ขาบวม2ข้างเกิดจากอะไร

99 ครั้งเข้าชม
ขาบวมสองข้าง: สาเหตุและอาการ โรคไต: ไตวายเรื้อรังทำให้ร่างกายมีน้ำเกิน บวมทั้งขา เหนื่อยง่าย ปัสสาวะน้อย ไตอักเสบ/โปรตีนรั่ว: บวมขา ความดันสูง ปัสสาวะเป็นฟอง บวมหนังตา (ถ้าเป็นมาก) สาเหตุอื่นๆ: นอกเหนือจากโรคไต อาจมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เท้าบวมได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัย คำแนะนำ: หากมีอาการขาบวม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ขาบวมทั้งสองข้าง เกิดจากอะไรบ้าง? ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

ขาบวมทั้งสองข้างเนี่ย เคยเป็นนะ ตอนนั้นประมาณ ตุลาคม 64 อากาศหนาวๆ ช่วงนั้นทำงานหนักมาก นอนน้อย สุดท้ายขาบวมเลย กลัวมาก รีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลรามคำแหง จำได้ว่าเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 2000 กว่าบาท หมอบอกว่าเป็นเพราะพักผ่อนน้อย + น้ำเกลือเข้าเยอะไป ตอนนั้นก็เครียด หมอเลยให้ยาขับปัสสาวะมา ก็หายนะ แต่ก็แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอด้วย

นอกจากนั้นก็เคยได้ยินจากเพื่อน บอกว่า ญาติเค้าขาบวมเพราะไต ไตวายเรื้อรัง อะไรประมาณนั้น บอกว่าบวมทั้งสองข้าง เหนื่อยง่าย ปัสสาวะน้อย อันนี้หนักเลยนะ ต้องไปหาหมอด่วนๆ จริงๆควรไปหาหมอถ้าบวมนานๆ หรือบวมมาก ไม่หายสักที อย่าชะล่าใจนะ อันตรายกว่าที่คิด เห็นเพื่อนมาเล่าให้ฟังแล้วก็ใจหาย เราโชคดีที่แค่พักผ่อนน้อย ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร

อีกสาเหตุที่เพื่อนเล่าให้ฟัง คือ แพ้ยา หรือกินยาบางตัว ก็ทำให้บวมได้เหมือนกัน แต่ก็ต้องดูอาการประกอบ ถ้าบวมมาก บวมเร็ว ก็ควรไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยไว้ เคยเห็นคนใกล้ตัว บวมจากการแพ้ยา ตอนนั้นตกใจมาก รีบพาส่งโรงพยาบาล หมอฉีดยา ก็หาย สรุปแล้วสาเหตุขาบวมมันมีหลายอย่างมาก ไม่ควรถามเอาเอง ไปหาหมอดีกว่า ปลอดภัยกว่าแน่นอน

เท้าบวมทั้งสองข้างเกิดจากอะไร

เท้าบวมสองข้างเหรอ… มันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ

บางที… มันอาจจะแค่เราเดินมากไป ยืนนานไปหน่อยรึเปล่า

  • บาดเจ็บ หรือ ติดเชื้อ ตรงเท้า… อันนี้ต้องระวังมากๆ เลย
  • ยืนนาน เกินไปก็เป็นไปได้นะ
  • เบาหวาน ก็ทำให้เท้าบวมได้เหมือนกัน
  • หัวใจ ไต ตับ… พวกนี้ก็เกี่ยวกันหมดเลย ถ้าไม่ดี น้ำมันจะคั่ง

แต่ถ้าบวมแบบผิดปกติ… บวมมาก บวมนาน… ไปหาหมอดีกว่านะ

อย่าปล่อยไว้นาน… รักษาก่อน มันจะดีกว่าเยอะ

ทำยังไงขาถึงจะหายบวม

ขาบวมเนี่ย กวนใจมากกก วันก่อนไปหาหมอมา หมอบอกว่าต้องลดเกลือ โอ๊ยยยย ยากจัง แต่ก็ต้องพยายาม ข้าวมันไก่กับก๋วยเตี๋ยวเรือต้องเลิกกินซะแล้วสิ เศร้า

