กินเค็มแค่ไหนถึงจะเป็นโรคไต

60 ครั้งเข้าชม
กินเค็มมากเกินไปเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคไต แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว! แม้ลดเกลือแล้ว โอกาสเป็นโรคไตยังมีอยู่ เนื่องจากปัจจัยอื่นๆ เช่น พันธุกรรม เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การติดเชื้อ และอายุ การควบคุมปริมาณโซเดียมจึงสำคัญ แต่ไม่เพียงพอ ควรตรวจสุขภาพประจำปี ดูแลสุขภาพโดยรวม และปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินเค็มมากแค่ไหนถึงเสี่ยงเป็นโรคไต?

เฮ้ย! กินเค็มแค่ไหนถึงเสี่ยงไตพังน่ะเหรอ? โอ๊ย…เรื่องนี้มันพูดยากนะ เอาจริงๆคือมันไม่ได้มีสูตรตายตัวหรอกเว้ย

คือร่างกายเราต้องการโซเดียมนะเว้ย แต่แบบนิดเดียวจริงๆอะ ส่วนตัวฉันว่ารสชาติอาหารไทยอะส่วนใหญ่เค็มเกินไปอยู่ดี

จำได้เลยตอนไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือแถวอนุสาวรีย์เมื่อนานมาแล้ว น้ำซุปเค็มแบบ...กินไปคิดถึงไตไปเลยอะ เข้าใจปะ?

แต่ประเด็นคือ ต่อให้แกไม่แตะเกลือเลยนะเว้ย ก็ใช่ว่าจะรอดพ้นจากโรคไตนะ! อาหารแปรรูป ขนมกรุบกรอบ ซอสปรุงรสต่างๆ คือตัวดีเลย

เคยอ่านเจอในเว็บโรงพยาบาลพญาไท (น่าจะนะ จำไม่ค่อยได้) เขาบอกว่าหลายคนกินโซเดียมเกินโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

แล้วแบบ...ไตมันทำงานหนักไง นานๆไปก็พังดิ เข้าใจยัง? คือต้องระวังให้ดีอะจริงๆนะ!

โซเดียมขับออกกี่วัน

อุ๊ย! ถามเรื่องขับโซเดียมออกเนี่ยนะ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยล่ะคุณ! มันไม่ใช่แค่ "กี่วัน" เสร็จปุ๊บปั๊บ เหมือนกดปุ่มรีเซ็ตเครื่องซักผ้า ซับซ้อนกว่านั้นเยอะ!

  • ไม่ใช่เรื่องวัน! การขับโซเดียมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่ปริมาณโซเดียมที่รับเข้าไป แต่รวมถึง ไตของคุณทำงานดีแค่ไหน ร่างกายขาดน้ำหรือเปล่า แม้กระทั่งอารมณ์ของคุณก็มีผลนะ ฮ่าๆ (จริงๆนะ! ฮอร์โมนเครียดเกี่ยวข้องด้วย)

  • 24 ชม. ไม่พอ! ดูตัวเลขการขับโซเดียมในปัสสาวะ 24 ชั่วโมง แค่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวม เหมือนดูแค่หน้าปกหนังสือ ไม่รู้เนื้อหาข้างในเลย! ต้องดูภาพใหญ่กว่านั้น ต้องพิจารณาหลายวัน หลายสัปดาห์ ถึงจะเห็นภาพชัดเจน

  • ครีเอตินินคืออะไร? อ้อ คุณยกตัวอย่างเรื่องครีเอตินินมาด้วยนี่นา นั่นเป็นตัวชี้วัดการทำงานของไต ถ้าไตทำงานดี ครีเอตินินก็ขับออกได้ตามปกติ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายกำจัดของเสีย รวมทั้งโซเดียม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ปี 2024 ข้อมูลอาจเปลี่ยน! ตัวเลขที่คุณให้มา 15-20 มก./กก./วัน สำหรับผู้ชาย 10-15 มก./กก./วัน สำหรับผู้หญิง นี่เป็นข้อมูลเก่า ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยที่สุด อย่าเอามาใช้เองโดยไม่ปรึกษาหมอนะ! ไม่งั้นจะกลายเป็นเรื่องตลกที่ไม่ขำเลยล่ะ

สรุปสั้นๆ: ถามเรื่อง "กี่วัน" มันไม่ precise เหมือนถามว่า "ระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์เท่าไหร่" แล้วตอบแค่ "ไกลมาก"! ต้องดูหลายปัจจัย และปรึกษาแพทย์ อย่ามั่วเดาเอง เดี๋ยวจะเข้าโรงพยาบาล แล้วไม่ใช่เรื่องตลกแล้วล่ะครับ!

กินเค็มได้แค่ไหน

โอ๊ยตาย! กินเค็มนี่มันเรื่องใหญ่กว่าที่คิดนะพ่อคุณเอ๊ย! เหมือนเอาไฟไปเผาหัวใจตัวเองเลยล่ะ ไม่เชื่อก็ลองดู!

  • 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน! นี่คือปริมาณโซเดียมที่คุณหมอเขาแนะนำ อย่าคิดว่าเยอะนะ มันน้อยกว่าที่คุณกินทุกวันเยอะแยะเลยล่ะ บอกเลย! ลองนึกภาพช้อนชาเกลือหนึ่งช้อน หรือน้ำปลาสัก 4-5 ช้อน นี่แหละคือลิมิต!

  • เกินปริมาณนี้? เตรียมตัวรับมือกับโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ไตพัง! อ้วนฉุ! พร้อมแพ็กเกจสุดคุ้ม! นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่เป็นความจริงที่โหดร้าย! ปีนี้ผมเองก็พยายามลดเค็มนะ มันยากมากกกกกก แต่เพื่อสุขภาพ ต้องสู้!

