไปทำให้ตะกรันใหม่ๆ มันไม่ไปเกาะเพิ่ม เลือดก็เลยยังไหลผ่านไปเลี้ยงหัวใจได้สะดวก

ทุกวันนี้ก็ยังเห็นพ่อกินทุกเช้าหลังอาหาร ไม่เคยขาดเลย มีแค่ช่วงแรกๆ ที่แขนขาเขียวง่ายหน่อย ชนนิดชนหน่อยก็เป็นจ้ำละ แต่หมอบอกว่าเป็นผลข้างเคียงปกติ ดีกว่าปล่อยให้เลือดไปอุดตันแล้วเป็น โรคหลอดเลือดสมอง หรือ หัวใจขาดเลือด อันนั้นเรื่องใหญ่กว่าเยอะ

  • ยาต้านเกล็ดเลือด หลักๆ คือไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด ไม่ให้มันจับตัวกันเป็นก้อนลิ่มเลือด
  • พอเลือดไม่จับเป็นก้อน ก็ลดความเสี่ยงที่ลิ่มเลือดจะไปอุดตันตามหลอดเลือดสำคัญๆ เช่น หลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดสมอง
  • คนที่ต้องกินยาประเภทนี้ ส่วนใหญ่คือคนที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ คนที่เคยใส่ขดลวดถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจ (stent) หรือคนที่มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมองมาก่อน
  • ตัวยาที่รู้จักกันดีก็คือ แอสไพริน (Aspirin) ในขนาดต่ำๆ หรือ โคลพิโดเกรล (Clopidogrel)
  • ผลข้างเคียงที่เจอบ่อยคือเลือดออกง่ายขึ้น หรือเกิดรอยจ้ำเขียวได้ง่าย เพราะเกล็ดเลือดทำงานน้อยลง
  • สำคัญที่สุดคือ ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงให้หลอดเลือดกลับมาอุดตันเฉียบพลันได้ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ยาละลายลิ่มเลือดต้องกินนานแค่ไหน

โอ้ย พ่อคุณ! ไอ้เจ้ายาละลายลิ่มเลือดที่เขาฉีดกันโครมๆ ในห้องฉุกเฉินน่ะนะ เขาไม่ได้ให้กลับไปจิ้มกินเองที่บ้านเด้อ! มันเหมือนหน่วยสวาทบุกทะลวงท่อตันในเส้นเลือดน่ะแหละ บุกตูมเดียวจบ! ไม่ได้มาเดินตรวจตราทุกวัน เขาใช้กันแค่ตอนหน้าสิ่วหน้าขวานเท่านั้นแหละ

ไอ้ที่ฉีดปุ๊บ สลายลิ่มเลือดปั๊บเนี่ย มันมี นาทีทอง ของมันอยู่ ไม่ใช่จะฉีดตอนไหนก็ได้เหมือนฉีดโบท็อกซ์นะ! สำหรับคนหัวใจวายต้องยัดยาเข้าไปในตัวภายใน 12-24 ชั่วโมงหลังอาการตุบแรก แต่ถ้าเส้นเลือดในสมองแตกโพละ ต้องเร็วกว่านั้นอีก คือภายใน 4.5 ชั่วโมงเท่านั้น! ช้ากว่านี้ก็เหมือนเรียกดับเพลิงตอนบ้านเหลือแต่เสาแล้ว

แต่...แต่ถ้าที่ถามหมายถึงยาเม็ดเล็กๆ ที่หมอให้กินกันเลือดข้น... อ่าาา อันนั้นอีกเรื่องเลยยาวๆ ไปเลยจ้า อันนั้นมันคนละม้วนกันเลยนะโยม! ไอ้พวกยาเม็ดนั่นมันเหมือนจ่าเฉยคอยโบกรถในเส้นเลือดเรา ไม่ให้มันติด ไม่ให้มันเกาะกันเป็นก้อน กินกันจนเบื่อไปข้างนึง บางคนก็ตลอดชีวิตไปเลยจ้ะแม่

สรุปง่ายๆ คือตัวฉุกเฉินใช้ครั้งเดียวจบ ส่วนตัวกินเล่นๆ นี่แล้วแต่หมอจะสั่งเลยว่าจะให้เป็นเพื่อนซี้กับเราไปนานแค่ไหน บางทีก็ 3 เดือน 6 เดือน หรือบางทีก็กินกันจนกว่าจะกลับดาวอังคารนั่นแหละ

ใครบ้างที่ต้องกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดไปยาวๆ:

  • หัวใจเต้นระบำสามช่า: พวกหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดพริ้วไหว (Atrial Fibrillation) นี่แหละตัวดีเลย ต้องกินยาเพื่อป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนแล้ววิ่งไปอุดสมอง
  • เปลี่ยนอะไหล่หัวใจ: คนที่ ใส่ลิ้นหัวใจเทียม เหมือนเปลี่ยนประตูบ้านใหม่ ก็ต้องกินยาตลอดชีวิตเพื่อไม่ให้เลือดไปเกาะประตูใหม่จนเปิดไม่ออก
  • เคยมีประวัติท่อตันมาก่อน: คนที่เคยเจอภาวะ หลอดเลือดดำอุดตัน มาแล้ว หมอก็จะให้กินยาต่ออีกหลายเดือน หรืออาจจะตลอดไปเลย เพื่อไม่ให้มันกลับมาเยี่ยมเยียนอีก
  • เสี่ยงสูงปรี๊ดดดด: คนที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เยอะแยะจนหมอปวดหัว ก็ต้องกินยาป้องกันไว้ก่อน ดีกว่าไปนอนโคม่าทีหลังนะจ๊ะ