  • ลดเกลือ! จริงจังนะ ต้องอ่านฉลากทุกอย่างเลย นี่แหละปัญหาใหญ่ของฉัน

แล้วก็ต้องยกขา แบบสูงกว่าหัวใจนะ อืมม นึกภาพออก ลองนอนหนุนหมอนสูงๆดู แต่ทำไงดีเวลาทำงานอะ จะไปนอนยกขาบนโต๊ะทำงานก็ไม่ได้ เดี๋ยวโดนหัวหน้าดุ หรือว่าจะหาเวลาพักยกขาบ้างดี

  • ยกขาสูงกว่าระดับหัวใจ แต่ลำบากตรงที่ต้องหาเวลา

อีกอย่างคือ อยู่นิ่งๆนานไม่ได้ ต้องขยับตัวบ่อยๆ ไปเดินเล่นบ้าง หาอะไรทำ นั่งทำงานนานๆก็ไม่ดี เฮ้ออ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเยอะเลย

  • เปลี่ยนอิริยาบถ อย่าอยู่นิ่งนาน เดินบ้าง ขยับตัวบ้าง

ปีนี้ฉันลองใช้ถุงน่องบีบอัดดูนะ ตอนแรกก็ไม่ค่อยมั่นใจ แต่พอใส่แล้วรู้สึกดีขึ้น ช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดได้เยอะเลย แต่หาแบบดีๆหน่อยนะ ไม่งั้นอาจจะไม่ค่อยสบายตัว

  • ใช้ถุงน่องบีบอัด (ลองดูนะ อาจช่วยได้)

อ้ออ ลืมบอก ดื่มน้ำเยอะๆด้วยนะ แปลกไหม? หมอบอกว่าช่วยได้ แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป ระวังเรื่องเกลือด้วยนะ

  • ดื่มน้ำเยอะๆ (แต่ลดเกลือ!)

นี่คือสิ่งที่ฉันทำ ไม่รู้จะหายขาดไหม แต่ก็ดีขึ้นนะ ถ้าใครมีวิธีอื่นๆดีๆก็มาแชร์กันได้นะ อยากหายไวๆจัง

เท้าบวม 2 ข้างเป็นโรคอะไร

เท้าบวมสองข้างนี่น่ากลัวนะ ฉันเคยเป็นมาเมื่อเดือนที่แล้ว ตอนนั้นทำงานหนักมาก นั่งทำงานหน้าคอมทั้งวัน ที่บริษัทแถวสีลม กลับบ้านดึกทุกวัน แทบไม่ได้พักเลย พอเริ่มรู้สึกเท้าบวม ก็ตกใจ บวมทั้งสองข้างเลย เหมือนใส่ถุงเท้าที่เปียกน้ำไว้ทั้งคืน หนักๆ เดินก็ลำบาก ตอนนั้นเครียดมาก นอนไม่ค่อยหลับ กลัวเป็นโรคร้ายแรง

ไปหาหมอที่โรงพยาบาลจุฬาฯ หมอบอกว่าเป็นเพราะพักผ่อนน้อย ทำงานหนัก และดื่มน้ำน้อยเกินไป หมอให้ยาขับปัสสาวะมากิน และแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ ตอนนี้หายแล้ว แต่ก็ยังระวังตัวอยู่ ไม่กล้าทำงานหนักแบบเดิมอีกแล้ว

สาเหตุเท้าบวมที่เป็นไปได้:

  • การทำงานหนัก นั่งนาน พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ดื่มน้ำน้อย
  • โรคไต (แต่ของฉันไม่ใช่กรณีนี้)

จริงๆ แล้ว หมอไม่ได้ระบุโรคอะไรชัดเจน แค่บอกว่าอาการบวมเป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ และให้คำแนะนำตามข้างบน ฉันเลยไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่ามันเป็นเพราะอะไรจริงๆ แต่ก็หายแล้ว ก็โล่งใจไป แต่จะระวังตัวมากกว่านี้ละ