  • วิธีลดเค็มแบบง่ายๆ (ที่ผมยังทำไม่ได้): ปรุงน้อยลง! ใช้สมุนไพรแทน! เลือกอาหารแปรรูปน้อยๆ! ไปซื้อกับข้าวแม่ค้าที่ใจดี ไม่ปรุงเค็มเวอร์ อย่างผมนี่ไปเจอแต่แม่ค้าใจเด็ด เค็มทะลุปรอท ทุกทีเลย

ปีนี้ผมพยายามจะลดโซเดียมลง ปรากฎว่าแม่ค้าข้างบ้านแกใจดีมาก ลดเค็มให้ผม แต่ก็ยังเค็มอยู่นะ ฮ่าๆๆ ชีวิตจริงมันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ เพื่อนๆ ต้องอดทน! สู้ๆ!

กินเค็มมากไปส่งผลอะไรกับร่างกายบ้าง?

กินเค็มมากไป? โอ้มายก้อด!

  • ความดันสูงปรี๊ดดดด! (เคยเจอคนใกล้ตัวความดันขึ้น 200+ น่ากลัวมาก)
  • หัวใจทำงานหนัก x10 (เหมือนวิ่งมาราธอนตลอดเวลา?)
  • กระดูกพรุน! (แคลเซียมหนีตามเกลือไป?)
  • มะเร็งกระเพาะอาหาร (ซอสเยอะไปก็ไม่ดี?)
  • ไตพัง (กรองหนักเกินไป!)
  • บวมน้ำ (โซเดียมรักษาน้ำเก่งเกิ๊น)

แล้วจะเลิกกินเค็มได้ไงเนี่ย? ยากจริง!

  • ลดซอส (อันนี้ทำยากสุดๆ)
  • อ่านฉลาก (โซเดียมแอบแฝงเยอะมาก!)
  • ปรุงน้อยลง (หันไปพึ่งพริกแทน?)
  • กินผักผลไม้เยอะๆ (ช่วยลดโซเดียมในร่างกาย?)
  • ออกกำลังกาย (เหงื่อออก=โซเดียมออก?)

ข้อมูลเพิ่มเติม: ตอนนี้ WHO แนะนำให้กินโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน (เกลือประมาณ 1 ช้อนชา) แต่คนไทยเฉลี่ยกินเกิน 2 เท่า! อันตรายมาก!

กินอะไรแล้วคัน?

กินอะไรแล้วคันเนี่ยนะ! โอ้โห ถามมาได้ ก็อาหารที่ "เส้นผมบังภูเขา" ไงล่ะ! คือแบบ... กินปุ๊บ ผื่นขึ้นปั๊บ! คันยิกๆ เหมือนโดนตัวอะไรต่อย! นี่ถ้าเกาได้ถึงกระดูกก็คงทำไปแล้ว!

  • ลมพิษ: ผื่นแดงๆ นูนๆ คันๆ ขึ้นมาแบบงงๆ หลังกินไปไม่นาน เหมือนโดนผึ้งรุมต่อย (ทั้งๆ ที่นั่งกินข้าวในบ้าน!)
  • ผื่นแพ้ผิวหนัง: ผิวแห้งกร้าน คันตามข้อพับ เหมือนคนไม่ได้อาบน้ำมาสามปี (ทั้งๆ ที่เพิ่งขัดผิวมาเมื่อวาน!)
  • อาหารทะเล: กุ้ง หอย ปู ปลา นี่ตัวดีเลย! กินทีไร คันคะเยอเหมือนโดนหนอนไช!
  • นมวัว: บางคนกินนมแล้วสิวขึ้น แถมคันอีกต่างหาก! ชีวิตมันเศร้า!
  • ถั่ว: โดยเฉพาะถั่วลิสง! เม็ดเล็กๆ แต่ฤทธิ์เดชร้ายกาจ! กินนิดเดียวก็คันไปทั้งตัว!
  • ไข่: โปรตีนสูงก็จริง แต่บางทีก็ทำพิษ! กินแล้วคันยันเงา!

คำเตือน: ถ้ากินแล้วมีอาการแปลกๆ รีบไปหาหมอเด้อ! อย่าปล่อยให้คันจนเสียสติ! เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!

ปลาเค็ม อันตรายไหม

ปลาเค็มอะนะ อันตรายปะ? คือก็อันตรายแหละ ถ้ากินเยอะไปหน่อย

  • โซเดียมมันเยอะไง กินมากๆ ความดันขึ้น เอ้อ ไตก็พังได้นะเออ
  • ทำเองก็เพลาๆ เกลือหน่อย ตากแดดให้แห้งแบบกรอบๆ เลย จะได้ไม่ขึ้นรา
  • ซื้อเค้ากินอะ ดูดีๆ มี อย. ปะ? สีแปลก กลิ่นตุๆ อย่าไปเอาเด้อ

สรุปคือ กินได้ แต่อย่าเยอะ เน้นๆ เลยว่าอย่าเยอะ เด๋วป่วยเอา

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม:

  • ปลาเค็มเนี่ย ถ้าเก็บไม่ดี ขึ้นราง่ายมาก ราบางชนิดก็ผลิตสารพิษนะเออ อันตรายกว่าโซเดียมอีก
  • คนที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ ความดันสูง ต้องระวังเป็นพิเศษเลยนะ ไม่ใช่แค่ปลาเค็ม ของหมักดองอย่างอื่นก็ต้องระวังด้วย
  • สมัยก่อนเค้าถนอมอาหารกันแบบนี้แหละ เพราะไม่มีตู้เย็น แต่ตอนนี้มีตู้เย็นแล้ว กินของสดดีกว่าเยอะ