อยู่ๆเท้าบวมเกิดจากอะไร

เท้าบวมฉับพลัน เกิดได้จากหลายปัจจัย บางทีก็ซับซ้อนกว่าที่เราคิดนะ

  • การบาดเจ็บ: ข้อเท้าแพลง, กระดูกหัก - อันนี้ตรงไปตรงมา
  • ติดเชื้อ: เซลลูไลติส (Cellulitis) - ต้องรีบรักษา
  • ท่าทาง: ยืน/นั่งนานๆ - แรงโน้มถ่วงทำพิษ
  • โรคประจำตัว:
    • เบาหวาน - ควบคุมระดับน้ำตาลด่วน
    • หัวใจ, ไต, ตับ - พวกนี้เกี่ยวกับการจัดการของเหลวในร่างกายโดยตรง
  • การไหลเวียนโลหิต: เลือดดำไหลเวียนไม่ดี - อาจมีลิ่มเลือดอุดตัน

เคยอ่านเจอว่าบางคนเท้าบวมเพราะกินยาบางชนิดด้วยนะ พวกยาแก้ความดันหรือยาคุมอะไรพวกนี้ แต่ไม่ได้เป็นกันทุกคนหรอก

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ:

  • Lymphatic System: ระบบน้ำเหลืองมีส่วนสำคัญในการระบายของเหลว ถ้ามันทำงานผิดปกติ ก็เท้าบวมได้เหมือนกัน
  • Pre-eclampsia: ในหญิงตั้งครรภ์ เท้าบวมอาจเป็นสัญญาณของภาวะครรภ์เป็นพิษ ต้องปรึกษาแพทย์ทันที
  • Idiopathic Edema: บางทีก็หาสาเหตุไม่เจอ (idiopathic) เซ็งเลย...
  • เกลือ: กินเค็มมากไป ก็บวมได้นะ พยายามลดโซเดียมลงหน่อย
  • รองเท้า: ใส่รองเท้าที่ไม่พอดี ก็อาจทำให้เท้าบวมได้เหมือนกัน เลือกที่มันสบายๆ หน่อย
  • อายุ: ยิ่งอายุมากขึ้น โอกาสเท้าบวมก็ยิ่งมากขึ้น
  • การออกกำลังกาย: บางครั้งการออกกำลังกายมากเกินไปก็ทำให้เท้าบวมได้เหมือนกัน พักผ่อนให้เพียงพอ

จริง ๆ แล้วอาการเท้าบวมเนี่ย เป็นสัญญาณที่ร่างกายส่งมาให้เรา ถ้าเป็นบ่อย ๆ หรือบวมมาก ๆ แนะนำให้ไปหาหมอดีกว่า อย่าปล่อยไว้

มีวิธีแก้เท้าบวมอย่างไรบ้าง

อูย...เท้าบวมเนี่ยนะ! เหมือนใส่โอ่งเดินได้เลยว่ามั้ย? อย่าเพิ่งไปตัดขาขายนะ ลองวิธีบ้านๆ ก่อน

  • ยกขาสูง: เอาหมอนมายัดๆ หนุนขาให้สูงกว่าใจหน่อย (ไม่ใช่สูงกว่าใจที่อกหักนะ!) เลือดจะได้ไหลลงไปกองที่อื่นบ้าง
  • เลี่ยงเค็ม: กินเค็มมาก ระวังเป็นนางเกลือนะ! โซเดียมมันดูดน้ำ บวมเป่งเป็นลูกโป่งแน่นอน
  • อย่ารัด: ใส่กางเกงแน่นๆ นี่เหมือนเอาหนังยางรัดขาตัวเองชัดๆ เลือดลมมันจะไปไหนได้!
  • ยืดเส้นยืดสาย: ขยับๆ ข้อเท้าบ้าง อย่าให้มันขี้เกียจ นวดๆ คลึงๆ ให้เลือดมันสูบฉีด

แถมอีกนิด:

  • ถ้าบวมไม่หาย ไปหาหมอซะ อย่ามัวแต่คิดว่าตัวเองเป็นซูโม่ เดี๋ยวจะสายเกินแก้!
  • บางทีบวมเพราะยืนนาน เดินเยอะ เกินไป พักบ้างอะไรบ้าง อย่าใช้งานขาหนักเกิน!
  • ถ้าบวมเพราะโรคประจำตัว อันนี้ต้องปรึกษาหมออย่างเดียว อย่าคิดเองเออเอง!